เพชรตัดเพชร (1966)

เพชรตัดเพชร

เพชรตัดเพชร (พ.ศ. ๒๕๐๙) : วิจิตร คุณาวุฒิ, พร้อมสิน สีบุญเรือง, ประกอบ แก้วประเสริฐ ♥♥♥♡

โปรดักชั่นระดับ Hollywood โกอินเตอร์ไกลถึงฮ่องกง แต่คงคุณภาพแบบไทยๆ มิตร ชัยบัญชา เฉือนคมตัดกับ ลือชัย นฤนาท ทำเอาหนัง James Bond ยังต้องชิดซ้าย แค่เพียงฉายเดือนกว่าๆรายรับเกิน ๓ ล้านบาท ขึ้นแท่นทำเงินสูงสุดตลอดกาลขณะนั้นโดยทันที

The Spy Who Came in from the Cold (1965)

The Spy Who Came in from the Cold

The Spy Who Came in from the Cold (1965) : Martin Ritt ♥♥♥♥

เพื่อตอบโต้กับความเพ้อเจ้อของสายลับมาดเท่ห์ James Bond ในโลกความจริง Richard Burton -กับบทบาทเข้าชิง Oscar: Best Actor- เป็นสปายที่ต้องทำตัวกะล่อนปลิ้นปล้อน โกหกหลอกลวง นกสองหัวเพื่อตลบหลังศัตรูและพวกพ้อง แค่หมากตัวหนึ่งในกระดาน ไร้ซึ่งสามัญสำนึกมโนธรรม ทำตามคำสั่งหน้าที่จากผู้บังคับบัญชาเท่านั้น ความเป็นตายก็เช่นกัน

To Be or Not to Be (1942)

To Be or Not to Be

To Be or Not to Be (1942) : Ernst Lubitsch ♥♥♥♥♡

The Great Dictator (1940) ของผู้กำกับ Charlie Chaplin ชิดซ้ายตกกระป๋องไปเลยเมื่อเทียบกับ To Be or Not to Be (1942) ด้วย ‘สัมผัสของ Lubitsch’ ทำให้ภาพยนตร์เสียดสีล้อเลียน Adolf Hitler และนาซีเรื่องนี้มีความลุ่มลึกล้ำ เฉียบคมคาย คลาสสิกเหนือกาลเวลา แต่ผู้ชม/นักวิจารณ์สมัยนั้น ต่างขำกันไม่ออกเลยสักนิด

Foreign Correspondent (1940)

Foreign Correspondent

Foreign Correspondent (1940)  : Alfred Hitchcock ♥♥♥♡

ภาพยนตร์เรื่องที่สองของ Alfred Hitchcock หลังจากย้ายมาอยู่ Hollywood เข้าชิง Oscar 6 สาขา รวมทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่ไม่ได้สักรางวัล, ผู้สื่อข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ New York Globe จับพลัดจับพลูตกอยู่ในสถานการณ์ชี้เป็นชี้ตายของยุโรป เตรียมรายงานข่าวสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังปะทุขึ้นแล้ว

Never Say Never Again (1983)

Never Say Never Again

Never Say Never Again (1983) British : Irvin Kershner ♥♥♥♡

Sean Connery กลืนน้ำลายตัวเองครั้งที่ 2 กลับมารับบท James Bond ครั้งสุดท้ายเมื่อตอนอายุ 52, พยัคฆ์เหนือพยัคฆ์ ไม่ใช่สายลับ 007 แบบฉบับที่ผู้ชมคุ้นเคย แต่ดูแล้วจะทำให้ตระหนักได้ทันที ว่าแฟนไชร์นี้มีสไตล์ลายเซ็นต์ที่โดดเด่นเฉพาะตัวขนาดไหน

Diamonds Are Forever (1971)

Diamonds Are Forever

Diamonds Are Forever (1971) British : Guy Hamilton ♥♥♥

Sean Connery กลืนน้ำลายตัวเองครั้งแรก กลับมารับบท James Bond ภาคที่ 7 เพชรพยัคฆราช, เรื่องราวเหมือนจะต่อเนื่องจากภาคก่อน Bond ที่เจ็บปวดทางใจ ออกตามล่าล้างแค้น Ernst Stavro Blofeld แล้วได้เข้าไปพัวพันกับการลักลอบขนเพชรเข้าอเมริกา

