Once Upon a Time in China (1991)

Once Upon a Time in China

Once Upon a Time in China (1991) : Tsui Hark ♥♥♥♡

กาลครั้งหนึ่ง … ช่วงปลายราชวงศ์ชิง ค.ศ. 1875 ประเทศจีนต้องผจญศึกหนักทั้งจากภายนอกผู้รุกรานชาติตะวันตก และภายในการฉ้อราษฎร์บังหลวงของเหล่าขุนนางราชสำนัก หวงเฟยหง (รับบทโดย Jet Lee) และลูกศิษย์ จึงจำต้องหาหนทางพิชิตคว้าชัย ด้วยสติปัญญาไม่ได้ก็ต้องพละกำลังกังฟู

Painted Skin (1993)

ซนต๋าโซ่น แหกดวงโปเย

Painted Skin (1993) : King Hu ♥♥♡

ซนต๋าโซ่น แหกดวงโปเย ผลงานทิ้งท้ายของปรมาจารย์ผู้กำกับ หู จินเฉวียน โดยรวมค่อนข้างน่าผิดหวังทีเดียว แม้จะคับคั่งด้วยนักแสดงคุณภาพ, Special Effect สุดอลังการ, แต่มีปัญหาที่วิธีดำเนินเรื่อง กระโดดไปมาเหมือนบรรดาจอมยุทธใช้วิชาตัวเบา ผู้ชมคงต้องเหาะเหินเดินอากาศถึงสามารถบรรลุเข้าใจหนังเรื่องนี้ได้

A Chinese Ghost Story (1987)

A Chinese Ghost Story

A Chinese Ghost Story (1987) : Ching Siu-Tung ♥♥♥

โปเยโปโลเย เย้ยฟ้าแล้วก็ท้า ฉบับอำนวยการสร้างโดย ฉีเคอะ จะพาคุณโบยบินโลดเต้นไปกับ Special Effect ตื่นตระการตา, ความน่ารักน่าชังของคู่มนุษย์-ผี เลสลี่ จาง กับ หวัง จู่เสียน เหมาะสำหรับผู้ชมยุคสมัยใหม่ ตัดต่อรวดเร็วฉับไว เพลงประกอบตราตรึง … ก็แล้วแต่คนจะชอบ

Mr. Vampire (1985)

ผีกัดอย่ากัดตอบ

Mr. Vampire (1985) : Ricky Lau ♥♥♥♡

ผีกัดอย่ากัดตอบ คือภาพยนตร์ที่ทำให้กระแสนิยม Kung-Fu Comedy Horror ถึงจุดสูงสุดในฮ่องกง แจ้งเกิดต้นตำรับอาจารย์ปราบผี หลิน เจิ้งอิง พร้อมลูกศิษย์กิ๊กก๊อกอีกสองคน เฉิน เสี่ยวโห่ว กับ ริกกี้ ฮุย จะทำให้คุณหัวเราะจนมิอาจกลั้นหายใจไว้อยู่

Encounters of the Spooky Kind (1980)

Encounters of the Spooky Kind

Encounters of the Spooky Kind (1980) : Sammo Hung ♥♥♥♡

หง จินเป่า ไม่ได้พบเจอแค่ผีที่น่าสะพรึงกลัว แต่ยังมนุษย์มากมายที่หมายปองร้ายต่อเขา (คนเหล่านี้น่ากลัวกว่าผีเสียอีกนะ!) ด้วยความซื่อบื้อสนิทจนได้กลายเป็นลูกศิษย์อาจารย์ยอดฝีมือ แข่งกันทำพิธีกรรม ใครอยู่สูงเสียดฟ้าใกล้สวรรค์กว่าจักมีโอกาสได้รับชัยชนะ

The Enchanting Shadow (1960)

The Enchanting Shadow

The Enchanting Shadow (1960) : Li Han-hsiang ♥♥♥♥♡

ครั้งแรกของการดัดแปลงเรื่องประหลาดจากห้องหนังสือ หรือโปเยโปโลเย ใช้ชื่อไทยวิญญาณรักปีศาจสาว โดยสตูดิโอ Shaw Brother แม้มิได้มีความหลอกหลอนเท่าหนังในยุคสมัยปัจจุบัน แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าสะพรึงขนหัวลุก โปรดักชั่นจัดเต็ม นักแสดงนำระดับตำนาน งดงามคลาสสิกเหนือกาลเวลา

Hard Boiled (1992)

