Gandhi (1982)

Gandhi

มหาตมา คานธี พยายามอย่างยิ่งจะใช้หลัก ‘อหิงสา’ ไม่เบียดเบียน ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา แต่ท้ายสุดก็มิอาจเอาชนะสันดานธาตุแท้มนุษย์ ถูกเข่นฆาตกรรมโดยผู้มีความครุ่นคิดเห็นต่าง ปัจจุบันหลงเหลือเพียงตำนานลือเล่าขาน ค่อยๆถูกหลงลืมเลือนไปตามกาลเวลา, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Die Nibelungen (1924)

Die Nibelungen

มหากาพย์แฟนตาซี Nibelungenlied เกี่ยวกับการเดินทางของนักฆ่ามังกร Siegfried ตกหลุมรักครองคู่สาวงาม Kriemhild แล้วกลับถูกพี่เขย/พี่ร่วมสาบาน King Gunther ทรยศหักหลักเข่นฆ่าตกตาย เพื่อจะได้มีโอกาสแก้แค้นคืนให้คนรัก เธอยินยอมกระทั่งแต่งงานใหม่กับ King Etzel ผู้มีหน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยป่าเถื่อนดุร้าย

The Four Horsemen of the Apocalypse (1921)

The Four Horsemen of the Apocalypse

จตุรอาชาแห่งวิบัติ ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีของ Vicente Blasco Ibáñez ทำการเปรียบเทียบหายนะสงคราม ช่างมีความเหี้ยมโหดร้าย ไม่แตกต่างการตัดสินพิพากษาในวันสิ้นโลก, บทบาทแจ้งเกิด Rudolph Valentino เจ้าของฉายา ‘Latin Lover’ ในหนังต่อต้านสงครามเรื่องแรกๆของ Hollywood, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Prapancha Pash (1929)

A Throw of Dice

ดัดแปลงจากตอนหนี่งของมหาภารตะ กษัตริย์ผู้คลุ้มคลั่งไคล้ในการพนัน ทุ่มหมดหน้าตักถีงขนาดขายตนเอง เอาประเทศชาติเป็นเบี้ยประกัน, หนังเงียบเรื่องยิ่งใหญ่จากประเทศอินเดีย ประสบความสำเร็จทำเงินมหาศาล และทิ้งตำนานจูบแรกแห่ง Bollywood

The Epic of Everest (1924)

The Epic of Everest

ครั้งที่สามของความพยายามไปให้ถีงจุดสูงสุดบนยอดเขา Everest ของนักสำรวจชาวอังกฤษเมื่อ ค.ศ. 1924 แต่คือครั้งแรกที่มีการบันทีกภาพเคลื่อนไหว กลายมาเป็นภาพยนตร์สารคดีบันทีกการเดินทาง Travelogue อลังการตราตะลีงไปกับความยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาสูงที่สุดในโลก

Orphans of the Storm (1921)

Orphans of the Storm

สองสาวกำพร้า (รับบทโดยสองพี่น้อง Lillian และ Dorothy Gish) ในช่วงเวลาแห่งมรสุม French Revolution (1789-99) เป็นความพยายามแสดงทัศนะในเชิงเปรียบเทียบของผู้กำกับ D. W. Griffith ต่อชัยชนะของพรรคแรงงานสังคมประชาธิปไตยรัสเซีย (Bolsheviks)

The Covered Wagon (1923)

นักบุกเบิกแห่งสหรัฐอเมริกา เดินทางด้วยคาราวานรถม้าจาก Kansas สู่ Oregon พานผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย อลังการไปกับการสู่รบพุ่งชาวอินเดียแดง ได้รับคำโปรย ‘ภาพยนตร์ระดับ Epic เรื่องแรกที่ไม่ได้สร้างโดย D. W. Griffith’

Potomok Chingiskhana (1928)

Storm Over Asia

Potomok Chingiskhana (1928) : Vsevolod Pudovkin ♥♥♡

เจงกีสข่าน แม้จะล่วงลับไปหลายศตวรรษ แต่แค่ชื่อก็ยังทรงอิทธิพลต่อชาวมองโกล เป็นเหตุให้ผู้นำกองทัพแห่งสหราชอาณาจักร นำชายผู้หนึ่งซึ่งเกิดความเข้าใจ(ผิดๆ)ว่าสืบเชื้อสาย ทายาทรุ่นปัจจุบัน มาปลุกปั้น ขยับเขยื้อน กลายเป็นหุ่นเชิดชัก เพื่อหวังครอบครองผืนแผ่นดินอันเวิ้งว้างว่างเปล่านี้

Shiraz (1928)

Shiraz

Shiraz (1928) : Franz Osten ♥♥♥

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งรัก ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามที่สุดในโลก สร้างโดยสมเด็จพระจักรพรรดิ Shah Jahan อุทิศให้พระมเหสีเอก Mumtaz Mahal แต่หนังเงียบนี้คือเรื่องราวของ Shiraz หนุ่มปั้นหม้อผู้ตกหลุมรักเจ้าหญิง และออกแบบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแม้สายตามืดมิดบอด

The Revenant (2015)

The Revenant

The Revenant (2015) : Alejandro González Iñárritu ♥♥♥♥

ธรรมชาติวิทยาของมนุษย์ ใครเข่นฆาตกรรมลูกเราก็ต้องติดตามล้างแค้นเอามันคืน! แต่นั่นมันสัจธรรมความจริงเสียที่ไหน เมื่อใดผู้ถูกกระทำเรียนรู้จักการให้อภัย สามารถปลดปล่อยวางอคติ ความหมกมุ่นครุ่นยึดติด สูดลมหายใจเข้า-ออกช้าๆเกิดเป็นสมาธิ จิตวิญญาณก็จักพบเจอความสงบสันติสุขในชีวิต

Once Upon a Time in America (1984)

Once Upon a Time in America

Once Upon a Time in America (1984) : Sergio Leone ♥♥♥♥

หนังอาจจะเยิ่นยาวและเชื่องช้าเกินไป แต่คือ Swan Song เรื่องสุดท้ายของผู้กำกับ Sergio Leone, เมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่านแล้วมองย้อนกลับสู่อดีต ความทรงจำอันเลวร้ายจักค่อยๆเลือนลางจางหาย เคยโกรธเกลียดเคียดแค้นใครย่อมสามารถยกโทษให้อภัย เนิ่นนานเกินไปจึงหลงเหลือเพียงความเพ้อฝัน กาลครั้งหนึ่ง…

Once Upon a Time in the West (1968)

Once Upon a Time in the West

Once Upon a Time in the West (1968) : Sergio Leone ♥♥♥♥

หลังเสร็จจาก Dollars Trilogy แม้รู้สึกเพียงพอแล้วกับ Spaghetti Western แต่เมื่อ Sergio Leone ได้รับการโน้มน้าวจาก Paramount Pictures อนุญาตให้เข้าถึงนักแสดงคนโปรด Henry Fonda มีหรือจะไม่ยินยอมหวนกลับมา ครานี้ยำใหญ่ใส่สารพัดระดับ Epic และกลับตารปัตรทุกสิ่งที่ใครๆเคยพบเห็นมา

Nashville (1975)

Nashville

Nashville (1975) : Robert Altman ♥♥♥♥

คงไม่ผิดอะไรจะเปรียบเทียบเมือง Nashville, Tennessee กับประเทศสหรัฐอเมริกาทศวรรษนั้น เต็มไปด้วยความโกลาหล สับสนวุ่นวาย ขณะที่บรรดานักร้องเพลงคันทรีทั้งหลาย การขึ้นแสดงบนเวทีแทบไม่ต่างอะไรกับการหาเสียงของนักการเมือง!

Out of Africa (1985)

Out of Africa

Out of Africa (1985) : Sydney Pollack ♥♥♥♡

แม้ถูกจัดเป็นหนึ่งใน Worse Oscar: Best Picture แต่ความงดงามผืนแผ่นดิน East Africa การแสดงชั้นเลิศของ Meryl Streep และเพลงประกอบสุดฟินโดย John Barry จักทำให้คุณอิ่มหนำสุขสำราญ แม้ด้วยความอืดอาดเชื่องช้า 161 นาที

Around the World in 80 Days (1956)

Around the World in Eighty Days

Around the World in 80 Days (1956) : Michael Anderson ♥♥♡

ตื่นตระการตาไปกับการผจญภัยรอบโลก 80 วัน พร้อมนักแสดงรับเชิญร่วมสร้างสีสันมากมาย ถ่ายทำด้วยกล้อง Todd-AO 70mm เพลงประกอบโคตรไพเราะโดย Victor Young พบเห็นกระบวนพยุหยาตราชลมารคประมาณ 10 วินาที และ Closing Credit อนิเมชั่นโดย Saul Bass เพียงเท่านี้ก็สามารถคว้ารางวัล Oscar: Best Picture

Cavalcade (1933)

Cavalcade

Cavalcade (1933) : Frank Lloyd ♥♥♥

อีกหนึ่ง Worse Oscar: Best Picture นำเสนอครอบครัวชาวอังกฤษ มีชีวิตพานผ่านวันสิ้นปี 1899 จนถึงปีใหม่ 1933, พบเห็นสงคราม Second Boer War (1899-1902), การสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (22 มกราคม 1901), เรือไททานิคล่ม (14 เมษายน 1912) และสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (1914-18)

Cimarron (1931)

Cimarron

Cimarron (1931) : Wesley Ruggles ♥♥♥

ถึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน Worse Oscar: Best Picture แต่การได้พบเห็นประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการรัฐ Oklahoma ตั้งแต่เริ่มต้นบุกเบิก 1889 จนถึงปี 1929 ช่างอลังการงานสร้างยิ่งนัก

Tess (1979)

Tess

Tess (1979) : Roman Polanski ♥♥♥♥

อุทิศให้ภรรยาผู้อาภัพ Sharon Tate, เรื่องราวของ Tess (แจ้งเกิด Nastassja Kinski) หญิงสาวชนบทไร้เดียงสา ถูกลวงล่อกระทำชำเราจากโลกภายนอก เป็นเหตุให้ทุกสิ่งอย่างภายในตัวเธอปรับเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

The Spring River Flows East (1947)

The Spring River Flows East

The Spring River Flows East (1947) : Zheng Junli & Cai Chusheng ♥♥♥♡

ได้รับการเปรียบเทียบ ‘Gone With the Wind ของประเทศจีน’ แถมยังทำเงินสูงสุดตลอดกาลขณะนั้น!, เรื่องราวครอบครัวชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ ครึ่งแรกพานผ่านสงครามแปดปี Second Sino-Japanese War (1937-45) ครึ่งหลังยุคสมัยแห่งการฟื้นฟู (Reconstruction Era) นี่เราต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกนานเท่าไหร่

1900 (1976)

Novecento

1900 (1976) : Bernardo Bertolucci ♥♥♥

ประสบชะตากรรมเดียวกับ Ryan’s Daughter (1970) ของผู้กำกับ David Lean นำเสนอประเด็นใหญ่ๆด้วยการเปรียบเปรยกับสิ่งเล็กๆ แล้วพยายามขยายงานสร้างให้มีความเว่อวังอลังการ แบบนี้ผลลัพท์ภาพที่ได้ย่อมแตกละเอียดหยาบกร้าน จนแทบมองอะไรไม่เห็น หมดสิ้นคุณค่าความหมายใดๆ