On Her Majesty's Secret Service (1969)

Peter R. Hunt

On Her Majesty’s Secret Service (1969) British : Peter R. Hunt ♥♥♥♥♡

James Bond ภาคนี้ตอนออกฉาย ถูกนักวิจารณ์สับเละ รับไม่ได้กับ 007 คนใหม่ George Lazenby แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ยอดพยัคฆ์ราชินี ได้กลายเป็นหนังที่ถูกใจผู้กำกับดังมากมาย เป็นหนังโปรดของ Steven Soderbergh และ Christopher Nolan, ถ้า Goldfinger คือหนังบอนด์ที่นักวิจารณ์หลงรักที่สุด On Her Majesty’s Secret Service จะคือหนังบอนด์ที่บรรดาผู้กำกับหลงใหลที่สุด, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

You Only Live Twice (1967)

You Only Live Twice

You Only Live Twice (1967) British : Lewis Gilbert ♥♥♥

ภาพยนตร์ลำดับที่ 5 จอมมหากาฬ 007 คราวนี้ James Bond นั่งเรือดำน้ำไปโผล่ที่ญี่ปุ่น เพื่อจัดการกับองค์กร SPECTRE เปิดตัว Ernst Stavro Blofeld ป้องกันสงครามเย็นที่จะเกิดขึ้นระหว่างอเมริกากับรัสเซีย, เป็นครั้งแรกของแฟนไชร์ที่ไม่อ้างอิงเรื่องราวตามนิยายของ Ian Fleming เขียนบทภาพยนตร์โดย Ronald Dahl และมี Freddie Young เป็นตากล้อง

Thunderball (1965)

thunderball

Thunderball (1965) British : Terence Young ♥♥♡

ภาพยนตร์ลำดับที่ 4 ธันเดอร์บอลล์ 007 กับฉากต่อสู้ใต้น้ำอันลือลั่น ที่ถึงขนาดได้ Oscar: Best Special Effects, องค์กร SPECTRE ได้วางแผนการครั้งใหญ่ ขโมยหัวรบนิวเคลียร์แล้วเรียกค่าไถมหาศาล โชคดีว่ามี James Bond ที่จับพลัดจับพลู ได้พบเบาะแสสำคัญ มีหรือจะปล่อยให้ผู้ร้ายลอยนวล

Goldfinger (1964)

goldfinger

Goldfinger (1964) British : Guy Hamilton ♥♥♥♥

ภาพยนตร์ลำดับที่ 3 ของจอมมฤตยู 007 เปลี่ยนผู้กำกับมาเป็น Guy Hamilton ได้รับการยกย่องว่าเป็น James Bond ภาคที่ยอดเยี่ยมที่สุด, Auric Goldfinger ชายผู้หลงใหลคลั่งไคล้ในทอง เมื่อได้มาพบกับ James Bond ทำให้เบื้องหลัง ความชั่วร้ายต่างๆ ได้ถูกเปิดเผยออก, Goldfinger ขณะฉายประสบความสำเร็จอย่างสูง จนกลายเป็นพิมพ์เขียว สูตรสำเร็จของแฟนไชร์นี้

From Russia with Love (1963)

From Russia with Love

From Russia with Love (1963) British : Terence Young ♥♥♥♥

ภาพยนตร์ลำดับที่ 2 หนึ่งในภาคที่ได้รับการยกย่องว่า ยอดเยี่ยมที่สุดของเพชฌฆาต 007, องค์กร SPECTRE ได้ส่งหญิงสาวสายลับชาวรัสเซีย ให้พบกับสายลับอังกฤษ James Bond จากศัตรูกลายเป็นมิตรแล้วกลายเป็นคนรัก, From Russia with Love มีสาวบอนด์ และเพลงประกอบที่ผมชอบที่สุดในแฟนไชร์

Dr. No (1962)

Dr. No

Dr. No (1962) British : Terence Young ♥♥♥♡

ครั้งแรกของแฟนไชร์ที่สร้างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก James Bond สายลับอังกฤษ 007 กับนักแสดงนำคนแรก Sean Connery, Dr. No คือใครกัน? Noah? Noel? หรือ Nobody? ชื่อเต็มของเขาคือ Dr. Julius No ผู้มีปม Napoleon complex และเป็น Mad Scientist, มาดูกันสิว่าพยัคฆ์ร้าย 007 จะเอาตัวรอดจากการทดลองบ้าๆครั้งนี้ไปได้ยังไง

