Hedgehog in the Fog

Hedgehog in the Fog (1975) USSR : Yuri Norstein ♥♥♥♥♡

เม่นแคระ (Hedgehog) พลัดหลงทางเข้าไปในละอองหมอก มันช่างเป็นสถานที่ที่มีความลึกลับ หวาดสะพรึง ต้องเผชิญหน้ากับ(ความกลัวของ)ตนเอง ถึงสามารถค้นหาหนทางออก พบเจอเป้าหมายชีวิต, มาสเตอร์พีซแห่งวงการอนิเมชั่น และเป็นที่โปรดปรานของ Hayao Miyazaki

Midway upon the journey of our life
I found myself within a forest dark,
For the straightforward pathway had been lost.

Dante Alighieri (1265-1321) บทกวีจากวรรณกรรม Inferno, Canto I ส่วนหนึ่งของ Divine Comedy (1308-21)

มันไม่ใช่ว่าอนิเมชั่น Hedgehog in the Fog (1975) ได้แรงบันดาลใจจากวรรณกรรมทัวร์นรกของ Dante แต่ย่อหน้าแรกอันเลื่องชื่อ โดยไม่รู้ตัวสอดคล้องกับการผจญภัยของเจ้าเม่นแคระ ซึ่งบางคนอาจตีความละอองหมอกไม่ต่างจากขุมนรก พบเจอสรรพสัตว์ชั่วร้าย ก่อนข้ามแม่น้ำ Styx ราวกับการถือกำเนิดชีวิตใหม่

เอาจริงๆผมไม่ค่อยแน่ใจว่าอนิเมชั่นเรื่องนี้เหมาะสำหรับเด็กไหม? เพราะการออกแบบตัวละครทำออกมาได้อัปลักษณ์พิศดาร บรรยากาศภายในละอองหมอก ช่างดูลึกลับ ชวนขนหัวลุก และเพลงประกอบช่วยเสริมความหลอกหลอน แต่โดยไม่รู้ตัวถ้าคุณสามารถเผชิญหน้าความกลัว เอาชนะตัวตนเอง (แบบเดียวกับเจ้าเม่นแคระ) อาจปรับเปลี่ยนแนวคิด ค้นพบเจอเป้าหมาย/ความหมายชีวิต

เมื่อตอนเจ้าเม่นแคระก้าวย่างเข้าไปในละอองหมอก ไม่ใช่แค่บรรยากาศหลอกหลอน ดูไปสักพักผมเริ่มเกิดความเอะใจ เห้ย! มันทำออกมาได้ยังไง? นี่ไม่ใช่อนิเมชั่นสามมิติ พึ่งพา CG (Computer Graphic) แต่เป็นเพียง Cut-Out Animation นำเอาวัตถุสองมิติมาประกอบร่างให้สามารถขยับเคลื่อนไหว แล้วความขมุกมัว เดี๋ยวเบลอเดี๋ยวชัด เดินเข้าเดินออก เลือนหายไปกับละอองหมอง ใช้เทคนิค ลูกเล่น วิธีการอันใด? ยิ่งรับชมยิ่งรู้สึกชื่นชอบ หลงใหล คลั่งไคล้ แฝงแนวคิดปรัชญาลุ่มลึกล้ำ ต้องยกย่องระดับมาสเตอร์พีซ หนึ่งในอนิเมชั่นยอดเยี่ยมที่สุดแห่งวงการภาพยนตร์

เกร็ด: Hedgehog in the Fog (1975) ได้รับการโหวตอันดับ #1 ในชาร์ท Top 150 Japanese and World Animation จัดอันดับโดยนักอนิเมเตอร์ & นักวิจารณ์จำนวน 140 คน ที่เข้าร่วมเทศกาลอนิเมชั่น Laputa Animation Festival เมื่อปี ค.ศ. 2003 (เทศกาลนี้ยกเลิกจัดงานตั้งแต่ปี 2011)


Yuri Borisovich Norstein, Ю́рий Бори́сович Норште́йн (เกิดปี 1941) ผู้กำกับ/นักอนิเมเตอร์ สัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Andreyevka, Penza Oblast ในครอบครัวเชื้อสาย Jews ระหว่างที่มารดาพร้อมพี่ๆกำลังอพยพหลบหนีสงคราม (ส่วนบิดาออกรบแนวหน้า) ภายหลังปักหลักอยู่ Maryina Roshcha, Moscow ตั้งแต่เด็กมีความหลงใหลในงานศิลปะ โตขึ้นเคยทำงานช่างไม้ ณ โรงงานเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเข้าเรียนคอร์สอนิเมชั่นของสตูดิโอ Soyuzmultfilm แล้วได้รับว่าจ้างงาน เริ่มจากทำอนิเมเตอร์ Who Said “Meow”? (1962), ร่วมกำกับอนิเมชั่นเรื่องแรก 25th October, the First Day (1968) เฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี October Revolution (1908)

สำหรับผลงานแจ้งเกิด The Battle of Kerzhenets (1971) ร่วมงานผกก. Ivan Ivanov-Vano เล่าเรื่องปรับปราในยุคกลาง (Middle Ages) กล่าวถึงตำนานเมือง Kitezh ที่สามารถจมลงใต้น้ำเพื่อหลบซ่อนจากการโจมตีของชาว Mongols (เมือง Kitezh ได้รับฉายา Russian Atlantis) แต่ไฮไลท์ของอนิเมชั่นคือการต่อสู้รบระหว่างกองทัพทั้งสอง โดยงานศิลป์นำแรงบันดาลใจจากภาพวาดศิลปะช่วงศตวรรษ 14th-16th ทำออกมาในลักษณะ Cut-Out Animation (หลายๆช็อตชวนให้ผมนึกถึงผลงานของ Andrei Rublev)

The Battle of Kerzhenets (1971): https://www.youtube.com/watch?v=fWKOvaDkxPc

ยังมีอีกสองผลงานของผกก. Norstein ที่อยากแนะนำให้รับชม The Fox and the Hare (1973) และ The Heron and the Crane (1974) เพื่อจักได้พบเห็นพัฒนาการ การสะสมประสบการณ์ สไตล์ลายเซ็นต์ ก่อนสรรค์สร้างสองผลงานโลกตะลึง Hedgehog in the Fog (1975) และ Tale of Tales (1979)

อนิเมชั่นทั้งสองเรื่องต่างดัดแปลงมาจากนิทานพื้นบ้านรัสเซีย (Russian Folk Tale) รวบรวมอยู่ในหนังสือ Explanatory Dictionary of the Living Great Russian Language (1863-) ของ Vladimir Dal (1801-72) นำเสนอความขัดแย้งระหว่างสองตัวละครตามชื่อ สุนัขจิ้งจอก vs. กระต่ายป่า, นกกระยาง vs. นกกระเรียน ที่จะแฝงสาระข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

The Fox and the Hare (1973): https://www.youtube.com/watch?v=9FUzM7KbPZg
The Heron and the Crane (1974): https://www.youtube.com/watch?v=BuobSn9jA5M

เมื่อปี ค.ศ. 1974, ระหว่างกำลังสรรค์สร้าง The Heron and the Crane (1974) ผกก. Norstein ได้รับการติดต่อจาก Sergei Grigorievich Kozlov, Сергей Григорьевич Козлов (1939-2010) นักกวี/นักเขียนเทพนิยายชื่อดัง ด้วยความชื่นชอบประทับใจผลงาน The Fox and the Hare (1973) จึงพยายามชักชวนให้เลือกดัดแปลงวรรณกรรมของตนเองเป็นอนิเมชั่น

หลังเสร็จสร้าง The Heron and the Crane (1974) ผกก. Norstein จึงทะยอยอ่านหนังสือของ Kozlov ก่อนตัดสินใจเลือก Ёжик в тумане อ่านว่า Yózhik v tumáne แปลตรงตัว Hedgehog in the Fog เล่าเหตุผลระหว่างการอ่าน บังเกิดภาพจินตนาการ พบเห็นสไตล์อนิเมชั่นที่อยากสรรค์สร้าง (หนังสือของ Kozlov มีเพียงตัวหนังสือ ไร้ซึ่งภาพวาดประกอบ)

I just felt the fairy tale spatially… As if somewhere far away, behind the thin amalgam of the screen there is a sphere from where the sound comes here and turns into an image.

Yuri Norstein

บทอนิเมชั่นที่ผกก. Norstein พัฒนาขึ้นกับ Kozlov มีการปรับแก้ไขจนแตกต่างจากต้นฉบับโดยสิ้นเชิง! จากเคยเต็มไปด้วยข้อความบรรยายยาวๆ (Literary Script) หลงเหลือเพียงคำอธิบายสั้นๆในลักษณะ ‘Impressionist’ จำพวกรายละเอียด องค์ประกอบ ภาพร่างตัวละคร ยกตัวอย่างข้อความที่ใช้ “logs overgrown with velvety mold”, “the rustle of falling earth”, “dry autumn leaf”, “hot mouth of a dog” ฯ

บทอนิเมชั่นที่แทบไม่มีรายละเอียดใดๆ เมื่อยื่นเสนอผ่านกองเซนเซอร์ Goskino ได้รับความเห็น ‘boring story’ และถูกตั้งคำถามว่าต้องการทำอะไร? คำตอบของผกก. Norstein อ้างอิงบทกวีจากวรรณกรรม Dante: Divine Comedy

Midway upon the journey of our life
I found myself within a forest dark,
For the straightforward pathway had been lost.

Dante Alighieri (1265-1321) บทกวีจากวรรณกรรม Inferno, Canto I ส่วนหนึ่งของ Divine Comedy (1308-21)

เจ้าเม่นน้อย (Hedgehog) ทุกค่ำคืนจะออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนลูกหมีขี้บ่น (Bear-Cub) นั่งบนขอนไม้ พูดคุย จิบชา นับดวงดาวบนท้องฟ้า

ค่ำคืนหนึ่งเจ้าเม่นน้อยได้นำเอาแยมราสเบอรี่ติดตัวไปด้วย โดยไม่รู้ตัวนกเค้าอินทรียูเรเซีย (Eagle-Owl) แอบย่องติดตามด้วยสายตาอันชั่วร้าย จนกระทั่งมาถึงบริเวณละอองหมอก มองอะไรแทบไม่เห็น พลัดหลงออกจากเส้นทาง แต่ลิบๆนั่นมีม้าสีขาว เงาช้างตัวใหญ่ ค้างคาวโบยบิน หอยทางคลานจากใบไม้ ฯ พยายามตะโกนโหวกเหวกถามทาง จนกระทั่งพลัดตกลงแม่น้ำ ได้รับความช่วยเหลือจากปลาใหญ่ และในที่สุดก็มาถึงบ้านลูกหมี นั่งจิบชา ทานแยมราสเบอรี่ อดไม่ได้ครุ่นคิดถึงการผจญภัยพานผ่านมา


