Všichni Dobří Rodáci (1968)

Všichni Dobří Rodáci (1968)

All My Good Countrymen (1968) Czech : Vojtěch Jasný ♥♥♥♥

การมาถึงของ 1968 Prague Spring ทำให้ผู้กำกับ Vojtěch Jasný (The Cassandra Cat) หาญกล้าที่จะนำเสนอความโฉดชั่วร้ายของระบอบคอมมิวนิสต์อย่างตรงไปตรงมา แม้ภายหลังถูกแบนตลอดกาล แต่สามารถคว้ารางวัล Best Director จากเทศกาลหนังเมือง Cannes

ฤดูใบไม้ผลิของกรุง Prague แม้ยาวนานแค่ไม่กี่เดือน (ระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 21 สิงหาคม ค.ศ. 1968) แต่ถือเป็นช่วงเวลาที่ชาว Czechoslovakia สามารถปลดปล่อยตนเองจากการถูกควบคุมครอบงำ ได้รับอิสรภาพทางความคิดสร้างสรรค์ รัฐบาลคอมมิวนิสต์ยินยอมผ่อนปรนหลายๆสิ่งอย่าง

ผกก. Jasný จึงฉกฉวยโอกาสสรรค์สร้าง All My Good Countrymen (1968) โปรเจควางแผนมานานนับทศวรรษ นำเสนอวิถีชีวิตผู้คนในหมู่บ้านชนบทห่างไกล ไล่ตั้งแต่เฉลิมฉลองหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง การมาถึงของระบอบคอมมิวนิสต์ ก่อเกิดการแบ่งแยก แบ่งพรรคแบ่งพวก เพื่อนทรยศเพื่อน พวกเดียวกันยังหักหลังกันเอง สรรหาข้ออ้างเข้ายึดครองพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน จนท้ายที่สุดแทบไม่หลงเหลืออะไร … นี่เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์การเมือง Czechoslovakia ได้อย่างชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่มีการบิดเบือน ซุกซ่อนในแฟนตาซี หรือเสียดสีล้อเลียนในเชิงสัญลักษณ์


Vojtěch Jasný (1925-2019) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Kelč, Czechoslovakia บิดาเป็นครูสอนหนังสือ ซื้อเครื่องฉายภาพยนตร์มายังหมู่บ้าน หลังจากมีโอกาสรับชม The Little Match Girl (1928) ของ Jean Renoir เกิดความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์, หลังสงครามโลกสมัครเข้าโรงเรียน(ภาพยนตร์)เปิดใหม่ Filmová a televizní fakulta Akademie múzických umění v Praze (FAMU) สรรค์สร้างสารคดี หนังสั้น ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก September Nights (1956)

ด้วยความที่บิดาของ Jasný เสียชีวิตในค่ายกักกัน Auschwitz ตอนนั้นจึงมีความเชื่อมั่นต่อระบอบคอมมิวนิสต์ ว่าจักสามารถยุติ Nazism เคยสรรค์สร้างสารคดี/หนังสั้นชวนเชื่อสังคมนิยมอยู่หลายเรื่อง แต่หลังจากมีโอกาสเดินทางไปหลายๆประเทศในเครือสหภาพโซเวียต ทำให้ตระหนักถึงเบื้องหลังความจริง

When I came back from the Soviet Union and China I decided that I will never more make dogmatic or stupid films. I promised this to myself and I found this courage. You believed that socialism is good but, I have seen that in the Soviet Union they murder people… I stopped believing in this stupidity and I decided we will make our own Czechoslovak socialism if we can, and we will do it humanely and properly.

Vojtěch Jasný

ด้วยความที่ Jasný รับรู้ว่าไม่สามารถแสดงความคิดเห็นดังกล่าวออกมาตรงๆ ช่วงทศวรรษ 60s จึงสรรค์สร้างผลงานซุกซ่อนเป้าหมายแท้จริง ทำออกมาในลักษณะเทพนิยาย ไม่ก็แนวตลกร้าย จนกระทั่งการมาถึงของ 1968 Prague Spring รัฐบาลคอมมิวนิสต์นำโดย Alexander Dubček ผ่อนปรนมาตรการหลายๆอย่าง อนุญาตให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

นั่นทำให้ Jasný เล็งเห็นโอกาสนำเอาโปรเจค Všichni dobří rodáci สามารถแปลได้ทั้ง All My Good Countrymen และ All My Compatriots แอบซุ่มพัฒนามากว่าสิบปี มาสร้างเป็นภาพยนตร์เสียที!


