Zetsune no Tempest

Zetsune no Tempest

Tempest เชื่อว่าเป็นวรรณกรรมหนึ่งที่หลายคนรู้จัก แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Tempest เป็นหนึ่งในวรรณกรรมชื่อดังของ William Shakespeare เชื่อว่าอย่างน้อยทุกคนน่าจะรู้จัก Shakespeare แม้จะไม่เคยอ่านวรรณกรรมของเขามาก่อนก็ตาม เขาเป็นกวีและนักเขียนบทละครชาวอังกฤษที่ชื่อดังที่สุดในโลก Shakespeare มีผลงานกวีและบทละครมากมาย แต่ที่สร้างชื่อให้กับเขามากที่สุด เป็นเรื่องราวแนวโศกนาฏกรรม เรื่องที่ดังที่สุดของเขาคงไม่มีใครไม่รู้จัก Romeo & Juliet คำนิยมที่บ่งบอกผลงานของ Shakespeare ได้ดีที่สุดคือ “เขามิใช่เพียง (นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่) แห่งยุค แต่เป็น (นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่) ตลอดกาล” “He was not of an age, but for all time.”

โศกนาฏกรรม (Tragedy) คือ ประเภทของบทละคร ที่จะต้องลงท้ายด้วยความเศร้าหรือไม่สมหวัง ตัวเอกในเรื่องมักจะตายตอนจบ

อนิเมะที่ผมจะนำเสนอวันนี้คือ Zetsune no Tempest ชื่อภาษาอังกฤษคือ Blast of Tempest นี่เป็นอนิเมะซีรีย์ที่ผมชอบมากๆเรื่องนี้ เนื้อเรื่องมีการดัดแปลงมาจากบทละคร Tempest ของ Shakespeare ส่วนหนึ่ง ตัวละครใน Zetsune ก็มีที่มาที่ไปคล้ายกับ Tempest เป็นอย่างมาก และการลงเอยของตัวละครก็คล้ายๆกัน แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะมีเรื่องราวต่อจากตอนจบของ Tempest พอสมควร

อนิเมะเรื่องนี้ใช้การเล่าเรื่องเป็น Modern/Magical แบบอนิเมะสไตล์ญี่ปุ่น ดัดแปลงมาจาก Manga ชื่อเดียวกัน เขียนโดย Kyō Shirodaira วาดโดย Arihide Sano และ Ren Saizaki ตีพิมพ์ใน Monthly Shōnen Gangan ปัจจุบันจบแล้วที่เล่ม 10 ดัดแปลงเป็นอนิเมะโดยสตูดิโอ Bones ถือว่าเป็นสตูดิโอที่ตรงแนวมากๆ Bones ขึ้นชื่อเลยในเรื่องการดัดแปลงอนิเมะแนวโศกนาฎกรรมแบบนี้

Masahiro Ando ถือเป็นผู้กำกับที่รอบจัดคนหนึ่ง เขาเคยเป็น Key Animator ให้กับ Ghost in the Shell, Fullmetal Alchemist, Cowboy Bebop the movie กำกับอนิเมะ Canaan, Hanasaku Iroha ในครั้งนี้กับหน้าที่กำกับ Zetsune no Tempest ผมว่าเขาทำได้ดีมากๆทีเดียว โดยเฉพาะการเลือกจุดจบในแต่ละ Episode ทำให้คนดูอยากที่จะดูตอนต่อไปได้มากทีเดียว ขนาดว่าผมดูเรื่องนี้ตอนที่มันฉายจบแล้ว ช่วง Episode 6-12 นี่หยุดดูไม่ได้เลยละครับ เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ แค่ฉากคุยกันของคน 3-4 คน แต่ลากยาวได้ 3-4 Episode มันเหนือความคาดหมายจริงๆ

ผมไม่เคยอ่าน Tempest นะครับ แต่พอดู Zetsune จบ ก็แทบจะรู้เลยว่า Tempest เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ตอนจบลงเอยยังไง รวมถึงอาจจะรู้จัก Hamlet ของ Shakespeare เพิ่มด้วย หนังวนเวียนอยู่กับเรื่องราวของ 2 บทละครนี้ แม้ฉากที่เกี่ยวกับ Tempest และ Hamlet จะอยู่ใน Flashback เสียส่วนใหญ่ แต่ก็ยังสอดคล้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของเรื่องด้วย ในครึ่งแรก (ep.1-12) เป็นอะไรที่จัดเต็มมากๆ แม้ครึ่งหลังเรื่องราวจะ drop ลงพอสมควร แต่ก็ยังถือว่าเป็นบทสรุปในอนิเมะที่ลงตัวพอสมควร ผมไม่ได้ตามอ่าน manga ต่อนะครับ แต่ก็รู้สึกว่าจบแค่ในอนิเมะก็สมบูรณ์มากแล้ว

