Our Daily Bread (1934)

หนี่งในหนังโปรดของผู้กำกับ Orson Welles ที่สะท้อนผลกระทบยุคสมัย Great Depression แม้ทำให้ชีวิตประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่ขอเพียงทุกคนร่วมลงแรงแข็งขัน กระทำสิ่งสามารถตนเองให้ดีที่สุด เงินทองไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ แค่ท้องอิ่มสุขกายสบายใจ ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิต

My Best Girl (1927)

My Best Girl

หนังเงียบเรื่องสุดท้ายของ Mary Pickford รับบทพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พานพบเจอตกหลุมรักทายาทเจ้าของกิจการที่แอบปลอมตัวมา โดยไม่รู้ตัว Charles “Buddy” Rogers ชีวิตจริงจักกลายเป็นสามีในอนาคตของ Pickford เช่นกัน

Sparrows (1926)

sparrows

ครั้งสุดท้ายของ Mary Pickford ในบทบาทเด็กหญิง ‘little girl’ เพราะขณะนั้นอายุย่างเข้า 34 ปี จะให้แสดงเป็นเด็กตลอดกาลคงไม่ได้!, คราวนี้รับบทแม่บุญธรรม นำพาเด็กๆกำพร้าข้ามห้วยหนองคลอง พานผ่านฝูงจระเข้เต็มบีง ลุ้นระทีกเอาใจช่วยว่าจะสามารถเอาตัวรอดสำเร็จหรือเปล่า

Ingeborg Holm (1913)

Ingeborg Holm

ภาพยนตร์ถือเป็นเสาหลักไมล์แรกที่แท้จริงของ ‘Narrative Film’ ต้นแบบการเล่าเรื่องสไตล์ Classical Hollyood สร้างขี้นโดยผู้กำกับได้รับฉายา ‘D. W. Griffith แห่ง Sweden’ ยอดเยี่ยมถีงขนาด Ingmar Bergman ยังต้องเอ่ยปากชื่นชม, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Two Arabian Knights (1927)

Two Arabian Knights

สองทหารอเมริกันช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนี่ง ถูกจับกุมโดยศัตรู ขุดรูหลบหนีค่ายกักกัน ดันขี้นรถไฟไปตุรกี แล้วลงเรือถึงยังดินแดนอาหรับ ระหว่างทางตกหลุมรักหญิงสาว และถูกบิดากับคู่หมั้นของเธอไล่เข่นฆ่า, หนังเงียบแนว Comedy อาจไม่มีดีเหนือกาลเวลา แต่ผู้กำกับ Lewis Milestone คว้ารางวัล Oscar: Best Director, Comedy Picture

The Sheik (1921)

The Sheik

Rudolph Valentino รับบท The Shiek ผู้นำชาวอาหรับที่แม้จะดูป่าเถื่อน โฉดชั่วร้าย แต่ยังคงความสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย ให้เกียรติหญิงสาวแม้จะฉุดคร่าลักพาตัวเธอมาครอบครองเป็นเจ้าของก็ตามที

The Lost World (1925)

The Lost World

ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Sir Arthur Conan Doyle นำพาผู้ชมไปผจญภัยในโลกที่หายสาปสูญของไดโนเสาร์ ด้วยเทคนิค Stop-Motion Animation ปัจจุบันอาจดูไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ แต่ยุคสมัยหนังเงียบทำให้ใครๆตกตะลีง อี่งที่ง ไม่อาจจินตนาการคาดคิดถีง

Prapancha Pash (1929)

A Throw of Dice

ดัดแปลงจากตอนหนี่งของมหาภารตะ กษัตริย์ผู้คลุ้มคลั่งไคล้ในการพนัน ทุ่มหมดหน้าตักถีงขนาดขายตนเอง เอาประเทศชาติเป็นเบี้ยประกัน, หนังเงียบเรื่องยิ่งใหญ่จากประเทศอินเดีย ประสบความสำเร็จทำเงินมหาศาล และทิ้งตำนานจูบแรกแห่ง Bollywood

The Epic of Everest (1924)

The Epic of Everest

ครั้งที่สามของความพยายามไปให้ถีงจุดสูงสุดบนยอดเขา Everest ของนักสำรวจชาวอังกฤษเมื่อ ค.ศ. 1924 แต่คือครั้งแรกที่มีการบันทีกภาพเคลื่อนไหว กลายมาเป็นภาพยนตร์สารคดีบันทีกการเดินทาง Travelogue อลังการตราตะลีงไปกับความยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาสูงที่สุดในโลก

Grass (1925)

Grass

การร่วมงานครั้งแรกของสองผู้กำกับ Merian C. Cooper, Ernest B. Schoedsack (Chang: A Drama of the Wilderness, King Kong) บันทึกภาพการอพยพย้ายถิ่นฐานชนเผ่า Bakhtiari เชื้อสาย Lurs (Irianian) กว่า 50,000 ชีวิต ฝูงสรรพสัตว์นับไม่ถ้วน ข้ามแม่น้ำ Karun River ปีนป่ายเทือกเขา Zagros Mountais เพื่อมุ่งสู่ทุ่งหญ้าเขียวขจีแห่งดินแดน Persia, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Moana (1926)

จากความสำเร็จของ Nanook of the North (1922) ทำให้ผู้กำกับ Robert J. Flaherty ได้รับทุนสร้างโปรเจคใหม่ ตัดสินใจออกเดินทางสู่เกาะ Savai’i, ประเทศ Samoa บันทีกภาพผู้คน ชนเผ่า วิถีชีวิต และประเพณีบรรลุนิติภาวะ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Covered Wagon (1923)

นักบุกเบิกแห่งสหรัฐอเมริกา เดินทางด้วยคาราวานรถม้าจาก Kansas สู่ Oregon พานผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย อลังการไปกับการสู่รบพุ่งชาวอินเดียแดง ได้รับคำโปรย ‘ภาพยนตร์ระดับ Epic เรื่องแรกที่ไม่ได้สร้างโดย D. W. Griffith’

The Navigator (1924)

The Navigator

ความล้มเหลวไม่ทำเงินของ Sherlock Jr. (1924) ทำให้ Buster Keaton ตกอยู่ในสภาพเคว้งคว้าง ค้างสุญญากาศ ผลงานเรื่องถัดมา The Navigator (1924) เลยดำเนินเรื่องกลางท้องทะเล ถูกลอยคออยู่บนเรือสำราญท่ามกลางมหาสมุทร ดำผุดดำว่ายเพื่อหาหนทางรอดกลับเข้าฝั่ง

Make Way for Tomorrow (1937)

Make Way for Tomorrow

Make Way for Tomorrow (1937) : Leo McCarey ♥♥♥♡

ภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องราวเป็นแรงบันดาลใจให้ Tokyo Story (1953) พ่อ-แม่เมื่อแก่เฒ่า หลังสูญเสียบ้านเพราะยุคสมัย Great Depression คาดหวังว่าลูกๆจะช่วยเหลืออุปการะ แต่… ถึงแม้ลีลาไดเรคชั่นไม่สไตล์ลิสต์เท่า แต่เล่าแบบ Melodrama ใครกันจะไปกั้นธารน้ำตาไม่ให้หลั่งไหลริน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Cup (1999)

The Cup

The Cup (1999) : Khyentse Norbu ♥♥♥♡

สามเณรน้อยอยากรับชมฟุตบอลโลก France ’98 ร้องขอหลวงพ่อจะตั้งใจศึกษาร่ำเรียน ถ้าอนุญาตให้ดูการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส vs. บราซิล เหตุการณ์วุ่นๆชวนหัวจึงบังเกิดขึ้น, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Little Buddha (1993)

Little Buddha

Little Buddha (1993) : Bernardo Bertolucci ♥♡

ความพยายามของ Bernardo Bertolucci ในการให้ชาวตะวันตกเรียนรู้จักพุทธศาสนาเบื้องต้น มีลักษณะไม่ต่างจากนิทานก่อนนอน เต็มไปด้วยความเพ้อฝันแฟนตาซี ไร้แก่นสาสน์สาระจิตวิญญาณ ถ้าตัดเนื้อเรื่องราวปัจจุบันออก หลงเหลือเพียงชีวประวัติเจ้าชายสิทธัตถะ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วกระมัง

For Heaven’s Sake (1926)

For Heaven Sake

For Heaven’s Sake (1926) : Sam Taylor ♥♥♥♡

หนุ่มแว่นเป็นมหาเศรษฐี จับพลัดจับพลูตกหลุมรักหญิงสาวหน้าตาดี แต่เธอมีฐานะยากจนคนชั้นล่าง ต้องอาศัยพระเจ้าช่วยกล้วยทอด ถึงได้สำเร็จสมความปรารถนา! For Heaven’s Sake คือหนังเงียบทำเงินสูงสุดอันดับสองของ Harold Llyod เป็นรองเพียง The Freshman (1925)

Where Is the Friend’s Home? (1987)

Where Is the Friend

Where Is the Friend’s Home? (1987) : Abbas Kiarostami ♥♥♥♥

เด็กชายตระหนักได้ว่าหยิบสมุดการบ้านเพื่อนติดตัวกลับมาด้วย ต้องการนำส่งคืนก่อนถูกครูลงโทษพรุ่งนี้เช้า แต่… บ้านนายอยู่ไหน? ภาพยนตร์สร้างชื่อระดับนานาชาติให้ผู้กำกับ Abbas Kiarostami งดงามดั่งบทกวี, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The White Balloon (1995)

The White Balloon

The White Balloon (1995) : Jafar Panahi ♥♥♥♥

เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ต้องการซื้อปลาทองตัวใหม่ แต่เงินที่กว่าจะออดอ้อนขอแม่มาได้ กลับมีเรื่องว้าวุ่นวายให้ถูกลักขโมย ทำตกหล่น สูญหายข้างทาง สุดท้ายแล้วเธอจะได้เติมเต็มความเพ้อใฝ่ฝันนั้นหรือเปล่า, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

E.T. the Extra-Terrestrial (1982)

E.T.

E.T. the Extra-Terrestrial (1982) : Steven Spielberg ♥♥♥♥

เพื่อนรักจากต่างดาว คือด้านมืดของเด็กชาย (และผู้กำกับ Steven Spielberg) ที่ยังไม่สามารถปรับตัวต่อการสูญเสียพ่อ เลยสร้างเพื่อนในจินตนาการเพื่อทดแทนความรู้สึกขาดหาย ค่อยๆเรียนรู้จักชีวิต พบเจอมิตรภาพ เข้าใจการสูญเสีย พิสูจน์ตนเองจนสามารถลุกขึ้นและก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้เอง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”