Madame DuBarry (1919)

จากสาวขายหมวก ไต่เต้าสู่สนมเอก King Louis XV (ครองราชย์ 1715 – 1774) แต่การมาถึงของการปฏิวัติฝรั่งเศส (1788 – 99) ถูกตัดสินโทษประหารตัดคอด้วย Guillotine, นี่คือภาพยนตร์สัญชาติเยอรมันเรื่องแรกได้เข้าฉายสหรัฐอเมริกา ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สร้างชื่อให้ผู้กำกับ Ernst Lubitsch การันตีตั๋วเดินทางสู่ Hollywood ไม่กี่ปีถัดมา

Herr Arnes pengar (1919)

Sir Arne’s Treasure นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ ‘โลภะ โทสะ โมหะ’ ถ้าไม่ได้รับการควบคุมด้วยสติ มักถูกแสดงออกด้วยความวิปลาส เข่นฆ่าแก่งแย่งชิงทรัพย์สิน โต้ตอบกลับด้วยความรุนแรง พร้อมฉกแย่งชิงเธอมาครอบครองเป็นเจ้าของ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Queen Christina (1933)

Queen Christina (1933) : Rouben Mamoulian ♥♥♥♥♡

หนึ่งในการแสดงยอดเยี่ยมสุดของ Greta Garbo รับบท Christina, Queen of Sweden ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชันษา 6 พรรษา คว้าชัยชนะสงครามสามสิบปี จากนั้นเรียกร้องให้มีความสงบสุขสันติภาพ ต้องการเปิดประเทศสานสัมพันธ์ต่างชาติ แต่แล้วตกหลุมรักหนุ่มชาวสเปน (รับบทโดย John Gilbert) นั่นทำให้พระองค์เกือบจะกลายเป็นกบฎต่อผืนแผ่นดิน เลยตัดสินใจสละราชบังลังก์ เพื่อเติมเต็มเสียงเพรียกเรียกร้องของจิตใจ

A Man for All Seasons (1966)

A Man for All Seasons

A Man for All Seasons (1966) : Fred Zinnemann ♥♥♥♥

เรื่องราวของ Sir Thomas More ผู้ซึ่งไม่ว่าอะไรจะบังเกิดขึ้น ยังคงยึดถือเชื่อมั่นในศรัทธาคำสอนพระเจ้า แม้ต้องกลายเป็นปรปักษ์ขัดแย้ง King Henry VIII (1509 – 1547) ที่ต้องการหย่าร้างราชินี และต่อมาสมรสใหม่ถึง 6 ครั้งครา, คว้า 6 รางวัล Oscar และภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Barry Lyndon (1975)

Barry Lyndon

Barry Lyndon (1975) : Stanley Kubrick ♥♥♥♥

แม้ภาพยนตร์อัตชีวประวัติ Napoléon Bonaparte จะล่มเหลวไม่เป็นท่า! แต่ผู้กำกับ Stanley Kubrick ยังคงมองหาโปรเจคที่มีพื้นหลังยุคสมัยใกล้เคียง ค้นพบนวนิยาย The Luck of Barry Lyndon (1844) พานผ่านสงครามเจ็ดปี (1756-63) เรื่องราวของชายหนุ่มพยายามทำทุกสิ่งอย่าง ไต่เต้าสู่จุดสูงสุดแห่งชีวิต แล้วครึ่งหลังกลับค่อยๆตกต่ำหวนกลับสู่สามัญ

The Favourite (2018)

The Favourite

The Favourite (2018) : Yorgos Lanthimos ♥♥♥♥

‘ฉันพร้อมทำทุกสิ่งอย่างเพื่ออำนาจ เติมเต็มความฝัน ได้รับชัยชนะยิ่งใหญ่อันดับหนึ่ง!’ นี่คือค่านิยม’โปรด’ของมนุษย์ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ฟังดูช่างน่ายกย่องสรรเสริญในความทุ่มเทพยายาม แต่มองอีกด้านกลับพบเห็นความบิดเบี้ยวคอรัปชั่น กัดกร่อนบ่อนทำลายจิตวิญญาณความเป็นคนให้ค่อยๆสูญสิ้นไป

The Taking of Power by Louis XIV (1966)

The Taking of Power by Louis XIV

The Taking of Power by Louis XIV (1966) : Roberto Rossellini ♥♥♡

เมื่อปี 1962 ผู้กำกับ Roberto Rossellini ได้ประกาศเลิกสร้างภาพยนตร์ด้วยการบอกว่า ‘Cinema is dead!’ จากนั้นผันตัวสู่วงการโทรทัศน์ มุ่งทำแต่ซีรีย์/สารคดีให้ความรู้ สอนประวัติศาสตร์ นำเสนอข้อเท็จจริงเท่านั้น ซึ่งในบรรดาผลงานยุคหลังๆ การขึ้นมามีอำนาจของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส หรือหลุยส์มหาราช ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 72 ปี (ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป) ได้รับการยกย่องกล่าวขวัญถึงที่สุดแล้ว

Amadeus (1984)

Amadeus

Amadeus (1984) : Miloš Forman ♥♥♥♥♡

เรื่องราวชีวประวัติของคีตกวีอัจฉริยะก้องโลก Wolfgang Amadeus Mozart คงไร้ซึ่งความน่าสนใจใดๆหากปราศจากศัตรูคู่อาฆาต Antonio Salieri ที่ถือเป็นคีตกวีชื่อดังแห่งยุคนั้น แต่กาลเวลามิเคยจารึกจดจำไว้ในประวัติศาสตร์ เบื้องหน้าทั้งสองคือมิตรสหายเพื่อนร่วมงานพึ่งพากันได้ แต่ลึกๆแล้ว Salieri จงเกลียดจงชัง Mozart เข้ากระดูกดำ, เข้าชิง Oscar 11 สาขา คว้ามา 8 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Amrapali (1966)

Amrapali (1966)  : Lekh Tandon ♥♥♥♡

อัมพปาลี ตามตำนานเล่าว่าเธอถือกำเนิดโดยโอปปาติกะ เพราะความงามมากล้นจนเป็นโทษ ทำให้ต้องกลายเป็นหญิงคณิกา (โสเภณี) แห่งนครเวสาลี ตกหลุมรักกับพระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ แต่เพราะทั้งสองเมืองเป็นศัตรูกันทำให้เกิดสงครามฆ่าล้าง เธอจึงพบความไม่จีรังของชีวิต หันหน้าพึ่งพิงพุทธศาสนา ภายหลังบวชเป็นภิกษุณีและบรรลุอรหันต์, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Army of Darkness (1992)

Army of Darkness

Army of Darkness (1992)  : Sam Raimi ♥♥

ทั้งๆที่มันควรจะยิ่งใหญ่ แต่ผู้กำกับ Sam Raimi กลับทำให้อภินิหารกองพันซี่โครง หนังปิดไตรภาค Evil Dead กลายเป็นหนังเกรด B ทุนสูง ต่อสู้รบระหว่างตัวละคร Bruce Campbell มนุษย์ฝั่งดี vs ปีศาจฝั่งชั่ว ที่ต้องย้อนเวลาไปดำเนินเรื่องยุคสมัย Medieval Age ไม่ได้มีความน่าสนใจแม้แต่น้อย