The Firemen’s Ball (1967) Czech : Miloš Forman ♥♥♥♥♡

งานเลี้ยงประจำปีของพนักงานดับเพลิง มันช่างมีความวุ่นๆวายๆ ชิบหายวายป่วน เต็มไปด้วยการเสียดสีล้อเลียนระบอบสังคมนิยม (Political Satire) เป็นเหตุให้โดนแบนห้ามฉาย และผู้กำกับ Miloš Forman ต้องอพยพหลบหนีออกจาก Czechoslovakia

Milos Forman’s The Firemen’s Ball, a small, warm jewel of a movie from Czechoslovakia… This is a very warm, funny movie, and perhaps the best way you could spend an evening in a theater just now. It is a relief to find a director who doesn’t force his material, who trusts us to understand what’s funny without being told.

นักวิจารณ์ Roger Ebert ให้คะแนน 4/4 พร้อมจัดเป็น Great Movie

แม้ตอนให้สัมภาษณ์ภายหลังอพยพลี้ภัยมาอยู่สหรัฐอเมริกา ผกก. Forman ยังคงยืนกรานว่าหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรในกอไผ่ “a comedy about people, not about politics.” แต่ใครมองไม่เห็นงูเขียวซ่อนอยู่เต็มไปหมด ก็สมควรถูกแว้งกัดแล้วละ! ผลงานอื่นๆของพี่แกในยุคแรกนี้ ล้วนสามารถวิเคราะห์ในทิศทาง Political Satire ได้ทั้งนั้น

เราสามารถเปรียบเทียบหน่วยงานดับเพลิง = รัฐบาลคอมมิวนิสต์ พยายามบริหารประเทศ/จัดงานเลี้ยงประจำปี แต่กลับทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง เพียงกลุ่มชายสูงวัยตัณหากลับ แถมระหว่างงานเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ รถดับเพลิงติดหล่ม สิ่งที่พวกเขาทำก็คือโกยหิมะ และพาเจ้าของบ้าน(บ่นว่าหนาว)เข้าใกล้กองเพลิง … ไม่แปลกที่แค่เดือนกว่าๆหลังหนังออกฉายจะเกิดเหตุการณ์ชื่อว่า 1968 Prague Spring ประชาชนลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาล

I didn’t want to give any special message or allegory. I wanted just to make a comedy knowing that if I’ll be real, if I’ll be true, the film will automatically reveal an allegorical sense. That’s a problem of all governments, of all committees, including firemen’s committees. That they try and they pretend and they announce that they are preparing a happy, gay, amusing evening or life for the people. And everybody has the best intentions… But suddenly things turn out in such a catastrophic way that, for me, this is a vision of what’s going on today in the world.

Miloš Forman

Jan Tomáš ‘Miloš’ Forman (1932-2018) ผู้กำกับภาพยนตร์สัญชาติ Czech เกิดที่ Čáslav, Czechoslovakia (ปัจจุบันคือ Czech Republic) ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง บิดา-มารดาเป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านนาซี (Czech Resistance) เด็กชายไม่รู้ประสีประสาพบเห็นทั้งสองถูกทหารเยอรมัน (Gestapo) ควบคุมตัวออกจากบ้าน ไม่เคยหวนกลับมา เลยต้องไปอาศัยอยู่กับลุงป้าที่ Náchod ต่อมาได้รับเลี้ยงโดยครอบครัวบุญธรรม ส่งเข้าโรงเรียนประจำรวมรวมเด็กกำพร้าสงคราม (War Orphans) ทำให้มีโอกาสรู้จักเพื่อนผู้กำกับ Ivan Passer, Jerzy Skolimowski และ(ว่าที่)ปธน. Václav Havel

ตั้งแต่เด็ก Forman ใฝ่ฝันอยากเป็นโปรดิวเซอร์ละคอนเวที โตขึ้นเข้าเรียนเขียนบท Academy of Performing Arts in Prague (AMU) ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ(ละคอนเวที) Alfréd Radok เก็บหอมรอมริดจนสามารถซื้อกล้องฟีล์ม ถ่ายทำสารคดี Audition (1964), ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก Black Peter (1964)

