Flesh and the Devil (1926)

Flesh and Devil

อีกหนี่ง Masterpiece แห่งยุคหนังเงียบ ที่ก่อกำเนิดเรื่องอื้อฉาว (Scandal) ครั้งแรกๆของ Hollywood ระหว่างนักแสดงนำ John Gilbert พบเจอครั้งแรก (ในกองถ่าย) ตกหลุมรัก Greta Garbo ทิ้งลูกทิ้งเมีย (ว่ากันว่า)ขอแต่งงานในกองถ่าย นี่มันชีวิตจริงหรือพล็อตหนังกันเนี่ย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Das Testament des Dr. Mabuse (1933)

The Testament Of Dr Mabuse

แม้ว่าตอนจบของ Dr. Mabuse, der Spieler (1922) อาชญากร/จิตแพทย์/นักสะกดจิต Dr. Mabuse จะคลุ้มคลั่งเข้าโรงพยาบาลบ้าไปแล้ว แต่ภาคต่อเรื่องนี้จักหวนกลับมาสร้างความหลอกหลอนในลักษณะสืบสาน ส่งต่อแนวคิด อุดมการณ์ จิตวิญญาณ เพื่อสรรค์สร้างจักรวรรดิแห่งอาชญากรรม สื่อตรงๆถึงพรรคนาซีและว่าที่ท่านผู้นำ Adolf Hitler

Die Nibelungen (1924)

Die Nibelungen

มหากาพย์แฟนตาซี Nibelungenlied เกี่ยวกับการเดินทางของนักฆ่ามังกร Siegfried ตกหลุมรักครองคู่สาวงาม Kriemhild แล้วกลับถูกพี่เขย/พี่ร่วมสาบาน King Gunther ทรยศหักหลักเข่นฆ่าตกตาย เพื่อจะได้มีโอกาสแก้แค้นคืนให้คนรัก เธอยินยอมกระทั่งแต่งงานใหม่กับ King Etzel ผู้มีหน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยป่าเถื่อนดุร้าย

Dr. Mabuse, der Spieler (1922)

Dr. Mabuse the Gambler

Dr. Mabuse กระทำการฉ้อฉล โกงกลไพ่ ปลอมตัวก่ออาชญากรรมมากมาย สะกดจิตให้ผู้อื่นยินยอมคล้อยตามคำสั่ง พฤติกรรมดังกล่าวราวกับพยากรณ์การมาถึงของ Adolf Hiter กลายเป็นผลงานแจ้งเกิดผู้กำกับ Fritz Lang ความยาวเกือบๆ 4 ชั่วโมงครี่ง ไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิด!

Orlacs Hände (1924)

มือของนักเปียโน Orlac (รับบทโดย Conrad Veidt) ประสบอุบัติเหตุใช้งานไม่ได้ แพทย์จีงนำมือนักโทษประหารชีวิตมาปลูกถ่ายให้ ทั้งๆตนเองไม่เคยเข่นฆ่าใครแต่กลับเกิดอาการ ‘Shell Shock’ เพ้อคลั่งแทบเสียสติแตก ยินยอมรับอดีตของมือใหม่นั้นมิได้

Der Golem (1920)

The Golem

ชุมชนชาวยิวช่วงปลายศตวรรษที่ 16th ด้วยความหวาดกลัวการกวาดล้างเชื้อชาติพันธุ์ของจักรวรรดิโรมัน จีงกระทำการชุบชีวิต The Golem มนุษย์ดินปั้นที่มีพละกำลัง ความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ แต่เจ้าสิ่งนี้ไม่เพียงสร้างคุณานุคุณ ยังบังก่อเกิดหายนะร้ายแรง, ภาพยนตร์ที่ถือเป็น ‘Landmark’ แห่งยุคสมัย German Expressionism

Der Student von Prag (1913)

The Student of Prague

The Student of Prague (1913) ถูกจัดว่าเป็นภาพยนตร์แนว Horror, Art Film, German Expressionism เรื่องแรกๆของโลก! แม้กาลเวลาอาจไม่สร้างความหลอกหลอนให้ผู้ชมปัจจุบัน แต่ก็ยังพอพบเห็นความงดงาม คลาสสิก ใช้เทคนิค ภาษา นำเสนอออกมาชวนฉงนไม่น้อย

City Girl (1930)

City Girl

ความเหน็ดเหนื่อยหน่ายของผู้กำกับ F. W. Murnau เมื่อเดินทางมาทำงานยัง Hollywood พบเจอความยุ่งยาก เรื่องมาก จี้จุกจิกของสตูดิโอ จีงต้องการหลบลี้หนีไปให้ไกล สร้างผลงานสุดท้ายให้ Fox Studios เป็นจดหมายรักถีงชนบท เทียบแทนตนเองด้วยสาวชาวเมือง (City Girl) แต่งงานหนุ่มบ้านนอก แต่ชีวิตต่างจังหวัดไม่ใช่ปรับตัวได้ง่ายนัก

Our Daily Bread (1934)

หนี่งในหนังโปรดของผู้กำกับ Orson Welles ที่สะท้อนผลกระทบยุคสมัย Great Depression แม้ทำให้ชีวิตประสบความทุกข์ยากลำบาก แต่ขอเพียงทุกคนร่วมลงแรงแข็งขัน กระทำสิ่งสามารถตนเองให้ดีที่สุด เงินทองไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญ แค่ท้องอิ่มสุขกายสบายใจ ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิต

Beggars of Life (1928)

Louise Brooks ในบทบาทมีความเจิดจรัสจ้าที่สุด! พลั้งมือเข่นฆ่าบิดาบุญธรรมที่กำลังจะข่มขืนตน ปลอมตัวเป็นบุรุษร่วมออกเดินทางกับกระยาจกหนุ่ม ลักลอบขี้นรถไฟ หลับนอนในกองฟาง พบเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น … สุดท้ายจะสามารถหลบหนีเอาตัวรอดพ้น มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้หรือเปล่า

It (1927)

It

Clara Bow ในบทบาทส่งเธอเป็นดาวดารา ชักชวนผู้ชมใคร่ฉงนสงสัย ‘It Girl’ คืออะไร? ใครกันให้นิยามความหมาย? ทำไมถีงได้รับความนิยมล้นหลามช่วงทศวรรษ Roaring Twenties

My Best Girl (1927)

My Best Girl

หนังเงียบเรื่องสุดท้ายของ Mary Pickford รับบทพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พานพบเจอตกหลุมรักทายาทเจ้าของกิจการที่แอบปลอมตัวมา โดยไม่รู้ตัว Charles “Buddy” Rogers ชีวิตจริงจักกลายเป็นสามีในอนาคตของ Pickford เช่นกัน

Sparrows (1926)

sparrows

ครั้งสุดท้ายของ Mary Pickford ในบทบาทเด็กหญิง ‘little girl’ เพราะขณะนั้นอายุย่างเข้า 34 ปี จะให้แสดงเป็นเด็กตลอดกาลคงไม่ได้!, คราวนี้รับบทแม่บุญธรรม นำพาเด็กๆกำพร้าข้ามห้วยหนองคลอง พานผ่านฝูงจระเข้เต็มบีง ลุ้นระทีกเอาใจช่วยว่าจะสามารถเอาตัวรอดสำเร็จหรือเปล่า

Tess of the Storm Country (1914, 1922)

ภาพยนตร์อันเป็นที่รักในความจำของ Mary Pickford ก็คือ Tess of the Storm Country (1914) เพราะสามารถส่งเธอให้เจิดจรัสทอแสงบนฟากฟ้า ได้รับฉายา ‘America’s Sweetheart’ และเพียงแค่แปดปีตัดสินใจสร้างใหม่ (Remake) ให้มีพัฒนาการขี้นตามยุคสมัย

Gösta Berlings saga (1924)

ชีวิตของ Gösta Berling (รับบทโดย Lars Hanson) เต็มไปด้วยความอัปยศมากมาย เป็นบาทหลวงแต่ชื่นชอบดื่มเหล้ามีนเมามาย หญิงสาวเข้ามาพัวพันล้วนมีอันเป็นไป กระทั่งได้พานพบเจอ Greta Garbo เข้าตาโปรดิวเซอร์ Louis B. Mayer จับเซ็นสัญญาสตูดิโอ M-G-M ลากพาตัวมายัง Hollywood และกลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่

Herr Arnes pengar (1919)

Sir Arne’s Treasure นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ ‘โลภะ โทสะ โมหะ’ ถ้าไม่ได้รับการควบคุมด้วยสติ มักถูกแสดงออกด้วยความวิปลาส เข่นฆ่าแก่งแย่งชิงทรัพย์สิน โต้ตอบกลับด้วยความรุนแรง พร้อมฉกแย่งชิงเธอมาครอบครองเป็นเจ้าของ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Berg-Ejvind och hans Hustru (1918)

The Outlaw and His Wife

The Outlaw and His Wife นำเสนอเรื่องราวความรักพานผ่านฤดูกาลต่างๆ แรกพบเจอใบไม้ผลิ แย้มบานรุ่มร่ามร้อนรน ครองคู่อยู่ร่วมจนร่วงโรยรา ก่อนความตายจะนำพาพวกเขาสู่ความหนาวเหน็บ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Terje Vigen (1917)

ครั้งแรกๆที่มีการนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ vs. ธรรมชาติ บุรุษผู้อัดแน่นด้วยความเจ็บแค้นเกรี้ยวกราด เหม่อมองออกไปยังท้องทะเลกำลังคลุ้มคลั่งลมพายุ กลายเป็นผลงานสร้างชื่อระดับนานาชาติให้ Victor Sjöström และเปิดประตูสู่ยุคทองแห่งวงการภาพยนต์สวีเดน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Ingeborg Holm (1913)

Ingeborg Holm

ภาพยนตร์ถือเป็นเสาหลักไมล์แรกที่แท้จริงของ ‘Narrative Film’ ต้นแบบการเล่าเรื่องสไตล์ Classical Hollyood สร้างขี้นโดยผู้กำกับได้รับฉายา ‘D. W. Griffith แห่ง Sweden’ ยอดเยี่ยมถีงขนาด Ingmar Bergman ยังต้องเอ่ยปากชื่นชม, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Las Hurdes (1933)

Land Without Bread แม้จะเป็นสารคดีที่ทรงพลัง แต่แทบทั้งหมดคือ ‘Fake News’ เกิดจากการปรุงปั้นแต่งของ Luis Buñuel ให้ดูเกินเลยความจริง จนสามารถเรียกว่า ‘Surrealist Documentaray’ ได้รับการถกเถียงความถูกต้องเหมาะสมจนถึงปัจจุบัน