ผกก. Norstein มีความหลงใหลในงานศิลปะอย่างมากๆ งานออกแบบของ Hedgehog in the Fog (1975) รับอิทธิพลจากผลงานจิตรกรเลื่องชื่อมากมาย อาทิ Van Gogh, Rembrandt, Picasso, Georges Braque, Paul Klee, Hieronymus Bosch, ฟากฝั่งเอเชียก็อย่าง Katsushika Hokusai, Hasegawa Tōhaku, Guo Xi, Ma Yuan, Zhu Da ฯ

เจ้าเม่นน้อย (Hedgehog) นักวิจารณ์ให้ข้อสังเกตว่าอาจมีต้นแบบจากนักเขียน Lyudmila Petrushevskaya แต่ผกก. Norstein ยืนกรานว่าเธอไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย (เป็นการเชื่อมโยงมั่วซั่วสุดๆ) แล้วอธิบายถึงความพยายามร่างแบบกว่าร้อยภาพ ซึ่งต้องแยกชิ้นส่วน องค์ประกอบ สำหรับทำเป็น Cut-Out Animation แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้แบบอย่างที่ต้องการ จนกระทั่งศรีภรรยา Francesca Yarbusova เข้ามาปรับแต่งเล็กๆน้อย นำแรงบันดาลใจจากภาพวาด The Zvenigorod Saviour (1410) ของ Andrei Rublev (1360-1430) จิตรกรเอกชาวรัสเซียแห่งยุคกลาง (Medieval Art)

เกร็ด: นอกจาก The Zvenigorod Saviour (1410) อีกสองภาพขวามือคือผลงานของ Paul Klee (1879-1940) จิตกรสัญชาติ Swiss-German มีชื่อเสียงจากผลงาน Expressionism, Cubism และ Surrealism ภาพแรกคือ Little Jester in a Trance (1929) และภาพสอง The Clown (1929) ต่างก็ให้ความรู้สึกเหมือนเจ้าเม่นน้อย รวมถึงบรรดาตัวละครหน้าขนทั้งหลาย

แวบแรกผมครุ่นคิดว่านกฮูก แต่แท้จริงแล้วมันคือนกเค้าอินทรียูเรเซีย (Eurasian Eagle-Owl) หรือนกเค้าแมวอินทรีสายพันธุ์ยูเรเซีย อาศัยอยู่ในพื้นที่ของทวีป Eurasia (Europe + Asia) เป็นนักล่าขนาดใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุด ความยาวของลำตัวอยู่ที่ 61-91 เซนติเมตร หนักประมาณ 2.2-3.6 กิโลกรัม

ท่าทางของเจ้านกเค้าอินทรียูเรเซีย ดูมีความสนอกสนใจในเจ้าเม่นน้อย แอบย่องติดตามหลัง ท่าทางยื้อๆยักๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้ บอกไม่ได้ว่ามาดีหรือร้าย เหมือนเฝ้ารอคอยเวลา หาจังหวะสบโอกาส แต่ระหว่างเดินผ่านแอ่งน้ำและบ่อน้ำ พบเห็นภาพสะท้อน(ในแอ่งน้ำ)และเสียงสะท้อน(ในบ่อน้ำ) โดยไม่รู้ตัวดึงดูดความสนใจไปจากเจ้าเม่นน้อย

The owl is the same as the hedgehog, only in reverse. It is just as simple-mined, only bad.

Yuri Norstein

เกร็ด: บ่อน้ำอีกแล้วหรือนี่?? เป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ Ivan’s Childhood (1962) ของผกก. Andrei Tarkovsky

ยังมีสัตว์หน้าขนอีกตัวหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่ มันคือเจ้า Cocker Spaniel สุนัขพันธุ์ขนาดกลาง มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสเปน (Spain) จัดเป็นสุนัขนักล่า มีความคล่องแคล่วในการล่านก Woodcock นิสัยอ่อนโยน ขี้เล่น ชอบกระโดดโลดเต้น เต็มไปด้วยความกระตือรือล้น สามารถเข้ากับคนอื่นได้ดี แถมอายุยืนยาวนานอีกต่างหาก

ผมติดใจตรงคีย์เวิร์ด ‘สุนัขนักล่า’ คล้ายๆกับเจ้านกเค้าอินทรียูเรเซีย ท่าอ้าปากหาวช่างดูน่าหวาดสะพรึง แต่มันกลับแสดงความเป็นมิตรกับเจ้าเม่นน้อย ขี้เล่นซุกซน แถมยังช่วยติดตามหาถุงผ้าใส่แยมราสเบอรี่ แล้วนำมาส่งมอบคืนให้ อัธยาศัยดีงามอย่างคาดไม่ถึง! … ถือได้ว่าเป็นตัวละครสะท้อนเจ้านกเค้าอินทรียูเรเซีย นักล่าเหมือนกันแต่อุปนิสัยแตกต่างตรงกันข้าม

ยังมีสามสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ไม่ใช่สัตว์หน้าขน ในมุมมองเจ้าเม่นน้อย พวกมันช่างมีความสง่างาม น่าเกรงขาม สร้างความลุ่มหลงใหล เหนือจินตนาการเกินกว่าเข้าใจ (แต่ผู้ชมสามารถรับรู้ได้ว่ามันคืออะไร)

