
เด็กชายถูกทอดทิ้งอยู่บริเวณเมืองท่าติดอ่าวเปอร์เซีย ต้องหาหนทางต่อสู้ดิ้นรน ทำงานหาเลี้ยงชีพรอดด้วยตนเอง ใช้การวิ่งคือนัยยะเชิงสัญญะ ฉันจะดำเนินชีวิตต่อไปได้ไกลแค่ไหน มีโอกาสถึงเป้าหมายเส้นชัยหรือไม่
เด็กชายถูกทอดทิ้งอยู่บริเวณเมืองท่าติดอ่าวเปอร์เซีย ต้องหาหนทางต่อสู้ดิ้นรน ทำงานหาเลี้ยงชีพรอดด้วยตนเอง ใช้การวิ่งคือนัยยะเชิงสัญญะ ฉันจะดำเนินชีวิตต่อไปได้ไกลแค่ไหน มีโอกาสถึงเป้าหมายเส้นชัยหรือไม่
คำสอนแปลกๆของนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี (Saint Francis of Assisi) ได้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้หอมหวน ตลบอบอวล ด้วยกลิ่นดอกไม้งาม ทั้งผู้กำกับ Pier Paolo Pasolini และ François Truffaut ต่างยกให้ ‘the most beautiful film in the world’
เพราะได้รับทุนสร้างจากรัฐบาลจีน ผู้กำกับจางอี้โหมวเลยยืนกรานว่าหนังไร้ซึ่งนัยยะทางการเมือง แต่เพียงเพื่อโบนัสไม่กี่สิบหยวน ครูสาววัยสิบสามกลับยินยอมทำทุกสิ่งอย่าง จนหลงลืมหน้าที่รับผิดชอบแท้จริงของตนเอง, คว้ารางวัล Golden Lion จากเทศกาลหนังเมือง Venice
นโยบายลูกคนเดียวของเติ้งเสี่ยวผิง ไม่ต่างอะไรจากการเตะผ่าหมากสามีของชิวจู (นำแสดงโดย กงลี่ ในบทบาทเจิดจรัสที่สุด) เธอรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งไม่ถูกต้องจึงพยายามร้องเรียนหน่วยงานรัฐ แต่ไม่ว่าองค์กรท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด กระทั่งขึ้นศาลยุติธรรม ล้วนได้รับคำตัดสินแบบเดียวกัน, คว้ารางวัล Golden Lion และ Volpi Cup for Actress จากเทศกาลหนังเมือง Venice
ผลกระทบจาก Korean War (1950-53) ไม่เพียงทำให้ประเทศเกาหลีถูกแบ่งแยกเหนือ-ใต้ สภาพเศรษฐกิจยังตกต่ำ (อิทธิพลจาก Great Depression) ประชาชนมีความทุกข์ยากลำบาก ชีวิตดำเนินไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงโลกยุคสมัยใหม่
Il bidone (1955) : Federico Fellini ♥♥♥♡
ผลงานที่ถูกหลงลืมของ Federico Fellini เพราะโดนขนาบข้างโดย La Strada (1954) และ Le notti di Cabiria (1957), เรื่องราวของสามโจรกระจอก เก่งแต่หลอกปล้นคนจน มันช่างบดขยี้หัวจิตหัวใจผู้ชม แช่งช่างเมื่อไหร่กรรมจะสนองพวกแม้งสักที!
The Cup (1999) : Khyentse Norbu ♥♥♥♡
สามเณรน้อยอยากรับชมฟุตบอลโลก France ’98 ร้องขอหลวงพ่อจะตั้งใจศึกษาร่ำเรียน ถ้าอนุญาตให้ดูการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระหว่าง ฝรั่งเศส vs. บราซิล เหตุการณ์วุ่นๆชวนหัวจึงบังเกิดขึ้น, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
Volver (2006) : Pedro Almodóvar ♥♥♥♥
เมืองเล็กๆ La Mancha (บ้านเกิดของผู้กำกับ Pedro Almodóvar) มีความเชื่อว่า คนตายไม่หายไปไหน มักหวนกลับมาให้พบเห็นเพราะครุ่นคิดถึงลูกหลาน เรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นเมื่อแม่ผู้ล่วงลับไปนานแล้วของ Penélope Cruz แอบขึ้นรถติดตามไปอยู่ด้วย ณ กรุง Madrid
La Pointe Courte (1955) : Agnès Varda ♥♥♥♥
Agnès Varda จากช่างถ่ายภาพนิ่ง เกิดแรงผลักดันบางอย่างหลังกลับจากเมืองท่า La Pointe Courte ต้องการสร้างภาพที่สามารถขยับเคลื่อนไหว แม้ไร้ซึ่งประสบการณ์ความรู้ใดๆ ทดลองจับผิดจับถูก จนสามารถรังสรรค์ผลงานแรกแจ้งเกิด กลายเป็นจุดเริ่มต้นแท้จริงของยุคสมัย Franch New Wave
Life, and Nothing More… (1992) : Abbas Kiarostami ♥♥♥♥
ไม่ได้ต้องการสร้างภาคต่อ Where Is the Friend’s Home? (1987) แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศอิหร่านเมื่อปี ค.ศ. 1990 ประมาณการเสียชีวิตกว่า 30,000 คน! ผู้กำกับ Abbas Kiarostami เลยแบกกล้องออกเดินทางหวนกลับสู่เมือง Koker เพื่อติดตามหานักแสดงเด็กๆเคยร่วมงาน จะยังมีใครหลงเหลือชีวิตรอดอยู่บ้างไหม
Where Is the Friend’s Home? (1987) : Abbas Kiarostami ♥♥♥♥
เด็กชายตระหนักได้ว่าหยิบสมุดการบ้านเพื่อนติดตัวกลับมาด้วย ต้องการนำส่งคืนก่อนถูกครูลงโทษพรุ่งนี้เช้า แต่… บ้านนายอยู่ไหน? ภาพยนตร์สร้างชื่อระดับนานาชาติให้ผู้กำกับ Abbas Kiarostami งดงามดั่งบทกวี, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
ทองปาน (พ.ศ. ๒๕๑๙) : ไพจง ไหลสกุล, สุรชัย จันทิมาธร, ยุทธนา มุกดาสนิท, รัศมี เผ่าเหลืองทอง ♥♥♥♡
ภาพยนตร์ ‘ประหลาด’ ของไทย หาญกล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพัฒนาชนบทของรัฐบาล ต่อการสร้างเขื่อนผามอง กั้นแม่น้ำโขง ช่วงหลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ซึ่งพอหนังเสร็จประจวบกับการมาถึงของ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ จึงถูกแบนห้ามฉาย ต้องอ้อมโลกไปโด่งดังไกล กว่าจะได้หวนกลับมาสู่สายตาคนไทย
Shoeshine (1946) : Vittorio De Sica ♥♥♥♥
ถัดจาก Rome, Open City (1945) ก็คือ Shoeshine (1946) ภาพยนตร์แนว Neorealist ที่เจิดจรัสฉาย ประสบความสำเร็จทั่วโลกยกเว้นประเทศอิตาลี! เรื่องราวของเด็กขัดรองเท้าสองคน จากมิตรภาพสหายรัก ค่อยๆแปรพักตร์กลายเป็นศัตรู เพราะสภาพสังคมที่พวกเขาอยู่ บ่มเพาะเสี้ยมสั่งสอนอุ้มชูให้เกิดการปรับเปลี่ยนแปลง
Germania anno zero (1948) : Roberto Rossellini ♥♥♥