ความสำเร็จของ Loves of a Blonde (1965) สร้างแรงกดดันให้ผกก. Forman อยู่ไม่น้อย! เลยต้องการปลีกวิเวกจากเมืองหลวง Prague ร่วมออกเดินทางกับสองเพื่อนสนิท Ivan Passer และ Jaroslav Papoušek ปักหลักอยู่เมืองเล็กๆ Vrchlabí ทางตอนเหนือของจังหวัด Bohemian

ในตอนแรกพวกเขาร่วมกันพัฒนาโปรเจคเกี่ยวกับการหนีทหาร (Army Deserter) จนกระทั่งวันหนึ่งได้รับชักชวนจากชาวบ้านละแวกนั้น เข้าร่วมงานเลี้ยงประจำปีของแผนกดับเพลิง พบเห็นการจัดการเละเทะไม่เป็นท่า กลับมาพูดคุยถึงมันจนหยุดไม่ได้ ก่อเกิดแรงบันดาลใจ โยนสิ่งกำลังพัฒนาอยู่ทิ้งไป ใช้เวลาหกสัปดาห์เขียนบทร่างแรกขึ้นใหม่

One evening, to amuse ourselves, we went to a real firemen’s ball. What we saw was such a nightmare that we couldn’t stop talking about it. So we abandoned what we were writing on to start this script.

Miloš Forman

เกร็ด: Hoří, Má Panenko ชื่อหนังภาษา Czech แปลว่า Fire, My Lady ฟังดูเหมือนต้องการล้อกับชื่อภาพยนตร์ My Fair Lady (1964)


คณะกรรมการจัดงานเลี้ยงประจำปีของแผนกดับเพลิง กำลังประชุมถึงแผนการมอบของขวัญที่ระลึกให้อดีตหัวหน้าอายุ 86 ปี ล้มป่วยมะเร็ง (แต่เหมือนเจ้าตัวจะยังไม่รู้) โดยคนมอบควรต้องเป็นหญิงสาวสวย เลยครุ่นคิดจัดประกวดนางงาม Miss Fireman แต่พวกเธอเหล่านั้นที่พวกเขาคัดเลือกมา ไม่มีใครงามดั่งใจสักคน, นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจับฉลาก แต่ยังไม่ทันเริ่มของรางวัลกลับค่อยๆสูญหายไปทีละชิ้นสองชิ้น

และระหว่างงานเลี้ยงประจำเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านหลังหนึ่ง พนักงานดับเพลิงที่อยู่ในงานเลี้ยงต่างกุลีกุจอ กลับไม่สามารถช่วยอะไรเพราะรถติดหล่ม ไม่สามารถขยับเคลื่อนย้ายไปไหน ฝูงชนร่วมงานก็ต่างกรูกันออกไปไทมุง โดยไม่จ่ายค่าเครื่องดื่มอะไรทั้งนั้น, สุดท้ายแล้วการจัดงานครั้งนี้จะผ่านพ้น สำเร็จตามวัตถุประสงค์ หรือบังเกิดหายนะอะไรเกิดขึ้นอีก?


ถ่ายภาพโดย Miroslav Ondříček (1934-2015) ตากล้องสัญชาติ Czech เกิดที่ Prague, Czechoslovakia โตขึ้นเข้าเรียนการถ่ายภาพยัง Barrandov Studio Training School แล้วมีโอกาสร่วมงานขาประจำผู้กำกับ Miloš Forman ตั้งแต่สารคดี Audition (1964), ผลงานเด่นๆ อาทิ Intimate Lighting (1965), Loves of a Blonde (1965), The Fireman’s Ball (1967), ก่อนโกอินเตอร์กับ If…. (1968), Taking Off (1971), O Lucky Man! (1973), Hair (1979), Ragtime (1981), Amadeus (1984), Awakenings (1990), A League of Their Own (1992) ฯ