เรื่องราวของหนังเริ่มต้นปี ค.ศ. 1945 จนถึงประมาณ ค.ศ. 1958 ณ หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของ Moravian

  • พฤษภาคม ค.ศ. 1945, ใกล้สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เด็กชายเล่นกับปืน ขุดพบกัปดักระเบิด ค่ำคืนดื่มฉลอง ร้องเพลง มึนเมา ออกจากร้านตอนฟ้าสาง หลับนอนใต้ต้นไม้ขณะพระอาทิตย์ขึ้น
  • เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1948, เดือนกว่าๆหลังพรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นมาเรืองอำนาจใน Czechoslovakia มีชายสี่คนเข้าร่วมเป็นสมาชิกประกอบด้วย นักดนตรี Očenáš, ช่างภาพ Plecmera, บุรุษไปรษณีย์ Bertin และ Zejvala สร้างความไม่พึงพอใจแก่ชาวเมือง แต่พวกเขาถือครองอำนาจรัฐ เริ่มต้นด้วยการยึดร้านช่างตัดเสื้อ
  • ค.ศ. 1949, บุรุษไปรษณีย์ Bertin ถูกยิงเสียชีวิต ตำรวจจับบุคคลต้องสงสัย, František รวมกลุ่มชาวบ้านลุกฮือขึ้นประท้วงให้ปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์ สร้างความหวาดกลัวให้กับ Očenáš ตัดสินใจอพยพหลบหนี
  • ค.ศ. 1951, หัวขโมย/ช่างซ่อมประจำหมู่บ้าน Jořka กำลังจะติดคุกในอีกไม่กี่วัน ครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวรอดด้วยการเทน้ำกรดใส่เท้า ปรากฎว่าทนพิษบาดแผลไม่ไหว
    • นักดนตรี Zášinek ระหว่างมึนเมาเห็นภาพหลอนอดีตภรรยาชาวยิว ตอนนั้นหย่าร้างเพราะกลัว Nazi Germany ก่อนเสียชีวิตในค่ายกักกัน เธอบอกให้อภัยเขาแต่กลับสร้างความคลุ้มคลั่ง,
  • ฤดูใบไม้ร่วง ค.ศ. 1951, Zášinek ยังคงรู้สึกผิดต่ออดีตภรรยา เดินทางไปโบสถ์รับสารภาพบาป ระหว่างนั่งดื่มให้พนักงานดูลายมือ แล้วพอกลับมาบ้านถูกวัวขวิดเสียชีวิต
  • ค.ศ. 1952, František ตกเป็นเป้าหมายของพวกคณะกรรมการหมู่บ้าน เพราะปฏิเสธลงนามคืนที่ดินแก่รัฐ เลยถูกจับกุม คุมขัง สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน จนยินยอมลงนาม สูญเสียที่ดินทำกิน
  • ค.ศ. 1954, อดีตช่างเย็บผ้า Franta ลักขโมยเงินหมู่บ้าน พอหวนกลับมาเลยถูกประณาม, František ล้มป่วยหนัก
  • ค.ศ. 1955, อาการป่วยของ František ดีขึ้นตามลำดับ ก่อนหวนกลับไปทำงาน
  • ค.ศ. 1957, คณะกรรมการหมู่บ้านพยายามโน้มน้าว František แต่ยังไม่เป็นผล
  • ฤดูหนาว ค.ศ. 1958, František ตอบตกลงเป็นผู้นำหมู่บ้าน ย้ายเข้าบ้านหลังใหม่ ร่วมพิธีมิสสา ระหว่างทางกลับพบเจอกลุ่มคนสวมใส่ชุดศีรษะสัตว์ (ซึ่งก็คือบรรดาชาวนะแหละ) แล้วจู่ๆ Plecmera เกิดอาการหัวใจวาย
  • ปัจฉิมบท, Očenáš แวะเวียนกลับมายังหมู่บ้าน พบเจอกับ Plecmera กลายเป็นคนตาบอด ต่อด้วยพบเจอบุตรสาวของ František พูดถึงคำกล่าวสุดท้ายของบิดา

Radoslav Brzobohatý (1932-2012) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Vrútky (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของ Slovakia) วัยเด็กชื่นชอบเล่นไวโอลิน มีโอกาสขึ้นแสดงละคอนเวทีตั้งแต่แปดขวบ, โตขึ้นฝึกฝนเป็นช่างเครื่องจักรเย็บผ้า ก่อนได้เข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) มีผลงานละคอนเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก Mstitel (1959), แจ้งเกิดกับ All My Good Countrymen (1968), The Ear (1970), ซีรีย์ F. L. Věk (1971–1972) ฯ

รับบทชาวนา František ผู้ยืดหยัดเพื่อชาวบ้าน ยินยอมติดคุกติดตาราง ปฏิเสธลงนามคืนที่ดินแก่รัฐ เพราะรับรู้ว่าพวกคณะกรรมการหมู่บ้านย่อมนำเอาเงินที่ได้ไปใช้สนองความต้องการส่วนตัว แต่เมื่อสุขภาพร่วงโรยตามสังขาร วันหนึ่งเขาตอบตกลงเป็นผู้ชุมชน สร้างความผิดหวัง สิ้นหวัง ไม่มีใครทำความเข้าใจเหตุผล

ใครเคยรับชมผลงาน Czechoslovak New Wave ก็คงมักคุ้นหน้านักแสดงหลายๆคน แต่บทบาทน่าสนใจที่สุดของหนัง ผมยกให้กับ Brzobohatý ช่วงแรกๆก็เรื่อยๆมาเรียงๆ จนกระทั่งคณะกรรมการหมู่บ้านเรียกตัวไปพูดคุย พี่แกบอกขอทำงานเสร็จก่อน ท่าทางสบายๆ ผ่อนคลาย บุคลิกภาพผู้นำ ไร้ความหวาดกลัวเกรง โดดเด่นกว่าใครเพื่อน

ประเด็นคำถามคือทำไม František ท้ายที่สุดยินยอมตอบตกลงเป็นผู้นำหมู่บ้าน? นั่นเท่ากับเป็นการทรยศหักหลังทุกคนที่เคยเชื่อมั่น ฝากความหวัง คำตอบของผมคือปัญหาสุขภาพ ร่างกายอิดๆออดๆ ไม่สามารถอดรนทนทำงานหนักได้อีกต่อไป และเขาคงคาดหวังว่าเมื่อตนเองกลายเป็นผู้นำ จักสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บังเกิดขึ้น … แต่หนังตัดจบแค่นั้น เหมือนการมาถึงของ 1968 Prague Spring ที่ตอนนั้นไม่มีใครบอกได้ว่าอนาคตจะดำเนินไปเช่นไร


ถ่ายภาพโดย Jaroslav Kučera (1929-91) สัญชาติ Czech, สำเร็จการศึกษา Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU), จากนั้นมีผลงานเด่นๆ อาทิ Desire (1958), The Cassandra Cat (1963), Diamonds of the Night (1963), Pearls of the Deep (1965), Daisies (1966), All My Good Countrymen (1968), Fruit of Paradise (1969) ฯลฯ

งานภาพของหนังต้องชมเลยว่ามีความสวยสดงดงาม ฉบับบูรณะทำการปรับปรุงสีสันให้ดูเหมือนใหม่ เต็มไปภาพท้องทุ่ง ไร่นา กว้างไกลสุดลูกหูลูตา ร้อยเรียงวิถีชีวิตเกษตรกร พานผ่านครบทุกฤดูกาล ไถ-หว่าน-เก็บเกี่ยว และช่วงเวลาแห่งความหนาวเหน็บ สร้างสัมผัสกวีภาพยนตร์ บังเกิดสุนทรียะในการรับชม

เมื่อตอน The Cassandra Cat (1963) ผมไม่ค่อยประทับใจการเลือกอัตราส่วนภาพ Anamorphic Widescreen เพราะใช้ประโยชน์จากความยาววววไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่, All My Good Countrymen (1968) เปลี่ยนมาใช้ Academy Ratio (1.37:1) มันอาจดูคับแคบ แต่อัดแน่นด้วยรายละเอียด องค์ประกอบ หลายๆช็อตมีความน่าสนใจกว่ามากๆ

ในตอนแรกผกก. Jasný อยากเลือกใช้สถานที่ถ่ายทำยังบ้านเกิด Kelč, Vsetín แต่ด้วยระยะทางค่อนข้างไกลจากกรุง Prague และชาวบ้านเห็นว่าไม่ค่อยเต็มใจให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ เลยจำใจต้องย้ายมายังอีกหมู่บ้าน Bystré, Svitavy ใกล้กว่า ให้การต้อนรับดีกว่า และพวกเขายังสื่อสารสำเนียง Moravian ตรงตามรายละเอียดพื้นหลัง (คงต้องชาว Czech เท่านั้นกระมังถึงสามารถฟังออก)

คำร้องบทเพลงประสานเสียง “Billions of years ago Our beautiful world was born…” จากนั้นนำเข้าสู่เรื่องราว สองเด็กชายขุดคุ้ยปืน ไล่ยิงคนอื่น เริ่มต้นด้วยความรุนแรง นี่แอบชวนนึกถึง 2001: A Space Odyssey (1968) แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะออกฉายปีเดียวกัน

เรื่องราวของหนังเริ่มต้นหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ค.ศ. 1945 เด็กๆขุดคุ้ยปืน พบเจอกัปดักระเบิด นั่นย่อมคือสิ่งหลงเหลือ/ผลกระทบจากสงคราม แต่ถ้าเรามองในสัญลักษณ์ นี่เป็นการอารัมบทเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่คอมมิวนิสต์ขึ้นมาเรืองอำนาจ บริหารประเทศด้วยความบาดใหญ่ ทำตัวเหมือนเด็กน้อยเล่นปืน ไม่รู้ประสีประสา ไล่ยิงใครต่อใคร โดยไม่ตระหนักถึงหายนะติดตาม

นี่คือช็อตสวยสุดในหนัง! ค่ำคืนแห่งการดื่มด่ำ สังสรรค์ ร้อง-รำ-ทำเพลง All My Good Countrymen กำลังเฉลิมฉลองชัยชนะสงครามโลกครั้งที่สอง กระมังนะ? จนโต้รุ่งถึงเวลาแยกย้ายกลับบ้าน เดินผ่านท้องทุ่งกว้าง เลือกมุมกล้องที่แสงอาทิตย์ลอดผ่านต้นไม้ จากความมืดค่อยๆสาดส่องแสงสว่าง (พร้อมเสียงนกร้องจิบๆ) สัญลักษณ์เช้าวันใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่

หลังจากเช้าวันใหม่สุดสวย การมาถึงของฤดูใบไม้ผลิ ค.ศ. 1948 จริงๆจะเริ่มที่ภาพการหว่านไถนาเลยก็ยังได้ แต่กลับฉายภาพหิมะปกคลุมท้องทุ่ง (ที่ทิวทัศน์มีลวดลายดูราวกับซี่กรงขัง) ราวกับต้องบอกใบ้ถึงความหนาวเหน็บกำลังคืบคลานเข้ามา หรือจะมองว่าชีวิตต้องผ่านความทุกข์ยากลำบาก ก่อนถึงฤดูกาล (Prague Spring) อันสดใส