เรื่องสุดท้ายปิดไตรภาค Neorealist Trilogy ของผู้กำกับ Roberto Rossellini ช่างมีความทรงพลังระดับล้างผลาญ เพราะถ่ายทำกรุงเบอร์ลิน ไม่กี่ปีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ยังคงรายล้อมด้วยเศษซากปรักหักพัง นำเสนอผ่านมุมมองเด็กชายวัย 12 ปี จะสามารถมีชีวิตเอาตัวรอดไปได้เช่นไร
Ossessione (1943) : Luchino Visconti ♥♥♥♥
ความหมกมุ่น ลุ่มหลงใหล ‘Obsession’ คือต้นกำเนิดแห่งโศกนาฎกรรม, ดัดแปลงจากนวนิยายอาชญากรรมเลื่องชื่อ The Postman Always Rings Twice กลายเป็นภาพยนตร์ที่ถือเป็นรากฐานของ Neorealist และ Giallo แต่เพราะความสมจริงเกินไป เกือบเอาตัวไม่รอดจากการถูกแบน เผาทำลายล้างโดยรัฐบาล Fascist Italian
Mamma Roma (1962) : Pier Paolo Pasolini ♥♥♥♥♡
Anna Magnani รับบท Mamma Roma แม่ผู้ยินยอมทำทุกสิ่งอย่าง เสียสละตนเองเพื่อลูกรักให้เติบโตขึ้นได้ดี แต่เพราะเธอเคยเป็นอดีตโสเภณี และเมื่อความจริงได้รับการเปิดเผย คนเป็นลูกจะสามารถยินยอมรับได้หรือเปล่า, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
Accattone (1961) : Pier Paolo Pasolini ♥♥♥♥♡
ภาพยนตร์เรื่องแรกแจ้งเกิด Pier Paolo Pasolini ได้รับการสนับสนุนผลักดันจาก Federico Fellini แต่พอได้เห็นฟุตเทจถ่ายทำมา พลันด่วนถอนตัวออกไปทันที, เรื่องราวของแมงดาหนุ่มเรียกตัวเองว่า Accattone วันๆเรื่อยเปื่อยไม่ทำอะไรนอกจากเกาะผู้หญิงกิน แถมบีบบังคับให้เธอขายตัวนำเงินมาถลุงเล่นพนันจนหมดตัว คนแบบนี้มีอะไรดี ไฉนพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม?, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
Toni (1935) : Jean Renoir ♥♥♥♡
(mini Review) สิ่งน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ มีผู้ช่วยผู้กำกับคือ Luchino Visconti ถ่ายทำยังสถานที่จริง ทิวทัศน์ธรรมชาติสวยๆของชนบทตอนใต้ประเทศฝรั่งเศส กลายเป็นอิทธิพลสำคัญก่อให้เกิดยุคสมัย Italian Neorealist
The Tree of Wooden Clogs (1978) : Ermanno Olmi ♥♥♥♥
สี่ครอบครัวจนๆพึ่งพาอาศัยอยู่ร่วมกันในบ้านฟาร์มชนบทแถว Bergamo แคว้น Lombardy ประเทศอิตาลี นำเสนอภาพวิถีชีวิตลูกทุ่งของพวกเขาในรอบ 1 ปี พบเห็นเกิด-แก่-เจ็บ-ตาย สุข-ทุกข์ ดี-ชั่ว ได้รับการยกย่องเป็นภาพยนตร์มี ‘มนุษยธรรม’ ที่สุดในโลก คว้ารางวัล Palme d’Or อย่างเป็นเอกฉันท์ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
Padre Padrone (1977) : Taviani brothers ♥♥♥♥
พ่อผู้พยายามครอบงำทำทุกสิ่งอย่าง ไม่ให้ลูกได้ร่ำเรียนหนังสือ บีบบังคับใช้แรงงานอย่างหนัก ทั้งนี้เมื่อเติบโตขึ้นจะไม่ตีตนออกห่าง เพราะในสังคมชนบทจำต้องอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวถึงสามารถมีชีวิตเอาตัวรอด ถึงกระนั้นเมื่อเขากลายเป็นผู้ใหญ่และได้โอกาสเปิดโลกทัศน์ใหม่ พบเห็นความเป็นไปของโลกภายนอก มีหรือจะยินยอมรับการกระทำอันเห็นแก่ตัวของพ่อได้, คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”