Prapancha Pash (1929)

A Throw of Dice

ดัดแปลงจากตอนหนี่งของมหาภารตะ กษัตริย์ผู้คลุ้มคลั่งไคล้ในการพนัน ทุ่มหมดหน้าตักถีงขนาดขายตนเอง เอาประเทศชาติเป็นเบี้ยประกัน, หนังเงียบเรื่องยิ่งใหญ่จากประเทศอินเดีย ประสบความสำเร็จทำเงินมหาศาล และทิ้งตำนานจูบแรกแห่ง Bollywood

Agantuk (1991)

Agantuk

Agantuk (1991) : Satyajit Ray ♥♥♥♥♡

Swan Song ของผู้กำกับ Satyajit Ray เมื่อครอบครัวหนึ่งได้รับจดหมายลึกลับ อ้างว่าเป็นญาติที่สูญหายตัวไปกว่า 35 ปี ต้องการแวะเวียนมาพักอาศัย เป็นคุณจะตกลงปลงใจเชื่อ ยินยอมให้บุคคลแปลกหน้า (Agantuk แปลว่า The Stranger) เข้ามาค้างแรมในบ้านหรือเปล่า? “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Kapurush (1965)

Kapurush

Kapurush (1965) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ชายหนุ่มรถเสียกลางทาง ได้รับอนุเคราะห์จากชายแปลกหน้าให้พักอาศัยค้างแรม พอไปถึงบ้านพบเห็นภรรยาซึ่งคืออดีตคนรักเก่า ทำให้เขาพร่ำรำพันโหยหาอดีตไม่เป็นอันหลับนอน

Seemabaddha (1971)

Seemabaddha

Seemabaddha (1971) : Satyajit Ray ♥♥♥

เรื่องราวของผู้จัดการฝ่ายขาย (Sales Manager) กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการบริษัท (Company Director) แต่มีเหตุการณ์วุ่นๆบางอย่างเกิดขึ้น เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทาง โดยไม่สนความถูก-ผิด ดี-ชั่ว เพื่อความก้าวหน้าสูงสุดในอาชีพการงาน … นั่นเป็นสิ่งเหมาะสมควรแล้วหรือ?

Pratidwandi (1970)

Pratidwandi

Pratidwandi (1970) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ชายหนุ่มพยายามอย่างยิ่งจะหางานทำ แต่ไปสัมภาษณ์แห่งหนไหนกลับไม่ผ่านสักที นั่นมันความผิดของเขา หรือนายจ้าง หรือสภาพสังคม หรือความคอรัปชั่นรัฐบาล หรือการมาถึงของอิทธิพลต่างชาติ หรือยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนแปลงไป … คงไม่มีใครตอบได้แน่

Aranyer Din Ratri (1970)

Aranyer Din Ratri

Aranyer Din Ratri (1970) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

Days and Nights in the Forest เรื่องราวของสี่หนุ่มเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดริมชายป่า ปลดปล่อยชีวิตให้ได้รับอิสรภาพเสรี พยายามอย่างยิ่งจะแหกแหวกกฎ ประเพณี ทุกสิ่งอย่าง กระทั่งพานพบเจอหญิงสาวสวยสองคนอาศัยอยู่บ้านข้างๆ ความมีอารยะถึงค่อยๆหวนคืนสติกลับมาทีละนิด

Nayak (1966)

Nayak

Nayak (1966) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ในประเทศอินเดีย พระเอกหนัง (Nayak แปลว่า The Hero) มักถูกเปรียบเปรยดั่งพระเจ้า ต้องมีภาพลักษณ์ดีงามทั้งภายนอก-ใน แต่การเดินทางด้วยรถไฟครานี้ ความจริงบางอย่างกำลังจะได้รับการเปิดเผยบอก

Kanchenjungha (1962)

Kanchenjungha

Kanchenjungha (1962) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักผ่อนยังเมือง Darjeeling, West Bengal มองเห็นลิบๆยอดเขาสูงอันดับสามของโลก Kanchenjunga ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนมุมมองไปมาด้วยเทคนิค ‘hyperlink film’ ซึ่งสภาพอากาศเดี๋ยวแดดออก หมอกลง เมฆบดบังพระอาทิตย์ ส่งผลกระทำต่อจิตใจตัวละครให้เรรวนปรวนแปร ผันเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดนิ่ง

Devi (1960)

Devi

Devi (1960) : Satyajit Ray ♥♥♥

ก้าวเข้าสู่ยุคที่สองของ Satyajit Ray หลังจากเสร็จสิ้น The Apu Trilogy วิพากย์วิจารณ์วิถีความเชื่อ งมงายในศรัทธาศาสนา เมื่อพ่อเพ้อฝันว่าบุตรสาวเป็นเทวดากลับชาติมาเกิด (Devi แปลว่า Godness) ก้มลงกราบแทบเท้า เทิดทูนยกขึ้นเหนือเกล้ากระหม่อม แต่ความจริงเป็นเช่นไร ใครพบเห็นย่อมตระหนักเข้าใจได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Shiraz (1928)

Shiraz

Shiraz (1928) : Franz Osten ♥♥♥

ทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งรัก ได้รับการยกย่องว่ามีความสวยงามที่สุดในโลก สร้างโดยสมเด็จพระจักรพรรดิ Shah Jahan อุทิศให้พระมเหสีเอก Mumtaz Mahal แต่หนังเงียบนี้คือเรื่องราวของ Shiraz หนุ่มปั้นหม้อผู้ตกหลุมรักเจ้าหญิง และออกแบบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแม้สายตามืดมิดบอด

Samsara (2001)

Samsara

Samsara (2001) : Pan Nalin ♥♥♥

การที่เจ้าชายสิทธัตถะ ตัดสินใจทอดทิ้งพระนางยโสธารา เพื่อออกค้นหาหนทางหลุดพ้นจากสังสารวัฏ ในมุมคนนอกศาสนาช่างเป็นความเห็นแก่ตัว ขาดความรับผิดชอบ ไร้ซึ่งสามัญสำนึก แต่นั่นเพราะพวกเขามองไม่เห็นความล้ำค่าของสัจธรรมความจริงเหนือสิ่งอื่นใด ก็เหมือนผู้กำกับ Pan Nalin พยายามนำมุมมองตะวันตกเข้ามาเพื่อความสากล แต่กลับคลุกเคล้าเข้ากันได้ไม่ทั้งหมด

Prem Sanyas (1925)

The Light of Asia

Prem Sanyas (1925) : Franz Osten & Himansu Rai ♥♥♡

หนังเงียบชีวประวัติพระพุทธเจ้า เรื่องเก่าแก่ที่สุดหลงเหลือถึงปัจจุบัน ร่วมทุนสร้างอินเดีย & Weimar Germany แต่อย่าไปคาดหวังอะไรมากมาย แค่ได้เห็นพุทธคยาเมื่อทศวรรษ 20s ก็คุ้มค่าแล้ว

Paa (2009)

Paa

Paa (2009) : R. Balki ♥♡

Amitabh Bachchan รับบทเด็กชายอายุ 12 ขวบ ป่วยเป็นโรค Progeria ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตรวดเร็วผิดปกติ ขณะนั้นมีอายุเท่ากับคนอายุ 80 ปี อาศัยอยู่กับแม่ Vidya Balan และย่า Arundhati Nag โชคชะตาจับพลัดจับพลูให้บังเอิญพบกับพ่อ Abhishek Bachchan (ลูกชายแท้ๆของ Amitabh) ทอดทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่เกิด ความตายของเขาทำให้ครอบครัวมีโอกาสอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

Mera Naam Joker (1970)

Mera Naam Joker

Mera Naam Joker (1970)  : Raj Kapoor ♥♥♥♡
ภาพยนตร์ระดับมหากาพย์ของผู้กำกับ Raj Kapoor ใช้เวลาสร้าง 6 ปี ทุนสร้างมหาศาล ความยาว 244 นาที ฉายครั้งแรก Flop ดับสนิท แต่แค่เพียงปีกว่าๆกลายเป็นกระแส Cult เพราะความลึกซึ้งด้วยปรัชญาและความหมายชีวิต นำเสนอกึ่งๆชีวประวัติของผู้กำกับเอง ‘อยากเป็นตัวตลกผู้ยิ่งใหญ่ ก็ต้องมีชีวิตที่เหมือนตัวตลกเสียก่อน’

Amrapali (1966)

Amrapali (1966)  : Lekh Tandon ♥♥♥♡

อัมพปาลี ตามตำนานเล่าว่าเธอถือกำเนิดโดยโอปปาติกะ เพราะความงามมากล้นจนเป็นโทษ ทำให้ต้องกลายเป็นหญิงคณิกา (โสเภณี) แห่งนครเวสาลี ตกหลุมรักกับพระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ แต่เพราะทั้งสองเมืองเป็นศัตรูกันทำให้เกิดสงครามฆ่าล้าง เธอจึงพบความไม่จีรังของชีวิต หันหน้าพึ่งพิงพุทธศาสนา ภายหลังบวชเป็นภิกษุณีและบรรลุอรหันต์, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Deewaar (1975)

Deewaar

Deewaar (1975)  : Yash Chopra ♥♥♥♥♡

สงครามแย่งชิงแม่ของลูกชายสองคน Amitabh Bachchan รับบทลูกคนโต ดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวสุขสบาย ลักลอบนำเข้าของเถื่อนผิดกฎหมาย Shashi Kapoor รับบทลูกคนเล็ก มีชีวิตสุจริต เลือกอาชีพเป็นตำรวจ สุดท้ายแม่เลือกใครคงคาดเดาได้ไม่ยาก แต่การต้องเห็นลูกทั้งสองต่อสู้ฆ่าแกงกัน คงไม่มีแม่ที่ไหนทำใจได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Mother India (1957)

Mother India

Mother India (1957)  : Mehboob Khan ♥♥♥

ธรณีกรรแสง คือเรื่องราวการต่อสู้ดิ้นรนของแม่ และเพศหญิงในอินเดีย ต่อการถูกสังคมชาวโลกเหยียดหยามดูถูกย่ำยี ระหว่างลูกรักกับศักดิ์ศรี ฆ่าได้หยามไม่ได้, ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลในอินเดีย เข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Film แม้กาลเวลาจะค่อยๆลดทอนคุณภาพลง แต่ภาพลักษณ์ของแม่นี้ ได้กลายเป็นอมตะในหนังอินเดียทุกเรื่อง “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Shatranj Ke Khiladi (1977)

The Chess Player

Shatranj Ke Khiladi (1977) Indian : Satyajit Ray ♥♥♥

The Chess Player ของ Satyajit Ray เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ที่ใช้กลยุทธ์หมากรุกเป็นสิ่งเปรียบเทียบ เมื่ออังกฤษเข้ายึดครองอินเดียเป็นเมืองขึ้น ปี 1856 เหลือกษัตริย์พระองค์สุดท้าย Wajid Ali Shah แห่ง Awadh วิธีการที่นายพล James Outram ใช้คือคือต้อนให้จนมุมแล้วรุกฆาต

Ashani Sanket (1973)

Distant Thunder

Ashani Sanket (1973) Indian : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 อันดุเดือด ประชาชนตาดำๆอาศัยอยู่มุมหนึ่งของโลก ไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่กลับได้รับผลกระทบเต็มๆ (Distant Thunder) นำแสดงโดย Soumitra Chatterjee ขาประจำของ Satyajit Ray ที่พยายามทำทุกสิ่งอย่าง แลกกับการไม่ให้ตนและภรรยาต้องประสบทุพภิกขภัย ทนหิวโหยในระดับที่คุณอาจคาดไม่ถึง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Dil To Pagal Hai (1997)

Dil to Pagal Hai

Dil To Pagal Hai (1997) Indian : Yash Chopra ♥♥♡

ภาพยนตร์โรแมนติกสุดน้ำเน่า ที่อาจทำให้คุณเกิดความเชื่อมั่นในรักแท้ ว่าต้องมีสักคนบนโลกเกิดมาเป็นคู่ของฉัน, นำแสดงโดย Shah Rukh Khan ระหว่างเพื่อนสาว Karisma Kapoor กับหญิงสาวแห่งโชคชะตา Karisma Kapoor สุดท้ายจะได้ใครไปครอง