Hard Boiled

Hard Boiled (1992) : John Woo ♥♥♥♡

ทะลักจุดแตก คือภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ John Woo ในศตวรรษ 20 ก่อนข้ามน้ำข้ามทะเลมาประสบความสำเร็จกับการสร้างหนัง Hollywood แต่ไม่ใช่ว่าเขาถึงจุดแตกหักกับวงการบันเทิงฮ่องกงประการใด แค่ว่าแนว Heroic Bloodshed ในประเทศบ้านเกิดเริ่มไม่ได้รับความนิยม เลยทิ้งท้ายด้วยความบ้าระห่ำระดับมหากาพย์ ไคลน์แม็กซ์ 45 นาที กับฉากยิงกันในโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ป่วย แม้แต่เด็กทารกก็ไม่เว้น

The Killer (1989)

The Killer

The Killer (1989) : John Woo ♥♥♥♥♡

นักฆ่ากับตำรวจ ปกติแล้วถือเป็นศัตรูคู่อาฆาตสองฝั่งขั้วตรงข้าม มิอาจอยู่ร่วมชายคาผืนแผ่นดินเดียวกันได้ กระนั้นในโหดตัดโหด หลังจากพวกเขาเล่นเกมแมวจับหนูจนล่วงรู้จักตัวตนของอีกฝ่าย ก็ได้กลับกลายเป็นเพื่อนสนิท เพื่อนตาย ร่วมต่อสู้เพื่อเป้าหมายอุดมการณ์เดียวกัน, แต่ในชีวิตจริงของ John Woo กับโปรดิวเซอร์ Tsui Hark (ฉีเคอะ) ภาพยนตร์เรื่องนี้คือจุดแตกหัก ขัดแย้งรุนแรงถึงขนาดมองหน้ากันไม่ติดอีกเลย

A Better Tomorrow (1986)

A Better Tomorrow

A Better Tomorrow (1986) : John Woo ♥♥♥♥

โหดเลวดี คือผลงานแจ้งเกิดของผู้กำกับ John Woo เปิดประตูสู่พรุ่งนี้แห่งยุคสมัย Action Gangster ของ Hong Kong โดยมี Chow Yun-fat เป็นศูนย์กลางแห่งความเท่ห์ระเบิด สวมเสื้อคลุมยาวกันฝนสีดำ (Trench coat) มือสองข้างถือปืน ปากคาบไม้ขีด สวมแว่นกันแดด แม้แต่หนัง Hollywood หลายๆเรื่องยังต้องเลียนแบบตาม

Happy Together (1997)

Happy Together

Happy Together (1997)  : Wong Kar-Wai ♥♥♥
สิ่งน่าสนใจที่สุดของหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่ความสัมพันธ์รักโรแมนติกขาดกันไม่ได้ของชายสองคน หรือการรำพันใกล้ถึงเวลาที่ Hong Kong จะกลับคืนเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่คือวิธีการที่ผู้กำกับ Wong Kar-Wai หลอกล่อ Tony Leung Chiu-Wai กับ Leslie Cheung ให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ โดยพวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นหนังเกย์

The Eye (2002)

The Eye

The Eye (2002)  : Pang brothers ♥♥

คนเห็นผี เป็นภาพยนตร์ที่มีความหลอกหลอน สะพรึง น่ากลัวจับใจ แถมแนวคิดเริ่มต้นมาดีแบบสุดๆ แต่กลับเดินตกท่อตาย เพราะแนวทางกำกับของสองพี่น้องแปง ใส่ลีลาลูกเล่นเยอะเกินติสต์ไปหน่อย นักแสดงที่รับบทหมอก็เล่นได้แข็งทึ่มทื่อ ขมวดปมตอนจบไม่ค่อยดีนัก และมาถ่ายที่ไทยก็ … กุมขมับ

Legend of the Mountain (1979)

Legend of the Mountain

Legend of the Mountain (1979)  : King Hu ♥♥♥♡

เหมือนว่าปรมาจารย์ผู้กำกับหูจินเฉวียน (King Hu) ต้องการชุบชีวิตใครสักคนให้ฟื้นคืนชีพ แต่ทั้งรู้ว่าทำไม่ได้ ก็เลยต้องปล่อยไปตามวิถีของกรรม, สีว์เฟิง (Hsu Feng) รับบทผีสาวสุดสวย หลอกล่อพระเอกหนุ่ม ชุนชิห์ (Chun Shih) ให้แต่งงานด้วย เพื่อหาทางฟื้นคืนชีพ … ถ้าผมเจอผีสาวสวยขนาดนี้นะ ก็คงยอมโดนให้หลอกแน่ๆ

Raining in the Mountain (1979)

