Volga – Volga (1938)

Volga - Volga

Volga – Volga (1938) USSR : Grigori Aleksandrov ♥♥♥♡

นี่เป็นภาพยนตร์เรื่องโปรดของผู้นำเผด็จการแห่งสหภาพโซเวียต Joseph Stalin ที่ถึงขนาดส่งฟีล์มหนังไปให้ ปธน. สหรัฐ Franklin D. Roosevelt รับชมช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2, ส่วนชื่อหนังก็มาจากการร้องเล่นๆบทเพลงพื้นบ้านรัสเซียของ Charlie Chaplin ขณะล่องเรือด้วยกันกับผู้กำกับ Grigori Aleksandrov ในอ่าว San Francisco, นำแสดงโดยดาราค้างฟ้าคนแรกของรัสเซีย Lyubov Orlova

มาคิดๆดูสำหรับเหตุผลที่ Stalin ส่งฟีล์มหนังเรื่องนี้ไปให้ ปธน. สหรัฐ Franklin D. Roosevelt ได้รับชม ไม่ใช่แค่เพราะนี่เป็นหนังเรื่องโปรดของเขาแน่ๆ แต่ยังมีนัยยะต้องการสื่อถึงความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศ ที่ก็มีเรื่องราวคล้ายๆกับหนังเรื่องนี้ อารมณ์ดีนึกครึ้มก็เป็นเพื่อนกอดจูบ พอไม่ถูกใจขัดคอก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เห็นแล้วตลกขำขัน (แต่บางคนถ้าคิดได้คงขำไม่ออกแน่) สามารถแทนได้ด้วยสหภาพโซเวียตและประเทศสหรัฐอเมริกาเต็มๆเลยละ

Grigori Aleksandrov ผู้กำกับชาวรัสเซีย เคยเป็นผู้ช่วยของ Sergei Eisenstein ก่อนออกมามีผลงานฉายเดี่ยวเรื่อง Jolly Fellows (1934), Circus (1936) สำหรับ Volga – Volga ถือเป็นผลงานลำดับสาม ที่ยังคงเป็น Musical Comedy

(ว่ากันว่า Aleksandrov ได้เข้าพบ Stalin เมื่อปี 1933 และได้ถูกร้องขอให้สร้างภาพยนตร์ที่เน้นความบันเทิงสนุกสนาน แต่แฝงสาระเพื่อชาติ และขายอุดมการณ์ของ Socialist Realism)

อธิบายสั้นๆมีเรื่องราวเกี่ยวกับ สงครามการเมืองภายในหมู่บ้านอุตสาหกรรมเล็กๆ Melkovodsk ระหว่างวงดนตรีพื้นบ้าน (folk ensemble) กับวงดนตรีคลาสสิก (classical orchestra) เพื่อที่จะแย่งชิงสิทธิ์เป็นตัวแทนเดินทางสู่ Moscow เข้าร่วมงานเทศกาลดนตรี Moscow Artists’ Olympiad

ฝั่งดนตรีพื้นบ้านนำโดย Dunya Petrova หรือ Arrow (รับบทโดย Lyubov Orlova) คนส่งจดหมายสาวสวย เธอเป็นนักร้องนักแต่งเพลงที่มีพรสวรรค์ จิตใจเอื้ออารีเป็นมิตรกับทุกคน

การแสดงของ Orlova เรื่องนี้เน้นขายน้ำเสียงเป็นส่วนใหญ่ ที่ต้องยอมรับเลยว่าเหนือชั้นไม่ธรรมดาทีเดียว และความ Charming ของเธอ ยังคงชวนให้ชาวรัสเซียคลั่งไคล้หลงไหล (แต่ผมแอบประทับใจ Orlova ใน Circus มากกว่านะครับ คงเพราะเรื่องนั้นมีการแสดงออกทางอารมณ์สีหน้ามากกว่า)

ฝั่งดนตรีคลาสสิกนำโดย Alyosha Trubyshkin (รับบทโดย Andrei Tutyshkin) นักบัญชีผู้ชื่นชอบ Schubert เป่าทูบาและเป็นวาทยกรผู้กำกับวง มีความสามารถปานกลางที่ถือว่าเป็นพรแสวง, นิสัยเป็นคนมุทะลุเลือดร้อน หัวรั้น เจ้ากี้เจ้าการเรื่องมาก และเห็นแก่ตัวเป็นที่สุด

