Ucho (1970)

Ucho (1970)

The Ear (1970) Czech : Karel Kachyňa ♥♥♥♥

คู่สามี-ภรรยา (ในชีวิตจริง) Radoslav Brzobohatý & Jiřina Bohdalová หลังกลับจากงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ สังเกตเห็นบ้านรกๆ ประตูเปิดออก เหมือนมีคนแอบเข้ามาค้นหาเอกสาร ติดตั้งอุปกรณ์ดักฟัง สร้างความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน นี่ฉันกำลังตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองหรือไร?

The Ear (1970) แค่ชื่อก็ชวนนึกถึงสำนวนไทย “หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง” ทีแรกครุ่นคิดว่าอาจมีเรื่องราวการดักฟังแบบ The Conversation (1974) หรือ The Lives of Others (2006) แต่พอรับชมแล้วกลับกลายเป็นโคตรหนังดราม่าขายการแสดง คล้ายๆภาพยนตร์ Who’s Afraid of Virginia Woolf? (1966) สัมผัสนัวร์ๆ จิตวิทยาระทึกขวัญ (Psychological Thrillers) สะท้อนความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน กลัวการตกเป็นเป้าหมายทางการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์ขึ้นชื่อเรื่องการจัดการกับบุคคลเห็นต่างด้วยความรุนแรง ทัณฑ์ทรมานจนมีสภาพตกตายทั้งเป็น!

แน่นอนว่าพล็อตหนังแบบนี้ย่อมต้องถูกแบนห้ามฉาย! เก็บเข้ากรุทิ้งเอาไว้จนกระทั่ง Velvet Revolution (1989) ออกฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes แม้ไม่ได้คว้ารางวัลใดๆติดมือกลับมา ยังสร้างเสียงฮือฮา คงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ก่อนกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สัญชาติ Czechoslovakia ยอดเยี่ยมตลอดกาล!

ผมรับรู้จักผกก. Kachyňa จากการที่ IMDB พยายามเหลือเกินจะแนะนำ The Ear (1970) เห็นคะแนนค่อนข้างสูง โปสเตอร์ดูน่าสนใจ (มองมุมหนึ่งเหมือนหู มองอีกมุมเหมือนก้ามปู) ทีแรกรู้สึกสองจิตสองใจ จนกระทั่งพบเห็นผ่านการบูรณะ 4K เลยลองหามารับชม บอกเลยว่าไม่ผิดหวัง! ถ้ามีโอกาสก็อาจจะหวนกลับมาเขียนถึงผลงานอื่นๆอีก


Karel Kachyňa (1924-2004) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Vyškov, South Moravian บิดาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มารดาสอนวิชาศิลปะ เลยเกิดความชื่นชอบวาดภาพตั้งแต่เด็ก โตขึ้นเข้าเรียน Tomáš Baťa School of Art ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองถูกส่งไปใช้แรงงานที่ Bernsbach, Germany นั่นทำให้เขาตัดสินใจเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1946 ก่อนกลายเป็นนักเรียนภาพยนตร์รุ่นแรก Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU) สนิทสนมเพื่อนผู้กำกับ Vojtěch Jasný, Zdeněk Podskalský และ Antonín Kachlík

หลังเรียนจบร่วมงานผกก. Jasný สรรค์สร้างสารคดี หนังชวนเชื่อสังคมนิยม ทำงานให้กองทัพ Czechoslovak Army Film จนกระทั่งแยกออกมาฉายเดี่ยว กำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Smugglers of Death (1959), ก่อนมีโอกาสร่วมงานนักเขียนขาประจำ Jan Procházka ตั้งแต่ Fetters (1961), The High Wall (1964), Long Live the Republic! (1965), Coach to Vienna (1966), The Nun’s Night (1967) จนถึง The Ear (1970)

การมาถึงของสหภาพโซเวียต และพันธมิตร Warsaw Pact ภายหลังเหตุการณ์ 1968 Prague Spring ทำให้ผกก. Kachyňa หมดความอดทนต่อรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 1969 ยื่นใบลาออกจากพรรค จากนั้นพัฒนาบทหนัง Ucho แปลว่า The Ear ร่วมกับ Procházka เพื่อนำเสนอความหวาดระแวง วิตกกังวล (Anxiety) ของตนเองต่อความเปลี่ยนแปลงบังเกิดขึ้น

เรื่องราวของสามี-ภรรยา Ludvík (รับบทโดย Radoslav Brzobohatý) และ Anna (รับบทโดย Jiřina Bohdalová) กลับจากงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ สังเกตเห็นบ้านรกๆ ประตูเปิดออก ไฟฟ้าดับ สายโทรศัพท์ตัดขาด ตระหนักว่าอาจมีคนแอบเข้ามาค้นหาเอกสาร ติดตั้งอุปกรณ์ดักฟัง สร้างความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน วิตกกังวลว่าค่ำคืนนี้อาจถูกจับกุม ตกอยู่ในความห่อเหี่ยว สิ้นหวัง ไม่รู้จะทำอะไรยังไง


Radoslav Brzobohatý (1932-2012) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Vrútky (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของ Slovakia) วัยเด็กชื่นชอบเล่นไวโอลิน มีโอกาสขึ้นแสดงละคอนเวทีตั้งแต่แปดขวบ, โตขึ้นฝึกฝนเป็นช่างเครื่องจักรเย็บผ้า ก่อนได้เข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) มีผลงานละคอนเวที ภาพยนตร์เรื่องแรก Mstitel (1959), ผลงานเด่นๆ อาทิ All My Good Countrymen (1968), The Ear (1970), ซีรีย์ F. L. Věk (1971–1972) ฯ

รับบท Ludvík เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ อดีตคงเคยทำบางสิ่งอย่าง เมื่อได้รับการตักเตือนจากคนรู้จัก อีกทั้งพรรคพวกฝูงทะยอยสูญหายตัวทีละคนสองคน กลับมาบ้านวันนี้สังเกตเห็นหลากหลายความผิดปกติ เลยเกิดอาการหวาดระแวง สีหน้าวิตกจริต ฤาว่านี่จะคือช่วงเวลาสุดท้ายชีวิต

ในตอนแรกผกก. Kachyňa วางแผนคัดเลือกนักแสดงชาย-หญิงทั่วๆไป เล็งเอาไว้ Vladimír Brabec & Jirina Jirásková ก่อนมาลงเอย Vladimír Brabec & Jirina Jirásková ที่ขณะนั้นครองรักกันมาหลายปี (ยังไม่ได้จดทะเบียน) กำลังมองหาโปรเจคแสดงภาพยนตร์ร่วมกันอยู่พอดี!

ผมติดใจภาพลักษณ์ของ Brzobohatý มาตั้งแต่ All My Good Countrymen (1968) บุคคลมาดเข้ม บุคลิกจริงจัง เหมาะแก่การรับบทผู้นำ คราวนี้เล่นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ไม่รู้กระทำอะไรผิด จึงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง วิตกจริต สีหน้าดำคร่ำเครียด ขลาดกลัวความตาย พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อเอาตัวรอด แต่มันอาจสายเกินไปแล้วกระมัง

ไฮไลท์การแสดงของ Brzobohatý คือปฏิสัมพันธ์กับศรีภรรยา Bohdalová แรกเริ่มเต็มไปด้วยการเพิกเฉย เย็นชา พอเริ่มตระหนักถึงหายนะคืบคลานเข้ามา พยายามจะพูดบอกบางอย่างแต่เธอกลับไม่ใยดี ไม่สนใจรับฟัง ทำเอาเขาเอือมอะอา และหลังการมาถึงของแขกไม่ได้รับเชิญ เกิดการปะทะคารมที่รุนแรง ขัดแย้งจนแทบแตกหัก ถึงอย่างนั้นพอค้นพบเครื่องดักฟัง ราชสีห์สองตัวยินยอมพักรบ ร่วมกันตกอยู่ในความสิ้นหวัง


Jiřina Bohdalová (1931-) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague หลังเรียนจบมัธยมทำงานเป็นครูสอนโรงเรียนประถม ก่อนหันเหความสนใจสู่การแสดง เข้าศึกษา Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) จบออกมาเป็นนักแสดงละคอนเวที ภาพยนตร์เด่นๆ อาทิ The Cassandra Cat (1963), The Ear (1969), The Immortal Aunt (1993), Fany (1995) ฯ