  • ม้าขาว แม้ท่ามกลางละอองหมอก ยังพอมองเห็นรูปร่างหน้าตา สร้างความลุ่มหลงใหล กลายเป็นภาพจดจำฝังใจเจ้าเม่นน้อย ช่างมีความงดงาม ‘unearthly beauty’ ถึงขนาดเก็บนำไปครุ่นคิดจินตนาการ
    • นอกจากอ้างอิงถึงผลงานผกก. Tarkovsky, ในปรัมปรา West Slavic มีความเชื่อว่าม้าขาวทำหน้าที่นำทางจิตวิญญาณสู่โลกหลังความตาย
  • ช้างยักษ์ เป็นสัตว์ที่มีขนาดตัวใหญ่มหึมายิ่งกว่าม้าขาว จึงพบเห็นเพียงเค้าโครงอันเลือนลาง ในมุมของเจ้าเม่นตัวกระจิดริด ย่อมไม่สามารถครุ่นคิดจินตนาการ เหนือเกินกว่าตนเองจะรับรู้เข้าใจ
  • ปลาในแม่น้ำ นี่ก็เป็นสัตว์อีกชนิดที่เจ้าเม่นน้อยมองไม่เห็น (เพราะมันอยู่ในน้ำ) ไม่สามารถครุ่นคิดจินตนาการ (ผู้ชมก็มองแทบไม่เห็นรูปร่างหน้าตา) ได้ยินเพียงเสียงพูดคุยสื่อสาร โดยไม่รู้ตัวบังเกิดความสัมพันธ์ แถมอีกฝ่ายยังให้ความช่วยเหลือพาขึ้นฝั่ง
    • เอ็ฟเฟ็กของน้ำ เห็นว่าใช้น้ำจริงๆ เพราะมันยังไม่มีเทคนิคที่จะออกมาให้ดูสมจริงขนาดนั้น

สัตว์ทั้งสามชนิดคือตัวแทนสิ่งที่เจ้าเม่นน้อยไม่สามารถรับรู้เข้าใจ (ระดับมหภาค) เกินกว่าขอบเขตศักยภาพตนเองจะมองเห็น คล้ายๆจิตวิญญาณ เทพยดา พระเป็นเจ้า ฯ ต่างเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ เกินกว่ามนุษย์จักครุ่นคิดจินตนาการ

ตรงกันข้ามกับสามสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา หอยทาก ค้างคาว หิ่งห้อย ต่างมีขนาดตัวเล็กกว่าเจ้าเม่นน้อย แต่เต็มไปด้วยความลึกลับ น่าหวาดสะพรึง พิศวงสงสัยไม่แตกต่างกัน

  • การปลิดปลิวของใบไม้ ทำให้เจ้าเม่นน้อยถึงขนาดปิดตา ตัวสั่น ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอพบเห็นหอยทากค่อยๆคลืบคลานจากไป เพราะขนาดตัวเล็กกว่า ไร้พิษภัย จึงคลายอาการหวาดกังวล … สัญลักษณ์ของความกลัวก็ได้กระมัง
  • ค้างคาวคือสัตว์ปีก ขนาดตัวเล็กกว่าเจ้าเม่นน้อย แต่จู่ๆก็บินโฉบเข้ามา แม้ไม่เป็นอันตรายสักเท่าไหร่ กลับสร้างความรู้สึกหงุดหงิด รำคาญใจ ทำไมต้องก่อกวนฉันด้วย
  • หิ่งห้อย (จะรวมถึงแมลงเม่าช่วงท้ายเรื่องด้วยก็ได้) คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจิ๋ว ไม่ได้มีอันตราย หรือเข้ามาก่อนกวนใจ แต่ด้วยลักษณะเหมือนดวงไฟ สร้างความพิศวง ลุ่มหลงใหล มองตามจนกระทั่งสูญหายไป

เฉกเช่นเดียวกับสามสัตว์ขนาดใหญ่มหึมา สามสัตว์ขนาดเล็กจิ๋ว ตัวแทนของสิ่งที่เจ้าเม่นน้อยไม่สามารถรับรู้เข้าใจ (ระดับจุลภาค) แต่สามารถมองเห็น จับต้องได้ ไร้พิษภัย แต่ก็เกินกว่าขอบเขตศักยภาพตนเองจะทำความเข้าใจ

แซว: หลังเสร็จจาก Tale of Tales (1979) ผกก. Norstein สรรค์สร้างโปรเจคเรื่องใหม่ The Overcoat แต่ด้วยความโหยหาความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) ทำงานเชื่องช้าจนถูกไล่ออกจากสตูดิโอ Soyuzmultfilm เลยต้องเก็บหอมรอมริด ใช้ทุนส่วนตัว ปัจจุบัน ค.ศ. 2023 ก็ยังสร้างไม่เสร็จ (แต่น่าจะใกล้แล้วละ) จนได้รับฉายา The Golden Snail

สุดท้ายกับตัวละครลูกหมีขี้บ่น (ตรงกันข้ามกับเจ้าเม่นน้อยที่แทบไม่ได้ปริปากอันใด) มาถึงก็เอาแต่พร่ำพูดเพ้อเจ้อ ฟังไม่ได้สดับ ผมเองขณะนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง สภาพไม่ต่างจากเจ้าเม่นน้อย ดวงตาพองโต เหม่อล่องลอย จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะยังคงครุ่นคิดทบทวนสิ่งต่างๆ พร่ำเพ้อจินตนาการถึงม้าขาว ช่างมีความงดงาม น่ามหัศจรรย์ใจยิ่งนัก

วันก่อนผมนั่งไล่ชม Golden Collection ของ Soyuzmultfilm แล้วยังติดตากับ Winnie-the-Pooh (1969) ฉบับรัสเซียที่ออกแบบเจ้าหมีอ้วน Winnie Pooh ได้น่ารักน่าชัง น่าจดจำกว่าฉบับของ Walt Disney ชวนให้นึกถึงลูกหมีตัวนี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว

Winnie-the-Pooh (1969): https://www.youtube.com/watch?v=ApfKv8Kx4oI

ในส่วนของภาพพื้นหลัง ผกก. Norstein รับอิทธิพลมาจากภูมิทัศน์จีน (Chinese Art) ผลงานศิลปะของ Guo Xi (1020-90), Ma Yuan (1160/65-1225), Zhu Da (1626–1705) ซึ่งมีความโดดเด่นในลวดลายเส้น ต้นไม้ ลำธาร ขุนเขา ดูราวกับมีชีวิต และมักมีพื้นที่ว่างสำหรับเติมเต็มจินตนาการ

The Eastern principle of painting differs in that it reveals a lot of empty space-unpainted and unfilled fragments-while Western paintings are completely covered in paint and detail. Thus, the contemplator is invited to think of emptiness.

