Kapurush (1965)

Kapurush

Kapurush (1965) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ชายหนุ่มรถเสียกลางทาง ได้รับอนุเคราะห์จากชายแปลกหน้าให้พักอาศัยค้างแรม พอไปถึงบ้านพบเห็นภรรยาซึ่งคืออดีตคนรักเก่า ทำให้เขาพร่ำรำพันโหยหาอดีตไม่เป็นอันหลับนอน

Nayak (1966)

Nayak

Nayak (1966) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ในประเทศอินเดีย พระเอกหนัง (Nayak แปลว่า The Hero) มักถูกเปรียบเปรยดั่งพระเจ้า ต้องมีภาพลักษณ์ดีงามทั้งภายนอก-ใน แต่การเดินทางด้วยรถไฟครานี้ ความจริงบางอย่างกำลังจะได้รับการเปิดเผยบอก

Kanchenjungha (1962)

Kanchenjungha

Kanchenjungha (1962) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักผ่อนยังเมือง Darjeeling, West Bengal มองเห็นลิบๆยอดเขาสูงอันดับสามของโลก Kanchenjunga ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนมุมมองไปมาด้วยเทคนิค ‘hyperlink film’ ซึ่งสภาพอากาศเดี๋ยวแดดออก หมอกลง เมฆบดบังพระอาทิตย์ ส่งผลกระทำต่อจิตใจตัวละครให้เรรวนปรวนแปร ผันเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดนิ่ง

Devi (1960)

Devi

Devi (1960) : Satyajit Ray ♥♥♥

ก้าวเข้าสู่ยุคที่สองของ Satyajit Ray หลังจากเสร็จสิ้น The Apu Trilogy วิพากย์วิจารณ์วิถีความเชื่อ งมงายในศรัทธาศาสนา เมื่อพ่อเพ้อฝันว่าบุตรสาวเป็นเทวดากลับชาติมาเกิด (Devi แปลว่า Godness) ก้มลงกราบแทบเท้า เทิดทูนยกขึ้นเหนือเกล้ากระหม่อม แต่ความจริงเป็นเช่นไร ใครพบเห็นย่อมตระหนักเข้าใจได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Giulietta degli spiriti (1965)

Juliet of the Spirits

Giulietta degli spiriti (1965) : Federico Fellini ♥♥♥♥

ราวกับภาคต่อของ 8½ (1963) โดยสลับจากอวตารผู้กำกับ Federico Fellini กลายมาเป็นศรีภรรยา Giulietta Masina รับบท Juliet ผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ผสมผสานระหว่างความจริง-เพ้อฝัน อดีต-ปัจจุบัน และเมื่อผีบอกว่าชายคนรักลักลอบมีชู้ ชีวิตคู่ของพวกเขาจะลงเอยเฉกเช่นไร

The Naked Kiss (1964)

The Naked Kiss

The Naked Kiss (1964) : Samuel Fuller ♥♥♥

หญิงสาวเมื่อเลือกที่จะเป็นโสเภณี ย่อมมีบางสิ่งอย่างภายในจิตใจเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล รอยจูบเคยหวานฉ่ำหลงเหลือเพียงความเปลือยว่างเปล่า จะมีใครสักคนไหมสามารถนำพาความรู้สึกนั้นให้หวนคืนกลับมา

Shock Corridor (1963)

Shock Corridor

Shock Corridor (1963) : Samuel Fuller ♥♥♥♡

นักข่าวรายหนึ่ง ทุ่มสุดตัวด้วยการเสแสร้งเป็นคนบ้า เพื่อเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลจิตเวช แล้วจะได้สืบค้นคดีฆาตกรรมปริศนา ‘ใครคือผู้เข่นฆ่า Sloan?’ แต่เขากลับค่อยๆแปรสภาพสู่ … นั่นสร้างความช็อคให้ผู้กำกับ Bernardo Bertolucci อ้างอิงถึงใน The Dreamers (2003)

Yellow Submarine (1968)

Yellow Submarine

Yellow Submarine (1968) : George Dunning ♥♥♥♥♡

คุณอาจต้องสูบมาลีฮวนน่า (กัญชา) ถึงสามารถทำความเข้าใจโคตรภาพยนตร์อนิเมชั่นระดับ Masterpiece เรื่องนี้! ที่สะท้อนชื่อเสียงความสำเร็จของ The Beatles ทำให้พวกเขาราวกับต้องอาศัยจมอยู่ในเรือดำน้ำ รายล้อมด้วยแรงกดดันรอบทิศทาง ไม่สามารถหลบลี้หนีไปไหน ล่องลอยอย่างไร้อิสรภาพเสรี

Help! (1965)

Help

Help! (1965) : Richard Lester ♥♥♥♡

สี่เต่าทองใช้เวลาช่วงเช้าก่อนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ สูบมาลีฮวนน่า (กัญชา) อาการมึนๆเมาๆ คาดว่าพวกเขาคงสนุกสนานกันน่าดู แต่ผู้ชมคงได้เกาหัว อะไรของมันว่ะ ใครก็ได้ช่วยฉันทำความเข้าใจที!

A Hard Day’s Night (1964)

A Hard Day

A Hard Day’s Night (1964) : Richard Lester ♥♥♥♥

ในยุคสมัยที่นักร้องต้องคอยสร้างภาพ มารยาทดีต่อสื่อ ถูกควบคุมโดยผู้จัดการ (Elvis Presley ก็เช่นกันนะ) แต่ไอ้เด็กเวรสี่คน The Beatles เรื่องของกรูจะทำไม! สบโอกาสเมื่อไหร่พยายามดิ้นพร่านให้หลุดจากพันธการกรงขัง นี่คือสิ่งทำให้วงนี้กลายเป็น ‘ปรากฎการณ์’ แห่งศตวรรษ

A Man for All Seasons (1966)

A Man for All Seasons

A Man for All Seasons (1966) : Fred Zinnemann ♥♥♥♥

เรื่องราวของ Sir Thomas More ผู้ซึ่งไม่ว่าอะไรจะบังเกิดขึ้น ยังคงยึดถือเชื่อมั่นในศรัทธาคำสอนพระเจ้า แม้ต้องกลายเป็นปรปักษ์ขัดแย้ง King Henry VIII (1509 – 1547) ที่ต้องการหย่าร้างราชินี และต่อมาสมรสใหม่ถึง 6 ครั้งครา, คว้า 6 รางวัล Oscar และภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Faces (1968)

Faces

Faces (1968) : John Cassavetes ♥♥♥♥

ภาพยนตร์ที่จะกระชาก’หน้ากาก’สังคมอเมริกัน เปิดเผยธาตุแท้ตัวตน ปลุกให้ตื่นจากความเพ้อใฝ่ฝัน เพราะโลกความจริงนั้นเต็มไปด้วยสิ่งอัปลักษณ์ หาได้งดงามสวยเลิศหรูเลยสักนิด!

Gertrud (1964)

Gertrud

Gertrud (1964) : Carl Theodor Dreyer ♥♥♥♥♡

Swan Song ของปรมาจารย์ผู้กำกับ Carl Theodor Dreyer ที่มีความเป็น ‘pure cinema’ เน้นถ่ายทำ Long Take เพียง 90 คัทในระยะเวลา 116 นาที ตัวละครแค่พูดคุยสนทนา เดินนั่งสลับตำแหน่ง แต่กลับทรงพลังระดับล้างผลาญ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Once Upon a Time in the West (1968)

Once Upon a Time in the West

Once Upon a Time in the West (1968) : Sergio Leone ♥♥♥♥

หลังเสร็จจาก Dollars Trilogy แม้รู้สึกเพียงพอแล้วกับ Spaghetti Western แต่เมื่อ Sergio Leone ได้รับการโน้มน้าวจาก Paramount Pictures อนุญาตให้เข้าถึงนักแสดงคนโปรด Henry Fonda มีหรือจะไม่ยินยอมหวนกลับมา ครานี้ยำใหญ่ใส่สารพัดระดับ Epic และกลับตารปัตรทุกสิ่งที่ใครๆเคยพบเห็นมา