รับบท Anna ภรรยาเบื่อหน่ายสามีที่ไม่เคยสนใจอะไร วันนี้ครบรอบแต่งงานสิบปีจดจำไม่ได้! เข้าร่วมงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ ดื่มเหล้าเมามาย กลับมาบ้านพูดระบายอารมณ์อัดอั้น ปฏิเสธรับฟังข้ออ้างนั่นโน่นนี่ กว่าจะตระหนักถึงสถานการณ์เลวร้าย ก็พร่ำเพ้อสาธยายจนชาวบ้านชาวช่องรับรู้ถึงความไม่เอาอ่าวสามี

ภาพลักษณ์สมัยสาวๆของ Bohdalová ชวนให้ผมนึกถึง Giulietta Masina (ศรีภรรยาของผกก. Federico Fellini) รูปร่างเล็กๆ ไม่ได้สวยมาก แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล แถมพวกเธอเก่งเรื่องการแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด ฝีปากในการสรรหาคำด่า(สามี)ไม่เป็นสองรองใคร!

ไฮไลท์คือด้านอ่อนไหวที่ก็ละม้ายคล้ายกันอีก! ตัวละคร Anna แม้ถูกกระทำร้ายทั้งร่างกาย-จิตใจ เธอก็ยังจมปลัก คงรักสามี เมื่อตะกี้ยังด่าพ่อล่อแม่ แต่พอพบเห็นอุปกรณ์ดักฟัง อารมณ์ก็ผันแปรเปลี่ยน เกิดความเป็นห่วงเป็นใย ถ้าเขาสูญหายตัวไป ฉันและลูกจะอยู่ยังไง? โคตรๆประทับใจฉากก่อนจบ พยายามตะเกียกตะกาย ปีนป่ายระเบียง หวาดกลัวสามีจะฆ่าตัวตาย ผู้หญิงแบบนี้ผมคงรักตาย … แต่เหมือนเธอจะเป็น Bipolar หรือเปล่า? อารมณ์ผันแปรเปลี่ยนราวกับพายุเฮอร์ริเคน


ถ่ายภาพโดย Josef Illík (1919-2006) ตากล้องสัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague มีความสนใจด้านการถ่ายรูปตั้งแต่เรียนมัธยม ก่อนเข้าร่วมสตูดิโอ Barrandov Studios ไต่เต้าจากผู้ช่วยตากล้อง ถ่ายทำสารคดีให้กับ Czechoslovak Army Film ก่อนกลายมาเป็นขาประจำผกก. Karel Kachyňa ตั้งแต่ Smugglers of Death (1959), ผลงานเด่นๆ อาทิ Coach to Vienna (1966), The Nun’s Night (1967), Witchhammer (1970), The Ear (1970), Three Wishes for Cinderella (1973) ฯ

หนังเกือบทั้งเรื่องดำเนินเรื่องตอนกลางคืน ส่วนใหญ่จะเป็นฉากภายในบ้าน ไม่ก็งานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ โดดเด่นกับแสงสว่าง-เงามืด ทิศทางมุมกล้อง จับจ้องใบหน้าระยะประชิดใกล้ ให้บรรยากาศหนังนัวร์ สะท้อนสภาวะทางอารมณ์ สภาพจิตวิทยาตัวละคร เต็มไปด้วยความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน นี่ฉันโดนดักฟัง กำลังตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองหรือไร?

บ่อยครั้งจะมีการฉายภาพย้อนอดีต (ของ Ludvík) ระหว่างงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ตอนหัวค่ำ (ก่อนกลับบ้าน) สังเกตว่ามักเป็นภาพถ่ายมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-Person) ใครบางคนเข้ามาพูดคุย สอบถาม บอกเตือนบางสิ่งอย่าง ซึ่งการที่เขาหวนระลึกถึงช่วงเวลานี้ ก็เพื่อให้(ผู้ชม)เกิดความเข้าใจต่อสถานการณ์ปัจจุบัน และสาเหตุที่ตัวละครตกอยู่ในสภาพห่อเหี่ยวสิ้นหวัง


หนังเริ่มต้นด้วยการร้อยเรียงภาพกรุง Prague ยามค่ำคืน แต่ผมรู้สึกว่าแต่ละภาพเลือกมา ดูเหมือนมีบางสิ่งชั่วร้าย/มุมมืดซ่อนอยู่เบื้องหลัง แสงไฟเหมือนดวงตา ดอกไม้ราวกับไมโครโฟน ฯ สอดคล้องเข้ากับสำนวนไทย “หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง” พรรคคอมมิวนิสต์รับรู้ทุกสิ่งอย่าง

ผมคงไม่ลงรายละเอียด ‘Mise-en-scène’ แค่เพียงชื่นชมการจัดแสง ใบหน้าอาบฉาบเงามืด เพื่อสร้างสัมผัสหนังนัวร์ ได้บรรยากาศหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน รู้สึกไม่ปลอดภัย ฉันจะเอาตัวรอดพานผ่านค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความว้าวุ่นวายใจนี้หรือไม่?