ด้วยความที่หนังได้รับทุนสนับสนุนจากโปรดิวเซอร์ชาวอิตาเลียน Carlo Ponti ประมาณ $65,000 เหรียญ (อีกแหล่งข่าวบอก $80,000 เหรียญ) จึงทำให้สามารถถ่ายทำภาพสี แต่คุณภาพแม้ฉบับบูรณะยังดูซีดๆ เหมือนภาพถ่ายเก่าๆ และสังเกตว่าไม่ปรากฎสีน้ำเงิน เพราะมีปัญหาอะไรสักอย่างตอนการล้างฟีล์ม เลยตัดสินใจไม่ใช้สีนี้

ผกก. Forman ได้แรงบันดาลใจหนังจากตอนพักอาศัยอยู่ Vrchlabí, Hradec Králové ก็เลยปักหลักถ่ายทำยังสถานนี้นี้นะแหละ จะเปลี่ยนทำไม? นักแสดงทั้งหมดก็คัดเลือกจากชาวเมืองที่ต่างมีความกระตือรือล้น สนอกสนใจอย่างมากๆ ไม่เคยพบเห็นกองถ่ายภาพยนตร์เดินทางมายังต่างจังหวัดห่างไกล ครั้งหนึ่งในชีวิต อาหารเครื่องดื่มก็ฟรีตลอดการถ่ายทำ!

ใครเคยรับชมผลงานก่อนหน้าของผกก. Forman คงจะเข้าใจวิธีการทำงานกับนักแสดงสมัครเล่น ไม่มีการตระเตรียมตัวล่วงหน้า ก่อนเริ่มถ่ายทำถึงค่อยอธิบายว่าจะให้ทำอะไรยังไง บอกบทพูดสำคัญๆ แต่ไม่ใช่การท่องจำ ให้อิสระพวกเขาในการดั้นสด (Improvised) แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด … แต่ตากล้อง Ondříček แสดงความคิดเห็น “all the performers were playing Miloš Forman playing their roles.”

การทำงานร่วมกับนักแสดงสมัครเล่น จะไปบอกให้ทำอย่างโน่นนี่นั่น พูดอย่างนั้นโน้นนี้ มันจะทำลายความเป็นธรรมชาติของพวกเขา การถ่ายภาพจึงพยายามทำออกมาในสไตล์สารคดี (documentary-like) ไม่มีลูกเล่นภาพยนตร์ใดๆ เพียงตั้งกล้องบันทึกภาพ และใช้เพียงแสงสว่างเท่าที่มี

ความท้าทายในการถ่ายทำคือบันทึกเสียงไปในฟีล์ม (Sound-on-Film) เพราะแทบทุกฉากเต็มไปด้วยตัวประกอบจำนวนมาก เทคโนโลยีเสียงก็ยังไม่ได้ดีเลิศประเสริฐศรี วิธีการก็คือให้ทุกคนอื่นๆเงียบสนิท ขยับปากได้แต่ห้ามเปร่งเสียง เต้นรำโยกตัวเบาๆ เฉกเช่นเดียวกับวงดนตรีก็ทำท่าทางบรรเลงอย่างสนุกสนานครื้นเครง


ผมเคยเข้าใจผิดๆว่าคือค้อนเคียว สัญลักษณ์คอมมิวนิสต์ ปรากฎบนธงชาติสหภาพโซเวียตและพันธมิตร, จริงๆแล้วมันคือ Pulaski หรือ Fire Axe (ในบริบทของหนังอาจเรียกว่า Ceremonial Fire Axe) อาวุธประจำกายของนักดับเพลิง ด้านหนึ่งเป็นขวาน (Axe) สำหรับจามผนัง/ประตู อีกด้านเป็นจอบ (Mattock) สำหรับสร้างแนวกันไฟและขุดดิน

แต่เรายังสามารถทำการเปรียบเทียบ Pulaski = ค้อนเคียว (Hammer and Sickle) ได้อยู่ดี! เพราะเนื้อหาสาระของหนังทำการเสียดสีล้อเลียน เปรียบเทียบคณะกรรมจัดงานไม่ต่างจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ … แถมยังเป็นสัญลักษณ์ที่ผสมสองสิ่งอย่างเข้าด้วยกัน