ต้องยกนิ้วให้กับทีมนักพากย์อนิเมะเรื่องนี้ด้วย นักพากย์ที่ผมชอบที่สุดคือ Kana Hanazawa เธอพากย์เป็น Aiko Fuwa หลายคนคงรู้จักเธอดีในเสียงพากย์ของ Sengoku Nadeko ใน Bakemonogatari, Akane Tsunemori ใน Psycho Pass น้ำเสียงในการพากย์ของเธอมีความหลากหลายมาก เป็นได้ทุกแนวเลย ตั้งแต่เด็กน่ารักใสๆ หญิงสาวขี้อิจฉา หรือหญิงสาวที่มีความเป็นผู้นำ สำหรับบทสองหนุ่ม Kouki Uchiyama พากย์เป็น Yoshino Takigawa และ Toshiyuki Toyonaga พากย์เป็น Mahiro Fuwa เป็นคู่ขาที่เข้ากันดีมากๆ ทั้งสองนี่ก็เป็นนักพากย์ชื่อดังเหมือนกันนะครับ และอีกคนที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ Miyuki Sawashiro พากย์ Hakaze Kusaribe นี่เป็นอนิเมะที่มีตัวละครหลัก 3+1 ตัวนะครับ

เพลงประกอบเรื่องนี้ต้องยกเครดิตให้ Michiru Ōshima เลย เพราะเขาได้นำเองเพลง Tempest ของ Beethoven มาดัดแปลง ให้เข้ากับจังหวะของหนัง ซึ่งมันใช่เลย นี่แหละ Tempest ผมไม่แน่ใจว่าตอนที่ Beethoven แต่ง Tempest ก็เพื่อบรรเลงในบทละครของ Shakespeare หรือเปล่า ไม่น่าเชื่อว่ากับเรื่องราวที่คล้ายๆกัน เพลง Tempest ก็สร้างอารมณ์ให้โศกนาฎกรรมเรื่องนี้ รู้สึกหดหู่ โหยหวน แต่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ลองฟัง Tempest ในเวอร์ชั่นของ Zetsune ดูนะครับ

ไม่ใช่แค่เพลง Tempest เท่านั้นที่ยอดเยี่ยม แต่เพลงประกอบอื่นๆ ต่างมีความไพเราะ ลึกลับ จับใจ เข้ากับโทน บรรยากาศของอนิเมะอย่างมาก ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้ใช้ออเครสต้าเต็มวงเล่นทุกเพลง ให้ความรู้สึกอลังการมากๆ

ในช่วงครึ่งแรกของอนิเมะจะเน้นภาพสีเข้มๆที่ดูหม่นๆ เข้ากับเนื้อเรื่องและอารมณ์ของ Tempest มาก ส่วนช่วงครึ่งหลังภาพโทนสีจะสดใสมากขึ้น สื่อความหมายในภาพ หลายฉากเป็นเหมือนภาพวาดดอกไม้บนกระจกตามโบสถ์ที่สะท้อนแสงลงมา มีริ้วรอย มีหนามแหลม เหมือนกุหลาบที่สวยงามแต่ซ่อนไว้ซึ่งหนามแหลม เพลง op เราจะเห็นภาพวาดที่เป็นเส้นหลายๆเส้น ลายเส้นดอกไม้ เส้นที่ลากกลายเป็นผีเสื้อ แม้แต่พระจันทร์ก็ถูกวาดเป็นลายเส้นเช่นกัน เส้นพวกนี้เหมือนกับเชือกที่มัดเราไว้เป็นหุ่น ที่จะเคลื่อนไหวได้ก็ต่อเมื่อมีคนชักใยเท่านั้น

เพลงที่ผมชอบที่สุดเป็น ed2 เพลงนี้

สิ่งที่ผมชื่นชอบในอนิเมะเรื่องนี้ คือการผสมผสานระหว่างวรรณกรรมคลาสสิค ดัดแปลงเข้ากับอนิเมะยุคใหม่ นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน และการทำแบบนั้นมันเจ๋งมาก แสดงถึงความคลาสสิคของวรรณกรรมต้นฉบับที่สามารถตีความได้ในรูปแบบที่เข้าถึงคนดูได้ง่าย แถมพ่วงมาด้วยงานเพลงที่ดัดแปลงมาจากยอดคีตกวีอีก แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดในเรื่องนี้คือเสียงของ Kana Hanazawa เธอพากย์เป็นตัวละครที่มีเสน่ห์มากๆตั้งแต่ต้นยันจบเรื่อง เป็นตัวละครที่มีความสำคัญมากๆ และน้ำเสียงของเธอ มันใช่มาก เป็นคาแรคเตอร์ตัวละครหญิงที่ผมชอบที่สุดตั้งแต่เคยดูอนิเมะมา

ถ้ามีโอกาสแนะนำให้เริ่มจากดูอนิเมะนะครับ 24 ตอนถือว่าไม่เยอะมาก ดูจบแล้วจะตามหามังงะอ่านต่อก็แล้วแต่ความชอบ

คำโปรย : “Zetsune no Tempest อนิเมะที่นำวรรณกรรมอมตะของ Shakespeare เรื่อง Tempest มาปู้ยี้ปู้ยำ กลายเป็นเรื่องราวที่ทรงพลัง ผสมผสานกับบทเพลง Tempest ของ Beethoven ทำให้อนิเมะเรื่องนี้สวยงามและยิ่งใหญ่”
คุณภาพ : SUPERB
ความชอบFAVORI

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: