J’accuse (1919)

J

ผลงานสร้างชื่อระดับนานาชาติของปรมาจารย์ผู้กำกับ Abel Gance กล่าวโทษถึงความจำเป็นของสงคราม ตั้งคำถามชีวิตที่ดับสิ้นสูญมันคุ้มค่าแล้วหรือ? “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Terje Vigen (1917)

ครั้งแรกๆที่มีการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ vs. ธรรมชาติ บุรุษผู้อัดแน่นด้วยความเจ็บแค้นเกรี้ยวกราด เหม่อมองออกไปยังท้องทะเลกำลังคลุ้มคลั่งลมพายุ กลายเป็นผลงานสร้างชื่อระดับนานาชาติให้ Victor Sjöström และเปิดประตูสู่ยุคทองแห่งวงการภาพยนต์สวีเดน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Four Horsemen of the Apocalypse (1921)

The Four Horsemen of the Apocalypse

จตุรอาชาแห่งวิบัติ ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีของ Vicente Blasco Ibáñez ทำการเปรียบเทียบหายนะสงคราม ช่างมีความเหี้ยมโหดร้าย ไม่แตกต่างการตัดสินพิพากษาในวันสิ้นโลก, บทบาทแจ้งเกิด Rudolph Valentino เจ้าของฉายา ‘Latin Lover’ ในหนังต่อต้านสงครามเรื่องแรกๆของ Hollywood, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Seven Years in Tibet (1997)

Seven Years in Tibet

Seven Years in Tibet (1997) : Jean-Jacques Annaud ♥♥♥

ต่อให้ Brad Pitt สามารถพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลก แต่ถ้าจิตใจยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว ไม่ต่างกับการถูกจับขังในค่ายกักกัน พยายามหลบหนีออกมาสักกี่ครั้ง ย่อมไม่วันค้นพบเจอความสงบสุขภายในจิตใจ, ท่านพุทธทาสภิกขุ อ่านต้นฉบับหนังสือชีวประวัติเรื่องนี้ จดบันทึกสั้นๆว่า ‘ดีมาก’

Potomok Chingiskhana (1928)

Storm Over Asia

Potomok Chingiskhana (1928) : Vsevolod Pudovkin ♥♥♡

เจงกีสข่าน แม้จะล่วงลับไปหลายศตวรรษ แต่แค่ชื่อก็ยังทรงอิทธิพลต่อชาวมองโกล เป็นเหตุให้ผู้นำกองทัพแห่งสหราชอาณาจักร นำชายผู้หนึ่งซึ่งเกิดความเข้าใจ(ผิดๆ)ว่าสืบเชื้อสาย ทายาทรุ่นปัจจุบัน มาปลุกปั้น ขยับเขยื้อน กลายเป็นหุ่นเชิดชัก เพื่อหวังครอบครองผืนแผ่นดินอันเวิ้งว้างว่างเปล่านี้

Konets Sankt-Peterburga (1927)

The End of St. Petersburg

Konets Sankt-Peterburga (1927) : Vsevolod Pudovkin, Mikhail Doller ♥♥♥

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบสิบปีการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ (Central Committee of the Communist Party) มอบหมายสองผู้กำกับให้สร้างภาพยนตร์สองเรื่อง กลายมาเป็น The End of St. Petersburg (1927) ของ Vsevolod Pudovkin และ October (1928) ของ Sergei Eisenstein

The Wind That Shakes the Barley (2006)

The Wind That Shakes the Barley

The Wind That Shakes the Barley (2006) : Ken Loach ♥♥♥

ในปีที่ Wong Kar-wai เป็นประธานกรรมการเทศกาลหนังเมือง Cannes เลือกมอบรางวัล Palme d’Or ให้กับ The Wind That Shakes the Barley ตัดหน้าภาพยนตร์โดดเดนกว่าอย่าง Babel, Pan’s Labyrinth, Volver ทำไมกันนะ?

Fahrenheit 9/11 (2004)

Fahrenheit 9/11

Fahrenheit 9/11 (2004) : Michael Moore ♥♥♥

จากเคยได้รับคำชมล้นหลาม ต่อการตีแผ่เบื้องหลังความจริงบ้าง-ไม่จริงบ้างของ ปธน. George W. Bush ต่อสงครามอิรัก จนสามารถคว้ารางวัล Palme d’Or แถมกลายเป็นภาพยนตร์สารคดีทำเงินสูงสุด แต่กาลเวลาทำให้ทัศนคติสุดโต่งซ้ายจัดของ Michael Moore ดูไม่ค่อยน่าอภิรมณ์สักเท่าไหร่

Barry Lyndon (1975)

Barry Lyndon

Barry Lyndon (1975) : Stanley Kubrick ♥♥♥♥

แม้ภาพยนตร์อัตชีวประวัติ Napoléon Bonaparte จะล่มเหลวไม่เป็นท่า! แต่ผู้กำกับ Stanley Kubrick ยังคงมองหาโปรเจคที่มีพื้นหลังยุคสมัยใกล้เคียง ค้นพบนวนิยาย The Luck of Barry Lyndon (1844) พานผ่านสงครามเจ็ดปี (1756-63) เรื่องราวของชายหนุ่มพยายามทำทุกสิ่งอย่าง ไต่เต้าสู่จุดสูงสุดแห่งชีวิต แล้วครึ่งหลังกลับค่อยๆตกต่ำหวนกลับสู่สามัญ

Cavalcade (1933)

Cavalcade

Cavalcade (1933) : Frank Lloyd ♥♥♥

อีกหนึ่ง Worse Oscar: Best Picture นำเสนอครอบครัวชาวอังกฤษ มีชีวิตพานผ่านวันสิ้นปี 1899 จนถึงปีใหม่ 1933, พบเห็นสงคราม Second Boer War (1899-1902), การสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย (22 มกราคม 1901), เรือไททานิคล่ม (14 เมษายน 1912) และสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (1914-18)

The Spring River Flows East (1947)

The Spring River Flows East

The Spring River Flows East (1947) : Zheng Junli & Cai Chusheng ♥♥♥♡

ได้รับการเปรียบเทียบ ‘Gone With the Wind ของประเทศจีน’ แถมยังทำเงินสูงสุดตลอดกาลขณะนั้น!, เรื่องราวครอบครัวชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ ครึ่งแรกพานผ่านสงครามแปดปี Second Sino-Japanese War (1937-45) ครึ่งหลังยุคสมัยแห่งการฟื้นฟู (Reconstruction Era) นี่เราต้องทนทุกข์ทรมานไปอีกนานเท่าไหร่

Little Toys (1933)

Little Toy

Little Toys (1933) : Sun Yu ♥♥♥♡

Ruan Lingyu รับบทนักประดิษฐ์ของเด็กเล่น กิจการเล็กๆภายในครอบครัว แต่เมื่อเกิดการเปรียบเทียบเชิงสัญลักษณ์ถึงอาวุธสงคราม ปืนใหญ่ เครื่องบินรบ กลายสภาพเป็นหนังชวนเชื่อ ปลุกกระแสรักชาตินิยม ภาคภูมิใจในสิ่งของผลิตทำเองในประเทศ สามารถต่อกรมหาอำนาจชาติอื่นได้ไม่น้อยหน้า

The Life and Death of Colonel Blimp (1943)

The Life and Death of Colonel Blimp

The Life and Death of Colonel Blimp (1943) : Michael Powell & Emeric Pressburger ♥♥♥♥

ก่อนมาถึงปัจจุบันย่อมมีอดีต ก่อนจะแก่ต้องเคยหนุ่ม ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คือครั้งที่หนึ่งและก่อนหน้า ประวัติศาสตร์ไม่เคยเสี้ยมสั่งสอนอะไรมนุษย์เลย รังแต่ทำให้ทุกสิ่งอย่างเสื่อมทรามเลวร้ายลง ว่าไปมันก็เป็นแบบนี้มานมนากาเล, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

A Canterbury Tale (1944)

A Canterbury Tale

A Canterbury Tale (1944) : Michael Powell & Emeric Pressburger ♥♥♥♥♡

ตำนานแคนเตอร์บรี (The Canterbury Tales) เล่าถึงนักแสวงบุญเดินทางจาก London มุ่งสู่ Canterbury Cathedral แต่เปลี่ยนพื้นหลังจากยุคกลาง (Middle Ages) มาเป็นช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อจ่าทหารอเมริกัน, จ่าทหารอังกฤษ และหญิงสาวคนหนึ่ง จับพลัดพลูพบเจอกันระหว่างทางที่เมืองสมมติ Chillingbourne, Kent ร่วมกันไขปริศนาบางอย่าง และร่วมเดินทางมุ่งสู่ Canterbury เพื่อเติมเต็มหน้าที่/ความใฝ่ฝันของตนเอง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

จุฬาตรีคูณ (1967)

จุฬาตรีคูณ

จุฬาตรีคูณ (พ.ศ. ๒๕๑๐) : ดอกดิน กัญญามาลย์ ♥♥♥♥

แม้คุณภาพฟีล์ม 16mm ที่คงเหลือถึงปัจจุบันจะไม่ค่อยสวยงามนัก แต่โศกนาฎกรรมความรักระหว่าง อริยวรรต (มิตร ชัยบัญชา) กับ ดารารายพิลาส (เพชรา เชาวราษฎร์) ดัดแปลงจากนวนิยายของ พนมเทียน ช่างงดงามตราตรึงยิ่งนัก และบทเพลงจุฬาตรีคูณ ขับร้องโดย มัณฑนา โมรากุล (วงสุนทราภรณ์) เพราะพริ้งเหนือกาลเวลา, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

เลือดสุพรรณ (1979)

เลือดสุพรรณ

เลือดสุพรรณ (พ.ศ. ๒๕๒๒) : เชิด ทรงศรี ♥♥♡

ด้วยความสำเร็จอันล้นหลามของ แผลเก่า (พ.ศ. ๒๕๒๐) ทำให้เชิด ทรงศรี ตัดสินใจสร้างภาพยนตร์แนวรักชาตินิยม บนพื้นฐานความเป็นไทยอีกครั้ง ‘ถ้าอยู่อย่างไทไม่ได้ เรามาสู้ตายพร้อมกัน’ แต่คราวนี้เลยได้พลีชีพสมใจ

Waltz with Bashir (2008)

Waltz with Bashir

Waltz with Bashir (2008) : Ari Folman ♥♥♥♡

ร่วมออกค้นหาความทรงจำของอดีตนายทหารสัญชาติอิสราเอล Ari Folman ที่สูญหายไปในช่วงสงครามเลบานอน ค.ศ. 1982 ผ่านมากว่ายี่สิบปีทำไมถึงหลงลืม? หรือเพราะมีบางสิ่งอย่างไม่อยากจดจำ! นำเสนอด้วยรูปแบบอนิเมชั่นสอง+สามมิติ มีความแปลกประหลาดพิศดาร แต่เหมาะสมกับเรื่องราวลักษณะนี้อย่างที่สุด, คว้ารางวัล Golden Globe: Best Foreign Language Film

Alexander Nevsky (1938)

Alexander Nevsky

Alexander Nevsky (1938) : Sergei Eisenstein, Dmitri Vasilyev ♥♥♥♥

ถึงเป็นหนังสงครามที่ขาดความสมจริง ผู้ชมสมัยนี้คงผิดหวังกับความก๊องแก๊งจัดฉาก แต่ทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยความงดงามทางศิลปะ ทิวทัศน์ท้องทุ่งชนบทรัสเซียกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทรงคุณค่าอิทธิพลมากยิ่งต่อวงการภาพยนตร์

M*A*S*H (1970)

MASH

M*A*S*H (1970) : Robert Altman ♥♥♥♥

แม้พื้นหลังจะดำเนินเรื่องใน Mobile Army Surgical Hospital (MASH) ช่วงระหว่างสงครามคาบสมุทรเกาหลี แต่แท้จริงแล้วต้องการสะท้อน-เสียดสี-ต่อต้าน ชำแระความน่าขยะแขยงภายในของสงครามเวียดนามที่กำลังปะทุคุกรุ่น ด้วยรูปแบบ Satire Black Comedy เชิงสัญลักษณ์ที่บัดซบ โคตรเxย ขำกลิ้ง แต่บางคนคงรับไม่ได้ หัวเราะไม่ออก, คว้ารางวัล Palme d’Or แต่พ่าย Oscar: Best Picture ให้ Patton (1970)

Inglourious Basterds (2009)

Inglourious Bastards

Inglourious Basterds (2009) : Quentin Tarantino ♥♥♥♥

คงมีแต่ใน(โรง)ภาพยนตร์เท่านั้นกระมัง ที่สามารถเข่นฆ่าล้างแค้นบรรดาผู้นำพรรคนาซี ให้ดับดิ้นสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทันท่วงที และก็คงมีแต่ผู้กำกับ Quentin Tarantino อีกเช่นกัน หาญกล้าพูดออกมาตรงๆผ่านตัวละครของ Brad Pitt ตอนจบว่า “I think this just might be my masterpiece.”