ภาพวาดการทำงานของนักดับเพลิง ช่างดูเหมาะเจาะกับงานเลี้ยงประจำปี แต่ยังไม่ทันที่งานจะเริ่มต้นขึ้น ภาพนี้ก็ถูกไฟไหม้วอดวาย ราวกับเป็นการอารัมบทหายนะของหนัง และยังเหตุการณ์ไฟไหม้ระหว่างงานเลี้ยง (รวมถึงความพังพินาศของประเทศ ภายใต้ระบอบสังคมนิยม รัฐบาลคอมมิวนิสต์ หุ่นเชิดสหภาพโซเวียต)

หนังใช้บันไดในการเปรียบเทียบเบื้องบน-ล่าง ผู้นำ-ประชาชน ที่ต่างต้องพึ่งพาอาศัย มีใครบางคนเป็นฐานราก จับบันไดให้เกิดความมั่นคง แต่เมื่อไหร่เกิดการทะเลาะวิวาท ขัดขากันเอง เพียงเดินห่างออกมาเล็กน้อย บันไดลื่นไหล บุคคลด้านบนถูกลอยแพ แทนที่จะให้ความช่วยเพื่อนร่วมกัน กลับสนเพียงภาพวาด เล็งหัวฉีดแต่ไม่มีสาย ผลลัพท์จึงมอดไหม้วอดวาย ชิบหายกันทั้งหมด

การสูญหายไปของรางวัลจับฉลาก ในอดีตผมเคยมองแค่ว่าเกิดจากการวางแผนกิจกรรมที่ไม่ครอบคลุม รัดกุม และยังสำแดงความละโมบโลภมากของมนุษย์! แต่แท้จริงๆแล้วมันมีอะไรๆซับซ้อนมากกว่านั้น

ผลกระทบเกิดจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่เข้ามาควบคุมทั้งระบบเศรษฐกิจ เป็นเหตุให้สินค้าอุปโภค-บริโภคหายาก ราคาแพง ปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ มันเลยไม่แปลกที่ประชาชนจะฉกฉวยโอกาสจากการจับฉลากรางวัล แถมคณะกรรมการจัดงานยังชี้โพรงให้กระรอก พอปิดไฟ/ไฟดับ มันจึงไม่หลงเหลืออะไรสักสิ่งอย่าง

ประเดี๋ยวนะ? ทำไมถึงตั้งชื่อการประกวด Miss Fireman ไม่ใช่ Miss Firewoman? ความงามคือภาพลักษณ์ชุมชน/องค์กร/ประเทศชาติ แต่สาวงามทั้งแปด หน้าตาบ้านๆ รูปร่างอวบๆ พอเรียกตัวขึ้นเวทีก็ทำท่าเนียงอาย หลบซ่อนตัว วิ่งหนีเข้าห้องน้ำ ไม่มีใครกระตือรือล้น สนอกสนใจ อยากให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่

มองมุมหนึ่งสะท้อนช่องว่างระหว่างวัย คนรุ่นเก่า vs. หนุ่มสาวรุ่นใหม่ มีความเหินห่างจากกันเรื่อยๆ ในหนังเรื่องนี้แม้พวกเธอเต็มไปด้วยความขลาดเขลาต่อหน้าสาธารณะ แต่กลับมีความหาญกล้าในเรื่องไร้ยางอาย (ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าคณะกรรมการเลยเนี่ยนะ?) มันอาจเป็นที่ตื่นตาตื่นใจ ชาวสังคมนิยมสมัยนั้นคงรับไม่ได้สักเท่าไหร่

ขณะเดียวกันยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง รัฐบาลคอมมิวนิสต์ vs. ประชาชน/คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากให้ความร่วมมือ สาวๆเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกบีบบังคับ จับพลัดจับพลู เพียงคนสองคนมาด้วยความสมัครใจ ส่วนใหญ่ทำไปเพราะไม่อยากมีปัญหา และถึงได้รับชัยชนะก็ไม่มีคุณประโยชน์อันใด

ระหว่างงานเลี้ยงประจำปีของพนักงานดับเพลิง จู่ๆบ้านหลังหนึ่งไฟไหม้ ทุกคนเลยกุลีกุจอออกจากงานมาห้อมล้อม ไทมุง แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไร รถดับเพลิงติดหล่มมาไม่ถึง เลยแก้ปัญหาด้วยการช่วยเหลือขนย้ายข้าวของ แล้วใช้พลั่วตักหิมะโยนเข้าไปในกองไฟ ไฮไลท์คือคำถามของผู้หญิงคนหนึ่ง “Old man, aren’t you cold?” แล้วอีกคนตอบแทนว่า “So take him closer to the flames.” นี่มันไม่ใช่เรื่องหนาวไม่หนาว แต่คือความเย็นชา/เห็นแก่ตัวของมนุษย์ สนเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วยังพยายามแสวงหาผลประโยชน์จากความสูญเสีย

ทั้งซีเควนซ์นี้มักถูกมองว่าเป็นการเสียดสีความไร้ศักยภาพของแผนกดับเพลิง ทั้งๆที่ทุกคนใหญ่คนโตอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า แต่กลับไม่สามารถดับไฟครั้งนี้ มันช่างเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าสิ้นดี แบบนี้ใครไหนจะให้ความเชื่อมั่น บ้านฉันไฟไหม้คงไม่ต้องคาดหวังอะไร พนักงานดับเพลิงเพิ่งพาอะไรไม่ได้ เก่งแต่พูด เสือกระดาษตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

ราวกับภาพวาด Abstract สำแดงความสิ้นหวังของชายชรา เริ่มต้นก้าวเดินออกมาจากเศษซากบ้าน มอดไหม้เหลือเพียงเถ้าถ่าน พานผ่านสิ่งข้าวของวางเรียงราย กระจัดกระจาย บนพื้นหิมะขาวโพลน หนาวเหน็บเย็นยะเยือก ก่อนซุกตัวลงนอนบนเตียง ดูราวกับความฝันร้าย

ความวอดวายของบ้านหลังนี้ ราวกับอารัมบทหายนะ พยากรณ์อนาคตของ Czechoslovakia ที่อาจถึงกาลล่มสลายจากความคอรัปชั่นของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ และสหภาพโซเวียต

ตัดต่อโดย Miroslav Hájek (1919-93) เกิดที่ Prague, Czechoslovakia ร่ำเรียนการถ่ายภาพจาก Academy of Performing Arts in Prague (AMU) จบออกมาทำงานเทคนิคในห้องแลป ก่อนกลายมาเป็นนักตัดต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน ผลงานเด่นๆ อาทิ The Devil’s Trap (1962), Diamonds of the Night (1964), Pearls of the Deep (1965), Loves of a Blonde (1965), Daisies (1996), A Report on the Party and Guests (1966), Marketa Lazarová (1967), The Fireman’s Ball (1967), The Valley of the Bees (1968), All My Good Countrymen (1969) ฯ

หนังไม่ได้ดำเนินเรื่องผ่านมุมมองตัวละครหนึ่งใด แต่ทำการร้อยเรียงกิจกรรมงานเลี้ยงประจำปีของแผนกดับเพลง เริ่มจากยามบ่ายคณะกรรมการจัดงานประชุมวางแผน → พอถึงช่วงเวลางานเลี้ยงก็มีการประกวดนางงาม Miss Fireman → เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ → และดึกดื่นหลังงานเลี้ยงเลิกรา