ชายสามคนนักดนตรี Očenáš, ช่างภาพ Plecmera (บางคำแปลใช้ชื่อ Máčala) และชาวนา Zejvala (ยังมีบุรุษไปรษณีย์อีกคน Bertin) ตัดสินใจเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ หนังนำเสนอพวกเขาขณะก้าวเดิน(ออกจากสำนักงาน)ราวกับผู้ยิ่งใหญ่ เปิดเพลงมาร์ชอลังการ แต่ตัดสลับภาพใบหน้าผู้คนที่อาจดูนิ่งเฉย ไร้อารมณ์ ภายในกลับเต็มไปด้วยอคติ ต่อต้าน … นี่เป็นการสำแดงอคติต่อคอมมิวนิสต์ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้การยินยอมรับ

Očenáš แวะเวียนมายังร้านขายหมู แล้วถูกเจ้าของร้านหั่นหมูด้วยความรุนแรงจนเลือดสาดกระเซ็น เปลอะเปลื้อนใบหน้า นี่ก็ชัดเจนว่าเป็นการแสดงความรังเกียจ ไม่ชอบอีกฝ่ายที่เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ และเคลือบแฝงนัยยะถึงความแปดเปื้อน (พวกคอมมิวนิสต์)หากินกับเลือดเนื้อของผู้อื่น

ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า เพิ่งซื้อบ้านใหม่ ย้ายเข้ามาอาศัยไม่นาน จู่ๆได้รับการเยี่ยมเยียนจากสามกุ้ย Očenáš, Plecmera และ Zejvala สรรหาข้ออ้าง ทำการแบล็กเมล์ บีบบังคับให้ลงนาม เป็นเหตุให้ต้องสูญเสียบ้าน กิจการ กลับกลายเป็นแรงงาน … ในระหว่างที่ทั้งสามกำลังเล่นไพ่ หาผู้ชนะเข้าอยู่อาศัยบ้านหลังนี้

นี่เป็นซีเควนซ์เล็กๆที่สำแดงความชั่วร้ายของคอมมิวนิสต์ พอตนเองมีอำนาจ ก็ใช้มันกดขี่ข่มเหงผู้อื่น ทำตัวไม่ต่างจากเจ้าพ่อมาเฟีย แต่ครั้งนี้อาจยังมีหลายคนส่งเสริมสนับสนุน เพราะช่างเย็บผ้าไม่ได้หาเลี้ยงชีพด้วยสุจริตสักเท่าไหร่ มีเงินซุกซ่อนใต้โต๊ะพอสมควร เลยถือว่าได้รับผลกรรมคืนตอบสนอง

บุรุษไปรณีย์ Bertin เพิ่งจะลองชุดแต่งงาน แต่เพราะเขาเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ กระทำสิ่งสร้างความไม่พึงพอใจให้ชาวบ้าน เลยถูกซุ่มยิง ลอบสังหาร นี่อาจดูน่าสงสารเห็นใจ แถมหนังไม่เคยแสดงให้เห็นด้านชั่วร้าย (ผิดกับสมาชิกอีกสามคนที่เหลือ) ถึงอย่างนั้นโศกนาฎกรรมบังเกิดขึ้น สะท้อนความอัดอั้นมวลรวมของประชาชนต่อคอมมิวนิสต์ คนดีไม่มีที่อยู่ในองค์กรดังกล่าว!

ความตายของบุรุษไปรณีย์ Bertin ทำให้รัฐใช้การโต้ตอบด้วยความรุนแรง จับกุมบุคคลต้องสงสัย คนขายหมู บาทหลวง ฯ สร้างความไม่พึงพอใจให้บรรดาชาวบ้าน รวมกลุ่มกันชุมนุมประท้วงหน้าสำนักงาน แม้เป็นการชุมนุมอย่างสงบ (แต่ก็มีเขวี้ยงขว้างก้อนหินบางครั้ง) Očenáš ก็มิอาจอดรนทน ตัดสินใจเก็บข้าวของ ผีเสื้อสตั๊ฟ = สัตว์ที่วงจรชีวิตเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ฟังดูเข้ากับชายคนนี้เป็นอย่างดี (ปรับเปลี่ยนเพื่อเอาตัวรอด, การมาถึงของคอมมิวนิสต์ก็สมัครเป็นสมาชิก, พอสังคมไม่ให้การยินยอมรับก็ขนข้าวของหลบหนี)

มันช่างเป็นภาพที่ต่อเนื่องและเติมเต็มกันและกัน เมื่อตอน Očenáš ใช้อำนาจของรัฐเข้ายึดครองบ้านของ Kurfiřt (ชาวนาผู้ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้) จนต้องขนย้ายข้าวของ อพยพหลบหนี มาคราวนี้เมื่อตัวเขาถูกชาวบ้านโจมตีอย่างหนัก จึงตัดสินใจออกเดินทางไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ … เมื่อตอน Kurfiřt ขนข้าวของขึ้นเกวียนตอนกลางวัน แล้วฉายภาพแค่ขณะออกจากประตูหน้าบ้าน, ขณะที่ Očenáš เดินทางยามเย็นไปบนท้องถนนเพื่อออกนอกเมือง