Black Book (2006)

Black Book

Black Book (2006) Dutch : Paul Verhoeven ♥♥♥♡

หนังสัญชาติ Holland เรื่องนี้ ตอนฉายอาจดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ปัจจุบันมองย้อนกลับไปกลับรู้สึกน่าสนใจมากขึ้น สร้างโดยผู้กำกับ Paul Verhoeven (ที่ปีล่าสุด หนังเรื่อง Elle ได้ฉายในเทศกาลหนังเมือง Cannes และได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม) นำแสดงโดย Carice van Houten (Red Woman ในซีรีย์ Games of Throne) เรื่องราวของหญิงสาวชาว Jewish ที่กลายเป็น Spy ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะ Nazi เข้ายึด The Hague, Netherlands

Lust, Caution (2007)

Lust Caution

Lust, Caution (2007) : Ang Lee ♥♥♥♥♡

หนังรางวัล Golden Lion จากเทศกาลหนังเมือง Venice เรื่องที่ 2 ของปรมาจารย์ผู้กำกับ Ang Lee, หนัง Erotic ผสม Sadistic ที่มีความวิจิตรประณีตลุ่มลึก ถ้าไม่ใช่คนเอเชียคงไม่สามารถดื่มด่ำไปกับรสสัมผัสของหนังได้เป็นแน่

North by Northwest (1959)

North by Northwest

North by Northwest (1959) : Alfred Hitchcock ♥♥♥♥♡

ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้คือจุดกำเนิดของ James Bond สายลับมาดเท่ห์ ใส่สูทผูกไทค์สาวติด แม้ฉาก Action จะไม่ได้ตื่นตาเหมือนหนังสมัยใหม่ แต่ความเขย่าขวัญสุดระทึกจะทำให้คุณตื่นใจในเทคนิคการนำเสนอ, ผลงานการกำกับของ Alfred Hitchcock เจ้าของฉายา ‘The Master of Suspense’ นำแสดงโดย Cary Grant ประกบคู่กับ Eva Marie Saint

Charade (1963)

Charade

Charade (1963) hollywood : Stanley Donen ♥♥♥♥♡

นี่เป็นหนังที่ได้รับการกล่าวถึงว่า ‘เป็นหนัง Hitchcock ที่ดีที่สุด ที่ Hitchcock ไม่ได้สร้าง’ โดยผู้กำกับ Stanley Donen (Singin’ in the Rain-1952) ที่จับเอา Cary Grant วัยใกล้เกษียณ และ Audrey Hepburn ที่กำลังโด่งดัง มาเข้าคู่กัน เพื่อส่งท้ายยุคทองของ Hollywood

Notorious (1946)

Notorious

Notorious (1946) hollywood : Alfred Hitchcock ♥♥♥♥

ในยุคที่ Hays Code ออกกฎว่าจะแบนหนังที่มีฉากจูบเกิน 3 วินาที Notorious ได้สร้างฉากจูบที่คลาสสิคที่สุดในโลก ระหว่าง Cary Grant กับ Ingrid Bergman ด้วยความยาวครั้งละไม่เกิน 3 วินาทีต่อเนื่องยาวเกือบ 3 นาที ถ้าไม่ใช่ Alfred Hitchcock คงคิดอะไรแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ

Ninja Scroll (1993)

Ninja Scroll

Ninja Scroll (1993)  : Yoshiaki Kawajiri ♥♥♥♥

หนึ่งในสามภาพยนตร์อนิเมชั่น ที่พลิกโฉมหน้าวงการไปโดยสิ้นเชิง, เรื่องราวของนินจาพเนจร บังเอิญเข้าไปพัวพันกับเบื้องหลังการแก่งแย่งชิงอำนาจการปกครอง ทำให้ต้องต่อสู้กับอัฎฐอสูร (Eight Devils of Kimon) ที่เป็นตัวแทนด้านมืด กิเลสตัณหาราคะ ความชั่วร้ายของมนุษย์