  • ก่อนเริ่มงานเลี้ยงประจำปี
    • การประชุมของคณะกรรมการจัดงาน ถึงการมอบของที่ระลึกแก่อดีตประธาน
    • ระหว่างการเตรียมสถานที่ สิ่งของรางวัลจับฉลากสูญหายไปชิ้นหนึ่งอย่างไร้ร่องรอย
    • Opening Credit
  • การประกวดนางงาม Miss Fireman
    • คณะกรรมการจัดงานเห็นภาพการประกวดนางงามในนิตยสาร จึงครุ่นคิดอยากจัดกิจกรรมนี้
    • ออกติดตามหาหญิงสาวเข้าร่วมการประกวดนางงาม
    • สิ่งของรางวัลจับฉลากสูญหายไปอีกชิ้นสองชิ้น
    • เรียกรวมผู้เข้าร่วมประกวดทั้งแปด แต่กลับไม่มีใครสวยดั่งใจ
    • ตอนซักซ้อมเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี แต่พอเรียกพวกเธอขึ้นเวทีกลับไม่มีใครกล้าออกมา
    • คณะกรรมการจึงมอบมงกุฎให้กับ …
  • หายนะหลังจากนั้น
    • เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ ทุกคนต่างกรูออกไป รถดับเพลิงติดหล่ม ทำได้เพียงตักหิมะดับไฟ
    • คณะกรรมการจัดงานทำการรวบรวมฉลากรางวัล ตั้งใจมอบให้ผู้ประสบเหตุไฟไหม้บ้าน แต่ทว่าสิ่งของรางวัลกลับสูญหายไปหมดสิ้น
    • คณะกรรมการจัดงานประชุมกันว่าจะทำยังไง แต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปสักที
    • ออกมาพบเจอท่านประธาน มอบของที่ระลึก ปรากฎว่า …

เพลงประกอบโดย Karel Mareš (1927-2011) นักเปียโน แต่งเพลง สัญชาติ Czech เกิดที่ Mladá Boleslav, Bohemia ตั้งแต่เด็กมีความหลงใหลละคอนเวที ชื่นชอบเล่นดนตรี แต่โตขึ้นเรียนบริหารธุรกิจ เคยทำงานโรงแรมที่ Špindlerův Mlýn ก่อนตัดสินใจทอดทิ้งทุกสิ่งอย่าง เดินทางสู่ Prague เมื่อปี ค.ศ. 1949 เริ่มต้นเป็นนักเปียโนในโรงละคอน Jan Werich Theatre เคยร่วมงานคู่หู Jiří Suchý & Jiří Šlitr อยู่หลายครั้ง เลยมีโอกาสทำเพลงละคอนเวที โทรทัศน์ ภาพยนตร์ อาทิ A Report on the Party and Guests (1966), The Firemen’s Ball (1967) ฯ

งานเพลงส่วนใหญ่ของหนังคือ ‘diegetic music’ ดังจากวงดนตรี/ดุริยางค์ บรรเลงคลอประกอบพื้นหลังบนเวที (จริงๆแล้วเป็นผสมเสียงหลังการถ่ายทำ นักดนตรีเพียงทำท่าเหมือนเล่นดนตรีเท่านั้น) สร้างความสนุกสนาน ครึกครื้นเครง อลเวง เลือกบทเพลงที่ฟังดูวุ่นๆวายๆ ชิบหายวายป่วน ยียวนกวนบาทา

บทเพลงบรรเลงในงานเลี้ยงประจำปี ผมไม่ค่อยแน่ว่า Mareš แต่งเพลงใหม่บ้างหรือเปล่า? เพราะหลายๆท่วงทำนองฟังดูมักคุ้นหู เลยคาดว่าน่าจะเป็นเรียบเรียงจากบทเพลงมีชื่อเสียมากกว่า

นอกจากบทเพลงสนุกสนานในงานเลี้ยงประจำปี ยังมีอีกบทเพลงขณะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ยามค่ำคืน และภาพสุดท้ายตอนกลาง บ้านหลังดังกล่าวหลงเหลือเพียงเศษซากปรักหักพัง (ทั้งสองครั้งต่างอยู่ภายนอกหอประชุม) ท่วงทำนองมีความโหยหวน คร่ำครวญ หนาวเหน็บทรวงใน เสียงร้องคอรัสแห่งความสิ้นหวัง ดังกึกก้อง ล่องลอย ท่ามกลางความเวิ้งว่างเปล่า ชีวิตแทบจะหมดสูญสิ้น ไม่หลงเหลือสักสิ่งอย่าง