Raining in the Mountain

Raining in the Mountain (1979)  : King Hu ♥♥♥♥♡

ผลงาน Masterpiece ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนักของปรมาจารย์ผู้กำกับหูจินเฉวียน (King Hu) สงสัยเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักปรัชญา คำสอนของพุทธศาสนา มีศิษย์เอกถึงสามคนในสำนัก แต่กลับเลือกหัวขโมยที่เพิ่งบวชเป็นเจ้าอาวาสคนใหม่ แบบนี้ใครที่ไหนจะไปยอม แต่แค่การคิดว่าไม่เห็นด้วย พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งแล้ว, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Valiant Ones (1975)

The Valiant Ones (1975)  : King Hu ♥♥♥♡

(mini Review) ในยุคสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368–1644) รัชสมัยของจักรพรรดิเจียจิ้ง ที่เต็มไปด้วยคอรัปชั่น กำลังมีปัญหากับพวกญี่ปุ่นและโจรสลัดทางตะวันออกของประเทศ นายพลหยูต้าหยู ได้รับภารกิจเพื่อต่อสู้ทำลายญี่ปุนและโจรสลัด เพื่อทวงคืนความสงบสุขกลับคืนมาสู่ประเทศจีน

The Fate of Lee Khan (1973)

The Fate of Lee Khan

The Fate of Lee Khan (1973)  : King Hu ♥♥♥♡

ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในไตรภาคโรงเตี๊ยม ต่อจาก Come Drink with Me (1966) และ Dragon Inn (1967) ของผู้กำกับ หูจินเฉวียน (King Hu) กำกับคิวบู๊โดย หงจินเป่า (Sammo Hung), โชคชะตาของแผ่นดินจีน กำลังจะถูกตัดสินในโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง

Come Drink with Me (1966)

Come Drink with Me

Come Drink with Me (1966)  : King Hu ♥♥♥♡

หงส์ทองคะนองศึก คือภาพยนตร์แจ้งเกิด เจิ้งเพ่ยเพ่ย (Cheng Pei-pei) ‘ราชินีนักบู๊อันดับหนึ่งตลอดกาลของจีน’ ร่วมงานผู้กำกับ หูจินเฉวียน (King Hu) สร้างปฐมบทหนังแนว Wuxia จนได้รับฉายา ‘บิดาแห่งภาพยนตร์จีนกำลังภายในยุคใหม่’, อยากรู้ว่ายุคสมัยความยิ่งใหญ่ของ Shaw Brothers เริ่มต้นได้อย่างไร ชักชวนให้มาดื่มด่ำกับหนังเรื่องนี้

The Way of the Dragon (1972)

Way of the Dragon

The Way of the Dragon (1972)  : Bruce Lee ♥♥♥♡

ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง บุกกรุงโรม ครานี้บรูซ ลี ต้องต่อสู้กับผู้ท้าชิง Chuck Norris ขณะนั้นเป็นนักคาราเต้สายดำแชมป์โลกของอเมริกา ณ โคลอสเซียม สถานที่ซึ่งเหล่า Gladiator นักสู้ของชาวโรมัน ปะทะฝีมือเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

Fist of Fury (1972)

Fist of Fury

Fist of Fury (1972)  : Lo Wei ♥♥♥♥

อาจารย์เสียชีวิตกระทันหันอย่างน่าสงสัย ลูกศิษย์จึงออกตามล่าหาตัวการที่อยู่เบื้องหลัง, ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง…ล้างแค้น พล็อตมีแค่นี้ แต่พอได้บรูซ ลีสร้างสรรค์คิวบู๊และผู้กำกับหลอเว่ยนำบทเรียนความผิดพลาดมาเป็นครู ผลลัพท์เลยออกมาสนุกดูดี สมบูรณ์กว่า The Big Boss (1971) หลายเท่าตัว

The Big Boss (1971)

The Big Boss (1971)  : Lo Wei ♥♥♥

ซินตึ๊ง คือคำเรียกคนจีนที่เพิ่งอพยพเข้ามาในประเทศไทย, จุดเริ่มต้นของ ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มาจากการแสดงนำเรื่องแรกของบรูซ ลี เดินทางมาถ่ายทำในเมืองไทยทั้งเรื่อง และยังคือจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ปฏิวัติวงการภาพยนตร์แนว Action ของโลกไปโดยสิ้นเชิง

2046 (2004)

2046

2046 (2004) Hong Kong : Wong Kar-Wai ♥♥♡

การเฝ้ามองคนที่อาศัยอยู่ในห้อง 2046 เปรียบเสมือนการสังเกตการณ์ รถไฟแห่งกาลเวลาที่ค่อยๆเคลื่อนผ่านไป มีสถานีปลายทางคือปี 2046 เป็นเวลาครบ 50 ปี ที่ฮ่องกงจะกลายเป็นดินแดนของจีนแผ่นดินใหญ่โดยสมบูรณ์