ตรงกันข้ามกับบรรยากาศนัวร์ๆที่บ้าน งานเลี้ยงปาร์ตี้ของพรรคคอมมิวนิสต์ช่างมีความสว่างไสว เจิดจรัสจร้า สถานที่แห่งนี้ช่างมีความหรูหรา บ่อยครั้งถ่ายผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First Person) มุมเงยขึ้นนิดๆ (หรือถ่ายติดเฉพาะศีรษะ) พบเห็นเพดานเบื้องบน แสดงถึงสถานะทางสังคมสูงส่ง ชนชั้นผู้นำ/สมาชิกระดับสูง

แม้จะมีการจัดแสงสว่าง-ความมืดที่แตกต่างตรงกันข้าม แต่มันสามารถเติมเต็มความสัมพันธ์ทั้งสองระดับ Ludvík & Anna = Ludvík & พรรคคอมมิวนิสต์, ต่างอยู่ในช่วงเวลาแห่งความขัดแย้ง ครุ่นคิดเห็นแตกต่าง ใกล้เลิกราหย่าร้าง/ผกก. Kachyňa ยื่นใบลาออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ … เบื้องหน้าท่ามกลางผู้คน/แสงสว่าง พวกเขา(สร้างภาพ)แสดงออกอย่างร่าเริงสนุกสนาน แต่พอหวนกลับบ้าน เหลือเพียงเราสอง สันดานแท้จริง(สิ่งมืดมิดภายใน)ถึงเปิดเผยออกมา

หลังจากอยู่ในความมืดมิดมาเกือบครึ่งเรื่อง จู่ๆไฟฟ้าหวนกลับมาใช้งาน ส่องแสงสว่างจร้า (มันเจิดจร้าขนาดนี้เพราะกล้องสมัยนั้นยังไม่สามารถปรับรูรับแสงอัตโนมัติ เวลาปรับเปลี่ยนจากความมืดเป็นสว่าง มันจึงมีความอ่อนไหวกว่าปกติ) นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของหนัง ทุกสิ่งอย่างจะพลิกกลับตารปัตรตรงกันข้าม!

การดังขึ้นของเสียงกริ่ง ทำเอาหัวใจของ Ludvík & Anna ตกลงตาตุ่ม! ครุ่นคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกลว่าตำรวจลับคงมาจับกุมตัว ภาพแต่ละช็อตสร้างสัมผัสราวกับการก้าวเดินสู่ลานประหาร ใบหน้าซีกหนึ่งปกคลุมด้วยเงามืด มีการเก็บข้าวของ บอกร่ำลา ทอดทิ้งภรรยา(เบลอๆ)ไว้เบื้องหลัง

พอรับรู้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้มาร้าย ขอเพียงใช้สถานที่สำหรับดื่มด่ำ สังสรรค์รอบดึก (หลังงานเลี้ยง) Ludvík ก็ดูผ่อนคลายลงมาก แต่ลีลานำเสนอด้วยการใช้เพียงบทเพลงสนุกสนาน โดยไม่มีเสียงประกอบอื่นๆ สร้างสัมผัสเวิ้งว่างเปล่า ช่างดูมีลับลมคมใน ผู้ชมเองก็ยังไม่ผ่อนคลายกังวล … ภายหลังจะมีการเปิดเผยเหตุผลแท้จริงของกลุ่มคนเหล่านี้ คือเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อให้ตำรวจลับเข้าติดตั้งอุปกรณ์ดักฟัง ค้นหาข้อมูลเอกสารเพิ่มเติม ล่อหลอกให้เจ้าของบ้านตายใจ

ผมมองซีเควนซ์นี้ในทิศทางกลับตารปัตรกับตอนต้นเรื่องที่ Ludvík & Anna เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ (ระดับมหภาค), คราวนี้คือบรรดาคนรู้จัก(และไม่รู้จัก)เดินทางมาดื่มด่ำสังสรรค์ยังบ้านของ Ludvík (ระดับจุลภาค)