หายนะบังเกิดขึ้นใน The Firemen’s Ball (1967) ส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดการ คณะกรรมการจัดงานไม่มีการวางแผนที่ครอบคลุม รัดกุม เผื่อหน้าเผื่อหลัง (จริงๆคือไม่ได้วางแผนอะไรเลย) ทุกสิ่งอย่างเลยดูปัจจุบันทันด่วน ทำได้เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขายผ้าเอาหน้ารอด ซึ่งก็ไม่สามารถทำอะไรไปมากกว่าโกยหิมะดับเพลิง โยนอุจจาระ/ความรับผิดชอบให้ผู้อื่น

แต่ถึงอย่างนั้นเราคงกล่าวโทษคณะกรรมการจัดงานเพียงฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เพราะผู้เข้าร่วมงานก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของหายนะครั้งนี้ โดยเฉพาะกิจกรรมจับของรางวัล คนซื้อล็อตเตอรี่ย่อมอยากได้ของขวัญ แต่มันกลับค่อยๆสูญหายไปทีละชิ้นสองชิ้น แล้วพอปิดไฟ/ไฟดับ ก็ไม่หลงเหลืออะไรสักสิ่ง แสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัว สนเพียงผลประโยชน์ส่วนตน เลวร้ายรุนแรงยิ่งกว่าภัยธรรมชาติที่ควบคุมไม่ได้เสียอีก!

ความตั้งใจของผกก. Forman อาจเพียงต้องการนำเสนอเหตุการณ์ตลกร้ายจากที่เขาและเพื่อนร่วมงานเคยประสบพบเจอในงานเลี้ยงประจำปีของแผนกดับเพลิง สำแดงสันดานธาตุแท้มนุษย์ มีความมักมาก เห็นแก่ตัว สนเพียงผลประโยชน์ส่วนตัว หรืออาจจะเรียกคอรัปชั่นซุกซ่อนอยู่ในความมืด

แต่ด้วยความที่หนังสร้างขึ้นในประเทศสังคมนิยม (มีคำเรียกแนวหนังลักษณะนี้ว่า Socialist Realism) มันจึงสะท้อนภาพวิถีชีวิตผู้คน ต้องสำแดงความเห็นแก่ตัวถึงสามารถมีชีวิตรอด! คณะกรรมการจัดงาน/รัฐบาลคอมมิวนิสต์แม้งทำอะไรไม่เป็นสักสิ่งอย่าง แล้วยังพยายามสร้างภาพให้ดูดี “We’ll never live down the disgrace of his putting it back.” เต็มไปด้วยความฟ่อนเฟะ เน่าเละเทะ บ่อนทำลายประเทศชาติให้มอดไหม้ วอดวาย

หลายคนอาจครุ่นคิดว่า The Firemen’s Ball (1967) จุดชนวนการเกิดขึ้นของ 1968 Prague Spring ช่วงเวลา 7-8 เดือนสั้นๆที่ชาว Czech & Slovakia สามารถขับไล่รัฐบาลเผด็จการ แต่จริงๆแล้วหนังไม่มีโอกาสฉายวงกว้างก่อนหน้านั้น เพียงความบังเอิญที่ภาพตอนจบสามารถอารัมบทเหตุการณ์บังเกิดขึ้นจริง … นั่นก็แสดงว่าหนังสะท้อนสภาพเป็นจริงในสังคมออกมานั่นเอง!


The Firemen’s Ball สร้างเสร็จตั้งแต่กลางปี ค.ศ. 1967 แต่กว่าจะออกฉายลากยาวมาจนช่วงสิ้นปี แถมเพียงจำกัดไม่กี่โรง ในระยะเวลาไม่ถึงสัปดาห์ก็ถูกถอดออก เพราะข้อเรียกร้องจากบรรดานักดับเพลิงทั่วประเทศว่าเป็นการดูถูกเหยียดยามอาชีพ … แต่อาจจะยกเว้นนักดับเพลิงและชาวเมือง Vrchlabí ที่หัวเราะลั่นสนั่นเมือง

การมาถึงของ Prague Spring วันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1968 ทำให้หนังได้รับโอกาสออกฉายอีกครั้งช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จนกระทั่งการรุกรานของกองทัพสหภาพโซเวียตและ Warsaw Pact หลังสิ้นสุดฤดูใบผลิ 21 สิงหาคม ก็ถูกแบนห้ามฉายตลอดกาล!

