
Adelheid (1970)
: František Vláčil ♥♥♥♥
Adelheid คือชื่อหญิงสาวชาวเยอรมัน แปลว่าผู้มีตระกูลสูงศักดิ์ บิดาเคยเป็นสมาชิกพรรคนาซี หลังสิ้นสุดสงครามโลก เธอกลับกลายมาเป็นคนรับใช้ในบ้านของตนเอง ได้รับความรัก ความเอ็นดู สงสารเห็นใจจากเจ้าของใหม่ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะเป็นไปได้หรือไม่?
เกร็ด: Adel- อ่านว่า อา-เดล หมายถึงสูงศักดิ์, -heid ออกเสียง -ไฮท์ แปลว่าประเภท/ลักษณะ, รวมกันแล้วเขียนทับศัพท์ อาเดลไฮท์ คำภาษาเยอรมันสูงโบราณ (Old High German) แปลความหมาย ผู้มีตระกูลสูง หรือความสง่างาม
ถ้าไม่นับ Marketa Lazarová (1967) ผมครุ่นคิดว่า Adelheid (1970) สามารถจัดเป็นผลงานมาสเตอร์พีซของผกก. Vláčil ครั้งแรกของการถ่ายฟีล์มสี แล้วทำออกมาหนาวเหน็บ เย็นยะเยือก นำเสนอความสัมพันธ์หนุ่ม-สาว ที่ทั้งสองต่างพานผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากสงครามโลก (Shell Shock) แม้ความเป็นศัตรูจะสิ้นสุดลง แต่สถานะของพวกเขา(หลังสงคราม)จะเป็นไปได้หรือที่จะตกหลุมรักกัน?
ความน่าสนใจโคตรๆของหนังคือบทพูดอันน้อยนิด ผู้ชมทั่วไปคงนอนหลับสนิท (พร้อมความหนาวเหน็บทรวงใน) แต่การเล่าเรื่องด้วยภาพ ช่างดูน่าหลงใหล ผสมกับบทเพลงดัดแปลงจาก Johann Sebastian Bach, Johann Strauss Jr. ช่วยสร้างมิติอันลุ่มลึกล้ำ เติมเต็มความขัดย้อนแย้งระหว่างตัวละครได้อย่างกลมกล่อม
František Vláčil (1924-1999) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่ Český Těšín, Czechoslovakia (ปัจจุบันคือ Czech Republic) โตขึ้นเข้าเรียน Academy of Arts, Architecture and Design in Prague ก่อนเปลี่ยนคณะศิลปศาสตร์ Masaryk University จบออกมาทำงานเป็นผู้ช่วยนักเขียน Brno Cartoon ก่อนย้ายมาถ่ายทำสารคดีให้กับ Studio of Popular Scientific and Educational Films, ช่วงระหว่างอาสาสมัครทหาร ฝึกงานสตูดิโอ Czechoslovak Army Film Studio สนิทสนมตากล้องขาประจำ Jan Čuřík, ถ่ายทำหนังสั้น Clouds of Glass (1958) ** คว้ารางวัล Special Diploma in category of Experimental and Avantgarde Films จากเทศกาลหนัง Venice International Documentary and Short Film Festival
หลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ เข้าร่วมสตูดิโอ Barrandov Studios เริ่มสร้างภาพยนตร์ขนาดยาว The White Dove (1960), ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1960), Marketa Lazarova (1967), Valley of the Bees (1968), Adelheid (1970) ฯ
เมื่อตอนสรรค์สร้าง The Valley of the Bees (1968), ผกก. Vláčil มีโอกาสร่วมงานนักเขียน Vladimír Körner (1939-) ชื่นชอบประทับใจผลงานอีกฝ่ายอย่างมากๆ พวกเขาจึงวางแผนร่วมงานกันอีก คราวนี้ทำการดัดแปลงนวนิยายชื่อเดียวกัน Adelheid (1967)
เรื่องราวของผู้หมวด Viktor Chotovický (รับบทโดย Petr Čepek) ถูกส่งกลับบ้านเกิด Czechoslovakia มาเป็นผู้ดูแลคฤหาสถ์หลังหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกพรรคนาซี พอเดินทางมาถึงพบเจอกับสาวใช้ชาวเยอรมัน Adelheid Heidenmannová (รับบทโดย Emma Černá) ซึ่งคือบุตรสาวของสมาชิกพรรคนาซีคนนั้น ช่วงแรกๆเต็มไปด้วยความหวาดระแวง สอดแนมตลอดทั้งวัน พอเรียนรู้เบื้องหลังอีกฝ่าย จึงเริ่มเกิดความสงสารเห็นใจ ตกหลุมรักใคร่ ใช้สินบนซื้อเธอเอาไว้ แต่ฝ่ายหญิงจะมีใจให้เขาบ้างหรือเปล่า?
Petr Čepek (1940-94) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Prague, บิดาแม้ไม่ใช่นักแสดง แต่ชื่นชอบพาลูกๆไปรับชมละคอนเวทีจนเกิดความชื่นชอบหลงใหล โตขึ้นเข้าเรียนการแสดง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) รุ่นเดียวกับ Ladislav Mrkvička, Josef Abrhám และ Jiří Krampol, จบออกมาเริ่มจากทำงานละคอนเวที Bezruč Theatre ผลงานภาพยนตร์เด่นๆ อาทิ The End of Agent W4C (1967), The Valley of the Bees (1967), Adelheid (1969), Oil Lamps (1971), Cutting It Short (1980), My Sweet Little Village (1985), Faust (1994) ฯ
รับบทผู้หมวด Viktor Chotovický เคยเป็นทหารอากาศ RAF (Royal Air Force) ประจำการอยู่ Aberdeen, Scotland หลังสิ้นสุดสงคราม ถูกส่งกลับบ้านเกิด Czechoslovakia ได้รับมอบหมายเป็นผู้ดูแลคฤหาสถ์หลังหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกพรรคนาซี ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง กลายเป็นสถานที่ปลดเกษียณ พักรักษาตัวจากโรค(แผลใน)กระเพาะอาหาร
เมื่อตอน The Valley of the Bees (1967) ผมเคยกล่าวชื่นชม Čepek เป็นนักแสดงเล่นบทเงียบขรึม เก็บกดอารมณ์ได้ดี มาคราวนี้แทบจะเหมือนเดิมเป๊ะ เพียงเปลี่ยนบริบทมาเป็นทหารผ่านศึก สภาพเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ดูแล้วยังคงติดตราภาพสงคราม (ลักษณะอาการ Shell Shock) ต้องการช่วงเวลาพักผ่อนร่างกาย-จิตใจ
การได้พบเจอกับ Adelheid ช่วงแรกๆเต็มไปด้วยความระแวง วิตกจริต เพราะเธอคือสาวเยอรมัน สื่อสารไม่รู้เรื่อง กลัวถูกล้างแค้น แต่พอเรียนรู้จักเบื้องหลังก็เริ่มสำแดงความสงสารเห็นใจ แอบตกหลุมรักใคร่ พยายามให้ความช่วยเหลือ ปกปักษ์รักษา ปฏิเสธกล่าวโทษความผิด … ผู้ชมสัมผัสถึงความรัก ความห่วงใย ก่อนบังเกิดความขัดแย้งภายใน และหลงเหลือเพียงสิ้นหวังอาลัย
Emma Černá (1937-2018) นักแสดงสัญชาติ Czech เกิดที่ Mladá Boleslav, โตขึ้นจบคณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจด้านการแสดงตั้งแต่เด็ก พยายามสมัครสอบถึงสามครั้งก่อนได้เข้าเรียน Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) ยังไม่ทันสำเร็จการศึกษาได้รับเลือกเป็นนักแสดงยัง Theatre on the Balustrade ผลงานส่วนใหญ่คือฟากฝั่งละคอนเวที รับเล่นภาพยนตร์อยู่เรื่อยๆแต่โด่งดังสุดก็คือ Adelheid (1970)
รับบทหญิงชาวเยอรมัน Adelheid Heidenmannová บิดาเคยเป็นสมาชิกพรรคนาซี เลยมีโอกาสอาศัยอยู่คฤหาสถ์หรูหรา (ดั้งเดิมคือบ้านชาวยิว แล้วถูกนาซียึดมา) แต่หลังจากสงครามสิ้นสุด บิดาถูกจับกุม พี่ชายสูญหายตัวไป เธอจำต้องอาศัยอยู่ในค่ายแรงงาน รับอาสาทำงานคนใช้ที่บ้านหลังเก่า
แม้พอมีประสบการณ์เล่นหนังอยู่บ้าง แต่ต้องถือว่า Černá เป็นนักแสดงหน้าใหม่ ผู้ชมสมัยนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก (แต่เธอก็มีชื่อเสียงพอสมควรในแวดวงละคอนเวที) หน้าตาเหมือนคนพานผ่านอะไรมาพอสมควร ถึงอย่างนั้นกลับมีความขยันขันแข็ง ตั้งอกตั้งใจ ก้มหน้าก้มตาทำงานบ้าน โดยแทบไม่เคยสำแดงความอ่อนไหวออกมา
การแสดงของ Černá เต็มไปด้วยความคลุมเคลือ บอกได้ยากว่าตัวละคร Adelheid มีใจให้ Viktor บ้างหรือเปล่า? บางครั้งแสดงความสงสาร ให้ความช่วยเหลือ ยินยอมร่วมเพศสัมพันธ์ แต่ขณะเดียวกันสำแดงความเย่อหยิ่ง เย็นชา สีหน้าไม่ยี่หร่า เรียกว่าเต็มไปด้วยความขัดย้อนแย้ง ท้าทายให้ผู้ชมขบครุ่นคิด ค้นหาคำตอบเอาเอง
ถ่ายภาพโดย František Uldrich (1936-2013) สัญชาติ Czech เกิดที่ Prague เริ่มต้นจากเป็นผู้ช่วยตากล้อง Daisies (1966), ก่อนได้รับเครดิตถ่ายภาพ Return of the Prodigal Son (1967), ก่อนกลายเป็นขาประจำผู้กำกับ František Vláčil ตั้งแต่ The Valley of the Bees (1968), Adelheid (1970), Sirius (1975), Smoke on the Potato Fields (1977), The Loves of Kafka (1988) ฯ
งานภาพของหนังมีการจัดสีน้ำเงินเข้มๆ สายลมเย็นๆ แทบไม่พบเห็นแสงอาทิตย์ รวมถึงลีลาขยับเคลื่อนไหวอย่างละมุนละม่อม ค่อยๆซึมซับความหนาวเหน็บ เย็นยะเยือกสู่ผิวหนัง สะท้อนบรรยากาศหลังสงครามโลก (Post-Wars) ใช่ว่าทุกสิ่งอย่างจะหวนกลับสู่ภาวะปกติ ผู้คนยังเต็มไปด้วยอคติ หวาดระแวง อกสั่นขวัญแขวน ต่อต้านชาวเยอรมัน และทหารเพิ่งกลับจากภารกิจเพื่อชาติ ยังมิอาจลบเลือนภาพความทรงจำอันเลวร้าย
และบ่อยครั้งมักนำเสนอผ่านสายตาตัวละคร Viktor ด้วยการจับจ้อง แอบถ้ำมอง Adelheid เริ่มต้นด้วยความหวาดระแวง ก่อนพัฒนามาเป็นฉงนสงสัย ใคร่อยากรู้เห็น บังเกิดความรัก อารมณ์ทางเพศ จ่ายสินบนเพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง ร่วมรักหลับนอน
ในนวนิยายของ Vladimír Körner เรื่องราวมีพื้นหลัง Sudetenland, Northern Moravia แต่หนังปักหลักถ่ายทำอยู่ยังยัง Lužec Castle ตั้งอยู่ยัง Vroutek, จังหวัด Louny (Ústí nad Labem) และฉากหมู่บ้าน/เส้นทางรถไฟ Kryštofovo Údolí (Liberec)
ก่อนหน้านี้ผลงานของผกก. Vláčil ถ่ายทำด้วยฟีล์มขาว-ดำ อัตราส่วน Anamorphic Widescreen (2.35:1) แต่คราวนี้ได้มีโอกาสลิ้มลองฟีล์มสีเป็นครั้งแรก (สัดส่วน Academy Ratio (1.37:1)) ซึ่งตอนต้นเรื่องมีการผันแปรจากภาพขาว-ดำ พอปรากฎตัวอักษรสีแดง Adelheid ขบวนรถไฟก็ผันแปรเปลี่ยนมาเป็นภาพสี! เฉกเช่นเดียวกับตอนจบ หลังจากความสูญเสียเธอคนรัก โลกทั้งใบของ Viktor ก็ดูซีดเซียวลงทันตา

เจ้าหน้าที่รัฐ Hejna สอบถาม Viktor เดินทางมายังดินแดนไกลปืนเที่ยงนี้ทำไม? เขาไม่ได้ตอบคำถาม ปล่อยให้ผู้ชมทำความเข้าใจจากเรื่องราวของหนังเอาเอง แต่มุมกล้องขณะนี้ถ่ายจากห้องหับแห่งหนึ่ง ภายในไร้แสงสว่าง นั่นสามารถสะท้อนถึงสภาพจิตใจของเขาที่จมปลักอยู่ในความมืดมืด

ผมครุ่นคิดอยู่นานว่าจะมีการฝังระเบิดทำไม? จนกระทั่งรับรู้ว่าเมืองพื้นหลังนวนิยาย Sudetenland คือดินแดนคาบเกี่ยวระหว่าง Czechoslovakia และ Germany มันเลยไม่แปลกที่ช่วงระหว่างสงครามโลก จะมีการแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย ห้ามก้าวล่วงอาณาเขต ใครเดินผ่านท้องทุ่งนี้ต้องยินยอมรับความเสี่ยงเอาเอง … ธรรมชาติไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน แต่เป็นมนุษย์ที่สร้างกำแพงอากาศขึ้นมาขวางกั้น แบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย ใครไม่ใช่พวกพ้องต้องกำจัดให้พ้นภัยทาง

ทีแรกผมครุ่นคิดว่าเธอคนนี้คือ Adelheid แต่กลับกลายเป็นใครก็ไม่รู้ (รับบทโดย Jana Krupičková) ไม่เคยพบเจอกันอีก ถึงอย่างนั้นชวนนึกถึงสาวตาบอดจาก The Valley of the Bees (1968) ซึ่งก็แบ่งปันน้ำนมวัวให้อัศวินทิวทอนิก ระหว่างการไล่ล่าติดตามหาเพื่อนสนิทเดินทางกลับบ้านเกิด
สำหรับคนที่ตั้งใจรับฟังเรื่องเล่าของเด็กสาวคนนี้ กล่าวถึงบิดาล้มป่วย ชอบคร่ำครวญหาหมอ ผิดกับมารดาไม่เคยพร่ำบ่นสักคำ แล้วจู่ๆพลันด่วนเสียชีวิต ความแตกต่างตรงกันข้ามของพวกเขา สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง Viktor & Adelheid กระมัง?

Establishing Shot แทนที่จะหามุมกล้องสวยๆ เก็บภาพโดยรอบคฤหาสถ์ทั้งหลัง แต่กลับเลือกช็อตเบื้องหน้าตรง ห้อมล้อมประตูรั้วเหล็กสองข้าง ทำราวกับว่าคือเรือนจำ สถานที่คุมขัง หรือจะตีความโลกภายใน(จิตใจ)ของตัวละคร สภาพชำรุดทรุดโทรม สิ่งข้าวของถูกทอดทิ้งขว้าง ภายในปกคลุมอยู่ในความมืด ฯ
เกร็ด: Lužec Castle สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสมัย Emperor Charles IV (1316-73, ขึ้นเป็นกษัตริย์ German & Bohemia ค.ศ. 1346 และจักรพรรดิโรมัน ค.ศ. 1355) สำหรับเป็นสถานที่ล่าสัตว์ ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรม เห็นภาพเหมือนกำลังทำการบูรณะอยู่กระมัง


หนังไม่ได้ฉายให้เห็นมุมกว้าง เลยไม่มีใครบอกได้ว่ารูปหญิงเปลือยนี้มาจากผลงานไหน? แต่การที่ลูกกระสุนพุ่งตรงใบหน้าเป๊ะๆ สามารถสื่อถึง Adelheid ที่สูญเสียอัตลักษณ์ ตัวตนเองจากโลกใบเก่า ไม่สามารถใช้ชีวิตสุขสบายอย่างเจ้าหญิง กลายเป็นเทวดาตกสวรรค์
กระสุนปืนมาจากไหน? หนังไม่มีการฉายภาพย้อนอดีต แต่ผู้ชมสามารถคาดเดาไม่ยากว่าคงระหว่างการต่อสู้/ขัดขืนการจับกุมของบิดา … ถูกยิงโดยบุคคลที่ฉุดคร่าเธอลงจากสรวงสวรรค์

เมื่อตอน Hejna อธิบายเหตุผลของกรงขังที่ถูกทิ้งอยู่นอกบ้าน ทำให้ผู้ชมเข้าใจความโฉดชั่วร้ายของบิดาของ Adelheid เกิดความฉงนสงสัยว่าเธอมีส่วนร่วม รับรู้เห็นมากน้อยเพียงไหน? ซึ่งหนังสร้างความคลางแคลงใจให้กับผู้ชม โดยเฉพาะขณะทำอาหาร … ตอกไข่ หั่นผัก มันช่างมีความสองแง่สองง่าม เสียวสันหลังยิ่งนัก!
ช่วงระหว่างการสำรวจคฤหาสถ์ มีการพบเห็นร่องรอย หลายสิ่งอย่างที่ผู้ชมสามารถจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล สถานที่แห่งนี้เคยถูกใช้ทำสิ่งโน่นนี่นั่น แค่ครุ่นคิดก็รู้สึกหลอกหลอน ราวกับบ้านผีสิง!


เมื่อตอน Adelheid รับรู้ถึงการตัดสินโทษประหารชีวิตของบิดา สังเกตว่าภาพช็อตนี้มีการเว้นพื้นที่ว่างสำหรับโคลนเลนเปียกแฉะ สามารถเทียบแทนความรู้สึกภายในจิตใจ สูญเสียหลักแหล่ง ความมั่นคง ซึ่งเธอตัดสินใจวิ่งกลับเข้าบ้าน ทุบกระจกประตู (หัวใจแตกสลาย) แต่ก็ไม่รู้เข้าไปทำอะไร? หายตัวไปไหนตั้งนาน? แล้วจู่ๆก็หวนกลับมาแบบงงๆ คงไปหาสถานที่สงบจิตสงบใจเพียงลำพัง กระมัง

เรื่องราวหนังมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสภาพอากาศ หิมะเริ่มตกตั้งแต่ Adelheid รับทราบข่าวการเสียชีวิตของบิดา ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความหนาวเหน็บ สั่นสะท้านทรวงใน ร้อยเรียงภาพต้นไม้มีเพียงกิ่งก้านไร้ใบ อาการป่วยโรคกระเพาะของ Viktor ก็ทรุดลงในเวลาไล่ๆเรี่ยกัน



ค่ำคืนแรกที่ Viktor หลับนอนในคฤหาสถ์หลังนี้ บนเตียงเก่าๆ ผนังผุขาด ก็ไม่รู้วันเวลาพานผ่านไปนานเท่าไหร่ จนกระทั่งล้มป่วยโรคกระเพาะ ได้รับความช่วยเหลือจาก Adelheid ตื่นขึ้นยังห้องนอนใหม่ หรูหราสไตล์ Victorian ดูราวกับความฝัน สรวงสวรรค์ บ้านหลังใหม่

Adelheid เลือกที่จะให้ความช่วยเหลือพี่ชาย ขณะต่อสู้ ยื้อแย่งอาวุธจาก Vicktor ด้วยการใช้แท่งเหล็กทุบศีรษะ นี่แปลว่าเธอไม่เคยมีใจให้เขาเลยหรือไร? นั่นเป็นสิ่งตอบได้ยากยิ่ง เพราะมันมีหลายสิ่งซุกซ่อนอยู่ภายใน ไม่มีใครบอกได้ว่าหญิงสาวครุ่นคิดอะไร เพียงข้อสรุปจากการสังเกตบริบทรอบข้าง
ในตอนแรกผมมองว่า Adelheid ไม่ได้มีใจให้ Vicktor ยินยอมทำงานคนรับใช้เพราะบิดาโดนจับเป็นตัวประกัน หลังจากถูกประหารยินยอมเป็นคนรัก เพื่อว่าตนเองจะไม่ถูกส่งกลับประเทศ กระทั่งการหวนกลับมาของพี่ชาย เล็งเห็นโอกาสหลบหนี จึงสำแดงตัวตนแท้จริง … แล้วพอรับรู้ว่า Vicktor ปฏิเสธกล่าวโทษ ยังคงปกป้องเธอ นั่นคงสร้างความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง เกิดความขัดย้อนแย้งภายใน ไม่รู้จะทำอะไรยังไง เลยตัดสินใจกระทำอัตวินิบาต!

ช่วงต้นเรื่อง Viktor ยังไม่รับรู้ประสีประสา โชคดีได้รับการตักเตือนจากวัยรุ่นสาวแปลกหน้า ตรงกันข้ามกับตอนจบที่เขาหวนกลับมายังท้องทุ่งแห่งนี้ รู้ทั้งรู้อยู่เต็มอกว่ามีอะไร แต่เพราะชีวิตไม่หลงเหลืออะไร สูญเสียเธอคนนั้น ตกอยู่ในความห่อเหี่ยวสิ้นหวัง เลยตัดสินใจก้าวย่างสู่ความตาย … ก็คือกระทำอัตวินิบาตนะแหละ
ทำไม Viktor ถึงเลือกเส้นทางนี้? เมื่อตอนกลับจากสงคราม ร่างกาย-จิตใจเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า แต่ชีวิตยังหลงเหลือเป้าหมาย คือได้รับมอบหมายเป็นผู้ดูแลคฤหาสถ์หลังนั้น เริ่มต้นสานสัมพันธ์ครั้งใหม่ กระทั่งความตายของเธอ ทุกสิ่งอย่างราวกับหวนกลับสู่จุดเริ่มต้น ถึงอย่างนั้นคราวนี้ไม่หลงสิ่งใด แล้วจะให้ฉันทำยังไง

ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ
หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองของผู้หมวด Viktor Chotovický ตั้งแต่เดินทางโดยรถไฟสู่ Vroutek เกิดความเข้าใจผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ Hejna พอเดินทางมาถึงคฤหาสถ์ได้รับมอบหมายพบเจอกับคนรับใช้ Adelheid Heidenmannová
- การมาถึงของ Viktor Chotovický
- ขบวนรถไฟถูกสั่งให้หยุดจอดก่อนเข้าถึงหมู่บ้าน
- เจ้าหน้าที่รัฐ Hejna กล่าวขอโทษขอโพยกับ Viktor
- Viktor เดินทางสู่คฤหาสถ์ ค่ำคืนนี้นอนหลับสนิท
- การมาถึงของ Adelheid Heidenmannová
- เช้าวันถัดมา Viktor พบเจอกับสาวใช้ Adelheid คอยสังเกต จับจ้อง ถ้ำมองอยู่ห่าง
- Viktor รับรู้เบื้องหลังของ Adelheid จาก Hejna
- Viktor จ่ายสินบน Hejna เพื่อให้ Adelheid พักอาศัยอยู่ในคฤหาสถ์ ไม่ต้องเดินทางไปๆกลับๆค่ายแรงงาน
- ค่ำคืนนั้น Viktor พยายามพูดคุยกับ Adelheid แต่พวกเขาสื่อสารคนละภาษา
- วันถัดมา Adelheid ทำงานบ้านของเธอไป
- Hejna เดินทางมารับประทานอาหารค่ำ และยังชักชวน Adelheid มาดื่มด้วยกัน
- Viktor ร่วมรักกับ Adelheid
- ฤดูหนาวเหน็บคืบคลานเข้ามา
- Adelheid ได้รับแจ้งข่าวการเสียชีวิตของบิดา
- หิมะตกหนัก ฤดูหนาวมาถึง
- Hejna บอกข่าวคราวว่าจะ Adelheid จะถูกส่งกลับประเทศ แต่ Viktor จ่ายเงินสินบนเพื่อยื้อเธอเอาไว้
- พี่ชายของ Adelheid หวนกลับมาฆาตกรรม Hejna
- Viktor ยื้อแย่งปืนจากพี่ชายของ Adelheid แต่ถูกเธอใช้ไม้ทุบศีรษะ
- Viktor ปฏิเสธกล่าวโทษ Adelheid พร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่เธอกลับกระทำอัตวินิบาต
- ปัจฉิมบท, ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ Viktor ก้าวย่างเข้าไปยังทุ่งระเบิด
เพลงประกอบโดย Zdeněk Liška (1922-83) นักแต่งเพลง สัญชาติ Czech เกิดที่ Smečno, Central Bohemia ทั้งปูและบิดาต่างเป็นนักดนตรีสมัครเล่น ทำให้วัยเด็กมีโอกาสฝึกฝนไวโอลิน แอคคอร์เดียน แต่งเพลงแรกสมัยเรียนมัธยม จากนั้นเข้าศึกษาต่อ Prague Conservatory ทำงานเป็นวาทยากร ครูสอนดนตรี หลังสงครามโลกครั้งที่สองเข้าร่วมสตูดิโอ Zlín Film Studios ต่อด้วย Filmové Studio Barrandov, ผลงานเด่นๆ อาทิ The Fabulous Baron Munchausen (1962), Ikarie XB-1 (1963), The Shop on Main Street (1965), Marketa Lazarová (1967), The Valley of the Bees (1968), The Cremator (1969), Adelheid (1970), Fruit of Paradise (1970), Shadows of a Hot Summer (1977) ฯ
ผกก. Vláčil ดูจะมีความชื่นชอบบทเพลงประเภทขับร้องประสานเสียง (Chorus) แม้กับหนังเรื่องนี้ที่ไม่ได้ย้อนยุคกลาง เริ่มต้นแค่เพียงภาพขบวนรถไฟออกเดินทาง เสียงร้องโหยหวนมอบสัมผัสหายนะคืบคลาน รำพันความทุกข์ทรมานจากภาพจำสงคราม ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่กลับพบเจอเรื่องราวทำให้สิ้นหวังลงกว่าเดิม
บทเพลงนี้นำจาก Bach: Jesu, meine Freude (แปลว่า Jesus, my joy), BWV 227 (1723-35) ดัดแปลงจากบทกวี (Stanzas) ของ Johann Franck มีทั้งหมดหกบท บทละสามวรรค วรรคละสามบรรทัด กลายมาเป็นบทเพลง 11 ท่อน (Movement) มีคำเรียกโมเท็ต (Motet) เพลงประสานเสียงที่มักไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ (A cappella) ในหนังได้ยินอยู่หลายท่อนเดียว ซึ่งสำหรับ Opening Credit และการมาถึงของฤดูหนาว ได้ยินบท Trotz dem alten Drachen (แปลว่า Despite the old dragon)
| ต้นฉบับ German | คำแปลอังกฤษ |
|---|---|
| Trotz dem alten Drachen, Trotz des Todes Rachen, Trotz der Furcht darzu! Tobe, Welt, und springe, Ich steh hier und singe In gar sichrer Ruh. Gottes Macht hält mich in acht; Erd und Abgrund muss verstummen, Ob sie noch so brummen. | Despite the ancient dragon, Despite death’s jaws, Despite the fear of it! Rage, world, and leap, I stand here and sing In utter peace. God’s power holds me in watch; Earth and abyss must fall silent, However much they rumble. |
เมื่อตอน Viktor แอบจับจ้อง ถ้ำมองหญิงแปลกหน้าขณะทำงาน เห็นภาพวับๆแวมๆ ตอนนั้นยังไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่อ Adelheid ได้ยินบทเพลงคลอประกอบพื้นหลังเบาๆวอลซ์ Geschichten aus dem Wienerwald, Op. 325 (1868) แปลว่า Tales From The Vienna Woods ประพันธ์โดย Johann Strauss Jr.
หลังจาก Adelheid เดินทางกลับในวันแรก Viktor นอนเล่นปืนบนเตียง (มันสามารถตีความได้ทั้งการครุ่นคิดสั้น อยากจะฆ่าตัวตาย และการลูบไล้อวัยวะเพศชาย บังเกิดความสนอกสนใจเธอคนนั้น) ผมไม่แน่ใจว่าบรรเลงด้วยอะไร (ฟังเหมือนออร์แกน มอบสัมผัสเคลิบเคลิ้มล่องลอย) แต่ท่วงทำนอง Das wohltemperierte Klavier, BWV 846-893 แปลว่า The Well-Tempered Clavier บทเพลงบรรเลงเดี่ยวสำหรับเครื่องลิ่มนิ้ว (เปียโน, ออร์แกน, ฮาร์ปซิคอร์ด ฯ) ประพันธ์โดย Johann Sebastian Bach มีทั้งประเภท Preludes และ Fugues ขึ้นเป็นคู่ใน 24 บันไดเสียงหลักและรอง (Major และ Minor) รวมๆแล้วทั้งหมด 48 บทเพลง
ผมขี้เกียจหาข้อมูล แต่คุ้นๆว่าบทเพลงนี้ (น่าจะท่อนอื่นๆ) ดังขึ้นอีกสองสามครั้งในหนัง มักขณะพบเห็นภาพวาดในห้องสมุดที่มีร่อยรอยกระสุนปีน ราวกับว่ามันคือความทรงจำเลือนลางที่อยากหลงลืมของ Adelheid
Hejna เดินทางมาร่วมรับประทานอาหารค่ำ มีการกล่าวชื่นชม Johann Strauss Jr. และยังเปิดรับฟังอุปรากร Der lustige Krieg (1881) แปลว่า The Merry War ความยาวสามองก์ โดยบทเพลงโด่งดังที่สุด ได้ยินคลอประกอบพื้นหลังชื่อว่า Nur für Natur แปลว่า Only for Nature
เรื่องราวมีพื้นหลัง ค.ศ. 1720 มักเกิดสงครามกำมะลอระหว่างรัฐ Massa-Carrara และ Genoa (ประเทศ Italy ในปัจจุบัน) ประกาศรบกันด้วยเหตุผลเล็กๆน้อยๆ แต่กลับไม่เคยมีการหลั่งเลือดสักหยด เพราะทั้งสองฝ่ายเพียงหาเรื่องจัดงานเลี้ยง เต้นรำ แลกเปลี่ยนขนมหวาน, เหตุการณ์วุ่นๆเกิดขึ้นเมื่อหญิงหม้าย Countess Violetta Lomelli ต้องแต่งงาน(ตัวแทน)กับ Duke of Limburg แต่เธอดันไปตกหลุมรัก Colonel Umberto Spinola นายทหารฝ่ายตรงข้ามที่ปลอมตัวเข้ามา สุดท้ายเรื่องราวจะจบลงเช่นไร? สงครามจริงๆจะบังเกิดขึ้นไหม?
เกร็ด: Nur für Natur เป็นบทเพลงที่ไม่มีในบทประพันธ์ดั้งเดิม แต่นักแสดง Alexander Girardi (รับบท Marchese Sebastiani) เรียกร้องของให้ Strauss แต่งขึ้นสำหรับขับร้องเดี่ยว (Solo) ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่ยิมยอมร่วมทำการแสดง
ส่วนบทเพลงที่ทำให้งานเลี้ยงค่ำคืนนี้เลิกราก็คือ Badonviller Marsch (1914) บทเพลงมาร์ช (Military March) แต่งโดย Georg Fürst (1870-1936) ถูกนาซีเปลี่ยนเป็นชื่อเยอรมัน Badenweiler Marsch และกลายเป็นเพลงมาร์ชประจำตัว Adolf Hitler เมื่อครั้นดำรงตำแหน่ง Führer
ปล. ผมเพิ่งเห็นคลิปใน Youtube เลยตระหนักว่าบทเพลงนี้ใช้ประกอบสารคดีชวนเชื่อ Triumph of the Will (1935) ด้วยนะครับ!
เมื่อตอน Adelheid ได้รับแจ้งความตายของบิดา ได้ยินบทเพลง Bach: Jesu, meine Freude บทสุดท้ายที่สิบเอ็ด Weicht, ihr Trauergeister แปลว่า Begone, you spirits of grief!
| ต้นฉบับ German | คำแปลอังกฤษ |
|---|---|
| Weicht, ihr Trauergeister! denn mein Freudenmeister, Jesus, tritt herein. Denen, die Gott lieben, muss auch ihr Betrüben lauter Freude sein. Duld ich schon hier Spott und Hohn, dennoch bleibst du auch im Leide, Jesu, meine Freude. | Begone, you spirits of sorrow! For my Master of Joy, Jesus, enters in. For those who love God, even their sorrow must be pure joy. Though I endure mockery and scorn here, you still remain even in suffering, Jesus, my joy. |
Viktor กำลังต่อสู้กับพี่ชายของ Adelheid ก่อนเธอใช้แท่งเหล็กทุบศีรษะเขาอย่างแรง บทเพลงได้ยินยังคงเป็น Bach: Jesu, meine Freude แต่คือบทรองสุดท้าย So nun der Geist แปลว่า So now the spirit
| ต้นฉบับ German | คำแปลอังกฤษ |
|---|---|
| So nun der Geist des, der Jesum von den Toten auferwecket hat, in euch wohnet, so wird auch derselbige, der Christum von den Toten auferwecket hat, eure sterbliche Leiber lebendig machen um des willen, dass sein Geist in euch wohnet. | If now the spirit of him [God] who has raised Jesus up from the dead dwells in you, then this same one who has raised Christ up from the dead will make your mortal bodies alive, on account of the fact that his spirit dwells in you. |
สำหรับตอนจบของหนัง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ Viktor ก้าวย่างสู่ทุ่งระเบิด แต่กลับเลือกบทเพลงบทแรกของ Bach: Jesu, meine Freude ซึ่งก็ชื่อว่า Jesu, meine Freude (เริ่มต้น-สิ้นสุด เวียนวนหวนกลับสู่จุดเริ่มต้น) และได้ยินเพียงวรรคสองและสาม ที่ไม่มีเนื้อร้อง Jesu, meine Freude (Jesus, my joy) หลงเหลือเพียงความเวิ้งว่างเปล่า โหยหาอาลัย
| ต้นฉบับ German | คำแปลอังกฤษ |
|---|---|
| Jesu, meine Freude meines Herzens Weide, Jesu, meine Zier. Ach wie lang! ach lange ist dem Herzen bange, und verlangt nach dir! Gottes Lamm, mein Bräutigam, außer dir soll mir auf Erden nichts sonst liebers werden. | Jesus, my joy, my heart’s pasture, Jesus, my adornment! Oh, how long! How long has this anxious heart yearned for you! Lamb of God, my bridegroom, apart from you, nothing other on Earth shall become more dear to me. |
Adelheid (1970) นำเสนอเรื่องราวของชายหนุ่มและหญิงสาว ในช่วงสงครามโลกพวกเขาเคยเป็นศัตรูกัน แต่วันนี้โชคชะตาพลักผัน บทบาทกลับตารปัตรตรงกันข้าม จากนาซีผู้สูงส่งกลายมาเป็นคนรับใช้ต้อยต่ำ และยังต้องมาพึ่งพาอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน
- Viktor Chotovický คือทหารผ่านศึก เดินทางกลับบ้าน ท่าทางอิดโรย เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า (ล้มป่วยโรคกระเพาะ) ลักษณะอาการ Shell Shock/PTSD ติดภาพจำสงคราม ยังไม่สามารถปล่อยละวาง
- Adelheid Heidenmannová จากเคยมีชีวิตดั่งเจ้าหญิง อาศัยอยู่คฤหาสถ์หรูหรา (เพราะบิดาเป็นสมาชิกพรรคนาซี) มาวันนี้กลายเป็นเทวดาตกสวรรค์ บิดาถูกจับกุม พี่ชายไม่รู้เป็นตายร้ายดี เลยต้องต่อสู้ดิ้นรน หาหนทางเอาตัวรอด ทำงานสาวรับใช้ แสร้งสื่อสารไม่เข้าใจ เต็มไปด้วยความเก็บกด อดกลั้น ขัดย้อนแย้งภายในจิตใจ
การมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันของ Viktor & Adelheid คือภาพสะท้อนยุคสมัยหลังสงคราม (Post-Wars) จากเคยเป็นศัตรู โกรธเกลียดเคียดแค้น แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายจะปรับเปลี่ยนแปลงทัศนคติ อคติต่อชาวเยอรมัน แต่หาใช่ทุกคนคือนาซี มีพฤติกรรมโฉดชั่วร้าย … กาลเวลาเท่านั้นถึงสามารถผ่อนคลายความตึงเครียดดังกล่าว
ในมุมของชาวเยอรมันก็ไม่ได้รู้สึกย่ำแย่กว่ากันมากนัก พ่ายแพ้สงครามยังไม่เท่าไหร่ แต่พอรับรู้ความโฉดชั่วร้ายของพรรคนาซี นั่นคือสิ่งทำลายจิตวิญญาณพวกเขาจนป่นปี้ แต่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป ไม่สามารถตอบปฏิเสธความผิดชอบ แค่เพียงหวังว่าจะได้รับการตัดสินโทษทัณฑ์ด้วยมนุษยธรรม
มันไม่ใช่ว่าความรักระหว่าง Viktor & Adelheid จะเป็นไปไม่ได้! ฝ่ายชายพยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อฝ่ายหญิง คอยปกป้อง ให้ความช่วยเหลือ แสดงความสงสารเห็นใจ แต่เธอกลับปิดกั้น รักษาระยะห่าง แสดงความเย็นชาใส่ ลึกๆอาจพอมีใจอยู่บ้าง ปัญหาคือสถานะเทวดาตกสวรรค์ ยังคงสำแดงความเย่อหยิ่ง ทะนงตน ทำตัวหัวสูงส่ง ไม่สามารถยินยอมรับสภาพต่ำตมในปัจจุบัน
การนำเสนอ Adelheid ในลักษณะเช่นนั้น ไม่เพียงแค่สำแดงความแตกต่างขั้วตรงข้ามกับ Vikor เหรียญสองด้านที่ไม่มีวันมองเห็นหน้ากันได้! ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณเผด็จการ มันไม่มีหรอกรัฐบาลคอมมิวนิสต์ยินยอมเป็นคนรับใช้ประชาชน (แบบในช่วง 1968 Prague Spring) พวกเขาเพียงเฝ้ารอคอยช่วงเวลาเหมาะสม ก่อนโต้ตอบเอาคืนอย่างสาสม!
ตอนจบของ The Valley of the Bees (1968) ราวกับเป็นการพยากรณ์จุดสิ้นสุด 1968 Prague Spring ช่วงเวลาสั้นๆที่ชาว Czech ได้สัมผัสฤดูใบไม้ผลิ ก่อนกาลมาถึงของกองทัพสหภาพโซเวียตและพันธมิตร Warsaw Pact นำพา Czechoslovakia เข้าสู่ฤดูหนาวเหน็บอันยาวนาน! ต่อเนื่องกับ Adelheid (1970) แม้มีพื้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็สามารถสะท้อนช่วงเวลาหลัง 1968 Prague Spring เมื่อทุกสิ่งอย่างพลิกกลับตารปัตรอีกรอบ ความหวังเคยมีย่อมพังทลาย สูญสลาย ก้าวออกเดินสู่ความตาย
ผกก. Vláčil เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย การก้าวเดินสู่ทุงระเบิดของ Viktor เพราะเขามองไม่เห็นอนาคต หนทางออกของ Czechoslovakia เพราะสหภาพโซเวียตขณะนั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกร ใครจะสามารถโค่นล้มเผด็จการ แถมประชาชนหมดสูญสิ้นความหวัง นั่นคือการมาถึงของฤดูกาลหนาวเหน็บอันยาวนานกว่าสองทศวรรษ!
ฉายรอบปฐมทัศน์ที่ Mar del Plata Film Festival (ประเทศ Argentina) แล้วพอหวนกลับมา Czechoslovakia ปรากฎว่าได้เสียงตอบรับจากเบื้องบนไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เลยถูกจำกัดโรง และเหมือนจะสั่งห้ามนำออกฉายต่างประเทศ … ต้องรอคอยจนกระทั่ง Velvet Revolution (1989) และการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ถึงเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ (ไม่มีระบุคุณภาพ) โดย Národní filmový archiv (Czech Film Archive) เสร็จสิ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 แต่เพิ่งสามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Magic Box เมื่อปี ค.ศ. 2024
ด้วยความที่หนังแทบไม่โอกาสออกฉายต่างประเทศ หารับชมได้ยาก เลยยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก วิธีการนำเสนอค่อนข้างท้าทาย ความสัมพันธ์ซับซ้อน จิตวิทยาซ่อนเงื่อน ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำความเข้าใจ แต่เมื่อไหร่สังเกตเห็น จักพบความงดงาม ตราตรึง และสิ้นหวัง ช้างเผือกในป่าใหญ่ หนึ่งในมาสเตอร์พีซแห่งวงการภาพยนตร์!
จัดเรต 15+ บรรยากาศตึงๆหลังสงครามโลก


ใส่ความเห็น