The Manchurian Candidate (1962)

The Manchurian Candidate

The Manchurian Candidate (1962) : John Frankenheimer ♥♥♥♥

ทหารอเมริกันถูกจับกุมในสงครามเกาหลี โดนล้างสมองโดยคอมมิวนิสต์ให้กลายเป็นสายลับ ‘sleeper agent’ เป้าหมายคือจัดการคู่แข่งชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เพื่อหวังยึดครอบครองอำนาจให้อยู่ในกำมือ

La Vérité (1960)

La Vérité

La Vérité (1960) : Henri-Georges Clouzot ♥♥♥♥

Brigitte Bardot -น่าจะเป็นการแสดงยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิต- ได้ทำการเข่นฆาตกรรมแฟนหนุ่ม ถูกจับกุมขึ้นศาลเพื่อค้นหาสาเหตุแรงจูงใจสำหรับตัดสินโทษ แต่ลูกขุนทั้งคณะล้วนคือเพศชาย แถมทนายฝ่ายตรงข้ามก็คอยแต่พูดจาดูถูกถากถาง นี่นะหรือกระบวนการยุติธรรมที่น่านับถือ!

Cléo de 5 à 7 (1962)

Cléo from 5 to 7

Cléo de 5 à 7 (1962) : Agnès Varda ♥♥♥♥

ต่อให้โชคชะตาฟ้ากำหนดแล้วไง! สุดท้ายมันอยู่ที่ตัวฉันจะครุ่นคิด ตัดสิน กระทำตามเสียงเพรียกเรียกร้องของหัวใจ, ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่สองของท่านแม่ทูนหัว Agnès Varda น่าจะเรียกได้ว่า Masterpiece เรื่องแรกของ Feminist และ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Il Sorpasso (1962)

Il Sorpasso

Il Sorpasso (1962) : Dino Risi ♥♥♥♥

แม้ชื่อหนังภาษาอังกฤษจะคือ The Easy Life แต่ความหมายตรงๆของ Il Sorpasso แปลว่า Overtaking การติดตามทัน แซงหน้า มักใช้ในบริบทของการขับรถช้า-เร็วกว่า ซึ่งสามารถเหมารวมถึงสถานะทางสังคมสูง-ต่ำ คุณธรรมศีลธรรมดี-ชั่ว รสนิยมทางเพศ หรือแม้แต่เศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งสะท้อนเข้ากับประเทศอิตาลียุคสมัยนั้น กำลังถูกแซงหรือโดนตัดหน้าไปไกลแล้วก็ไม่รู้!

Easy Rider (1969)

Easy Rider

Easy Rider (1969) : Dennis Hopper ♥♥♥♥

นี่คือ Masterpiece ของภาพยนตร์แนว Road Movie เรื่องราวของชายสองคนหลังจากทำกำไรมหาศาลจากการขายโคเคน ขับขี่รถ Chopper ออกท่องสหรัฐอเมริกา เป้าหมายคือ New Orleans, Louisiana แต่สิ่งที่พวกเขาค้นพบระหว่างเดินทางกลับคือ…

Kes (1969)

Kes

Kes (1969) : Ken Loach ♥♥♥♥

เด็กชายอายุ 15 ปี รูปร่างผอมกะหร่อง ทื่มทื่อ มาจากครอบครัวเหมืองจนๆ มักถูกกลั่นแกล้งสารพัดจากเพื่อนนักเรียน และตกเป็นเป้าโจมตีของครูจอมเผด็จการ แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยสูญเสียคือจิตวิญญาณ เพ้อใฝ่ฝันโบยบินอิสระเสรีเหมือนเหยี่ยวเคสเตรล (Kestrel) จับมาฝึกฝนเลี้ยงดูแล ก่อนท้ายที่สุด…, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”