Agantuk (1991)

Agantuk

Agantuk (1991) : Satyajit Ray ♥♥♥♥♡

Swan Song ของผู้กำกับ Satyajit Ray เมื่อครอบครัวหนึ่งได้รับจดหมายลึกลับ อ้างว่าเป็นญาติที่สูญหายตัวไปกว่า 35 ปี ต้องการแวะเวียนมาพักอาศัย เป็นคุณจะตกลงปลงใจเชื่อ ยินยอมให้บุคคลแปลกหน้า (Agantuk แปลว่า The Stranger) เข้ามาค้างแรมในบ้านหรือเปล่า? “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Kapurush (1965)

Kapurush

Kapurush (1965) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ชายหนุ่มรถเสียกลางทาง ได้รับอนุเคราะห์จากชายแปลกหน้าให้พักอาศัยค้างแรม พอไปถึงบ้านพบเห็นภรรยาซึ่งคืออดีตคนรักเก่า ทำให้เขาพร่ำรำพันโหยหาอดีตไม่เป็นอันหลับนอน

Seemabaddha (1971)

Seemabaddha

Seemabaddha (1971) : Satyajit Ray ♥♥♥

เรื่องราวของผู้จัดการฝ่ายขาย (Sales Manager) กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการบริษัท (Company Director) แต่มีเหตุการณ์วุ่นๆบางอย่างเกิดขึ้น เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทาง โดยไม่สนความถูก-ผิด ดี-ชั่ว เพื่อความก้าวหน้าสูงสุดในอาชีพการงาน … นั่นเป็นสิ่งเหมาะสมควรแล้วหรือ?

Pratidwandi (1970)

Pratidwandi

Pratidwandi (1970) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ชายหนุ่มพยายามอย่างยิ่งจะหางานทำ แต่ไปสัมภาษณ์แห่งหนไหนกลับไม่ผ่านสักที นั่นมันความผิดของเขา หรือนายจ้าง หรือสภาพสังคม หรือความคอรัปชั่นรัฐบาล หรือการมาถึงของอิทธิพลต่างชาติ หรือยุคสมัยที่ปรับเปลี่ยนแปลงไป … คงไม่มีใครตอบได้แน่

Aranyer Din Ratri (1970)

Aranyer Din Ratri

Aranyer Din Ratri (1970) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

Days and Nights in the Forest เรื่องราวของสี่หนุ่มเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดริมชายป่า ปลดปล่อยชีวิตให้ได้รับอิสรภาพเสรี พยายามอย่างยิ่งจะแหกแหวกกฎ ประเพณี ทุกสิ่งอย่าง กระทั่งพานพบเจอหญิงสาวสวยสองคนอาศัยอยู่บ้านข้างๆ ความมีอารยะถึงค่อยๆหวนคืนสติกลับมาทีละนิด

Nayak (1966)

Nayak

Nayak (1966) : Satyajit Ray ♥♥♥♥

ในประเทศอินเดีย พระเอกหนัง (Nayak แปลว่า The Hero) มักถูกเปรียบเปรยดั่งพระเจ้า ต้องมีภาพลักษณ์ดีงามทั้งภายนอก-ใน แต่การเดินทางด้วยรถไฟครานี้ ความจริงบางอย่างกำลังจะได้รับการเปิดเผยบอก

Kanchenjungha (1962)

Kanchenjungha

Kanchenjungha (1962) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ครอบครัวหนึ่งเดินทางมาพักผ่อนยังเมือง Darjeeling, West Bengal มองเห็นลิบๆยอดเขาสูงอันดับสามของโลก Kanchenjunga ดำเนินเรื่องสลับสับเปลี่ยนมุมมองไปมาด้วยเทคนิค ‘hyperlink film’ ซึ่งสภาพอากาศเดี๋ยวแดดออก หมอกลง เมฆบดบังพระอาทิตย์ ส่งผลกระทำต่อจิตใจตัวละครให้เรรวนปรวนแปร ผันเปลี่ยนแปลงไปมาไม่หยุดนิ่ง

Devi (1960)

Devi

Devi (1960) : Satyajit Ray ♥♥♥

ก้าวเข้าสู่ยุคที่สองของ Satyajit Ray หลังจากเสร็จสิ้น The Apu Trilogy วิพากย์วิจารณ์วิถีความเชื่อ งมงายในศรัทธาศาสนา เมื่อพ่อเพ้อฝันว่าบุตรสาวเป็นเทวดากลับชาติมาเกิด (Devi แปลว่า Godness) ก้มลงกราบแทบเท้า เทิดทูนยกขึ้นเหนือเกล้ากระหม่อม แต่ความจริงเป็นเช่นไร ใครพบเห็นย่อมตระหนักเข้าใจได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Ashani Sanket (1973)

Distant Thunder

Ashani Sanket (1973) Indian : Satyajit Ray ♥♥♥♡

ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 อันดุเดือด ประชาชนตาดำๆอาศัยอยู่มุมหนึ่งของโลก ไม่ได้มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่กลับได้รับผลกระทบเต็มๆ (Distant Thunder) นำแสดงโดย Soumitra Chatterjee ขาประจำของ Satyajit Ray ที่พยายามทำทุกสิ่งอย่าง แลกกับการไม่ให้ตนและภรรยาต้องประสบทุพภิกขภัย ทนหิวโหยในระดับที่คุณอาจคาดไม่ถึง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Mayabazar (1957)

mayabazar

Mayabazar (1957) Indian : K. V. Reddy ♥♥♥♥♡

หนังเพลง Hollywood ต้องชิดซ้าย Bollywood ชิดขวา กับภาพยนตร์เรื่องที่ชาวอินเดียโหวตให้เป็นอันดับ 1 จากการสำรวจของ CNN-IBN เมื่อปี 2013 คือ Mayabazar หนังเพลงภาษา Telugu (Tollywood) เรื่องราวแฟนตาซีสุดคลาสสิกอลังการ ดัดแปลงจากเทวตำนาน Sasirekha Parinayam ที่ได้แรงบันดาลใจจากมหากาพย์ภารตะ เราจะเห็นพระกฤษณะ (Krishna) พยายามหาทางช่วยอภิมันยู (Abhimanyu) ลูกชายของอรชุน (Arjuna) ให้ได้แต่งงานครองคู่กับศศิเรขา (Sasirekha), “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Meghe Dhaka Tara (1960)

The Cloud-Capped Sta

Meghe Dhaka Tara (1960)  : Ritwik Ghatak ♥♥♥♥♡

ผลงาน Masterpiece เรื่องนี้มีความลึกล้ำในทุกๆระดับ, หน้าหนังเล่าถึงความเหน็ดเหนื่อยของหญิงสาว ที่ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงดูแลครอบครัวเพียงลำพัง เพราะพ่อเจ็บป่วย แม่ไม่ได้ทำงาน พี่ชายเอาแต่เพ้อฝัน น้องสาวไล่จับผู้ชาย ฯ แต่ใจความของหนังเป็นการแสดงทัศนะของผู้กำกับ Ritwik Ghatak ต่อเหตุการณ์แบ่งแยกดินแดน 1947 (Partition of India), ถึงคุณไม่ใช่คนอินเดีย ยังขอแนะนำว่า “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Charulata (1964)

charulata

Charulata (1964) Bollywood : Satyajit Ray ♥♥♥♥♡

ผลงาน Masterpiece ของผู้กำกับ Satyajit Ray เรื่องราวของภรรยามหาเศรษฐี ที่วันๆไม่รู้จะทำอะไร อาศัยอยู่ในคฤหาสถ์หลังใหญ่โต เหมือนนกในกรง เมื่อมีตัวผู้อีกตนเข้ามากระเซ้าเย้าแหย่ มีหรือจะไม่เตลิดไปไกล, The Lonely Wife รับบทโดย Madhabi Mukherjee กับการแสดงที่ได้รับยกย่องว่า ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ ลึกล้ำที่สุดในอินเดีย

Mahanagar (1963)

mahanagar

Mahanagar (1963) Bollywood : Satyajit Ray ♥♥♥♡

มหานครกัลกัตตา (Calcutta) บ้านเกิดของ Satyajit Ray ตั้งอยู่ตะวันตกสุดของอินเดีย ใกล้ๆกับบังคลาเทศ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น โกลกาตา (Kolkata) มีประชากรประมาณ 14 ล้านคน เยอะเป็นอันดับ 3 ของประเทศ (มากกว่ากรุงเทพฯ 10 ล้านคนในปี 2016 เสียอีก), ในยุคที่โลกกำลังพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มนุษย์จำต้องปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด ค่านิยมใหม่ๆเริ่มเข้ามา แม้บางอย่างจะขัดต่อขนมธรรมเนียบประเพณีดั้งเดิม แต่เราจำเป็นต้องยอมรับและทำการเปลี่ยนแปลง

Jalsaghar (1958)

Jalsaghar

Jalsaghar (1958) : Satyajit Ray ♥♥♥♥♡

อีกหนึ่ง Masterpiece ของปรมาจารย์ผู้กำกับแห่งเอเชีย Satyajit Ray นำเสนอทัศนคติของบุคคลผู้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทะนงในเกียรติ ศักดิ์ศรี เชื้อสายกษัตริย์ กำลังถูกท้าทายโดยคนชนชั้นต่ำกว่า ดำเนินเรื่องผ่านห้องดนตรี ‘The Music Room’ ตื่นตระการตาไปกับการแสดงร้อง-เล่น-เต้น เป็นหนังเพลงยอดเยี่ยมที่สุดของประเทศอินเดีย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Apur Sansar (1959)

Apur Sansar (1959) : Satyajit Ray ♥♥♥♥♥

ชีวิตไร้ซึ่งพันธนาการเหนี่ยวรั้ง มักขาดบางสิ่งอย่างที่เป็นเป้าหมาย แรงผลักดันจูงใจ จนกว่าจะครุ่นคิดตระหนักขึ้นได้เองว่าพลาดอะไรไป มันอาจต้องแลกมาด้วยสูญเสียอิสรภาพ แต่นั่นคือการค้นพบจิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อตนเอง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Aparajito (1956)

Aparajito (1956) : Satyajit Ray ♥♥♥♡

หลังจากเด็กชาย Apu เบิ่งตะวันกับ Pather Panchali (1955) ก็ถึงเวลาที่จะเติบโต ปรับตัว เรียนรู้จักโลกกว้าง ก้าวออกเดินทางสู่เมืองใหญ่ และเผชิญหน้าการสูญเสียสองครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Pather Panchali (1955)

Pather Panchali

“ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”, บางสิ่งอย่างในชีวิตไม่สามารถหยุดยับยั้ง รั้งรีรอ เพราะถ้ามัวแต่เชื่องชักช้า ประเดี๋ยวก่อน ก็คงได้แค่จับจ้องมอง แล้วปล่อยให้มันผ่านเลยไป สุดท้ายอาจสายเกินแก้ไข เผชิญหน้าการสูญเสีย โศกนาฎกรรมโดยไม่ทันรับรู้ตัว