Varieté (1925)

Varieté

Emil Jannings ทอดทิ้งภรรยาและบุตร เพื่อแสดงกายกรรมผาดโผนร่วมกับคนรักใหม่ Lya de Putti แต่การมาถึงของหนุ่มหล่อมือที่สาม Warwick Ward น่าจะพอคาดเดากันได้ว่าจักบังเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Die freudlose Gasse (1925)

ผู้กำกับ G. W. Pabst ต้องการตีตนออกห่าง German Expressionism เลยสรรค์สร้างผลงานเรื่องที่สาม The Joyless Street (1925) ริเริ่มต้นยุคสมัย New Objectivity และยังช่วยขัดเกลา Greta Garbo ก่อนออกเดินทางมุ่งสู่ Hollywood

L’Inhumaine (1924)

The Inhuman Woman นำเสนอเรื่องราวไร้ตรรกะ ผ่านตัวละครไร้สามัญสำนึก แถมผู้ชม/นักวิจารณ์สมัยนั้นเห็นพ้องกันว่าโคตรไร้สาระ! แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รวบรวมศิลปินหลากหลายแขนง ทดลองสรรค์สร้างผลงาน Avant-Garde งดงามระดับวิจิตรศิลป์

Cœur Fidèle (1923)

Cœur Fidèle

เรื่องราวรักสามเส้าเชยๆ หญิงสาวถูกบีบบังคับให้ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก เฝ้ารอคอยความช่วยเหลือจากชายในฝัน ‘damsel in distress’ แต่ด้วยวิธีการนำเสนอ French Impressionist จักสร้างความประทับใจให้ผู้ชม ตื่นตระการตาด้วยเทคนิค ภาษาภาพยนตร์ งดงามราวกับบทกวี

Ménilmontant (1926)

Ménilmontant

โคตรหนังเงียบขนาดสั้นแห่งยุคสมัย French Impressionist งดงามดั่งบทกวีรำพรรณาชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของสองสาวพี่น้อง หลังเดินทางออกจากบ้านมุ่งสู่เมือง Ménilmontant ถูกลวงล่อหลอกโดยชายหนุ่มคนเดียวกัน หนี่งตั้งครรภ์ สองกลายเป็นโสเภณี แต่ใช่ว่าโลกใบนี้จะหมดสิ้นหวังเสียทีเดียว

Le Brasier ardent (1923)

Le Brasier ardent

การปฏิวัติรัสเซีย Russian Revolution (1917-23) ทำให้เกิดภาวะสมองไหล หนึ่งในนั้นคือนักแสดง/ผู้กำกับ Ivan Mosjoukine อพยพเดินทางมาถึงยังกรุง Paris สรรค์สร้างผลงานเรื่องนี้กลายเป็นอิทธิพลให้ Jean Renoir ทอดทิ้งทุกสิ่งอย่างเพื่อก้าวสู่วงการภาพยนตร์

L’Hirondelle et la Mésange (1920)

L

นี่คือนิราศหนังเงียบที่ถูกเก็บฝังใน Time Capsule ไม่ได้นำออกฉายทันทีเมื่อสร้างเสร็จ จนกระทั่งมีการค้นพบฟีล์มต้นฉบับสภาพสมบูรณ์ นำมาตัดต่อใหม่โดย Henri Colpi ออกฉาย 60 กว่าปีให้หลัง สร้างความอี้งทึ่งตื่นตาตะลึง เพราะคุณภาพยอดเยี่ยมระดับ Masterpiece

La Roue (1923)

La Roue

บทกวีรำพรรณาความทุกข์ทรมานของผู้กำกับ Abel Gance ต่อศรีภรรยาป่วยวัณโรคระยะสุดท้าย ถ่ายทำไป ดูแลไป หมอแนะนำให้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยังเทือกเขา Alps ก็ปรับเปลี่ยนบทแล้วออกเดินทางไป อุทิศให้เธอทุกสิ่งอย่างแต่ก็มิอาจฉุดเหนี่ยวรั้ง หมดสิ้นลมหายใจเมื่อตัดต่อหนังเสร็จพอดิบดี

Flesh and the Devil (1926)

Flesh and Devil

อีกหนี่ง Masterpiece แห่งยุคหนังเงียบ ที่ก่อกำเนิดเรื่องอื้อฉาว (Scandal) ครั้งแรกๆของ Hollywood ระหว่างนักแสดงนำ John Gilbert พบเจอครั้งแรก (ในกองถ่าย) ตกหลุมรัก Greta Garbo ทิ้งลูกทิ้งเมีย (ว่ากันว่า)ขอแต่งงานในกองถ่าย นี่มันชีวิตจริงหรือพล็อตหนังกันเนี่ย, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Die Nibelungen (1924)

Die Nibelungen

มหากาพย์แฟนตาซี Nibelungenlied เกี่ยวกับการเดินทางของนักฆ่ามังกร Siegfried ตกหลุมรักครองคู่สาวงาม Kriemhild แล้วกลับถูกพี่เขย/พี่ร่วมสาบาน King Gunther ทรยศหักหลักเข่นฆ่าตกตาย เพื่อจะได้มีโอกาสแก้แค้นคืนให้คนรัก เธอยินยอมกระทั่งแต่งงานใหม่กับ King Etzel ผู้มีหน้าตาอัปลักษณ์ นิสัยป่าเถื่อนดุร้าย

Dr. Mabuse, der Spieler (1922)

Dr. Mabuse the Gambler

Dr. Mabuse กระทำการฉ้อฉล โกงกลไพ่ ปลอมตัวก่ออาชญากรรมมากมาย สะกดจิตให้ผู้อื่นยินยอมคล้อยตามคำสั่ง พฤติกรรมดังกล่าวราวกับพยากรณ์การมาถึงของ Adolf Hiter กลายเป็นผลงานแจ้งเกิดผู้กำกับ Fritz Lang ความยาวเกือบๆ 4 ชั่วโมงครี่ง ไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิด!

Orlacs Hände (1924)

มือของนักเปียโน Orlac (รับบทโดย Conrad Veidt) ประสบอุบัติเหตุใช้งานไม่ได้ แพทย์จีงนำมือนักโทษประหารชีวิตมาปลูกถ่ายให้ ทั้งๆตนเองไม่เคยเข่นฆ่าใครแต่กลับเกิดอาการ ‘Shell Shock’ เพ้อคลั่งแทบเสียสติแตก ยินยอมรับอดีตของมือใหม่นั้นมิได้

Der Golem (1920)

The Golem

ชุมชนชาวยิวช่วงปลายศตวรรษที่ 16th ด้วยความหวาดกลัวการกวาดล้างเชื้อชาติพันธุ์ของจักรวรรดิโรมัน จีงกระทำการชุบชีวิต The Golem มนุษย์ดินปั้นที่มีพละกำลัง ความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ แต่เจ้าสิ่งนี้ไม่เพียงสร้างคุณานุคุณ ยังบังก่อเกิดหายนะร้ายแรง, ภาพยนตร์ที่ถือเป็น ‘Landmark’ แห่งยุคสมัย German Expressionism

Beggars of Life (1928)

Louise Brooks ในบทบาทมีความเจิดจรัสจ้าที่สุด! พลั้งมือเข่นฆ่าบิดาบุญธรรมที่กำลังจะข่มขืนตน ปลอมตัวเป็นบุรุษร่วมออกเดินทางกับกระยาจกหนุ่ม ลักลอบขี้นรถไฟ หลับนอนในกองฟาง พบเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ที่สนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น … สุดท้ายจะสามารถหลบหนีเอาตัวรอดพ้น มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้หรือเปล่า

It (1927)

It

Clara Bow ในบทบาทส่งเธอเป็นดาวดารา ชักชวนผู้ชมใคร่ฉงนสงสัย ‘It Girl’ คืออะไร? ใครกันให้นิยามความหมาย? ทำไมถีงได้รับความนิยมล้นหลามช่วงทศวรรษ Roaring Twenties

My Best Girl (1927)

My Best Girl

หนังเงียบเรื่องสุดท้ายของ Mary Pickford รับบทพนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า พานพบเจอตกหลุมรักทายาทเจ้าของกิจการที่แอบปลอมตัวมา โดยไม่รู้ตัว Charles “Buddy” Rogers ชีวิตจริงจักกลายเป็นสามีในอนาคตของ Pickford เช่นกัน

Sparrows (1926)

sparrows

ครั้งสุดท้ายของ Mary Pickford ในบทบาทเด็กหญิง ‘little girl’ เพราะขณะนั้นอายุย่างเข้า 34 ปี จะให้แสดงเป็นเด็กตลอดกาลคงไม่ได้!, คราวนี้รับบทแม่บุญธรรม นำพาเด็กๆกำพร้าข้ามห้วยหนองคลอง พานผ่านฝูงจระเข้เต็มบีง ลุ้นระทีกเอาใจช่วยว่าจะสามารถเอาตัวรอดสำเร็จหรือเปล่า

Tess of the Storm Country (1914, 1922)

ภาพยนตร์อันเป็นที่รักในความจำของ Mary Pickford ก็คือ Tess of the Storm Country (1914) เพราะสามารถส่งเธอให้เจิดจรัสทอแสงบนฟากฟ้า ได้รับฉายา ‘America’s Sweetheart’ และเพียงแค่แปดปีตัดสินใจสร้างใหม่ (Remake) ให้มีพัฒนาการขี้นตามยุคสมัย

Gösta Berlings saga (1924)

ชีวิตของ Gösta Berling (รับบทโดย Lars Hanson) เต็มไปด้วยความอัปยศมากมาย เป็นบาทหลวงแต่ชื่นชอบดื่มเหล้ามีนเมามาย หญิงสาวเข้ามาพัวพันล้วนมีอันเป็นไป กระทั่งได้พานพบเจอ Greta Garbo เข้าตาโปรดิวเซอร์ Louis B. Mayer จับเซ็นสัญญาสตูดิโอ M-G-M ลากพาตัวมายัง Hollywood และกลายเป็นตำนานยิ่งใหญ่

Les Mystères du Château de Dé (1929)

The Mysteries of the Chateau de De5

ความลีกลับของคฤหาสถ์ Château de Dé ซี่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยของ Vicomte de Noailles กำลังจะได้รับการเปิดเผยออกสู่สาธารณะ แต่เหมือนว่าสุดท้ายกลับถูกเก็บเข้ากรุ เพราะผลกระทบจาก L’Age d’Or (1930) ทั้งๆไม่ได้มีเนื้อหาสาระเกี่ยวเนื่องการเมือง หรือต่อต้านศาสนาประการใด