Yuri Norstein

ภาพวาดที่ผมนำมาประกอบด้วย

  • Guo Xi: Early Spring (1072)
  • Ma Yuan: Dancing and Singing (Peasants Returning from Work) (1160-1225)
  • Ma Yuan: Walking on a Mountain Path in Spring

ในส่วนของละอองหมอก นำแรงบันดาลใจจากภาพวาด 松林図 (1595), อ่านว่า Shōrin-zu byōbu, แปลว่า Pine trees [สังเกตตัวอักษรญี่ปุ่น 林 มีลักษณะเหมือนต้นไม้] ผลงานของ Hasegawa Tōhaku (1539-1610) จิตรกรชาวญี่ปุ่น สองภาพนี้ถือเป็นทรัพย์สมบัติแห่งชาติ (National Treasure)

แต่ต้นไม้สูงใหญ่ (World Tree) ที่พบเห็นในอนิเมชั่น เห็นว่าผกก. Norstein นำแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Solaris (1972) ของผกก. Andrei Tarkovsky จะว่าไปตัวละครของ Donatas Banionis ก็เคยออกเดินเล่นในสวน ท่ามกลางหมอกควัน พานผ่านต้นไม้ใหญ่ (สัญลักษณ์ของธรรมชาติ องค์ความรู้ ศูนย์กลางสรรพชีวิต) ทำกระเป๋าหล่นหาย พบเห็นม้าขาว และไปสิ้นสุด ณ หนองน้ำ … เหมือนเป๊ะเลยนะเนี่ย!

ถ่ายภาพโดย Aleksandr Borisovich Zhukovskiy, Александр Борисович Жуко́вский (1933-99) ตากล้องสัญชาติรัสเซีย โตขึ้นร่ำเรียนศิลปะยัง Moscow Theater and Art School ตามด้วยสาขาการถ่ายภาพ All-Union State Institute of Cinematography (VGIK) จบออกมาทำงาน Make-Up Artist ที่สตูดิโอ Mosfilm ก่อนย้ายมาเป็นผู้ช่วยตากล้อง Soyuzmultfilm Studio เคยทำงาน Tsentrnauchfilm Studio ถ่ายทำสารคดี หนังสั้น ก่อนหวนกลับมา Soyuzmultfilm ร่วมงานผกก. Yuri Norshtein ตั้งแต่ The Heron and the Crane (1974), Hedgehog in the Fog (1975) ฯ

แม้ว่า Zhukovskiy จะพอมีประสบการณ์ถ่ายทำอนิเมชั่นมาบ้าง แต่การร่วมงานผกก. Norshtein พวกเขาจำเป็นต้องครุ่นคิดหาวิธีการถ่ายทำรูปแบบใหม่! ทำการก่อสร้างคานไม้ ติดตั้งกล้องไว้เบื้องบน แสงไฟอยู่ด้านข้าง เพื่อให้นักอนิเมเตอร์สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เพียงแค่วางโมเดลกระดาษ Cut-Out Animation ลงบนโต๊ะเท่านั้น! ดูตามภาพร่างเอาเองแล้วกันนะครับ

He was more than a cinematographer, more than a cameraman. He humanized space. I can’t say “he filmed.” No. He influenced the camera with his whole being, with his whole composition on the light, on the film, on the drawing. He spiritualized ordinary glass, ordinary celluloid. For him, there was no difference between a huge pavilion and a cartoon machine.

Yuri Norshtein

สิ่งที่ถือว่าคือความยิ่งใหญ่ เปิดโลกทัศน์ใบให้ให้กับผู้ชม ก็คือลูกเล่นละอองหมอก ‘fog effect’ ซึ่งช่วยสร้างมิติ ความตื้น-ลึกให้กับอนิเมชั่นได้อย่างน่ามหัศจรรย์! ซึ่งวิธีการที่ตากล้อง Zhukovskiy และผกก. Norstein ครุ่นคิดขึ้นมานั้น ไม่ได้มีความสลับซับซ้อนอะไร เพียงใช้กระดาษฝ้าบางๆ วางซ้อนเบื้องหน้า-หลังชิ้นส่วนนั้นๆ (ที่จะให้เบลอหรือชัด)

ถ้าจะอธิบายโดยละเอียด ควรต้องทำความเข้าใจ Cut-Out Animation คือการวาดภาพลงบนกระดาษ(แข็ง) ตัดแปะชิ้นส่วนต่างๆ แขน-ขา ใบหน้า ริมฝีปาก สำหรับใช้ในการขยับเคลื่อนไหว (แบบเดียวกับหนังตะลุง หุ่นเชิดเงา ฯ) แต่แทนที่เราจะเชื่อมโยงอวัยวะต่างๆเข้าด้วยกัน ก็นำกระดาษฝ้ามาวางซ้อนทับ คั่นระหว่างลำตัว-แขนขา ทำให้บางส่วนเบลอ บางส่วนคมชัด เกิดความตื้นลึกหนาบาง

คลิป Masterclass สอนวิธีทำอนิเมชั่นของ Yuri Norstein: https://www.youtube.com/watch?v=yYmN-3jmzxI

I put the hedgehog character on a white background and covered it on top with a thin sheet of thin tracing paper – but very thin, so thin that when you put it close to the hedgehog – you can’t see that the hedgehog is behind this thin sphere. And then I started to lift this sheet, and the hedgehog suddenly blurred and disappeared in the fog, and the projection was going on the screen.

แกะจากคำอธิบายของ Yuri Norstein

ปล. ฟากฝั่ง Walt Disney มีการประดิษฐ์สร้างอุปกรณ์ด้วยแนวคิดคล้ายๆเดียวกันนี้ชื่อว่า Multiplane Camera แต่จะแบ่งแยกชั้นด้วยกระจกใส มีกลไกขยับขึ้นลง กล้องเลื่อนซ้าย-ขวา หน้า-หลัง ไม่ต้องปีนป่ายขึ้นไปด้านบน, อุปกรณ์จากฟากฝั่งสหภาพโซเวียตนี้ แทบจะเรียกได้ว่า ‘Home Made’ ทำจากวัสดุบ้านๆ ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน ผลลัพท์ขึ้นอยู่กับศิลปินสรรค์สร้างผลงาน

สิ่งที่น่าจะมีความยุ่งยาก ท้าทาย สลับซับซ้อนที่สุดของอนิเมชั่น ก็คือการถ่ายทำต้นไม้ใหญ่ (World Tree) ไม่ใช่แค่แบ่งแยกรายละเอียดออกเป็นชั้นๆ (มากสุดที่ 4 เลเยอร์) เพื่อให้เกิดมิติละอองหมอก แต่ยังลีลาถ่ายทำเคลื่อนเลื่อนจากเปลือกไม้ เงยหน้าขึ้นเห็นลำต้น กิ่งก้าน ต้นสูงใหญ่ (แถมกล้องยังมีการหมุนวนรอบเล็กๆอีกต่างหาก) สร้างความตื่นตา มหัศจรรย์ใจ

To shoot the tree, it was divided into several parts. From a certain position, the camera shot glass tiers on which the trunk and branches were drawn. In order to get the effect of a rotating tree, it was necessary to rotate the glass with the branches, while the flat trunk remained stationary. It was important not to touch the glasses, because the best filter is the natural layer of dust.

Yuri Norstein

ตัดต่อโดย Nadezhda Trescheva (เกิดปี 1936) ทำงานในสังกัดสตูดิโอ Soyuzmultfilm Studio ร่วมงานขาประจำผกก. Yuri Norstein ตั้งแต่ The Fox and the Hare (1973), The Heron and the Crane (1974), Hedgehog in the Fog (1975) และ Tale of Tales (1979)

แม้อนิเมชั่นจะมีความแค่สิบกว่านาที แต่ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดการผจญภัย ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองเจ้าเม่นน้อย (Hedgehog) ยามค่ำคืนออกเดินทางไปเยี่ยมเยียนลูกหมี (Bear-Cub) แต่วันนี้ต้องพานผ่านละอองหมอก สถานที่แห่งความลึกลับ พิศวง จดจำไปจนวันตาย

  • อารัมบท, เจ้าเม่นน้อยก้าวออกเดินทาง แอบติดตามด้วยนกเค้าอินทรียูเรเซีย ก็ไม่รู้มาดีหรือมาร้าย
  • หลงทางในละอองหมอก
    • ก่อนก้าวเข้าสู่ละอองหมอก พบเห็นม้าขาวตัวใหญ่ บังเกิดความลุ่มหลงใหล
    • พอเข้าสู่ละอองหมอกไม่นาน เจ้าเม่นน้อยก็พลัดหลงทาง เกิดอาการหวาดสะพรึงกลัวใบไม้ร่วงหล่น ก่อนพบเห็นหอยทากคืบคลานจากไป
    • พบเห็นเงาเลือนลางของช้าง ม้าขาวยื่นหน้าเข้าหา ค้างคาวบินมาก่อกวน นกเค้าอินทรียูเรเซียก็เช่นเดียวกัน
    • คลำทางไปจนถึงต้นไม้ใหญ่ แล้วตระหนักว่าทำถุงผ้าใส่แยมราสเบอรี่หล่นหาย
    • พยายามคลำทางออกติดตามหา ได้หิ่งห้อยช่วยนำทาง แต่ไม่นานทุกสิ่งอย่างก็ปกคลุมด้วยความมืดมิด
    • สารพัดสิ่งลี้ลับในเงามืด ร้อยเรียงมาสร้างความหวาดกลัวให้เจ้าเม่นน้อย
    • ก่อนได้รับความช่วยเหลือจากสุนัข Cocker Spaniel ทั้งยังนำถุงผ้าใส่แยมราสเบอรี่มามอบคืนให้
    • พลัดตกลงแม่น้ำ ได้รับความช่วยเหลือจากปลาใหญ่ จนสามารถไปถึงฟากฝั่งฝัน
  • ปัจฉิมบท, เดินทางมาถึงบ้านลูกหมี นั่งลงบนขอนไม้ จิบชา ทานแยมราสเบอรี่ เหม่อมองท้องฟ้า จินตนาการถึงม้าขาวที่ได้พบเจอ

ช่วงท้ายของอนิเมชั่นจะมีช็อตน่าพิศวงอยู่ครั้งหนึ่ง ตำแหน่งของเจ้าเม่นน้อยและลูกหมี จู่ๆพวกเขาสลับที่นั่งกัน นั่นเป็นความจงใจของผกก. Norstein ให้เหตุผล “not to break the plasticity of the still frame” แต่บรรดาผู้ชม/นักวิจารณ์กลับมองเป็นความผิดพลาด เรียกการกระทำดังกล่าว ‘unprofessionalism’

เพลงประกอบโดย Mikhail Alexandrovich Meyerovich, Михаи́л Алекса́ндрович Мееро́вич (1920-93) คีตกวีสัญชาติรัสเซีย เกิดที่ Kyiv ก่อนย้ายติดตามครอบครัวมายัง Moscow โตขึ้นเข้าศึกษายัง Moscow Conservatory ร่ำเรียนเปียโนและแต่งเพลง จบออกมาสอนดนตรีอยู่สามปี จากนั้นเริ่มแต่งเพลงซิมโฟนี ออร์เคสตรา โซนาตา อุปรากร บัลเล่ต์ เพลงประกอบภาพยนตร์ อนิเมชั่น ร่วมงานขาประจำผกก. Yuri Norstein ตั้งแต่ The Fox and the Hare (1973), The Heron and the Crane (1974), Hedgehog in the Fog (1975) และ Tale of Tales (1979)

Meyerovich ใช้เวลาถึงสองเดือนในการทำเพลงประกอบความยาวแค่ 6 นาที! นั่นเพราะในช่วงแรกๆพวกเขามีความขัดแย้ง ไม่เข้าใจกันบ่อยครั้ง จนกระทั่งผกก. Norstein ตัดสินใจนำเอาภาพร่าง Storyboard มาใช้ประกอบคำอธิบายถึงลักษณะบทเพลงที่ต้องการ

You see, I brought you a sketch so that you understand the tonality of the music. Because it’s not just about the melody, but also about the tonality seeping through the image, dissolving into it.

Yuri Norstein

อีกสิ่งหนึ่งที่ผกก. Norstein พูดคุยกับ Meyerovich คือการนำแรงบันดาลใจจากภาพวาดศิลปะ เพื่อนำมาสร้างสัมผัสบรรยากาศให้กับอนิเมชั่น

I told Meerovich about such things, showed the texture, Paul Klee’s fine amalgam, drew the plastic: here the sound seems to be gathered in one point, piercing the screen, and here it moves across the entire space of the screen and, overlapping it, then slides away, revealing something else. Suddenly something appears out of the fog and touches the Hedgehog – the sound and graphic touch coincide.

งานเพลงของ Meyerovich เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ยิบย่อยเต็มไปหมด พยายามทำออกมาให้มีความสอดคล้องเหตุการณ์ต่างๆ แทบจะ ‘frame-by-frame’ จริงๆแล้วนี่ลักษณะของ ‘Silly Symphonies’ พยายามทำให้เสียงสอดคล้องกับภาพอนิเมชั่น ความแตกต่างของ Hedgehog in the Fog (1975) ไม่ได้มุ่งเน้นความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมุ่งเน้นสร้างบรรยากาศ ถ่ายทอดปฏิกิริยาอารมณ์ กระตุ้นความรู้สึกภายใน หวาดกลัว (Fear) หลอกหลอน (Horror) ใคร่ฉงนสงสัย (Curiosity)

เจ้าเม่นน้อย ก้าวย่างเข้าไปในละอองหมอก พลัดหลงออกจากเส้นทาง เผชิญหน้าสิ่งต่างๆที่ตนเองไม่สามารถทำความเข้าใจ บังเกิดความหวาดระแวง สั่นสะพรึงกลัว อีกทั้งยังทำถุงผ้าใส่แยมราสเบอรี่หล่นหลาย แต่โชคดีได้รับความช่วยเหลือจากสรรพสัตว์แปลกหน้า จนสามารถเอาตัวรอด พบเจอหนทางออก ในที่สุดก็มาถึงบ้านลูกหมีอย่างปลอดภัย

Every day, the Hedgehog goes to the Bear Cub, but once, he walks in through the fog and comes out of it a different person. This is a story about how, under the influence of some circumstances which we are totally unaware of, our habitual state can suddenly turn into a catastrophe

Yuri Norstein

ละอองหมอก (Fog) มีความฝ้าฟาง ขุ่นมัว มองเข้าไปไม่เห็นอะไร เพียงภาพเลือนลาง เจือจาง สัญลักษณ์ของความไม่รู้เดียงสา ไม่สามารถทำความเข้าใจ สถานที่เต็มไปด้วยความลึกลับ พิศวง เหนือธรรมชาติ ราวกับโลกอีกใบ (otherworld) เกินกว่าสิ่งที่(มนุษย์)จะครุ่นคิดจินตนาการ

ในบริบทของอนิเมชั่น ผู้ชมย่อมรับรู้จักทุกสรรพสัตว์ที่ปรากฎเข้ามา แต่ให้ลองสมมติตัวเองคือเจ้าเม่นน้อย ตัวกระเปี๊ยก ละอ่อนวัย ไร้เดียงสา ตั้งแต่แรกพบเจอนกเค้าอินทรียูเรเซีย ตามด้วยม้าขาว ช้างใหญ่ หอยทาก ค้างคาว สุนัข ปลาในแม่น้ำ ฯ สัตว์ต่างสายพันธุ์ ต่างสปีชีย์ ขนาดเล็ก-ใหญ่ อาศัยอยู่บนบก-ใต้น้ำ-โบยบินบนท้องฟ้า ต่างไม่สามารถเรียนรู้จัก ทำความเข้าใจกันและกัน