โปรดิวเซอร์ Carlo Ponti ดูจะไม่ชอบการเสียดสีล้อเลียนของหนัง และการแบนของสหภาพโซเวียตคงคือฟางเส้นสุดท้าย ข่มขู่ฟ้องร้อง เรียกขอเงินทุนคืนทั้งหมด เสี่ยงกับการจำคุกสิบปี ผกก. Forman ที่กำลังโปรโมทหนังอยู่กรุง London เดินทางสู่ฝรั่งเศสเพื่อพบเจอ Claude Lelouch เคยบอกว่าจะซื้อลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายต่างประเทศ แต่อีกฝ่ายหายตัวไปทำถ่ายทำหนังอยู่ Morocco โชคยังดีพบเจอ Claude Berri ช่วยติดต่อหา François Truffaut พอรับชมหนังทั้งสองยินดีจ่ายเงินก้อนให้ทันที!

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด The Firemen’s Ball (1967) ได้รับเลือกเข้าร่วมสายการประกวดหลัก (In-Competition) เทศกาลหนังเมือง Cannes ถือเป็นหนึ่งในตัวเต็งปีนั้น แต่เพราะเกิดเหตุการณ์ Mai’ 68 ทำให้ต้องยกเลิกงานกลางคัน … ผมเพิ่งเห็นว่าปีนั้นมีหนังจาก Czechoslovakia เข้าร่วมอีกสองเรื่อง A Report on the Party and the Guests (1966) และ Capricious Summer (1968) น่าจะได้เขียนถึงอยู่นะ

แม้หนังจะโดนรัฐบาลคอมมิวนิสต์แบนถาวร แต่กติกาเข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Film ยุคสมัยนั้นขอแค่เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาก็เพียงพอแล้ว (ปัจจุบันนี้มันต้องผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการในประเทศเสียก่อน) ทำให้หลังจากฉายปิดเทศกาล New York Film Festival ก็ได้ลุ้นลึกถึงห้าเรื่องสุดท้าย ก่อนพ่ายให้กับ War and Peace (1966) จากสหภาพโซเวียต

ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 4K โดย Národní filmový archiv (Czech National Film Archive) ผ่านการตรวจอนุมัติโดยตากล้อง Miroslav Ondříček เสร็จสิ้นระหว่างปี ค.ศ. 2014-15 สามารถหาซื้อ Blu-Ray ของค่าย Arrow Video ส่วนฉบับของ Criterion ยังเห็นเพียง DVD วางขายตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002

เมื่อตอนผมหวนกลับมาปรับปรุงบทความ Dr. Strangelove (1964) ไม่รู้ทำไมครุ่นคิดถึง The Firemen’s Ball (1967) อาจเพราะต่างเป็นหนัง Black Comedy ที่ทำการเสียดสีการเมือง (Political Satire) ได้อย่างดุเดือด เผ็ดมันส์ แสบกระสันต์ แม้อาจจะไม่ติสต์เท่า แต่ลีลาการกำกับของ Miloš Forman ในการควบคุมฝูงชน นักแสดงสมัครเล่น มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก!

และสำหรับใครติดอกติดใจความตลกร้าย ชิบหายวายป่วนของ The Firemen’s Ball (1967) ผมแนะนำหนังอีกเรื่องจาก Czechoslovakia ให้รับชมเคียงข้างกัน Closely Watched Trains (1966) กำกับโดย Jiří Menzel เดี๋ยวเขียนถึงแน่นอน!

จัดเรต pg กับความชิบหายวายป่วง

คำโปรย | The Firemen’s Ball งานเลี้ยงประจำปีที่ทุกสิ่งอย่างลุกเป็นไฟ มอดไหม้ และดับไม่ลง
คุณภาพ | ม้

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: