Valiant Hearts: The Great War

Valiant Heart

Valiant Hearts: The Great War

จากผู้สร้าง Ubisoft ผู้สร้างเกม Rayman กับเกมแนวเสียดสีสงครามแบบ 2d-side-scrolling คุณจะได้พบกับเรื่องราวการต่อสู้ เพื่อนใหม่ การเอาตัวรอด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นี่ไม่ใช่เกมสำหรับเด็กเลยนะครับ ต่อให้ภาพวาด 2 มิติจะลดความรุนแรงลงไป แต่เนื้อหาและวิธีการนำเสนอของเกม มันรุนแรงในระดับที่สามารถสัมผัสได้ และกับเหตุการณ์สุดท้าย ถ้าเปรียบเป็นหนังก็ Apocalypse Now

ไม่ใช่ว่าผมชอบ Ubisoft หรือยังไงนะครับ ในหัวข้อ “games” ผมจะนำเสนอเกมที่มีเนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่องน่าสนใจ คล้ายๆกับเรากำลังดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่แต่สามารถสัมผัส หรือตัดสินใจแทนตัวละครได้ เคยมีใครสักคนเคยพูดไว้ประมาณว่า “เกมไม่สามารถมองเป็นศิลปะได้ เพราะผู้ชม(ผู้เล่น) มีทางเลือกที่หลากหลาย” ผมเห็นแย้งนะครับ ศาสตร์ของเกมมันคล้ายๆกับศาสตร์ของหนังนะแหละ ผู้สร้างสามารถใส่แนวคิด ใส่ตัวตนเข้าไปในเกมได้ (อย่าง Metal Gear Solid นี่ชัดเจนมากๆ ตอนผมเล่น จะเห็นตัวตนของ Hideo Kojima อยู่ในเกมนี้) เกมมีส่วนผสมของ เนื้อเรื่อง, graphic และ gameplay 3 ส่วนนี้แหละที่ผมมองว่ามันคือจุดเด่นเฉพาะตัวที่สามารถมองให้มันเป็นศิลปะได้

วันนี้มานำเสนอ Valiant Heart (Valiant แปลว่า กล้าหาญ) ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ผู้คนมักเรียกกันว่า The Great War เราจะได้รับบทเป็นตัวละคร 2-3 ตัว (เล่นเป็นหมาได้ด้วย) สร้างโดย Ubisoft Montpellier ผมไม่เคยเล่น Rayman นะครับ แต่ก็เคยเห็นอยู่ เป็นเกมบน platform ที่ภาพสวย และดังมากๆ การมาทำ Valiant Heart ถือว่าพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลย โดยเฉพาะเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนจากเด็กเล่นเป็นผู้ใหญ่เล่น ผมค่อนข้างแปลกใจที่ Ubisoft อนุมัติสร้างเกมนี้ได้อย่างไร ถ้าเกมอย่าง Child of Light นี่ยังพอเข้าใจได้ แต่ Valiant Heart เกมมีกลุ่มเป้าหมายที่จำกัดมากๆ แถมเกมแนวสงครามโลก ไม่ใช่แนวที่จะมีคนอยากสร้างมากนัก เพราะมันการันตีเรื่องความรุนแรง ความเครียดจากการเล่นอยู่แล้ว แต่กระนั่นนี่ก็ถือเป็นโอกาสดีมากๆ เพราะนานๆทีเราจะได้เห็น Ubisoft ทำอะไรที่แตกต่างจากเกม AAA ที่เป็นแฟนไชร์ใหญ่ๆ เกมนี้ถือว่าประสบความสำเร็จนะครับ ขายดี คำวิจารณ์เยี่ยม meta critic ให้คะแนนเกมนี้ถึง 80/100 ถือว่าสูงใช้ได้เลย และเกมได้รางวัล Best Animated Video Game จาก Annie Awards ด้วย

การเคลื่อนไหวของตัวละครดูแรกๆ อาจจะรู้สึกประหลาดหน่อย ไม่ลื่นไหล มีเป็นส่วนๆ แขน ขา หัว เท่านั้นที่เคลื่อนไหว คิดว่าเป็นความจงใจของผู้สร้างที่ต้องการปั่นหัวคนเล่นนะครับ ให้รู้สึกเหมือนประติดประต่ออะไรไม่ค่อยได้ แต่เล่นไปสักพักก็จะชิน มี gameplay แบบ side-scrolling แต่ไม่ใช่จะแค่วิ่งไปข้างๆอย่างเดียว มีแบบที่ตัวละครวิ่งเข้าหาหน้าจอ หรือต้องเดินเป็นมิติลึกเข้าไปอีกระดับ นี่เป็นแนวคิดที่ใช้ได้เลยนะครับ มันทำให้ถึงผู้เล่นจะเล่นคนเดียว แต่กลับสามารถ co-op กับตัวละครอื่นได้ ในบางครั้งตัวละครนี้ทำแบบนี้ได้ บางครั้งต้องใช้อีกตัวละครหนึ่ง มันทำให้มุมมองของเราต่อเหตุการณ์นั้นเปลี่ยนไปตามตัวละครที่เราเล่น เดี๋ยวนี้มีหลายเกมที่สามารถ co-op กันเองแบบนี้ได้เยอะนะครับ วิธีนี้เลยถือว่าไม่แปลกใหม่เท่าไหร่ แต่ก็น่าสนใจดี

เกมนี้จัดเป็น puzzle adventure ที่เราจะคอยเก็บ item ต่างๆ แก้ปัญหาให้ผ่านแต่ละฉากไปได้ ปริศนาในเกมถือว่าอยู่ในระดับ ปานกลาง ไม่ยากง่ายเกินไป รู้สึกผมจะใช้ตัวช่วยแค่ครั้งเดียวเองนะ ในเกมก็มีคำใบ้อยู่ด้วย (ถ้าไม่อยากพึ่ง google/youtube) สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ในเกมก็มี Fact, Letter ที่มีเนื้อหาทางประวัติศาสตร์จริงๆใส่เข้ามาด้วย

ภาพในเกม ถูกออกแบบให้เป็นแบบนี้ให้เข้ากับบรรยากาศที่ชวนหดหู่ของเนื้อเรื่อง โทนสีหม่นๆ ไม่ใช่เพื่อลดความรุนแรงนะครับ กับฉากที่รุนแรงจริงๆในเกม ผมเห็นแล้วยังรู้สึกสะอิดสะเอียน แทบจะกลั้นหายใจเวลาเล่น เห็นแล้วอึดอัดมาก จุดหนึ่งที่ผมสังเกตเห็น คือเราแทบไม่เห็นดวงตาของตัวละครในเกมเลย นี่จงใจแน่ๆ มักจะใช้ผมหรือหมวกบังไว้ (ยกเว้นน้องหมา) เพราะถ้าเกมให้เราเห็นดวงตา อารมณ์มันจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แต่เรายังเห็นน้ำตาของตัวละครนะครับ ที่ไม่ให้เห็นดวงตานี่ ผมคิดว่ามันเป็นการแทนด้วยตัวละครนั้นจะเป็นใครก็ได้ “ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ” ดูเหมือนผู้สร้างจะพยายามไม่นำเสนอสิ่งที่อยู่ในใจของตัวละครออกมา แต่ให้ผู้เล่นได้รู้สึกและสัมผัสด้วยตัวเอง นั่นคือ คุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นก็ได้ เนื้อเรื่องในเกมคือสิ่งที่คุณต้องทำ แต่อารมณ์ ความรู้สึกจะเป็นอย่างไรอยู่ที่ตัวคุณเอง

มีส่วนผสมหนึ่งในเกมที่ลงตัวมากๆ คือการเอาเพลงคลาสสิคชื่อดังคุ้นหู ใส่เข้ามาในเกม ฉากที่ผมชอบมากๆคือ car chase เอาเพลง Hungarian Dance No. 5. ของ Johannes Brahms มาใส่ ตอนผมเล่นนี้ โอ้โห! ใช่เลย เลือกเพลงมาได้แจ่มมากๆ ใครจะไปคิดว่าเพลงนี้ประกอบฉากที่กำลังหนี หลบกระสุน หลบระเบิดแล้วได้อารมณ์ขนาดนี้ เหตุผลที่เลือกเพลงนี้ เพราะฉาก car chase เป็นช่วงที่ต้องใช้ “จังหวะ” ในการเล่น หลังจากที่เล่นแบบสบายๆมาสักพัก คงกลัวคนจะเบื่อ เลยใส่ฉากที่ตัวละครต้องแข่งกับเวลาเข้ามา นั่นคือการเอาตัวรอด จากง่วงๆมาถึงฉากนี้ตื่นเลยละครับ ผมไม่อยากสปอยด้วยภาพจากเกมเท่าไหร่ แต่ใส่สำหรับคนที่เล่นแล้วและอยากระลึกความหลัง คนที่ยังไม่เล่นไม่แนะนำให้ดูนะครับ

Ian Livingstone เขาคือ Composer ของเกมนี้ เขาเป็นชาวอังกฤษ มีผลงานมาพอสมควรทีเดียว เน้นทำเพลงให้กับ video game ที่ดังๆอาทิ Lego Harry Potter, Star Trek: Invasion กับ Valiant Heart ที่เป็น soundtrack แท้ๆจะเน้นเสียงเปียโน ที่ให้อารมณ์หดหู่ เข้ากับภาพและบรรยากาศของเกม กับฉาก Action จะใช้ Orchestra เต็มวง ให้ความรู้สึกอลังการและสมจริง (กลิ่นอายคล้ายเพลงของ Hanz Zimmer มาก)

chapter สุดท้ายของเกม ตอนผมเล่นคิดเลยนะ นี่มันอะไรกัน เพื่ออะไร เดินหน้าเข้าไป ฆ่าศัตรูทุกตัว แทนที่ตัวละครที่ถูกเราฆ่าจะหายไป มันกับกอง ทับทมกันจนกลายเป็นภูเขา แต่ก็หยุดไม่ได้ ต้องเดินต่อ ใครหยุดใครถอยก็จะโดนฆ่า เห้ย! ใครบอกเกมนี้ไม่รุนแรงนี่แสดงว่าเขาเสพติดกับความรุนแรงแล้วแน่ๆ ความรู้สึกขยาดไม่อยากเล่นต่อเกิดขึ้นมา ในที่สุดเกมก็บังคับให้ผู้เล่นทำบางอย่างเพื่อหยุดความรุนแรงนั้น เออจริง เป็นใครเจอแบบนี้ถ้ายังมีความเป็นมนุษย์อยู่ก็ทำว่ะ! หลังจากทำสิ่งนั้น เหตุการณ์หลังจากนี้ก็น่าสนใจ เป็นผลลัพธ์ของการกระทำ เกมมันไม่ได้สร้างให้มีตัวเลือกว่า ทำได้ทำไม่ได้ แต่เพราะอย่างนี้ทำให้ผมเปลี่ยนใจกลับมาชอบเกมนี้ เพราะผลลัพธ์นั้นมันสร้างความรู้สึกให้กับผู้เล่น มันไม่ทำให้คุณรู้สึกดีเลย แต่นั่นคือสิ่งที่คุณควรทำ และคุณจะต้องยอมรับกับผลของการตัดสินใจนั้น ถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น คุณจะทำแบบที่ตัวละครในเกมทำหรือเปล่า และคุณจะรับได้กับผลที่เกิดขึ้นต่อมาหรือเปล่า เราจะเสียใจที่ทำแบบนั้นไปหรือไม่

ถ้าตัดเรื่องความรุนแรงออก นี่เป็นเกมที่ดีเยี่ยมมากๆเกมหนึ่งเลยนะครับ เนื้อเรื่องแฝงแนวคิดมากๆ ในเชิงเสียดสีสงคราม graphic ถือว่าแปลกแตกต่าง ให้อารมณ์หม่นๆ ไม่เหมือนเกมไหนดี ส่วน gameplay อาจจะดูทั่วๆไป แต่ใส่ความหลากหลายมาเพื่อไม่ให้พบกับความซ้ำซากจำเจ สามารถกลับมาเล่นอีกได้ไม่เบื่อ แต่เมื่อเกมใส่ความรุนแรงเข้ามา เกมนี้จึงไม่เหมาะกับทุกคน ผมไม่ได้มองว่าเกมนี้แฝงความรุนแรงนะครับ เท่าที่รู้สึกคือมันต่อต้านความรุนแรงด้วยซ้ำ ถ้าเกมถูกทำเป็น 3 มิติที่สมจริง ผมว่าเกมนี้รุนแรงกว่า GTA อีกนะครับ

ถ้ามีโอกาสผมแนะนำให้ลองเล่นดูนะครับ ไม่แน่ใจว่าเกมนี้ออกบน Google Play ด้วยหรือเปล่า (แอบเห็นลิ้งค์อยู่) เกมนี้เล่นไม่ยาก สำหรับคนที่ชอบเสพเนื้อเรื่องก็ถือว่าสนุกแฝงแนวคิดด้วย ราคาใน Steam คือ 319 ไม่แพงมาก ผมซื้อตอนลด 75% ซื้อพร้อม Child of Light (Valiant Heart วางขายหลัง Child of Light แต่ในปีเดียวกัน) ผมจัดเรตเกมนี้ที่ 18+ นะครับ อย่าเผลอซื้อให้เด็กเล่นละ

คำโปรย : “Valiant Hearts: The Great War เกมที่ลดทอนภาพความรุนแรงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วยภาพวาด 2 มิติ กระนั้นเรื่องราวยังคงมีความรุนแรง และเสียดสีสงครามอย่างเจ็บแสบ”
คุณภาพ : SUPERB
ความชอบ : LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of