This Is Not a Film (2011)

This Is Not a Film (2011)

This Is Not a Film (2011) Iranian : Jafar Panahi, Mojtaba Mirtahmasb ♥♥♥♡

เมื่อปี ค.ศ. 2010 ผู้กำกับ Jafar Panahi ถูกตัดสินโทษจำคุกหกปี ห้ามสร้างภาพยนตร์ยี่สิบปี! ก่อนได้รับการประกันตัว กักบริเวณอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ วันว่างๆไม่รู้จะทำอะไร เลยหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายทำตนเอง บันทึกใส่แฟลชไดร์ฟส่งออกฉายตามเทศกาลหนังทั่วโลก

หลังการเลือกตั้งใหญ่ในอิหร่าน ค.ศ. 2009 มีรายงานว่าผกก. Panahi วางแผนสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับกลุ่มเคลื่อนไหว Iranian Green Movement (2009-10) ที่พยายามขับไล่ปธน. Mahmoud Ahmadinejad แต่ยังไม่ทันจะเริ่มต้นทำอะไร ก็ถูกทางการตั้งข้อกล่าวหาสร้างหนังชวนเชื่อต่อต้านสาธารณรัฐอิสลาม “propaganda against the Islamic Republic”

ผลลัพท์ทำให้ ผกก. Panahi ถูกตัดสินโทษจำคุกหกปี ห้ามสร้างภาพยนตร์นานยี่สิบปี! แหล่งข่าวหนึ่งบอกติดคุกจริงๆแค่ประมาณสองเดือน ก่อนได้รับการประกันตัว จากนั้นยื่นอุทธรณ์ไม่ผ่าน แต่ได้รับการผ่อนปรนเป็นกักบริเวณ (House Arrest) อาศัยอยู่ภายในบ้านตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011-2022 ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครสามารถกักขังหน่วงเหนี่ยว

This Is Not a Film (2011) ชื่อหนังฟังดูเหมือนความพยายามของผกก. Panahi ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ตนเองทำอยู่นี้คือภาพยนตร์หรือเปล่า? หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายโน่นนี่นั่น ทานอาหารเช้า รับชมโทรทัศน์ พูดคุยโทรศัพท์ อ่านบทไม่ได้สร้าง ฯ ฟังดูไม่มีเนื้อหาสาระอะไร แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือการสำแดงอารยะขัดขืน ไม่ยินยอมอยู่ภายใต้กฎกรอบ ฉันถูกกักบริเวณแล้วไง?


Jafar Panahi, جعفر پناهی (เกิดปี ค.ศ. 1960) ผู้กำกับสัญชาติอิหร่าน เกิดที่ Mianeh, East Azerbaijan ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน (Working Class) ตอนอายุสิบสองเริ่มทำงานหลังเลิกเรียน เก็บเงินไปรับชมภาพยนตร์ พออายุยี่สิบอาสาสมัครทหาร เข้าร่วมสงคราม Iran-Iraq War (1980-88) แต่รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพสารคดีการต่อสู้ เมื่อปลดประจำการสมัครเข้าเรียน Iran Broadcasting University ร่วมรุ่นเดียวกับผกก. Parviz Shahbazi และตากล้องขาประจำ Farzad Jodat จบออกมาถ่ายทำสารคดี หนังสั้น The Friend (1992) ซึ่งเป็นการเคารพคารวะ Bread and Alley (1970) ของผกก. Abbas Kiarostami เลยมีโอกาสเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Through the Olive Trees (1994), ก่อนได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The White Balloon (1995)

ผลงานของผกก. Panahi ตั้งแต่ The Mirror (1997) แม้ประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ กวาดรางวัลมากมาย กลับถูกสั่งแบนห้ามฉายในประเทศ เหตุเพราะมีเนื้อหาสะท้อนปัญหาสังคม มันอาจไม่ใช่การต่อต้านรัฐโดยตรง แต่คือการวิพากย์วิจารณ์ สำแดงอารยะขัดขืนต่อขนบกฎกรอบ ภายใต้การปกครองที่ยึดหลักศาสนาอิสลาม

این فیلم نیست อ่านว่า In film nist แปลตรงตัว This Is Not a Film คือชื่อหนังที่มีลักษณะแดกดัน ประชดประชัน ถูกศาลสั่งห้ามสร้างภาพยนตร์ ก็เลยสรรค์สร้างผลงานตั้งชื่อว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์! จากนั้นพยายามกระทำสิ่งขัดต่อขนบวิถีทางภาพยนตร์ บันทึกภาพกิจวัตรประจำวัน รับชมโทรทัศน์ พูดคุยโทรศัพท์ บลา บลา บลา ไม่ได้มีเนื้อหาสาระอะไร … แต่ใครๆคงบอกได้ว่านี่ก็คือภาพยนตร์ (สารคดีก็คือภาพยนตร์แนวหนึ่ง) การตั้งชื่อเช่นนั้นเพื่อเสแสร้งทำเป็นหลีกเลี่ยงกฎหมาย/กองเซนเซอร์เท่านั้นเอง

จริงๆแล้วผกก. Panahi จะถ่ายทำหนังคนเดียว ‘One-Man band’ เลยก็ยังได้ แต่เลือกที่จะชักชวนเพื่อนผู้กำกับ/ตากล้องถ่ายทำสารคดี Mojtaba Mirtahmasb, مجتبی میرطهماسب ให้มาช่วยถือกล้องดิจิตอล (ส่วนตนเองก็ถือกล้องโทรศัพท์ iPhone) พูดคุยคลายเหงา และแบ่งเบาภาระการทำงาน … มันจะมีฉากที่ผกก. Panahi อ่านบทหนังไม่ได้สร้าง จำลองสถานการณ์ การมีผู้ช่วยถือกล้อง ทำให้การถ่ายทำสะดวกรวดเร็ว ง่ายขึ้นเยอะ!


ความน่าสนใจของ This Is Not a Film (2011) ไม่ใช่การตั้งคำถามว่าหนังเรื่องนี้จัดเป็นภาพยนตร์ไหม? เพราะต่อให้ตลอดทั้งเรื่องมีภาพช็อตเดียวอย่าง Empire (1965) ก็ยังสามารถจัดเป็นภาพยนตร์! แต่คือความพยายามสรรหาเรื่องราว/เหตุการณ์ ตั้งคำถามถึงกฎกรอบภาพยนตร์ … คล้ายๆกับ Venom and Eternity (1951) ที่พยายามทำลายข้อจำกัดทางภาพและเสียง

จริงๆต้องไล่มาตั้งแต่ The Mirror (1997) ครั้งแรกที่ผกก. Panahi เริ่มต้นทำลายกฎกรอบภาพยนตร์ เด็กหญิงถ่ายหนังอยู่ดีๆก็วีนแตก บอกไม่เล่นหนังแล้ว ขอกลับบ้านด้วยตนเอง, พอมาถึง This Is Not a Film (2011) ช่วงแรกๆทำเหมือนถ่ายทำภาพยนตร์ บันทึกภาพกิจวัตรประจำวันทั่วๆไป ต่อจากนั้นก็ “Breaking the Fourth Wall” หันมาสบตาหน้ากล้อง พูดคุยกับผู้ชม … และแน่นอนว่าต้องมีการกล่าวอ้างอิงถึง The Mirror (1997)

ต่อมาผกก. Panahi ตัดสินใจอ่านบทหนังที่ไม่ได้รับการอนุมัติสร้าง (ก็ถือว่าไม่เป็นการสร้างหนัง แค่อ่านจากบทหนัง) จำลองสถานการณ์ด้วยการใช้สก็อตเทปแปะบนพรม ให้ผู้ชมจินตนาการว่ามันคือผนังกำแพง ประตูหน้าต่าง ห้องพักของตัวละคร จากนั้นเริ่มอธิบายว่าใครทำอะไร-ที่ไหน-อย่างไร (ชวนนึกถึง Dogville (2003) ของผกก. Lars von Trier) นั่นถือเป็นการทำลายกฎกรอบภาพยนตร์ที่ว่าต้องถ่ายทำยังสถานที่ มีนักแสดง จัดแสง บทพูดสนทนา ฯ

จากนั้นพออ่านบทหนังได้สองสามฉาก ผกก. Panahi เกิดความตระหนักว่าเสียเวลา ไม่คุ้มค่า สรรหาเหตุผลมาอธิบายว่าตอนถ่ายทำจริงมันมีเหตุปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้มากมาย บลา บลา บลา นั่นเรียกว่าการทำลายซ้อนทำลาย … ตอนอ่านบทถือว่าเป็นการทำลายกฎกรอบภาพยนตร์ระดับหนึ่ง แล้วจู่ๆเลิกอ่านบทหนัง ก็เท่ากับเป็นการทำลายสิ่งที่เจ้าตัวสร้างขึ้นอีกที!

ถ้าแค่นี้ยังไม่รู้สึกพึงพอใจ หลังพักดื่มกาแฟ สงบสติอารมณ์ ผกก. Panahi ยังมียกสองกลับมาอ่านบทหนัง บลา บลา บลา แล้วพอถึงจุดๆหนึ่งก็ยินยอมรับความพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง ฉีกสก็อตเทป เลื่อนโต๊ะเก้าอี้กลับคืนที่เก่า … สรุปแล้วพล็อตเรื่องย่อเป็นยังไงก็ไม่รู้ละ อ่านไม่จบ ไม่คืบหน้าไปไหน จับใจความได้เพียงแค่ว่าตัวละครถูกครอบครัวกักขังในบ้าน แบบเดียวกับสภาพของผกก. Panahi ในปัจจุบัน!

หลังหมดความสนใจจากบทหนังที่มีเรื่องราวคู่ขนานกับชีวิตของตนเอง พระอาทิตย์ก็เคลื่อนคล้อยตกดิน ชาวอิหร่านกำลังเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ … นี่ย้อนรอยกับ The White Balloon (1995) ที่มีพื้นหลังวันปีใหม่ของชาวเปอร์เซีย และเติมเต็มแนวคิดของ The Circle (2000) ที่หลายๆผลงานของผกก. Panahi เวียนวงกลม หวนกลับสู่จุดเริ่มต้น

ช่วงเวลาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผกก. Panahi ได้ปรับเปลี่ยนสไตล์หนัง วิธีการนำเสนอ หรืออาจจะมองว่าแปรสภาพกลายเป็นนามธรรม (Abstract) เริ่มต้นด้วยการหันกล้องดิจิตอลเข้าหาโทรศัพท์มือถือ นั่นคือภาพสะท้อนกระจก มองย้อนกลับหาตัวตนเอง ฉันคือตากล้องและตากล้องคือฉัน, จากนั้นถึงเวลาที่ตากล้อง Mirtahmasb ต้องเดินทางกลับบ้าน ขณะเดียวกันก็ได้พบเจอเพื่อนใหม่ นักศึกษาทำงานเก็บขยะพาร์ทไทม์

มีบทความแสดวความคิดเห็นถึงการเก็บขยะ ลงลิฟท์ พอถึงหน้าประตู ภายนอกดูโกลาหล สับสนวุ่นวาย ราวกับลงจากสวรรค์มาพบเจอขุมนรก! แต่ผมมองในแง่ของการท้าทาย/ทำลายกฎกรอบ กล่าวคือผกก. Panahi ถูกสั่งกักบริเวณภายในอพาร์ทเม้นท์ เช่นนั้นแล้วขอบเขตอยู่ตรงไหน ประตูห้องพัก ลงลิฟท์มาชั้นล่าง ประตูทางเข้า หรือไร?

ชื่อหนัง This Is Not a Film ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาด La Trahison des images (1929) แปลว่า The Treachery of Image ผลงานศิลปะของ René Magritte จิตรกรลัทธิเหนือจริง (Surrealist) สัญชาติ Belgian เป็นภาพไปป์สูบยา แต่ข้อความด้านล่างเขียนว่า Ceci n’est pas une pipe แปลว่า This Is Not a Pipe

The famous pipe. How people reproached me for it! And yet, could you stuff my pipe? No, it’s just a representation, is it not? So if I had written on my picture “This is a pipe”, I’d have been lying!

René Magritte

หลังจากเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ Special Screening ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes ก็ตระเวนไปตามเทศกาลหนังอื่นๆ กวาดรางวัลมากมาย และเห็นว่าเข้าถึงรอบ 15 เรื่องสุดท้าย Oscar: Best Documentary Feature

ด้วยความที่หนังมาเป็นไฟล์ดิจิตอลจึงไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพเก่าเก็บ (แต่คุณภาพของภาพถ่ายก็ตามมีตามยุคสมัย) สามารถหาซื้อ DVD หรือรับชมออนไลน์ได้จาก Criterion Channel ฯ

ส่วนตัวชื่นชอบความพยายามของผกก. Panahi แม้ถูกกักบริเวณ ยังสำแดงความหัวขบถ อารยะขัดขืน ครุ่นคิดหาวิธีสรรสร้างภาพยนตร์ แต่ปัญหาคือหลังจากเขาล้มเลิกการอ่านบทหนัง ความคาดหวังของผู้ชมก็ค่อยๆพังทลาย เรื่องราวแปรสภาพสู่นามธรรม (Abstraction) ไม่สามารถทำให้เกิดอารมณ์ร่วมได้แบบ Arirang (2010) ของผกก. Kim Ki-duk

จัดเรตทั่วไป

คำโปรย | แม้ถูกจำกัดบริเวณผู้กำกับ Jafar Panahi ยังพยายามต่อสู้ดิ้นรน หาหนทางสรรสร้าง(ไม่ใช่)ภาพยนตร์
คุณภาพ | ม่ช่หนัง


MEAT Category: , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

raremeat.blog

ยินดีต้อนรับสู่ raremeat.blog แห่งการรีวิว-วิเคราะห์-วิจารณ์ อะไรก็ตามที่เป็นภาพและเคลื่อนไหว หาดูยากในเมืองไทย หลบซ่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก

ดูท่าโปรเจคแบ็กอัพคงจะล้มเหลวเพราะถูกบ็อท(AI)ของ Wordpress มองว่าเป็นสแปม (Spam) เลยโดนแบนเรียบ แถมลุกลามมายัง Jetpack อ้างว่า raremeat.blog มีภาพโป๊เปลือย เนื้อหา Mature (18+) เลยทำให้หลายๆสิ่งในเว็บใช้งานไม่ได้ ผมก็หมดอารมณ์ จนปัญญา เดี๋ยวค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะทำอะไรต่อไป

ณ.คอน ลับแล (8-March-2026)

raremeat’s Archive

  • 2026 (29)
  • 2025 (135)
  • 2024 (131)
  • 2023 (131)
  • 2022 (127)
  • 2021 (56)
  • 2020 (57)
  • 2019 (214)
  • 2018 (321)
  • 2017 (350)
  • 2016 (354)
  • 2015 (30)