สำหรับตัวตั้งตัวตีการเข้าร่วมนี้ คือเจ้าของร้านขายเครื่องดนตรี Ivan Byvalov (รับบทโดย Igor Ilyinsky) ชายผู้มีความเชื่อว่าเมืองแห่งนี้ไม่มีนักร้องนักดนตรีที่มีความสามารถโดดเด่น จึงตัดสินใจเลือก Trubyshkin เพราะดนตรีคลาสสิกฟังแล้วไปวัดไปวาได้ดีกว่าดนตรีพื้นบ้าน แต่เรื่องอะไรที่ Petrova จะยินยอม เธอจึงวางแผนทำทุกสิ่งอย่าง แล่นเรืออีกลำแข่งกันว่าใครจะไปถึง Moscow ก่อนก็จะได้กลายเป็นตัวแทนของหมู่บ้านเข้าร่วมการแข่งขัน

ถ่ายภาพโดย Vladimir Nilsen กับ Boris Petrov, กับหนังเรื่องนี้งานภาพไม่เชิงเป็นแบบสลับลาย (kaleidoscope) ชัดเจนเหมือน Circus (1936) หรือหนังของ Busby Berkeley แต่เห็นว่ามีอะไรหลายๆอย่าง ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Gold Diggers of 1933 (1933) [ผมยังไม่เคยดูเลยบอกไม่ได้ว่าคล้ายกันแค่ไหน]

เกร็ด: Vladimir Nilsen ระหว่างถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ถูกจับข้อหาเป็นสายลับ (Spy) [ต่อมาถูกประหารชีวิต] จึงจำต้องเปลี่ยนมาใช้บริการของ Boris Petrov

หนังสร้างเมือง Melkovodsk ขึ้นที่ Kamyshin, Stalingrad ทางใต้ของ Moscow ติดกับ Volga River แม่น้ำที่ยาวสุดในยุโรป ไหลจากใจกลางรัสเซียลงทะเล Caspian [ความยาว 3,692 กิโลเมตร]

ฉากที่ถ่ายในแม่น้ำ Volga เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก Steamboat (ของฝั่งดนตรีคลาสสิก) แล่นแข่งกับเรือไม้เก่าๆ (ของฝั่งดนตรีพื้นบ้าน) ผลลัพท์ที่ใครๆคิดว่าคงคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่อะไรๆเกิดขึ้นมากมายจนสุดท้ายก็มิอาจคาดเดาได้ ผลลัพท์เป็นอย่างไรไม่ขอเฉลยแล้วกัน

ตัดต่อโดย Yeva Ladyzhenskaya ถือว่ามีลูกเล่นการเปลี่ยนฉากน่าสนใจทีเดียว อาทิ Iris Shot (ภาพคล้ายรูม่านตา), เลื่อนไปด้านซ้าย/ขวา/บน/ล่าง, ใช้กังหันใบพัดเรือ แทนวันที่การเดินทาง ฯ การเปลี่ยนฉากลักษณะนี้มีความโดดเด่นอย่างมาก ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกไม่คุ้นตา เหมือนการพักเปลี่ยนอารมณ์ เรียกได้ว่าเป็นการสร้าง Comedy ให้กับหนัง

ส่วนมุมมองการเล่าเรื่อง เนื่องจากมี 2 เรื่องราวเกิดขึ้นคู่ขนานกันแทบจะตลอดเวลา การตัดต่อจะเลือกเล่าทีละเรื่องจนจบฉาก แล้วสลับไปเล่าอีกเรื่องจนจบฉากเช่นกัน โดยเราสามารถสังเกตจุด Pivot ศูนย์กลางของหนัง จะเป็น Dunya Petrova ตัวละครของ Lyubov Orlova เพราะเธอเป็นคนมีความสามารถที่สุด/ผู้แต่งบทเพลง ที่ใครๆต่างร้องกันได้ทั้งนั้น

ผมประทับใจการเล่าเรื่องช่วงหนึ่งมากๆ เมื่อเกิดพายุฝนฟ้ากระหน่ำบนเรือ Steamboat กระดาษที่เขียนโน๊ตเพลงของ Petrova ปลิวว่อนไปกับสายลม เราจะเห็นกระดาษลอยน้ำไปติดกับสมอเรือ มีคนมาเก็บ หรือลอยไปติดอะไรสักอย่าง ช่วงนี้ไม่มีภาษาพูดหรือคำบรรยายใดๆ มันเป็นความเว่อที่ขบขันมากๆ เพราะหลังจากนี้แทบทุกคนจากเมืองอื่น (ที่เก็บโน๊ตเพลงนี้ไป) เมื่อถึง Moscow พวกเขาจะเรียบเรียงร้องเพลงนี้ประสานต่อเนื่องกัน

