The Thin Blue Line (1988)

The Thin Blue Line

The Thin Blue Line (1988) : Errol Morris ♥♥♥♥

ชายคนหนึ่งถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ทั้งๆไม่เคยกระทำความผิดใดๆ ค้นพบโดยผู้กำกับ Errol Morris ออกสืบสวนสอบสวนจนได้ข้อสรุปใหม่ ตีแผ่ออกมาในรูปแบบสารคดี พร้อมจำลองภาพเหตุการณ์คดีฆาตกรรม เพลงประกอบโดย Philip Glass สร้างความสั่นสะเทือนเลือนลั่นให้กับระบบยุติธรรม และกลายเป็นอิทธิพลทรงคุณค่ายิ่งต่อวงการภาพยนตร์

Grey Gardens (1975)

Grey Gardens

Grey Gardens (1975) : David Maysles, Albert Maysles, Ellen Hovde, Muffie Meyer ♥♥♥♥

Sunset Boulevard (1950) กับ What Ever Happened to Baby Jane? (1962) อาจชิดซ้ายไปเลยเมื่อเทียบสารคดีถ่ายทำจากเรื่องจริงของแม่-ลูก Bouvier Beale อดีตเคยเป็นนักร้อง/นักเต้น แวดวงไฮโซ แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ Grey Gardens, East Hampton สภาพรกร้าง เต็มไปด้วยแมว และตัดขาดโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Okja (2017)

Okja

Okja (2017) : Bong Joon-ho ♥♥♥♡

หมูยักษ์ (Super Pig) ถูกครุ่นคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอาหารขาดแคลน แต่กลับถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมทางจิตสำนึก มโนธรรม ทั้งๆที่บรรดาพวกเรียกร้องเหล่านั้น ก็มักรับประทานเนื้อสัตว์เป็นประจำอยู่แล้ว แบบนี้ไม่ใช่ ‘ปากว่าตาขยิบ’ หรอกหรือ?

Snowpiercer (2013)

Snowpiercer

Snowpiercer (2013) : Bong Joon-ho ♥♥♥♥

บนขบวนรถไฟแห่งชีวิตที่สามารถเรียกได้ว่า Noah’s Ark ออกเดินทางด้วยเครื่องยนต์ศักดิ์สิทธิ์ (สัญลักษณ์ของวัตถุนิยม) ใครอาศัยอยู่หัวขบวนถือว่ามีอภิสิทธิ์ชน สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ตรงกันข้ามกับสัมภาระท้ายขบวนที่ได้ขึ้นมาฟรีๆ ยังจะเรียกร้องโน่นนั่นนี่ ถามหาความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคม

Memories of Murder (2003)

Memories of Murder

Memories of Murder (2003) : Bong Joon-ho ♥♥♥♥

ความทรงจำต่อเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่อง ไม่เพียงตราฝังตรึงในความทรงจำตัวละคร ผู้กำกับ Bong Joon-ho แต่ยังชาวเกาหลีใต้ทั้งประเทศ สามารถสะท้อนได้ถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนของรัฐบาลเมื่อไม่กี่ปีก่อน ใครกันจะไปหลงลืมเลือน

Trainspotting (1996)

Trainspotting

Trainspotting (1996) : Danny Boyle ♥♥♥♥

Train-Spotting กิจกรรมจับจ้องรถไฟเคลื่อนผ่านไปมา ในมุมคนทั่วไปคงมองว่าเป็นงานอดิเรกที่โคตรไร้สาระ แต่สำหรับบุคคลกำลังมึนเมาเสพยา นั่นคือช่วงเวลาอันสุดมหัศจรรย์เหนือจินตนาการ (ผมก็อธิบายไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร) ก็เหมือนภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้คุณรู้สึกโคตรเสียเวลารับชม แต่สะท้อนวัฒนธรรม ค่านิยม และจิตวิญญาณชนชาวอังกฤษยุคสมัยนั้นออกมาได้อย่างตราตรึง

Kind Hearts and Coronets (1949)

Kind Hearts and Coronets

Kind Hearts and Coronets (1949) : Robert Hamer ♥♥♥♥

เรื่องราวชวนหัวจาก Ealing Studios เมื่อทายาทลำดับที่ 9 ของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ต้องการฮุบมรดกตระกูล เลยวางแผนเข่นฆาตกรรม Alec Guinness รับบท 8 ตัวละครนั้น ทั้งคนหนุ่ม-แก่ ชาย-หญิง บาทหลวง-นายพล ที่สุดจะสำเร็จสมหวังหรือไม่

Limelight (1952)

Limelight

Limelight (1952) : Charlie Chaplin ♥♥♥♥♡

ผลงานเรื่องสุดท้ายใน Hollywood ของ Charlie Chaplin รับบทตัวตลกสูงวัย อดีตเคยยิ่งใหญ่ ปัจจุบันไม่มีใครหัวเราะกับมุกตลกตกยุคสมัย ผู้ชมเช่นกันอาจขำไม่ออกสักเท่าไหร่ เต็มไปด้วยความสงสารเห็นใจ แจ้งเกิด Claire Bloom และได้ประชันเล็กๆกับ Buster Keaton, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Monsieur Verdoux (1947)

Monsieur Verdoux

Monsieur Verdoux (1947) : Charlie Chaplin ♥♥♥♥

Charlie Chaplin เนี่ยนะรับบท Henri Désiré Landru (1869 – 1922) ฆาตกรต่อเนื่องชาวฝรั่งเศส ได้รับฉายา ‘The Bluebeard of Gambais’ ทำการลวงล่อหลอกหญิงสาว เอื้อยคำหวาน สานสัมพันธ์สวาท เมื่อเธอพลีกายถวายทุกสิ่งอย่าง ก็จัดแจงเข่นฆาตกรรมแล้วออกหาเหยื่อรายใหม่

นางนาก (1999)

นางนาก

นางนาก (พ.ศ. ๒๕๔๒) : นนทรีย์ นิมิบุตร ♥♥♥♡

ในยุคที่หนังไทยราวกับได้ตายท้องกลม แต่ความรักของผู้สร้างยังคงอยู่นิรันดร์ พยายามรังสรรค์นำเสนอมุมมองสิ่งแปลกใหม่ คาดหวังแค่ปลุกแม่นากให้ฟื้นตื่น แต่ความสำเร็จกว่า ๑๕๐ ล้านบาท สามารถคืนชีพวงการภาพยนตร์ไทย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Parasite (2019)

Parasite

Parasite (2019) : Bong Joon-ho ♥♥♥♥

จริงๆแล้วไม่ใช่แค่คนจนหรือรวยที่เปรียบได้กับชนชั้นปรสิต แต่คือมนุษย์ทุกคนในระบอบทุนนิยม ต่างพยายามกอบโกยกิน แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน เต็มไปด้วยความโลภละโมบเห็นแก่ตัว สร้างความ’เหม็น’ฉาวโฉ่ไปทั่วทั้งโลกา รวมถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เช่นกัน, คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes อย่างเป็นเอกฉันท์

E la nave va (1983)

And the Ship Sails On

E la nave va (1983) : Federico Fellini ♥♥♥♡

And the Ship Sails On คือจินตนาการของผู้กำกับ Federico Fellini เมื่อตนเองลาลับจากโลกใบนี้ไปแล้ว ใครๆจะหวนระลึกครุ่นคิดถึงเขาเช่นไร ซึ่งก็ได้ทำการสร้างเรือสำราญทั้งลำขึ้นในโรงถ่ายสตูดิโอ Cinecittà เรียกว่าจำลองโลกทั้งใบ ใส่ผู้คนทุกระดับชนชั้น และแรดที่ไม่รู้เกี่ยวเนี่องอะไรกัน

Roma (1972)

Roma1972

Roma (1972) : Federico Fellini ♥♥♥♥

Fellini’s Roma มีลักษณะของ ‘City Symphony’ ร้อยเรียงภาพกรุงโรม นำเสนอคู่ขนานระหว่างปี 1939 (ที่ Fellini เดินทางมาเมืองหลวงครั้งแรก) และปัจจุบันนั้นทศวรรษ 70s พบเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ราวกับความเพ้อฝัน เก็บฝังไว้ใน Time Capsule ชั่วนิรันดร์

Giulietta degli spiriti (1965)

Juliet of the Spirits

Giulietta degli spiriti (1965) : Federico Fellini ♥♥♥♥

ราวกับภาคต่อของ 8½ (1963) โดยสลับจากอวตารผู้กำกับ Federico Fellini กลายมาเป็นศรีภรรยา Giulietta Masina รับบท Juliet ผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ผสมผสานระหว่างความจริง-เพ้อฝัน อดีต-ปัจจุบัน และเมื่อผีบอกว่าชายคนรักลักลอบมีชู้ ชีวิตคู่ของพวกเขาจะลงเอยเฉกเช่นไร

Il bidone (1955)

Il bidone

Il bidone (1955) : Federico Fellini ♥♥♥♡

ผลงานที่ถูกหลงลืมของ Federico Fellini เพราะโดนขนาบข้างโดย La Strada (1954) และ Le notti di Cabiria (1957), เรื่องราวของสามโจรกระจอก เก่งแต่หลอกปล้นคนจน มันช่างบดขยี้หัวจิตหัวใจผู้ชม แช่งช่างเมื่อไหร่กรรมจะสนองพวกแม้งสักที!

Lo Sceicco Bianco (1952)

The White Sheik

Lo Sceicco Bianco (1952) : Federico Fellini ♥♥♥

The White Sheik คือภาพยนตร์ฉายเดี่ยวเรื่องแรกของว่าที่ปรมาจารย์ผู้กำกับ Federico Fellini แม้ยังไม่โดดเด่นชัดสไตล์ Felliniesque แต่ตัวละครก็ราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งความเพ้อฝัน พานพบเจอบทเรียนแห่งความผิดพลาดนั้น ตื่นเช้ามาสามารถเริ่มต้นเข้าใจอะไรใหม่ๆด้วยตนเอง

Federico Fellini’s Favorite Films

Federico Fellini’s Favorite Films

รวบรวมภาพยนตร์เรื่องโปรดของปรมาจารย์ผู้กำกับ Federico Fellini ที่เป็นแรงบันดาลใจ รสนิยมและมีอิทธิพลแทรกอยู่ในผลงานต่างๆ ลองตรวจสอบกันดูเลยว่า คุณรู้จักหนังโปรดของเขากี่เรื่อง?

The Cup (1999)

The Cup

The Cup (1999) : Khyentse Norbu ♥♥♥♡

สามเณรน้อยอยากรับชมฟุตบอลโลก France ’98 ร้องขอหลวงพ่อจะตั้งใจศึกษาร่ำเรียน ถ้าอนุญาตให้ดูการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส vs. บราซิล เหตุการณ์วุ่นๆชวนหัวจึงบังเกิดขึ้น, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Seven Years in Tibet (1997)

Seven Years in Tibet

Seven Years in Tibet (1997) : Jean-Jacques Annaud ♥♥♥

ต่อให้ Brad Pitt สามารถพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลก แต่ถ้าจิตใจยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ไม่ต่างกับการถูกจับขังในค่ายกักกัน พยายามหลบหนีออกมาสักกี่ครั้ง ย่อมไม่วันค้นพบเจอความสงบสุขภายในจิตใจ, ท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านต้นฉบับหนังสือชีวประวัติเรื่องนี้ จดบันทึกสั้นๆว่า ‘ดีมาก’

Kundun (1997)

Kundun

Kundun (1997) : Martin Scorsese ♥♥♥

ความสนใจในทะไลลามะที่ 14 ของ Matin Scorsese ไม่ใช่เรื่องศาสนา วัฒนธรรม หรือการเวียนว่ายตายเกิด แต่คือทัศนะทางการเมือง ปฏิเสธใช้ความรุนแรงตอบโต้รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน แม้นั่นจะทำให้ต้องหลบลี้หนีภัยสู่อินเดีย แต่ก็คาดหวังสักวันจะได้หวนกลับคืนทิเบต