ผมครุ่นคิดอยู่นานว่ามันมีความจำเป็นอันใดที่ต้องฉายภาพความรุนแรง Ludvík กระทำร้ายร่างกายภรรยา เลือกตกยางออก จับกดน้ำ (ดูเลือนลางกับการล้างเลือดกำเดา) ก่อนตระหนักว่าซีเควนซ์นี้คือภาพสะท้อนในกรณีที่ถ้า Ludvík ถูกตำรวจลับจับกุมตัว ย่อมถูกนำไปซักไซร้ไล่เรียง สารพัดทัณฑ์ทรมาน บีบบังคับให้เปิดเผยข้อมูลบางสิ่งอย่าง … นี่เป็นวิธีการอันแยบยลที่ผกก. Kachyňa นำเสนอภาพความรุนแรงในครอบครัว แทนการกระทำของพรรคคอมมิวนิสต์กับสมาชิก(ที่ถูกมองว่าคือคนทรยศ)

น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถหาข้อมูลภาพวาดพื้นหลัง ลองสอบถาม AI มันก็ตอบไม่ได้ แค่แนะนำ Renaissance Art และคาดเดาว่าคือ Bacchante (หรือ Maenad) ผู้หญิงที่เข้าร่วมพิธีกรรมของ Dionysus (Bacchus) เทพเจ้าแห่งไวน์และความมึนเมา มักปรากฏในงานศิลปะเป็นสัญลักษณ์ของความมึนเมาและความสนุกสนานสุดเหวี่ยง

ฟังดูก็พอเข้าเค้า เพราะครึ่งหลังของหนังทุกสิ่งอย่างล้วนพลิกกลับตารปัตร ภาพวาดของความมึนเมาและความสนุกสุดเหวี่ยง มันช่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกตัวละคร Ludvík ทั้งๆเมื่อคืนมีการแอบดักฟัง รับรู้ทุกสิ่งอย่าง เช้าวันนี้กลับได้รับโทรศัพท์แจ้งการเลื่อนตำแหน่ง นี่มันเกิดบ้าบออะไรขึ้นกัน? แปรเปลี่ยนจากหวาดระแวงเป็นความกลัวสุดขีด! … แต่ในบริบทของยุคสมัยนั้น จบแบบนี้เหมือนเพื่อเอาตัวรอดจากกองเซนเซอร์ ทุกสิ่งอย่างก็แค่เพียงความวิตกกังวลไปเองของตัวละคร

The Ear

ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ

หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองสามี-ภรรยา Ludvík & Anna ตั้งแต่กลับจากงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์มาถึงหน้าบ้าน ก่อนค้นพบว่าทำกุญแจสูญหาย ไฟฟ้าดับ สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด ทำให้เขาเริ่มครุ่นคิดทบทวนถึงลางบอกเหตุ ใครหลายคนในงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์เข้ามาพูดตักเตือน ก่อบังเกิดความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน ครุ่นคิดว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองคนถัดไป!

  • สามี-ภรรยา Ludvík & Anna กลับมาถึงบ้าน
    • ลงจากรถ เข้าบ้านไม่ได้ กุญแจหาย
    • Ludvík ปีนป่ายรั้วเข้าไปหากุญแจ แต่ทว่า Anna กลับสามารถเปิดเข้าไปโดยไม่ต้องใช้กุญแจ
    • เข้ามาในบ้าน ไฟฟ้าดับ โทรศัพท์ไม่สามารถใช้งาน
    • Ludvík ลงไปห้องใต้ดินเพื่อค้นหาเอกสารบางอย่าง
    • Ludvík พยายามจะอธิบายบางอย่างแก่ภรรยา แต่เธอกลับปฏิเสธรับฟัง
    • Ludvík นั่งทบทวนสิ่งต่างๆในห้องน้ำ
    • พอขึ้นมาห้องนอน สังเกตเห็นบุคคลแปลกหน้าดักรอหน้าบ้าน
    • Ludvík ทำการเผาเอกสาร จนภรรยาเริ่มตระหนักถึงความผิดปกติ
  • ไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้
    • พอไฟฟ้ากลับมาใช้งาน ได้ยินเสียงกดกริ่งหน้าบ้าน
    • Ludvík ออกไปรับตำรวจลับ แต่พวกเขากลับเข้ามาดื่มด่ำสังสรรค์
    • หลังคนกลุ่มนั้นกลับบ้าน Ludvík หลงครุ่นคิดว่าตนเองคงปลอดภัยแล้ว
    • Ludvík มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ใช้ความรุนแรงกับภรรยา
    • จู่ๆพบเห็นอุปกรณ์ดักฟังในห้องครัว
    • ทั้งสองพยายามหาสถานที่พูดคุย แต่ก็พบเจออุปกรณ์ดักฟังอยู่ทุกแห่งหน
    • ออกมานั่งคุยกันตรงระเบียงจนเช้า
    • Anna พบเห็นรถตู้ (ที่ใช้รับสัญญาณดักฟัง) รีบติดตามหาสามีไม่รู้หายตัวไปไหน เกิดความหวาดกลัวว่าเขาจะฆ่าตัวตาย
    • ระหว่างรับประทานอาหารเช้า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