เพลงประกอบโดย Isaak Dunayevsky มีลักษณะเป็น ‘story of a song’ เรื่องเล่าประกอบบทเพลง แบ่งออกเป็นซีนๆฉากๆ คล้ายๆกับการแสดง Vaudeville ถึงฟังภาษารัสเซียไม่ออก แต่ขอแนะนำให้อ่านซับตามด้วยนะครับ จะได้เข้าใจมองเห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นขณะร้องเพลง จะสะท้อนกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น

แทบทุกบทเพลงในหนังมีความไพเราะอย่างยิ่ง ที่โด่งดังไพเราะสุดคงจะ Song of the Volga ขับร้องโดย Lyubov Orlova มีใจความพรรณาความสวยงามของลำน้ำ Volga เปรียบกับดั่งก้อนเมฆบนท้องฟ้า และกาลเวลามิอาจเปลี่ยนแปลงความงดงามนี้ได้

เราจะถือว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นแนว Screwball ก็ได้ เพราะความจับพลัดจับพลูมั่วซั่วไปมา เรื่องราวเป็นยังไงก็ไม่รู้ไม่ค่อยมีความน่าสนใจเท่าไหร่ สองฝ่ายเกิดความขัดแย้ง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คืนดีกันคอยดูเถอะไม่นานก็ต้องขัดคอกัน แต่สุดท้ายไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทั้งสองก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันถึงจะไปด้วยกันตลอดรอดฝั่ง

ผมคงไม่ขอเปรียบเทียบว่า ฝั่งไหนเป็นโซเวียต ฝั่งไหนเป็นอเมริกา เพราะมันเห็นค่อนข้างชัดอยู่แล้ว (ใครเด่นกว่าก็ต้องอยู๋ฝั่งรัสเซีย) ซึ่งระหว่างชมมันก็ไม่จำเป็นต้องครุ่นคิดเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขนาดนั้นนะครับ เอาเวลาไปเพลิดเพลินสนุกสนานขบขันกับเรื่องราว อย่าไปจริงจังกับมันมาก กับหนังเรื่องนี้ผมว่าจะได้ความบันเทิงมากกว่านั่งครุ่นคิดเปรียบเทียบให้ปวดหัว

สำหรับชื่อหนัง Volga-Volga เป็นประโยคหนึ่งที่มาจากบทเพลง folk-song ของรัสเซียชื่อ Stenka Razin ซึ่ง Alexandrov ได้ร้องให้ Charlie Chaplin ฟังขณะไปพายเรืออยู่ในอ่าว San Francisco (ทั้งสองรู้จักเป็นเพื่อนชื่นชมผลงานซึ่งกันและกัน ใครเคยดูหนังเรื่อง Circus มาแล้วจะรู้ว่า Alexandrov ใส่ตัวละคร Chaplin เพื่อเป็นเกียรติกับเพื่อนสนิทคนนี้)ฮV

Volga, Volga, mat’ rodnaya,
Volga, russkaya reka,
Ne vidala ty podarka
Ot donskovo kazaka!

คำแปล
Volga, Volga, Mother Volga,
Wide and deep beneath the sun,
You have ne’er seen such a present
From the Cossacks of the Don!

Chaplin พูดแซวเล่นๆหลังได้ยิน คำว่า Volga-Volga ว่า ‘A do-ka film Volga-Volga’ แปลว่านี่มันชื่อหนังนิ ปรากฎว่าหลายปีถัดมาผู้กำกับก็บ้าจี้นำคำนี้มาตั้งเป็นชื่อหนังเรื่องใหม่จริงๆ

Stalin ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก ว่ากันว่าตราตะลึงกับ french kiss ที่มีมากเหลือเกิน (นี่ทำให้ Stalin ออกกฎห้ามหนังเรื่องไหนในรัสเซียยุคนั้น มีฉากจูบกันอย่างเมามันแบบหนังเรื่องนี้อีก) แต่พอฉากถัดมาที่ทั้งสองตบตีกัน มันประทับใจเกินคำบรรยาย, ไม่มีใครรู้ว่าเขาดูหนังไปกี่รอบ แต่สามารถสปอยล่วงหน้าพูดได้ทุกประโยค รู้มุกทุกฉาก ร้องเพลงตามได้ทั้งหมด!

ตอน ปธน. Roosevelt ชมภาพยนตร์เรื่องนี้เมื่อปี 1942 ก็เกิดความสงสัยว่า ทำไม Stalin ถึงส่งฟีล์มหนังเรื่องนี้มาให้เขา ดูจนจบก็ยังไม่เข้าใจแต่เพราะหนังไม่ได้แปลคำร้องของบทเพลง จึงให้ผู้เชี่ยวชาญมาแปลและมีท่อนหนึ่งในบทเพลงที่ว่า

America gave Russia steamer:
nose pairs, the wheels behind,
And terrible and horrible
awful and silent running

พอรู้คำแปลนี้ ท่านปธน. ร้องอ๋อเลยละครับ เพราะคิดว่า Stalin ต้องการเร่งกองทัพของอเมริกาให้ส่งกำลังสนับสนุน (Second front) แต่จริงๆไม่น่าใช่นะ น่าจะเป็นที่ผมบอกมาด้านบนมากกว่า [คือตอนนั้นอเมริกาและโซเวียตเป็นพันธมิตรกันเพื่อต่อสู้ขับไล่ Nazi เยอรมัน]

หนังมีการทำ Colorization จากขาว-ดำ เป็นภาพสีเมื่อปี 2006 แล้วเสร็จออกฉายในช่องโทรทัศน์ Russian First Channel เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 สามารถหารับชมได้ทั้งสองฉบับบน Youtube เลยนะครับ

ในเมื่อนี่เป็นหนังเรื่องโปรดของ Joseph Stalin แน่นอนว่าต้องได้รางวัล Stalin Prize ย้อนหลังเมื่อปี 1941 ซึ่ง Grigori Aleksandrov เป็นผู้กำกับคนเดียวที่มีหนังได้รางวัลพร้อมกันถึงสองเรื่อง (อีกเรื่องคือ Circus)

Volga – Volga เป็นภาพยนตร์ที่ดูสนุกมากๆเรื่องหนึ่ง บทเพลงไพเราะ ตัวละครรับส่งมุขตลกได้อย่างขำขันพร้อมเพียง บทอาจดูธรรมดาทั่วไปแต่ลีลาการตัดต่อเหนือชั้นนัก น่าจะถือว่าเป็นผลงานชิ้นลงตัวที่สุดของผู้กำกับ Grigori Aleksandrov แต่กาลเวลาก็ได้ลดทอนคุณภาพของหนังเรื่องนี้ลงไปพอสมควร แม้กลิ่นอายประเด็นความชวนเชื่อ Propaganda จะไม่รุนแรงเด่นชัดเท่า Circus (1936) แต่ก็ยังมองได้ว่าเป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อชาวรัสเซียโดยเฉพาะ

ส่วนตัวค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้ แต่ที่ไม่หลงรักเพราะรู้สึกว่าช่วงท้ายมันมากเกินไปเสียหน่อย คือจบแบบว่ามองโลกในแง่ดีเกินไปนิด (แต่หนังลักษณะนี้ก็ควรจบ Happy Ending ถูกแล้วนะครับ) ผมรู้สึกการนำเสนอมีการ ‘ปรุงแต่ง’ มากไปเสียหน่อย จนขาดความต่อเนื่องลงตัว แต่ภาพรวมถือว่ายอดเยี่ยมเกือบสมบูรณ์แบบเลยละ

(ผมว่าถ้า Aleksandrov ไม่ได้ยึดมั่นว่าจะต้องทำหนังที่มีความเป็น’รัสเซีย’เท่านั้น ผลงานของเขาจะเข้าถึงสากลได้มากกว่านี้แน่ๆ)

แนะนำกับคอหนังรัสเซีย ชื่นชอบหนังเพลงตลก รู้จักชื่อของ Lyubov Orlova และ Grigori Aleksandrov ไม่ควรพลาด

จัดเรต PG กับความมากไปนิดของการจูบแบบบดขยี้

TAGLINE | “Volga-Volga ของ Grigori Aleksandrov ถึงพล็อตเรื่องจำดูสับสนวุ่นวาย แต่ความสนุกสนานขบขับ และความไพเราะของบทเพลง ทำให้หนังดูไม่เบื่อเลย”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE 

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of