การขนย้ายข้าวของหลบหนีของ Očenáš สามารถมองในแง่สมองไหล การลี้ภัยออกนอกประเทศของชาว Czechoslovakia ที่มิอาจอดรนทนต่อรัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้ด้วยกระมัง

เรื่องราวของหัวขโมย/ช่างซ่อมประจำหมู่บ้าน Jořka คือจุลภาคของคอมมิวนิสต์ที่ทำการปล้นที่ดินทำกินประชาชน! วันหนึ่งได้รับแจ้งจากทางการว่ากำลังจะติดคุกติดตาราง (ฟังดูเหมือนถูกกลั่นแกล้ง) เลยเอาน้ำกรดราดเท้า คงตั้งใจจะใช้เป็นข้ออ้างประสบอุบัติเหตุ/ได้รับบาดเจ็บ เอาตัวรอดพ้นซังเต แต่กลับกลายเป็นว่าเวลาชีวิตหมดลง (=คืนนาฬิกากับเจ้าของ = ไม่สามารถก้าวดำเนินชีวิตต่อไป) ทนพิษบาดแผลไม่ไหว สิ้นใจตายท่ามกลางขนห่านปลิดปลิว (ก่อนหน้านี้เคยช่วยเจ้าห่านจากถูกสุนัขกลั่นแกล้ง = Jořka ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง)

จริงๆขนห่าน (แต่ดูเหมือนขนไก่มากกว่า) มันไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไรขนาดนั้น หนังพยายามทำออกมาให้ดูเว่อวังอลังการ เพื่อสร้างสัมผัสเหมือนชีวิตปลิดปลิว ขนสีขาวก็ดูราวกับหิมะหนาวเหน็บ

เรื่องราวของนักดนตรี Zášinek พบเห็นวิญญาณภรรยาผู้ล่วงลับที่ทอดทิ้งไปช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แล้วเธอเสียชีวิตในค่ายกักกันนาซี นั่นคืออดีตติดตามมาหลอกหลอน ไม่สามารถปล่อยละวาง ดูลายมือไร้เส้นอนาคต พอกลับมาบ้านถูกวัวขวิดตาย (จะว่าไปเขาวัวแลดูคล้ายไม้กางเขน) สิ้นลมหายใจในอ้อมกอดแม่บ้าน Andila (แต่งตัวเหมือนแม่ชี/พระแม่มารี โอบอุ้มด้วยท่า Pietà)

ผมมองว่า Zášinek คือตัวแทนหายนะจากสงครามโลกที่ยังคงติดตามมาหลอกหลอน หลายคนยังไม่สามารถปล่อยละวาง จมปลักอยู่กับอดีต ความเศร้าโศกเสียใจ หาได้สนใจโลกภายนอก มองไม่เห็นอนาคต ชีวิตดำเนินไปอย่างล่องลอย เรื่อยเปี่อย ไร้จุดมุ่งหมาย หลงเหลือเพียงความตาย … นี่เป็นกลุ่มคนน่าสงสารเห็นใจที่สุดแล้วกระมัง

ชาวนาแทบไม่เหลืออะไรทำกิน ติดหนี้ติดสินบานเบิก แต่ว่าคณะกรรมการหมู่บ้านยังบีบบังคับให้พวกเขาลงนาม ยึดครองที่ดินมาเป็นของตนเอง เป็นเหตุให้ František ลุกขึ้นยืน สำแดงอารยะขัดขืน ต่อมาจึงถูกควบคุมตัว (ระหว่างกำลังถางหญ้า = จัดการบุคคลมีปัญหา) สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้าน ไม่สามารถต่อกรอำนาจรัฐ จำยินยอมก้มหัวศิโรราบ … เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าคอมมิวนิสต์ขูดรีดประชาชนจนแทบไม่หลงเหลืออะไร

ช่างเย็บผ้า Franta จากเคยมีฐานะมั่งคั่ง หลังถูกกลั่นแกล้งทำให้ตกอับ ต่อมาลักขโมยเงินหมู่บ้าน มาตอนนี้ไม่หลงเหลืออะไรสักสิ่งอย่าง เลยถูกประณาม ขับไล่ออกจากพรรค นี่แสดงถึงความไม่ปราณีของพรรคคอมมิวนิสต์ ต่อให้เคยเป็นพวกพ้อง ก็พร้อมทรยศหักหลังกันเองได้ทุกขณะ

การบันทึกภาพวิถีชีวิตของชาวไร่ชาวนา ตั้งแต่หวาน-ไถ่-เก็บเกี่ยว (Collective Farm) ราวกับเป็นการเปรียบเทียบ(แรงงาน)มนุษย์ไม่ต่างจากพืชผล/ปศุสัตว์ ที่พวกคอมมิวนิสต์เฝ้ารอคอยการผลิดอกออกผลผลิต แล้วเก็บเกี่ยว กอบโกย เข้าโรงเชือด แสวงหาผลประโยชน์ใส่ตนเอง

จากคนที่เคยปฏิเสธต่อต้านเสียงขันแข็ง พอวัยวุฒิเพิ่มสูงขึ้น ร่างกายเจ็บป่วยอิดๆออด František ตัดสินใจเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ กลายเป็นผู้นำหมู่บ้านคนใหม่ นี่เป็นสิ่งที่หลายคนครุ่นคิดว่าคือการทรยศหักหลังพวกพ้อง/ประชาชน แต่เขามีความตั้งใจเข้ามาแก้ไข ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำบางสิ่งอย่างให้มันดีขึ้นกว่าเก่า

หนังนำเสนอในเชิงสัญลักษณ์ระหว่าง František แวะเวียนมาเยี่ยมชมฟาร์ม Jednotné zemědělské družstvo (JZD) แปลตรงตัว Unified Agricultural Cooperative แล้วพูดกล่าว “What a mess you’ve made of this.” ในบริบทหนังตำหนิสภาพฟาร์มที่ขาดการจัดการดูแล แต่ขณะเดียวกันยังเป็นการโจมตีสิ่งที่คอมมิวนิสต์เคยกระทำทิ้งไว้อย่างชัดเจน

ระหว่างทางกลับบ้าน(มั้ง) František ขับรถลากผ่านฝูงชนสวมใส่ศีรษะสรรพสัตว์ประหลาด ภายหลังจะมีคำอธิบายว่า “people will still kill each other until all that’s left is a cow and a bull.” เป็นการสื่อถึงสงคราม ความขัดแย้ง คอรัปชั่นของคอมมิวนิสต์ กอบโกยกินทุกสิ่งอย่าง จนท้ายที่สุดคงไม่หลงเหลือมนุษย์ เพียงวัว-กระทิง … หรือคือการเปรียบเทียบมนุษย์ในมุมมองคอมมิวนิสต์ มีสภาพไม่ต่างจากวัว-กระทิง

นี่ก็เป็นอีกการเปรียบเทียบบุคคลหลงเหลือ ที่ยังปักหลักอาศัยอยู่ใน Czechoslovakia ส่วนใหญ่จะมีแต่พวกวัชพืช รากหญ้า แรงงานหาเช้ากินค่ำ คนเฉลียวฉลาด มีความรู้ความสามารถ มิอาจอดรนทนต่อวิถีคอมมิวนิสต์ ต่างสมองไหลออกนอกประเทศหมดสิ้น!

ช่างภาพ Plecmera ที่เคยกอบโกยกิน พอเป็นหัวใจวาย สายตาพร่าบอด หมดประโยชน์ หมดภาระหน้าที่ ก็เลยถูกถีบไสไล่ส่ง ภรรยานอกใจ เงินเก็บไว้ไม่มีเหลือ กลายเป็นคนเก็บวัชพืช … อยากจะสมน้ำหน้าที่กรรมสนอง แต่ขณะเดียวกันก็สมเพศเวทนา

ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าทั้งสองคือแม่-ลูกกันหรือเปล่า? แต่ทั้งสองมีหน้าตาละม้ายคล้ายกันมากๆ กล่าวคำทักทาย Očenáš พูดบอกข้อความสุดท้ายของสามีผู้ล่วงลับ František เชื่อว่าทุกสิ่งอย่างกำลังปรับเปลี่ยนแปลงไป … ใบหน้าเหมือนกันของแม่-ลูก สามารถตีความถึงการสร้างอนาคต และส่งต่อให้กับลูกหลานสืบสาน(ยีนส์)อุดมการณ์ของตนเองสืบไป

ตัดต่อโดย Miroslav Hájek,

หนังไม่ได้ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองบุคคลใดเป็นพิเศษ เพียงร้อยเรียงวิถีชีวิตผู้คนในหมู่บ้านชนบทนิรนามแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของ Moravian พานผ่านช่วงเวลา ค.ศ. 1945-58 การมาถึงของพรรคคอมมิวนิสต์ คณะกรรมการหมู่บ้านสร้างความแตกแยก ขัดแย้ง นำพาหายนะให้กับทุกครัวเรือนจนแทบไม่หลงเหลืออะไร

ผมขอไม่ลงรายละเอียดโครงสร้างเรื่องราว เพราะหนังมีการแบ่งออกเป็นตอนๆ (Episodic) ไม่สามารถจัดหมวดหมู่เป็นองก์รวม และก่อนหน้านี้ก็ได้เขียนแบ่งแยกเหตุการณ์บังเกิดขึ้นในแต่ละปีไว้เรียบร้อยแล้ว


เพลงประกอบโดย Svatopluk Havelka (1925-2009) คีตกวีสัญชาติ Czech เกิดที่ Vrbice, North Moravian โตขึ้นเรียนดนตรีวิทยา (Musicology) Charles University จบออกมาทำงานสถานีวิทยุที่ Ostrava จากนั้นร่วมก่อตั้ง NOTA Ensemble รับงานฟรีแลนซ์ ประพันธ์ซิมโฟนี ออร์เคสตรา เพลงประกอบภาพยนตร์ อาทิ The Cassandra Cat (1963), Who Wants to Kill Jessie? (1966), All My Good Countrymen (1969), The Ear (1970), You Are a Widow, Sir! (1971) ฯ

เริ่มต้นที่ Opening Credit บทเพลงของ Havelka ฟังดูทะมึน อึมครึม เสียงอะไรก็ไม่รู้สร้างความปั่นป่วน ว้าวุ่นวายใจ โดยเฉพาะเสียงเครื่องเป่าทองเหลือง ราวกับสิ่งชั่วร้าย/หายนะกำลังคืบคลานเข้ามา ค่อยๆกัดกร่อน บ่อนทำลาย Czechoslovakia จากภายใน

เนื้อร้องของบทเพลงประสานเสียง (มิสซา?) มันช่างมีความเว่อวังอลังการ โลกถือกำเนิดขึ้นเมื่อพันล้านปีก่อน! มันต้องเท้าความไปถึงขนาดนั้นเชียวหรือ? ฟังไปเรื่อยๆ กลายมาเป็นกองทัพแดง (Red Army) สรรเสริญเยินยอคอมมิวนิสต์ ซะงั้น!

Billions of years ago
Our beautiful world was born…
A dark and dead place,
No place to call home…
Whirling waters gave it life
Cell produced cell,
then created flowers, fruit and primitive life

Then came man, evolved from apes
Man, the greatest creation and master of all nature…
And what happened next? What happened next?
And what happened next?

Man set off to into history,
Proudly marching on
He encountered war, which brought him pain
And he said: “Enough is enough!”
He said: “Enough!” He said: “Enough!”
And what happened next? What happened next?

Red armies from the east came to set us free,
Thank you for freedom and peace! Forever grateful we will be.
In the name of Beneš, In the name of Stalin…
Onward marches man! Forward! Forward!

Praise the Lord.
All thanks and praise to the Lord.
Oh Holy Mother
Let us zealously sing
And worship the Princes of Heaven…

บทเพลงร้อง-เล่น-เต้นในบาร์ (Tavern Song) ที่มีความสนุกสนาน ครึกครื้นเครง คละคลุ้งกลิ่นอายพื้นบ้าน (Folk Song) บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีประจำท้องถิ่น สร้างสัมผัสเหมือนได้กลับบ้านเก่า (Nostalgia) หวนระลึกความหลัง ความทรงจำวันวานยังหวานอยู่ ซึ่งก็มีทั้งที่แต่งขึ้นใหม่ และนำจากชาวบ้านละแวกนั้นขับร้อง-เล่น-เต้นอยู่บนประจำ ยกตัวอย่าง Sólo v sále แปลว่า Alone in the hall ในเครดิตแต่งโดย Svatopluk Havelka, เนื้อร้องโดย Pavel Kopta

In our valley lies a bridge
I know its every beam
A robin sang to me yesterday
Telling me to take care as I cross

A friend walked with me
And we stood there together
While we waited for the pub to open
We gaze across the water
Let’s go, boys

When music was heard in the hall
We were stood by the river
Everyone likes to have
A pint of beer with a good, frothy head

It’s even better to drink together
We can sing around the table
The clarinet and the accordion
Play on till morning

งานเพลงและเสียงประกอบ (Sound Effect) ทำออกมาในลักษณะ Impressionism คือใช้เสียงที่มีความจำเพาะเจาะจงสำหรับสร้างความประทับใจให้กับผู้ชม ยกตัวอย่าง การบรรเลงออร์แกนในโบสถ์ มักนำพาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่, ชาวบ้านรวมกลุ่มประท้วงตำรวจจับกุมผู้บริสุทธิ์ได้ยินเพียงเสียงระฆังดังกึกก้องกังวาล, ฉากความตายมักได้ยินเสียงเครื่องเป่าลมทองเหลืองขนาดใหญ่, เสียงเปียโนตอนจบ มีความละมุน นุ่มนวล เหมือนต้องการบอกว่าสิ่งต่างๆกำลังจะดีขึ้นกว่าเดิม


All My Good Countrymen (1968) นำเสนอจุลภาคของชาว Czechoslovak ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง การมาถึงของระบอบคอมมิวนิสต์ เข้ามากอบโกย แสวงหาผลประโยชน์ ใช้ข้ออ้างกฎหมายเข้ายึดที่ดินทำกิน ใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็ข่มขู่ ความรุนแรง จับคุมขัง แม้แต่พวกพ้องยังทรยศหักหลัง ท้ายที่สุดแล้วย่อมไม่หลงเหลืออะไร สร้างความจงเกลียดจงชังไปทั่วทุกสารทิศ

เมื่อตอนสงครามโลกครั้งที่สอง ผกก. Jasný มีความจงเกลียดจงชัง Nazism บิดา-มารดาถูกส่งไปค่ายกักกันไม่เคยหวนกลับมา ช่วงเวลานั้นเลยเชื่อมั่นว่าคอมมิวนิสต์จักนำความรอดให้กับ Czechoslovakia หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สรรค์สร้างสารคดี/หนังสั้นชวนเชื่ออยู่หลายเรื่อง แต่หลังจากมีโอกาสเดินไปหลายๆประเทศในเครือสหภาพโซเวียต ตระหนักถึงเบื้องหลังที่มีความฟ่อนเฟะ เน่ะเละเทะ ทั้งหมดคือการสร้างภาพ โกหกประชาชน ชนชั้นผู้นำไร้ความจริงใจในการบริหารประเทศ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเริ่มพัฒนาบทหนังนำเสนอสภาพความจริง เก็บขึ้นหิ้งเพราะรับรู้ว่ายังไม่เวลา ไม่มีทางได้รับการอนุมัติจากเบื้องบน

การมาถึงของ 1968 Prague Spring ที่ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์คนใหม่ Alexander Dubček ทำการผ่อนปรนมาตราการต่างๆ ผกก. Jasný เล็งเห็นโอกาสรื้อฟื้นโปรเจคนี้ ได้รับการอนุมัติ เร่งรีบถ่ายทำ นำออกฉาย ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แต่การมาถึงของกองทัพสหภาพโซเวียต และพันธมิตร Warsaw Pact สั่งแบนทันที เขาจึงต้องอพยพหลบหนีออกนอกประเทศ

ช่วงท้ายของหนังที่ชาวนา František ผู้ยืดหยัดเพื่อชาวบ้านมานมนากาเล แล้วจู่ๆตอบรับเป็นผู้นำชุมชน ผกก. Jasný น่าจะต้องการสื่อถึง Alexander Dubček ตอนนั้นยังบอกไม่ได้ว่าผลลัพท์จักเป็นเช่นไร แต่มันคือโอกาส คำสัญญาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แม้เป็นเพียงอิสรภาพช่วงสั้นๆ สามารถสร้างความหวัง ฤดูใบไม้ผลิที่เบ่งบาน ก่อนกาลมาถึงของฤดูหนาวเหน็บอันยาวนาน

หลังหนังถูกแบนตลอดกาล ผู้กำกับ Jasný จึงอพยพลี้ภัยสู่ Austria, West Germany, Yugoslavia กลายเป็นอาจารย์ภาพยนตร์ กำกับหนัง/โทรทัศน์ประปราย ก่อนย้ายไปปักหลักอยู่ Brooklyn, New York เฝ้ารอคอยการล่มสลาย(ของสหภาพโซเวียต)อย่างใจเย็น ก่อนหวนกลับมาสรรค์สร้างภาคต่อทางจิตวิญญาณ Return of the Paradise Lost (1999)


หนังเข้าฉาย Czechoslovakia ช่วงเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1968 เห็นรายงานยอดผู้ชมกว่า 900,000+ คน ก่อนการมาถึงของสหภาพโซเวียต และพันธมิตร Warswa Pact สั่งแบนตลอดชีพ! เลยต้องลักลอบขนฟีล์มไปฉายเทศกาลหนังเมือง Cannes เมื่อปี ค.ศ. 1969 เสียงตอบรับออกมาดียอดเยี่ยม แม้พลาดรางวัล Palme d’Or ให้กับ if… (1968) แต่ยังสามารถคว้ามาสองรางวัล Best Director (เคียงคู่กับ Glauber Rocha ภาพยนตร์ Antonio das Mortes (1969)) และ Technical Grand Prize – Special Mention สำหรับการถ่ายภาพของ Jaroslav Kučera

ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K โดย Karlovy Vary International Film Festival ร่วมกับ Národní filmový archiv (Czech National Film Archive) เสร็จสิ้นเมื่อปี ค.ศ. 2022 สามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Second Run ขายควบกับอีกผลงานของผกก. Jasný เรื่อง Desire (1958)

ด้วยความประทับใจจาก The Cassandra Cat (1963) ทำให้ผมขวนขวายหาอีกสักผลงานของผกก. Jasný ตัวเลือก All My Good Countrymen (1968) ถือว่าไม่ผิดหวัง มีความกลมกล่อม สื่อนัยยะชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาขบครุ่นคิดอะไรมากมาย ก็สามารถเข้าใจวิถีชาว Czech ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ และต้องเรียกว่ามาสเตอร์พีซแห่ง Czechoslovakia

จัดเรต 15+ เพื่อนแท้ๆยังทรยศหักหลังกันได้

คำโปรย | All My Good Countrymen นำเสนอวิถีชีวิตภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว การทรยศหักหลัง สุดท้ายแทบไม่หลงเหลืออะไรสักสิ่งอย่าง
คุณภาพ | ร์พี


MEAT Category: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

raremeat.blog

ยินดีต้อนรับสู่ raremeat.blog แห่งการรีวิว-วิเคราะห์-วิจารณ์ อะไรก็ตามที่เป็นภาพและเคลื่อนไหว หาดูยากในเมืองไทย หลบซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ดูท่าโปรเจคแบ็กอัพคงจะล้มเหลวเพราะถูกบ็อท(AI)ของ Wordpress มองว่าเป็นสแปม (Spam) เลยโดนแบนเรียบ แถมลุกลามมายัง Jetpack อ้างว่า raremeat.blog มีภาพโป๊เปลือย เนื้อหา Mature (18+) เลยทำให้หลายๆสิ่งในเว็บใช้งานไม่ได้ ผมก็หมดอารมณ์ จนปัญญา เดี๋ยวค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะทำอะไรต่อไป

ณ.คอน ลับแล (8-March-2026)

raremeat’s Archive

  • 2026 (29)
  • 2025 (135)
  • 2024 (131)
  • 2023 (131)
  • 2022 (127)
  • 2021 (56)
  • 2020 (57)
  • 2019 (214)
  • 2018 (321)
  • 2017 (350)
  • 2016 (354)
  • 2015 (30)