Sense and Sensibility

Sense คือสัมผัสทางจิตวิญญาณ, Sensible คือความอ่อนไหวในการแสดงออก สองสิ่งขั้วตรงข้ามเหตุผล-อารมณ์ เรื่องราวความรักของสองพี่น้อง Emma Thompson vs. Kate Winslet ใครจะได้ครองคู่แต่งงานกับใคร ด้วยความละเมียดไมจากผู้กำกับ Ang Lee คว้ารางวัล Golden Bear จากเทศกาลหนังเมือง Berlin

Read More

ความอร่ามของพระราชวัง(ดอก)ทอง เป็นการแสดงให้เห็นถึงคติรวมหมู่ (Collectivism) เมื่อผู้คนสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจกระทำสิ่งต่างๆเพื่อเป้าหมายส่วนรวม จักสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ให้ประเทศชาติ, นี่คือภาพยนตร์ที่ทำให้รัฐบาลจีนเลือกจางอี้โหมว มาเป็นผู้กำกับพิธีเปิดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน Beijing 2008

Read More
House of Flying Daggers

ท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ เรื่องราวความรักสามเส้าระหว่างหลิวเต๋อหัว และทาเคชิ คาเนชิโร่ ใครจะได้ครอบครองดอกไม้งาม ‘นางล่มเมือง’ จางจื่ออี๋ ต่างฝ่ายต่างเหมือนถูกคมมีดบินทิ่มแทงกลางใจ ถ้ามิได้ใช้ชีวิตกับหญิงคนรัก ฆ่ากันให้ตายเสียยังดีกว่า!

Read More

หลังเสร็จจาก To Live (1994) ผู้กำกับจางอี้โหมวจงใจเลือกผลงานถัดไปเกี่ยวกับกลุ่มอาชญากร เจ้าพ่อมาเฟีย (ที่สามารถสื่อถึงชนชั้นผู้นำประเทศจีน) พอดิบพอดีใกล้จะเลิกราแฟนสาวกงลี่ นี่คือการร่วมงานครั้งสุดท้าย (ขณะนั้น) จึงแทรกใส่เรื่องราวของคนทรยศหักหลัง … เป็นหนังที่สวยแต่รูป จูบไม่หอมสักเท่าไหร่

Read More

นโยบายลูกคนเดียวของเติ้งเสี่ยวผิง ไม่ต่างอะไรจากการเตะผ่าหมากสามีของชิวจู (นำแสดงโดย กงลี่ ในบทบาทเจิดจรัสที่สุด) เธอรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งไม่ถูกต้องจึงพยายามร้องเรียนหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ว่าองค์กรท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด กระทั่งขึ้นศาลยุติธรรม ล้วนได้รับคำตัดสินแบบเดียวกัน, คว้ารางวัล Golden Lion และ Volpi Cup for Actress จากเทศกาลหนังเมือง Venice

Read More

เพราะพฤติกรรมสุดซาดิสม์ของสามี ทำให้จูโด (Ju Dou) ลักลอบสมสู่กับหลานชาย (ของสามี) ผลกรรมทำให้บุตรของพวกเขาปฏิเสธต่อต้านบิดา แถมยังตั้งใจจะปิตุฆาต … นี่เหมือนกับพวกยุวชนแดงช่วงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม ไม่ยินยอมรับอดีต กระทำร้ายผู้ครุ่นคิดเห็นต่าง ทำลายทุกสิ่งอย่างก่อนยุคสมัยคอมมิวนิสต์

Read More

ผู้กำกับ Michael Cimino ทำสัญญาปีศาจเพื่อสรรค์สร้างโปรเจคในฝัน Heaven’s Gate (1980) ใส่ใจทุกรายละเอียดถ่ายทำ 50+ กว่าเทค ได้ฟีล์มความยาวประมาณ 1.3 ล้านฟุต (220 ชั่วโมง) งบประมาณบานปลาย 4 เท่าตัว เมื่อนักวิจารณ์ส่ายหัว ผู้ชมไม่เอาด้วย เลยถูกตีตรา ‘Worst Movie of All-Time’ แต่ตัวหนัง Director’s Cut ความยาว 216 นาที ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น

Read More

เรื่องราวการไต่เต้า ก้าวสู่จุดสูงสุดของ Maria Braun (รับบทโดย Hanna Schygulla) สะท้อนอิทธิพลสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากเยอรมันราบเรียบเป็นหน้ากลอง ค่อยๆก่อร่างสร้างตัวขึ้นใหม่ จนกระทั่งหวนกลับมายิ่งใหญ่เทียบเท่าอดีตอีกครั้ง

Read More

สามีและหญิงชู้ จับพลัดจับพลูพบเจอ ภรรยาและชายชู้ โดยบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว คือบุตรสาวพิการของทั้งคู่ เพราะเธอสูญเสียความรักจากบิดา-มารดา เลยไม่ยินยอมให้พวกเขาแอบไปมีความสุขขณะที่ตนเองต้องทนทุกข์ทรมาน

Read More

ฤดูกาลกำลังผันแปรเปลี่ยน Rainer Werner Fassbinder หลังจากค้นพบภาพยนตร์ของ Douglas Sirk เกิดความมุ่งมั่นตั้งใจ ‘ต่อจากนี้จะหันมาสร้างหนังสไตล์ Hollywood ใน Germany’ เริ่มต้นจาก The Merchant of Four Seasons (1971) พร้อมเก็บเกี่ยวความสำเร็จโดยทันที!

Read More

ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชีเปลือย หรือหญิงสาวเปลื้องผ้า แต่คือการเปิดโปงธาตุแท้ของสงคราม ว่าเป็นเพียงกลเกม ความทะเยอทะยานของใครบางคน ต้องการไปให้ถึงจุดสูงสุดบนยอดเขา เข้าครอบครองตำแหน่งสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยไม่สนว่าต้องแลกมาด้วยชีวิต หรือความตายของผู้อื่นใด

Read More

‘ทำไมวรรณกรรมเรื่องยิ่งใหญ่สุดของรัสเซีย ถึงถูกดัดแปลงสร้างภาพยนตร์ War and Peace (1956) โดยสหรัฐอเมริกา?’ ณ จุดสูงสุดของสงครามเย็น สหภาพโซเวียตพร้อมเผชิญหน้าศัตรูจากทุกสารทิศ ทางฝั่งศิลปะวัฒนธรรมก็เฉกเช่นเดียวกัน จึงกลายมาเป็นอภิมหาโปรเจคทะเยอทะยาน ยิ่งใหญ่ สมจริง อลังการงานสร้างที่สุดแห่งวงการภาพยนตร์, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Read More
That Obscure Object of Desire1

ผลงานเรื่องสุดท้ายของ Luis Buñuel, ชายมีฐานะวัยกลางคน ตกหลุมรักสาวแรกรุ่น Conchita (รับบทโดยนักแสดงสองคน สลับกันเข้าฉาก) พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้ครองคู่ แต่งงาน มีเพศสัมพันธ์ แต่เธอนั้นก็พยายามทำทุกสิ่งอย่างเช่นกัน เพื่อไม่ให้เขาได้ครอบครอง ร่วมรักหลับนอน แสดงกรรมสิทธิ์เหนือร่างกายตนเอง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Read More

ทั้งตัวละครของ Marlene Dietrich และผู้กำกับ Josef von Sternberg ต่างถูกตีตราว่ามีความโฉดชั่ว อันตราย ไม่ต่างจากปีศาจร้าย เพียงเพราะต้องการใช้ชีวิตอย่างอิสรภาพ สรรค์สร้างภาพยนตร์ด้วยวิสัยทัศน์ส่วนตน แต่ทัศนคติของผู้คนสมัยนั้น และสตูดิโอใน Hollywood มิอาจยินยอมรับความเป็นปัจเจกบุคคลของพวกเขา

Read More

ไม่ใช่ความตั้งใจของผู้กำกับ Josef von Sternberg ที่จะตีตราสายลับว่าเป็นอาชีพไร้เกียรติ ‘Dishonored’ แต่มันคือมุมมองคนยุคสมัยนั้น (รวมถึงสตูดิโอภาพยนตร์) ยินยอมรับไม่ได้ต่อพฤติกรรมบุคคลสองหน้า ใช้มารยาลวงล่อหลอก ล้วงความลับผู้อื่น ไร้ซึ่งศีลธรรมจรรยา ทั้งๆพวกเขาและเธอต่างทำเพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมือง

Read More

ร้อยเรียงเรื่องราวความรักที่ต่างคนต่างมีสองความสัมพันธ์ นำเสนอในลักษณะส่งต่อกันเหมือนไม้ผลัด ก่อนเวียนวนกลับสู่จุดเริ่มต้นกลายเป็นวัฏจักร คล้ายเครื่องเล่นม้าหมุน หรือการเต้นจังหวะ Waltz (ที่มักเริงระบำไปรอบห้อง)

Read More

มาสเตอร์พีซที่ถูกหลงลืมของ Jacques Demy นำเสนอด้วยวิธีเดียวกับ The Umbrellas of Cherbourg (1964) แต่มีลักษณะอุปรากรแห่งโศกนาฎกรรม (Tragic Opera) หวนกลับไปเมืองท่าบ้านเกิด Nantes เพื่อเผชิญหน้าช่วงเวลามืดหมองหม่นที่สุดในชีวิต

Read More

ความรักของผู้กำกับ Céline Sciamma ต่ออดีตแฟนสาว Adèle Haenel (ที่ยินยอมมาเล่นเป็นตนเอง) แม้หลงเหลือเพียงภาพวาดแห่งความทรงจำ แต่ยังคงลุกไหม้คุกรุ่นแม้กาลเวลาเคลื่อนพานผ่าน นั่นคือความโหยหาอาลัยที่จักคงอยู่ภายในจิตใจชั่วกัลปาวสาน

Read More

จะว่าไป แทบไม่มีนักแสดงผิวสีชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังระดับตำนาน นั่นเพราะผู้คนในประเทศนี้ยังเต็มไปด้วยอคติทางเชื้อชาติพันธุ์ แถมยังไม่มีใครลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ เสมอภาคเท่าเทียม บรรดานักแสดงและเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เฉกเช่นเดียวกัน เป็นกลุ่มบุคคลที่ถูกหลงลืม มองข้าม ทำเหมือนไม่เคยมีตัวตนอีกต่างหาก

Read More

ดัดแปลงจากนวนิยายกึ่งอัตชีวประวัติของ Philip K. Dick นำประสบการณ์หลังหย่าร้างภรรยา (คนที่สี่) เสพติดยาจนเริ่มเห็นภาพหลอน ยังดีที่เข้ารักษาตัวในสถานบำบัดได้ทัน แต่เพื่อนของเขาหลายคนอาจไม่โชคดีเช่นนั้น, หนังมีความเป็น ‘สไตล์ Linklater’ มากไปนิด แต่ก็มืดหม่นและเจ็บจี๊ดถึงทรวงใน

Read More