ลีลาการตัดต่อของ The Ear (1970) ชวนให้ผมนึกถึง Diamonds of the Night (1964) ของ Jan Němec ช่วงแรกๆทะยอยแทรกภาพย้อนอดีตตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อย ทีละเล็กละน้อย ให้ผู้ชมสามารถแปะติดปะต่อเรื่องราว จากนั้นถึงค่อยฉายภาพ Flashback อธิบายรายละเอียดทั้งหมด! … นี่เป็นความพยายามเลียนแบบความทรงจำของมนุษย์ ช่วงแรกๆยังระลึกอะไรไม่ได้มาก แต่พอสามารถแปะติดปะต่อเรื่องราว รายละเอียดทั้งหมดก็จักหวนกลับคืนมา

ปล. จะว่าไป The Ear (1970) มอบประสบการณ์รับชมคล้ายๆกับ Diamonds of the Night (1964) ผู้ชมสามารถเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร พานผ่านช่วงเวลาแห่งความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน หวาดกลัวตัวตาย ฉันจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ค่ำคืนนี้หรือไม่?


เพลงประกอบโดย Svatopluk Havelka (1925-2009) คีตกวีสัญชาติ Czech เกิดที่ Vrbice, North Moravian โตขึ้นเรียนดนตรีวิทยา (Musicology) Charles University จบออกมาทำงานสถานีวิทยุที่ Ostrava จากนั้นร่วมก่อตั้ง NOTA Ensemble รับงานฟรีแลนซ์ ประพันธ์ซิมโฟนี ออร์เคสตรา เพลงประกอบภาพยนตร์ อาทิ The Cassandra Cat (1963), Who Wants to Kill Jessie? (1966), All My Good Countrymen (1969), The Ear (1970), You Are a Widow, Sir! (1971) ฯ

ในส่วนของเพลงประกอบ เรียกว่าสไตล์ Avant-Garde ก็ได้กระมัง! ทำการผสมสรรพเสียงที่สร้างความหลอกหลอน ขนหัวลุกพอง เสริมสร้างบรรยากาศหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน กรีดบาดแทงทรวงใน แม้ขณะงานเลี้ยงพรรคคอมมิวนิสต์ ยังไร้ดนตรีที่มีความสนุกสนานครื้นเครง (นั่นอาจเพราะ Flashback ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองสายตา/ความทรงจำของ Ludvík)

จริงๆแล้วบทเพลงจังหวะสนุกสนานก็มีเหมือนกัน ได้ยินขณะการมาถึงของ(น่าจะ)ตำรวจลับ พากันดื่มด่ำจนมึนเมามาย แต่มันกลับสร้างความหวาดระแหวง วิตกจริต หาได้ครื้นเครงกับท่วงทำนองดนตรี พวกเขาเหล่านี้มาดีจริงๆนะฤา? แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายเล็กๆ ลมสงบก่อนกาลมาของมรสุมลูกใหญ่

The Ear (1970) นำเสนอความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวนของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ อดีตเคยทำบางสิ่งเลวร้าย แล้วพอเห็นพวกพ้องถูกจับกุม คุมขัง สูญหายตัวอย่างลึกลับ ตระหนักว่าตนเองอาจคือบุคคลถัดไป พอสังเกตเห็นความผิดปกติในบ้าน จึงแทบมิอาจยินยอมรับโชคชะตา

หนังใช้การเปรียบเทียบความสัมพันธ์คู่ขนานระหว่างสามี-ภรรยา Ludvík & Anna (ระดับจุลภาค) และ Ludvík & พรรคคอมมิวนิสต์ (ระดับมหภาค) ต่างครองรัก/เป็นสมาชิกพรรคมานาน แต่วันนี้บังเกิดความขัดแย้ง ร่องรอยแตกร้าว หวาดระแวงกันและกัน ดำเนินมาถึงจุดแตกหัก ใกล้เลิกราหย่าร้าง

ผกก. Kachyňa เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์รุ่นแรกๆของ Czechoslovakia ย่อมรับรู้ความฟ่อนเฟะ เน่าเละเทะ แต่เขามีความอดทนอดกลั้น เส้นสายใหญ่พอจะอยู่รอดปลอดภัย แม้สร้างหนังที่มีประเด็นละเอียดอ่อนไหว (มีเพื่อนเป็นปธน. Antonín Novotný ใครจะกล้าหือรือ?) กระทั่งการมาถึงและจากไปของ 1968 Prague Spring กลายเป็นจุดแตกหักให้เขาตัดสินใจลาออกจากพรรค

ด้วยความสัมพันธ์อันยาวนาน (ถือเป็น Old Comrade) ผกก. Kachyňa สรรค์สร้าง The Ear (1970) ไม่ได้จะโจมตีพรรคคอมมิวนิสต์โดยตรง เพียงนำเสนอความรู้สึกตนเองจากการเข้ามาของสหภาพโซเวียต และพันธมิตร Warsaw Pact นำพาความเปลี่ยนแปลงที่ดูไม่เป็นธรรมต่อสมาชิกรุ่นเก่า โดยเฉพาะเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีขนาดเล็ก สามารถซุกซ่อน/ติดตั้งไว้ตรงก็ได้ แล้วสามารถแอบรับฟังคำสนทนา นำมาเป็นข้อมูลหลักฐาน มัดมือชก กำจัดภัยคุกคาม/บุคคลเห็นต่างให้พ้นภัยพาล

ตอนจบของหนังที่ทุกสิ่งอย่างพลิกกลับตารปัตร Ludvík รอดพ้นจากการถูกจับกุม แถมได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี โดยปกติแล้วนั่นควรเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เหตุการณ์บังเกิดขึ้นเมื่อค่ำคืน กลับทำให้ตกอยู่ในสภาพห่อเหี่ยว หมดเรี่ยวแรงกาย-ใจ แปรสภาพจากหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน กลายเป็นความกลัวสุดขีด! เพราะตระหนักว่าไม่สามารถหลบหนีจากระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ

After hours of darkness, accusations, and near-breakdown, the couple is stripped bare. They have only each other left—no illusions, no power games, just shared terror. Some analyses see a faint glimmer here: in the face of totalitarianism’s absurdity, personal connection (however damaged) becomes the last refuge. But it’s grim—Anna’s fear isn’t about the immediate threat anymore; it’s existential. The regime has won by making normal life impossible.

ชื่อหนัง Ucho = The Ear ฟังดูเป็นการละเล่นคำกับอุปกรณ์ดักฟังการสนทนา (ตรงกับสำนวนไทย กำแพงมีหู ประตูมีช่อง) สื่อความถึงพรรคคอมมิวนิสต์ที่รับล่วงรู้แทบจะทุกสิ่งอย่าง, แต่สำหรับชาว Czech(oslovak) มันมีที่มาจากนวนิยาย The Good Soldier Švejk (1921-23) ตัวละครสายลับ Bretschneider ชอบแวะเวียนไปตามผับบาร์ แอบฟังชาวบ้านซุบซิบนินทาพระจักรพรรดิ จนมีคำเรียกติดปาก Bretschneiderovo Ucho แปลว่า Bretschneider’s Ear หมายความถึงการสอดแนมของรัฐ (State Spying)


ช่วงปลายปี ค.ศ. 1969 มีการยกเครื่ององค์กร Czechoslovak State Film (หรือก็คือกองเซนเซอร์นะแหละ) เพื่อให้คณะกรรมการชุดใหม่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องความเปลี่ยนแปลงหลัง 1968 Prague Spring ผู้อำนวยการคนใหม่มีความเข้มงวด ละเอียดอ่อนไหว อะไรเคยได้รับการอนุมัติก่อนหน้านี้ อาจโดนปัดตกเมื่อมีการพิจารณารอบใหม่

คล้ายๆกับ Larks on a String (1969) ตอนยื่นอนุมัติบทหนัง The Ear ไม่มีปัญหาอะไรใดๆ แต่พอเปลี่ยนคณะกรรมการชุดใหม่ กลับไม่ผ่านการตรวจสอบของกองเซนเซอร์ สั่งแบนหน้าฉาย ถูกเก็บเข้ากรุ ร่วมกับอีกหลายๆผลงานก่อนหน้านี้อย่าง Long Live the Republic! (1965), Coach to Vienna (1966) และ The Nun’s Night (1967) ก็ไม่รอดเช่นกัน!

เหตุผลที่หนังถูกแบน ผมครุ่นคิดว่าน่าจะเพราะหน่วยงานรัฐไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องของการแอบดักฟังสู่สาธารณะกระมัง? สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนทั่วไป ถึงอย่างนั้น “กำแพงมีหู ประตูมีช่อง” เรื่องพรรค์นี้แม้ไม่พูดบอก แต่ใครต่อใครย่อมสามารถล่วงรู้ และเมื่อขุดหนังจากกรุออกมาดู The Ear (1970) อารัมบทบรรยากาศทางการเมืองในประเทศสังคมนิยมช่วงทศวรรษ 70s-80s ได้อย่างตรงเผง!

แต่ด้วยความที่ผกก. Kachyňa มีเส้นสายทางการเมืองค่อนข้างมั่นคง รับรู้จักปธน. Antonín Novotný เลยไม่ได้หมดหนทางกับวงการภาพยนตร์เหมือนคนอื่นๆ แค่ว่าหลังจากนี้ยินยอมประณีประณอม หันเหไปสร้างหนังประวัติศาสตร์ แฟนตาซี หลีกเลี่ยงนำเสนอประเด็นการเมือง เลยสามารถอยู่รอดปลอดภัยจนการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K โดย Národní filmový archiv (Czech National Film Archive) เข้าฉายเทศกาลหนัง 2022 Venezia Classici (Venice Classic) สามารถหาซื้อ Blu-Ray (ยังไม่มี 4K) ของค่าย Second Run

ส่วนตัวชื่นชอบหนังพอสมควร ประทับใจสัมผัสนัวร์ๆ สร้างความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน โดยเฉพาะสองนักแสดงนำ Radoslav Brzobohatý & Jiřina Bohdalová ประชันกันอย่างถึงพริกถึงขิง และหลายสิ่งอย่างสามารถตีความสองแง่สองง่าม กระตุ้นความสนใจให้ผมอยากรับชมผลงานอื่นๆของผกก. Kachyňa แต่ก็บอกไม่ได้ว่าจะมีโอกาสนั้นไหมนะครับ

จัดเรต 18+ กับการทะเลาะวิวาท และบรรยากาศหวาดสะพรึง

คำโปรย | หน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง The Ear สร้างความหวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน เลือนลางระหว่างความขัดแย้งสามี-ภรรยา และชีวิตภายใต้ระบอบสังคมนิยม
คุณภาพ | น้ต่มีหู


MEAT Category: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

raremeat.blog

ยินดีต้อนรับสู่ raremeat.blog แห่งการรีวิว-วิเคราะห์-วิจารณ์ อะไรก็ตามที่เป็นภาพและเคลื่อนไหว หาดูยากในเมืองไทย หลบซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ดูท่าโปรเจคแบ็กอัพคงจะล้มเหลวเพราะถูกบ็อท(AI)ของ Wordpress มองว่าเป็นสแปม (Spam) เลยโดนแบนเรียบ แถมลุกลามมายัง Jetpack อ้างว่า raremeat.blog มีภาพโป๊เปลือย เนื้อหา Mature (18+) เลยทำให้หลายๆสิ่งในเว็บใช้งานไม่ได้ ผมก็หมดอารมณ์ จนปัญญา เดี๋ยวค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะทำอะไรต่อไป

ณ.คอน ลับแล (8-March-2026)

raremeat’s Archive

  • 2026 (29)
  • 2025 (135)
  • 2024 (131)
  • 2023 (131)
  • 2022 (127)
  • 2021 (56)
  • 2020 (57)
  • 2019 (214)
  • 2018 (321)
  • 2017 (350)
  • 2016 (354)
  • 2015 (30)