ซึ่งเมื่อเราย้อนกลับมามองในมุมของมนุษย์ ยังมีอีกหลายสิ่งมากมายบนโลกใบนี้ หรือระดับสากลจักรวาล ที่ยังไม่สามารถรับรู้ ทำความเข้าใจ เกินกว่าจะครุ่นคิดจินตนาการ แต่ผู้คนสมัยนี้กลับเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ทำตัวเองเหมือนผู้ยิ่งใหญ่ สูงส่งกว่าใคร ทั้งๆที่มนุษย์เป็นแค่เพียงแค่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ ตายไปก็กลายเป็นเถ้าทุลี ค่อยๆเลือนหายตามกาลเวลา

สิ่งที่จะทำให้เจ้าเม่นน้อย (รวมถึงมนุษย์) สามารถเอาตัวรอดในละอองหมอก (จักรวาลกว้างใหญ่) คือแสงสว่างจากหิ่งห้อย (เปรียบดั่งแสงเทียนในโบสถ์) นำทางพบเจอกับสุนัข Cocker Spaniel (สัตว์ผู้พิทักษ์) แล้วได้รับความช่วยเหลือจากปลาในแม่น้ำ (พระผู้มาไถ่) ให้ราวกับกำเนิด เกิดใหม่ (Baptist) ไปถึงฟากฝั่งฝัน ดินแดนบนสรวงสวรรค์ เป้าหมายปลายทางตามความเชื่อชาวคริสเตียน

มุมมองเด็กๆเกี่ยวกับอนิเมชั่นเรื่องนี้ คงเป็นการเผชิญหน้าความหวาดกลัว พบเจอสิ่งอาจยังไม่เคยรู้จัก เรียนรู้ที่จะเอาชนะใจตนเอง (เอาชนะความหวาดกลัว) ก้าวดำเนินชีวิตด้วยความมุ่งมั่น จิตวิญญาณอันเข้มแข็ง แล้วเราจักได้รับความรัก ความเอ็นดู จนสามารถดำเนินสู่เป้าหมายปลายทาง อิ่มอร่อยกับความสำเร็จ

หลายคนอาจมีความฉงนสงสัย เรื่องราวของ Hedgehog in the Fog (1975) มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง เป็นส่วนตัวผกก. Norstein เฉกเช่นไร? การผจญภัยของเจ้าเม่นน้อย เผชิญหน้ากับสิ่งไม่รู้ ทำให้เกิดความหวาดระแวง สั่นสะพรึงกลัว สามารถสะท้อนประสบการณ์วัยเด็ก ภาพติดตาจากสงครามโลกครั้งที่สอง มารดาต้องพาลูกๆอพยพหลบหนี หาหนทางเอาตัวรอด ไม่มีใครรับรู้พรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร จะมีโอกาสพบเจอกับใคร ภายภาคหน้าช่างเต็มไปด้วยหมอกควัน มองไม่พบเห็นอะไรสักสิ่งอย่าง

I love films where there are no spectacular stories, where the idea itself is prosaic, but under the director’s thought it takes on a global character. Then we get what is called a work of art.

Yuri Norstein

ตั้งแต่ตอนยื่นเสนอโปรเจค กองเซนเซอร์ Goskino ไม่ได้มีความเชื่อมั่นว่าอนิเมชั่นเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จ หลังสร้างเสร็จจึงนำออกฉายแค่เพียงโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กๆ Rossiya Cinema ณ กรุง Moscow โดยไม่รู้ตัวผู้ชมต่อคิวซื้อตั๋ว เต็มทุกรอบยาวนานนับปี แถมเดินทางไปกวาดรางวัลตามเทศกาลหนัง/อนิเมชั่นมากมาย จนสุดท้ายทางการสหภาพโซเวียตต้องมอบรางวัล State Prize of the USSR เมื่อปี ค.ศ. 1979

เกร็ด: ในพิธิเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาว Sochi 2014 มีการกล่าวถึงบุคคล ภาพยนตร์ บทเพลง ฯ สิ่งที่ถือเป็นลายเซ็นต์/ความสำเร็จของรัสเซีย หนึ่งในนั้นก็คืออนิเมชั่น Hedgehog in the Fog (1975)

สแตมป์ Hedgehog in the Fog จัดทำขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1988

เมื่อปี ค.ศ. 2020, สตูดิโอ Soyuzmultfilm ได้ทำการรวบรวมอนิเมชั่นในสังกัดระหว่างทศวรรษ 1950s ถึง 80s มาทำการบูรณะ สแกนดิจิตอล (คุณภาพ HD) ปรับแต่งคุณภาพสี และเพลงประกอบ มีคำเรียก Golden Collection ทั้งหมดสามารถหารับชมออนไลน์ได้ทาง Youtube บางเรื่องคุณภาพ 4K ด้วยนะครับ

ส่วนตัวมีความหลงใหล คลั่งไคล้ รู้สึกอึ่งทึ่งในความมหัศจรรย์ของ Hedgehog in the Fog (1975) คาดไม่ถึงว่ายังสามารถค้นพบภาพยนตร์/อนิเมชั่นที่สามารถเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เหนือจินตนาการ เกินกว่าจะหาถ้อยคำมาบรรยาย แถมเรื่องราวยังสามารถครุ่นคิดต่อยอดไม่รู้จุดจบสิ้น

จัดเรต pg กับบรรยากาศทะมึน อึมครึม เด็กเล็กอาจเกิดความหวาดสะพรึงกลัว

คำโปรย | Hedgehog in the Fog อนิเมชั่นมาสเตอร์พีซที่มีความลึกลับ หวาดสะพรึง หลงทางในละอองหมอก แต่ต้องเผชิญหน้ากับ(ความกลัวของ)ตนเอง ถึงสามารถค้นหาหนทางออก พบเจอเป้าหมายชีวิต
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | มหัศจรรย์

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: