
A Report on the Party and the Guests (1966)
: Jan Němec ♥♥♥♥
ไฮโซกลุ่มหนึ่งเดินทางมาปิกนิกในป่า ระหว่างทางกลับถูกกลุ่มคนแปลกหน้ารุมล้อม หน่วงเหนี่ยว ตั้งโต๊ะพิพากษา นี่มันเกิดห่าเหวอะไร? สอบถามก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ มันช่างเป็นสถานการณ์บ้าบอคอแตก (Absurdist) ที่ทำให้ผู้กำกับ Jan Němec หมดอนาคตในวงการภาพยนตร์
ภาพยนตร์หลักๆ (Key Film) แห่งยุคสมัย Czechoslovak New Wave ถ้าไม่ใช่แนวตลกร้าย (Dark) Comedy ก็มักหลุดโลกไปเลย (Horror) Surrealist เพื่อสำแดงความหัวขบถ ต่อต้านสังคม เสียดสีล้อเลียนสังคม/การเมือง (Political Satire)
A Report on the Party and the Guests (1966) แม้เป็นภาพยนตร์ที่ออกไปทาง Absurdist มากกว่า Surrealist แต่ผมว่ามันก็หลุดโลกพอๆกัน สร้างสถานการณ์ไร้สาระ บ้าบอคอแตก ชักชวนให้ผู้ชมขบครุ่นคิด เคลือบแฝงนัยยะเสียดสีล้อเลียนสังคม/การเมือง (Political Satire) ไม่แตกต่างสักเท่าไหร่
ปัญหาก็คือผกก. Němec ทำออกมาโจ่งแจ้ง เด่นชัดเจนเกินไป แค่ชื่อหนังก็มีความสองแง่สองง่าม ชี้นำให้ผู้ชมเข้าใจประเด็นเคลือบแฝงของหนัง เลยไม่แปลกจะถูกแบนห้ามฉายตลอดกาล แอบส่งออกเทศกาลหนัง 1968 Cannes Film Festival ก็ยังซวยชิบหายเพราะปีนั้นล้มเลิกจัดงาน (จากเหตุการณ์ Mai 68) การมาถึงของสหภาพโซเวียตหลัง 1968 Prague Spring ทำให้ต้องเตร็ดเตร่ ร่อนเร่ ลี้ภัยต่างแดนอยู่หลายปี กว่าจะได้รับโอกาสสร้างภาพยนตร์เรื่องถัดไปก็หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
Ester Krumbachová and I wrote the abstract characters in the film to fight censorship. We wouldn’t have had a chance to make the film if it had been more specific. We used artistic stylization to confuse the communist censorship so that they wouldn’t immediately recognize that the film was directed against them.
Jan Němec
Jan Němec (1936-2016) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague, วัยเด็กชื่นชอบเล่นเปียโน คาริเน็ต ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรีแจ๊ส ก่อนถูกบิดาโน้มน้าวให้เข้าเรียนภาพยนตร์ยัง Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU) เป็นลูกศิษย์ของ Vaclav Krska จบออกมาสรรค์สร้างภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Diamonds of the Night (1964)
หลังเสร็จจาก Diamonds of the Night (1964) ผกก. Němec ได้รับชักชวนให้ร่วมกำกับตอนหนึ่งของ Anthology Film เรื่อง Pearls of the Deep (1966) ชื่อว่า Podvodníci แปลอังกฤษ Imposters เรื่องราวของชายสูงวัยสองคนใกล้ถึงวันสิ้นลม ครุ่นคิดเขียนหนังสืออัตชีวประวัติด้วยการปลอมแปลงเรื่องราวของตนเอง คนหนึ่งอยากเป็นนักเขียน อีกคนใฝ่ฝันเป็นนักร้องอุปรากร
สำหรับโปรเจค O slavnosti a hostech แปลว่า A Report on the Party and the Guests มีจุดเริ่มต้นจาก Ester Krumbachová ภรรยา(ขณะนั้น)ของผกก. Němec พัฒนาเรื่องสั้น Social Comedy ความยาว 14 หน้ากระดาษตั้งชื่อว่า The Summer Carnival เกี่ยวกับไฮโซกลุ่มหนึ่งเดินทางมาปิกนิก แล้วจับพลัดจับพลูเข้าร่วมงานคาร์นิวัลประจำปี
When one lives in a society that is essentially not free, it is the obligation of every thinking person to attack obstacles to freedom in every way at his disposal.
Jan Němec
บทหนังส่งให้กองเซนเซอร์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1964 กว่าจะได้รับการอนุมัติต้องรอคอยจนถึงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1965 เพราะหลายฝ่ายพยายามขบครุ่นคิด ค้นหาว่าบทหนังเป็นภัยคุกคามต่อรัฐหรือไม่? แต่ข้อความในกระดาษยากจะเห็นภาพชัดว่าผู้สร้างต้องการสื่อถึงอะไร เอาตัวรอดอย่างเนียนๆ
ไฮโซกลุ่มหนึ่งประกอบด้วยชายสี่ หญิงสาม เดินทางปิกนิกในป่า ระหว่างทางกลับพบเจอคนกลุ่มหนึ่งตรงเข้ามาห้อมล้อม หน่วงเหนี่ยว ไม่ให้หลบหนีไปไหน แล้วมีการตั้งโต๊ะทำเหมือนศาลเตี้ย พิพากษาคดีความ พยายามจะตัดสินโทษทัณฑ์โดยไม่อธิบายข้อกล่าวหา
กระทั่งการมาถึงของชายชุดขาว (รับบทโดย Ivan Vyskočil) ตำหนิต่อว่าลูกเลี้ยง Rudolf (รับบทโดย Jan Klusák) เปิดเผยว่าทั้งหมดเป็นเพียงการกลั้นแกล้งเล่น วันนี้มีจัดงานเลี้ยงวันเกิด พร้อมกับงานแต่งงานบุตรสาว จึงต้องการชักชวนพวกเขาทั้งเจ็ดเข้าร่วมงานดังกล่าว
ในส่วนของนักแสดง อาจมีเพียง Ivan Vyskočil (ผู้จัดงาน) ที่มีประสบการณ์ละคอนเวที นอกนั้นคือผองเพื่อนในแวดวงศิลปิน Zdena & Josef Skvorecký (สมาชิกไฮโซ) สามี-ภรรยานักเขียน, Jan Klusák (รับบท Rudolf) & Karel Mareš (รับบท Karel ที่ถูกทำร้ายร่างกาย) นักแต่งเพลง, Jiří Němec (รับบท Josef สวมใส่แว่นตาดำ) นักปรัชญา, Dana Nemcova (เจ้าสาว Olinka) ทำงานจิตวิทยา, Milon Novotny (เจ้าบ่าว) ช่างถ่ายภาพ, Evald Schorm (แขกหายตัวจากงานเลี้ยง) คือผู้กำกับภาพยนตร์ ฯ
แต่ก็มีสองบทบาทที่ต้องกล่าวถึง Ivan Vyskočil (1929-2023) นักแสดง ผู้กำกับละคอนเวที สัญชาติ Czech เกิดที่ Prague โตขึ้นเข้าเรียนการแสดงยัง Theatre Faculty of the Academy of Performing Arts in Prague (DAMU) จากนั้นเข้าศึกษาจิตวิทยา ปรัชญา และศึกษาศาสตร์ Charles University เคยเป็นอาจารย์สอนจิตวิทยาอยู่สักพัก ขณะเดียวกันยังเป็นนักแสดง ผู้กำกับละครเวที มีผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก Pearls of the Deep (1966) ตอน House of Joy กำกับโดย Evald Schorm, ทำให้มีโอกาสรับรู้จักผกก. Jan Němec ชักชวนมารับบทนำ A Report on the Party and the Guests (1966)
รับบทผู้จัดงาน Hostitel ชายวัยกลางคน สวมใส่สูทขาว ราวกับผู้ดี แสดงน้ำใจไมตรี ชักชวนกลุ่มคนแปลกหน้าเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิด แต่ลึกๆเป็นคนเข้มงวด แอบเผด็จการ โหยหาความสมบูรณ์แบบ ใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็สำแดงความฉุนเฉียว อารมณ์อ่อนไหว การหายตัวไปของแขกเหรื่อคนหนึ่ง ทำให้เขารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง ฉันทำผิดอะไรถึงมีคนไม่ยินยอมเข้าร่วมงานเลี้ยง?
Vyskočil เป็นคนที่วาทะศิลป์ บุคลิกภาพผู้นำ(เผด็จการ) พลังการแสดง Charisma สูงมากๆ กิริยาท่าทางก็ดูแม่นเป๊ะจนสร้างความน่าเกรงขามให้ตัวละคร เวลาอารมณ์ดีก็มีน้ำใจกว้างขวาง แต่พอใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจก็แสดงความฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด โลกทั้งใบต้องหมุนรอบตัวฉัน!
ความตั้งใจของผกก. Němec ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าจะเสียดสีล้อเลียนใคร ตั้งใจเพียงเหมารวมผู้นำเผด็จการ แต่บังเอิญภาพลักษณ์ของ Vyskočil นั่งบนบัลลังก์หัวโต๊ะ และการแต่งตัวดันละม้ายคล้าย Vladimir Lenin เลยถูกจับโป๊ะแตก เสร็จกองเซนเซอร์ ชิบหายกันหมดถึงทุกคนเกี่ยวข้อง
They found something I hadn’t counted on. There’s a host character in the film, played by our friend Ivan Vyskočil. And one of the censors said that he looked like Lenin and that we were trying to mock Lenin and the principles of Leninism. Then I realized that they were similar. The censors used this as a basis for banning the film.
Jan Němec

Jan Klusák ชื่อเกิด Jan Porges (1934-) นักแต่งเพลงสัญชาติ Czech เกิดที่กรุง Prague ในครอบครัวเชื้อสาย Jewish วัยเด็กมีความหลงใหลดนตรี โตขึ้นเข้าศึกษา Academy of Performing Arts in Prague (AMU) เป็นลูกศิษย์ของ Jaroslav Řídký และ Pavel Bořkovec จบออกมาประพันธ์เพลงออร์เคสตรา ประกอบภาพยนตร์ The Cry (1963), Pearls of the Deep (1966), Dimensions of Dialogue (1982), และเคยเป็นนักแสดง A Report on the Party and the Guests (1966), Valerie and Her Week of Wonder (1970) ฯ
รับบท Rudolf บุตรบุญธรรมของผู้จัดงาน สติสตางค์ดูไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไหร่ คือคนคอยจัดแจงทุกสิ่งอย่างในงานเลี้ยงวันนี้ รวมถึงการเชื้อเชิญแขกที่บังเอิญเดินทางมาปิกนิก แต่แทนที่เขาจะเข้าไปชักชวนธรรมดาๆ ก็ทำการกลั่นแกล้ง เล่นละคอนตบตา (ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดง) ให้พรรคพวกลุมห้อมล้อม หน่วงเหนี่ย ยกโต๊ะมาวาง ทำตัวเหมือนผู้พิพากษาตัดสินอะไรสักสิ่งอย่าง
การมาถึงของตัวละครนี้ทำให้การปิกนิค ทิศทางของหนังปรับเปลี่ยนไปโดยทันที หมอนี่เป็นใคร มาดีมาร้าย ท่าทางก็ดูเอ๋อเหรอ ไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไหร่ ทำให้ทั้งตัวละครและผู้ชมเกิดความหวาดระแวง วิตกจริต ครุ่นคิด-จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล … Klusák คือนักแต่งเพลง แต่สามารถแย่งซีนการแสดงได้น่าประทับใจมากๆ
ในตอนแรกผมครุ่นคิดว่าตัวละครนี้คือหัวหน้ากลุ่มกบฎ จับกลุ่มไฮโซ = ผู้นำรัฐบาลคอมมิวนิสต์ พยายามจะพิพากษาตัดสินใจความผิด สิ่งชั่วร้ายที่พวกเขาทำต่อประเทศ Czechoslovakia, แต่พอเปิดเผยว่าเขาคือบุตรบุญธรรมของผู้จัดงาน มันจึงสามารถมองในอีกทิศทางก็คือการใช้อำนาจบาดใหญ่ของรัฐ จับกุมประชาชนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ใส่ร้ายป้ายสี ยัดข้อกล่าวหา สำแดงความโฉดชั่วร้ายออกมา … จริงๆมันยังมองมุมอื่นได้อีก ตีความแบบหลุดโลกไปเลยก็ยังได้ แต่ความตั้งใจผู้สร้างพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์ ผมเลยเขียนถึงแค่นี้นะครับ
ถ่ายภาพโดย Jaromír Šofr (1939-) ตากล้องสัญชาติ Czech เกิดที่ Brno, บิดาเป็นเภสัชกรเปิดร้านขายยา วัยเด็กหลงใหลดนตรีและงานศิลปะ โตขึ้นเข้าเรียนภาพยนตร์ Film and TV School of the Academy of Performing Arts in Prague (FAMU) เพื่อนร่วมรุ่น Věra Chytilová สรรค์สร้างโปรเจคจบ The Ceiling (1963), A Bagful of Fleas (1962), ก่อนกลายมาเป็นขาประจำ Jiří Menzel ตั้งแต่ Closely Watched Trains (1966)
หนังใช้ระยะเวลาโปรดักชั่นเพียงเดือนกว่าๆระหว่างมิถุนายน – กรกฎาคม ค.ศ. 1965 ถ่ายทำในป่าบีช (Beech) ชื่อว่า Grybla อยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้าน Těptín, จังหวัด Praha-východ, Central Bohemian ทางตอนใต้ของกรุง Prague
ด้วยความที่ส่วนใหญ่คือนักแสดงสมัครเล่น ไม่ค่อยมีประสบการณ์ภาพยนตร์ ผกก. Němec จึงไม่ได้เคร่งครัดว่าจะต้องท่องจำบทเป๊ะๆ มอบอิสรภาพในการดั้นสด (Improvised) บทสนทนาต่อหน้ากล้อง (เลยเต็มไปด้วยการโคลสอัพใบหน้า) เพียงจัดรายละเอียด องค์ประกอบ ทิศทางมุมกล้อง หลายๆช็อตชวนนึกถึงภาพวาดศิลปะ Impressionism
หนังเต็มไปด้วยช็อตโคลสอัพใบหน้า เวลาใครกล่าวอะไรก็มักตัดไปภาพบุคคลนั้น พูดคุยโต้ตอบกับอีกคน ซึ่งจะมีการหันหน้า นั่ง-นอน กิริยาวาจาแตกต่างกันออกไป นี่คือแนวทางหลักๆของผกก. Němec พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้การทำงานมีความง่าย สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องใช้นักแสดงทั้งหมดเข้าฉากพร้อมกันบ่อยครั้ง





คือมันอาจไม่ได้เหมือนเป๊ะๆ แต่ผกก. Němec น่าจะนำอิทธิพลจากภาพวาดศิลปะ Impressionism มาปรับใช้ในหนังค่อนข้างเยอะ อาทิ Édouard Manet (The Luncheon on the Grass), Francisco Goya (The Caprices), คอลเลคชั่น Dutch and Flemish Still Lifes แต่ก็มีนักวิจารณ์ฟากฝั่งยุโรปตะวันออก เสนอแนะว่าน่าจะจิตรกรโซเวียตอย่าง Alexander Deineka (Bathers), Dementi Shmarinov ฯ






อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ลองสังเกตก็คือ Establishing Shot ภาพมุมกว้างระยะไกล พบเห็นไม่บ่อยครั้งในหนัง มักมีการจัดวางองค์ประกอบได้อย่างผิดแผกแปลกตา ดูไม่ค่อยสมดุล/สมมาตร เอนเอียงไปฟากฝั่งหนึ่ง เว้นช่องว่าง-ระยะห่าง กลุ่มคนรวมตัวเป็นกระจุก-กระจัดกระจาย vs. ธรรมชาติกว้างใหญ่ … ผมยังไม่ค่อยเข้าใจว่าต้องสื่ออะไร แต่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร



ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ
หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองไฮโซกลุ่มหนึ่ง ประกอบด้วยชายสี่-หญิงสาม เดินทางมาปิกนิกในป่า ระหว่างทางกลับพบเจอคนกลุ่มหนึ่งตรงเข้ามาห้อมล้อม หน่วงเหนี่ยว ไม่ให้หลบหนีไปไหน พอสะสางปัญหาคาใจก็เดินทางเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิด+แต่งงาน
- ปิกนิกในป่า
- ชายสี่-หญิงสามเดินทางมาปิกนิกในป่า พูดคุยสนทนา พบเห็นกลุ่มคนพร้อมคู่รักหนุ่ม-สาวเดินผ่านไป
- สาวๆอาบน้ำอาบท่า ชำระล้างร่างกาย
- การมาถึงของ Rudolf
- ระหว่างทางกลับ ไฮโซทั้งเจ็ดถูกคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาห้อมล้อม หน่วงเหนี่ยว ตั้งโต๊ะทำเหมือนศาลเตี้ย
- Rudolf นั่งหัวโต๊ะ พูดคุยหยอกล้อ ออกคำสั่งให้พวกเขาทำโน่นนั่น แต่ไม่บอกว่าเหตุผลการควบคุมตัวทำไม?
- Karel ไม่เล่นด้วยแล้ว พยายามเดินหนี เลยถูกรุมกระทำร้าย
- ผู้จัดงานเดินทางมาเห็น กล่าวตำหนิ Rudolf ก่อนชักชวนไฮโซทั้งเจ็ดเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของตนเอง + งานแต่งงานบุตรสาว
- งานเลี้ยงวันเกิด + งานแต่งงานบุตรสาว
- เดินทางมาถึงงานเลี้ยงริมทะเลสาป
- ขณะกำลังจะกล่าวเปิดงาน สมาชิกคนหนึ่ง(ในกลุ่มไฮโซ)ตัดสินใจทอดทิ้ง ไม่เข้าร่วมงาน สร้างความผิดหวังอย่างรุนแรงให้ผู้จัดงาน
- หลังจาก Karel กล่าวถึงเหตุผลงานร่วมงานทั้งๆก่อนหน้านี้ถูกกระทำร้ายร่างกาย ทำให้ผู้จัดงานมีกระจิดกระใจขึ้นมา
- Josef กล่าวสุนทรพจน์ว่าเราควรนำพาบุคคลที่หายตัวไปกลับมา เผื่ออีกฝ่ายไปหลงทางอยู่แห่งหนไหน
- Karel พูดปลุกใจให้ทุกคนร่วมกันออกค้นหา
- นำเอาสุนัขดมกลิ่นมาช่วยค้นหา พบเจอหรือไม่เปล่าไม่มีใครตอบได้
จริงๆหนังมีเครดิตเพลงประกอบโดย Karel Mareš (ร่วมรับบท Karel ที่ถูกรุมกระทืบ) แต่ไม่ได้มีความสลักสำคัญใดๆให้พูดกล่าวถึง เพราะนอกจาก Opening Credit ก็ได้ยินเพียงบทเพลงงานเลี้ยง ‘diegetic music’ ร้อง-เล่น-เต้นรำ หาได้สำแดงความประทับใจ พลังอารมณ์ หรือเคลือบแฝงนัยยะอะไร? แนวทางผกก. Němec ละเล่นกับเสียงประกอบ (Sound Effect) พวกหมาเห่า นกร้อง ก้าวย่างเดิน สายน้ำไหล ฯ โดดเด่นดังขึ้นมาอย่างมีนัยยะสำคัญ
A Report on the Party and Guests (1966) แค่ชื่อหนังก็มีความสองแง่สองง่าม แปลตรงๆคือรายงานเกี่ยวกับงานเลี้ยงและแขกเหรื่อ แต่คำว่า Party มันสามารถสื่อถึงพรรคคอมมิวนิสต์ และ Guests ก็คือสมาชิก(ที่เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์) เหตุการณ์วุ่นๆวายๆบังเกิดขึ้นมัน จึงสามารถสะท้อนถึงเบื้องหน้า-หลัง ผู้นำเผด็จการ วิธีปกครองประชาชน และสำหรับบุคคลหลบหนีออกนอกประเทศ ต้องถูกไล่ล่าติดตามตัวให้หวนกลับมา
ผกก. Němec และภรรยา/นักเขียน Ester Krumbachová พยายามอย่างยิ่งที่จะซุกซ่อนเร้น นำเสนอเหตุการณ์ไร้สาระ สิ่งที่กองเซนเซอร์สมัยนั้นไม่น่าจะสามารถทำความเข้าใจว่ากำลังโดนเสียดสีล้อเลียน แต่ปัญหาคือความชัดเจนในภาพนำเสนอ เลยถูกจับโป๊ะแตก กลายเป็นความชิบหายวายป่วนของผู้สร้างขึ้นมาแทน
- องก์แรกของหนัง ไฮโซทั้งเจ็ดกำลังตัดแบ่ง/รับประทานเค้ก สามารถสะท้อนถึงวิถีคอมมิวนิสต์ที่ยึดหลักความเท่าเทียม
- การมาถึงของ Rudolf สามารถมองได้สองทิศทางตรงกันข้าม
- Rudolf คือตัวแทนกลุ่มกบฎ ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ล้อมจับกุมไฮโซทั้งเจ็ด (ตัวแทนรัฐบาลคอมมิวนิสต์) พยายามทำเหมือนต้องการพิพากษา ตัดสินความผิด
- หรือจะมองว่า Rudolf คือตัวแทนรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ล้อมจับกุมประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ได้ทำอะไรผิด มากลั้นแกล้ง (แสร้ง)ลงโทษทัณฑ์
- ผู้จัดงานก็คือตัวแทนผู้นำ (หรือที่กองเซนเซอร์เข้าใจผิดๆว่าคือ Vladimir Lenin) เบื้องหน้าเหมือนมีอัธยาศัยดีงาม แต่พอใครทำอะไรไม่ถูกใจก็สำแดงอารมณ์เกรี้ยวกราด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ใครดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยได้ กลายเป็นภาพลักษณ์เผด็จการขึ้นมาโดยพลัน
ผมรู้สึกว่าผกก. Němec ไม่ได้แค่จะโจมตีเผด็จการเพียงฝั่งฝ่ายเดียว แต่ยังไฮโซทั้ง 6 ที่ยินยอมเล่นเกม แม้ถูกกลั่นแกล้ง กระทำร้ายร่างกาย ยังทำเหมือนไม่อะไรบังเกิดขึ้น ตอบตกลงเข้าร่วมงานเลี้ยง หรือก็คือประชาชนก้มหัวศิโรราบต่อรัฐบาลคอมมิวนิสต์ เพียงบุคคลเดียวไม่เล่นด้วย สำแดงอารยะขัดขืน ด้วยการหลบหนี ทอดทิ้งทุกสิ่งอย่าง ไม่เว้นภรรยาของตนเอง … แอบนึกถึงผกก. Fritz Lang ทอดทิ้งภรรยา Thea von Harbou ตอนหลบหนีออกจาก Nazi Germany
ขณะเดียวกันเราอาจมองในเรื่องสมองไหล (Brain Drain) ปรากฏการณ์ที่คนเก่ง คนมีความรู้ความสามารถสูง อพยพย้ายถิ่นฐานออกไปทำงานในต่างประเทศเพื่อโอกาสที่ดีกว่า นั่นเป็นสิ่งพบบ่อยในประเทศสังคมนิยมยุคสมัยนั้น เพราะรัฐบาลคอมมิวนิสต์มักกีดกัน กำจัดบุคคลเห็นต่าง ด้วยวิธีการอันรุนแรง ใครกันจะอยากอาศัยอยู่ประเทศที่ไร้อนาคตเช่นนี้
โดยไม่รู้ตัวประเด็นที่หนังนำเสนอมานี้กลับกลายเป็นการพยากรณ์อนาคตของตนเอง หลังสิ้นสุด 1968 Prague Spring ถูกแบนตลอดกาลใน Czechoslovakia จึงต้องอพยพลี้ภัยออกนอกประเทศ แต่ในบรรดาผู้กำกับร่วมรุ่น Czechoslovak New Wave บุคคลโชคร้ายที่สุดก็คือผกก. Němec เพราะไม่สามารถหาการหางาน ได้รับโอกาสสรรค์สร้างภาพยนตร์เป็นชิ้นเป็นอัน … อาชีพผู้กำกับของ Němec แทบจะจบสิ้นลงพร้อมๆกับ Czechoslovakia
หนังมีกำหนดออกฉายใน Czechoslovakia ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 1966 แต่ช่วงเดือนมกราคม โปรดิวเซอร์ Jan Procházka จัดรอบทดลองฉายให้ผองเพื่อนและปธน. Antonín Novotný ได้เสียงตอบรับย่ำแย่ถึงขนาดสั่งให้สตูดิโอขับไล่ออก ทำทุกหนทางให้ผกก. Neměc หมดโอกาสก้าวหน้าในวงการภาพยนตร์
กาลมาถึงของ 1968 Prague Spring มาตรการต่างๆได้รับการผ่อนปรน ผกก. Neměc จึงสามารถขนฟีล์มนำออกฉายเทศกาลหนังเมือง Cannes พอไม่ได้ฉายเลยย้ายไป Venice Film Festival, กระทั่งการมาถึงของสหภาพโซเวียตและพันธมิตร Warsaw ลักลอบขนฟุตเทจบันทึกภาพการรุกรานดังกล่าวทำเป็นสารคดีสั้น Oratorio for Prague (1968) หลังจากนั้นเลยถูกแบนตลอดชีวิต อพยพลี้ภัยออกนอกประเทศ ดิ้นรนอยู่เยอรมัน สหรัฐอเมริกา สรรค์สร้างหนังสั้นและสารคดี ก่อนหวนกลับบ้านเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย
ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K โดย Karlovy Vary International Film Festival ร่วมกับ Národní filmový archiv (Czech National Film Archive) เสร็จสิ้นเมื่อปี ค.ศ. 2021 สามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Second Run ส่วนฉบับ Criterion ยังเห็นเพียง DVD รวมอยู่ในบ็อกเซ็ต Eclipse Series 32: Pearls of the Czech New Wave วางขายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012
ในมุมของผกก. Neměc คงถือเป็นความล้มเหลวที่ถูกจับได้ตั้งแต่ไก่โห่ นั่นแสดงว่าผู้ชมชาว Czechoslovakia ก็น่าจะสามารถทำความเข้าใจนัยยะซ่อนเร้นได้โดยอัตโนมัติ! แต่สำหรับชาวต่างชาติ ไม่มักคุ้นเคยประวัติศาสตร์ ย่อมมองหนังแตกต่างออกไป ท้าทายการครุ่นคิด เต็มไปด้วยความซับซ้อนซ่อนเงื่อน
คงเพราะผมไล่เรียงรับชมผลงานจากยุคสมัย Czechoslovak New Wave มาหลายเรื่องติดๆกัน มันจึงเป็นอัตโนมัติที่จะทำความเข้าใจหนังแทบจะโดยพลัน! ชื่นชมในวิสัยทัศน์ อัจฉริยภาพของผกก. Neměc ถ้าไม่ถูกตัดตอนโอกาสในวงการภาพยนตร์ เชื่อว่าแนวโน้มอาจกลายเป็นตำนานระดับ Orson Welles, Stanley Kubrick ได้สบายๆ
จัดเรต 15+ กับบรรยากาศตึงเครียดในงานเลี้ยง


ใส่ความเห็น