Legend of the Mountain (1979)

Legend of the Mountain

Legend of the Mountain (1979)  : King Hu ♥♥♥♡

เหมือนว่าปรมาจารย์ผู้กำกับหูจินเฉวียน (King Hu) ต้องการชุบชีวิตใครสักคนให้ฟื้นคืนชีพ แต่ทั้งรู้ว่าทำไม่ได้ ก็เลยต้องปล่อยไปตามวิถีของกรรม, สีว์เฟิง (Hsu Feng) รับบทผีสาวสุดสวย หลอกล่อพระเอกหนุ่ม ชุนชิห์ (Chun Shih) ให้แต่งงานด้วย เพื่อหาทางฟื้นคืนชีพ … ถ้าผมเจอผีสาวสวยขนาดนี้นะ ก็คงยอมโดนให้หลอกแน่ๆ

Raining in the Mountain (1979)

Raining in the Mountain

Raining in the Mountain (1979)  : King Hu ♥♥♥♥♡

ผลงาน Masterpiece ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนักของปรมาจารย์ผู้กำกับหูจินเฉวียน (King Hu) สงสัยเพราะคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหลักปรัชญา คำสอนของพุทธศาสนา มีศิษย์เอกถึงสามคนในสำนัก แต่กลับเลือกหัวขโมยที่เพิ่งบวชเป็นเจ้าอาวาสคนใหม่ แบบนี้ใครที่ไหนจะไปยอม แต่แค่การคิดว่าไม่เห็นด้วย พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งแล้ว, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Valiant Ones (1975)

The Valiant Ones (1975)  : King Hu ♥♥♥♡

(mini Review) ในยุคสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368–1644) รัชสมัยของจักรพรรดิเจียจิ้ง ที่เต็มไปด้วยคอรัปชั่น กำลังมีปัญหากับพวกญี่ปุ่นและโจรสลัดทางตะวันออกของประเทศ นายพลหยูต้าหยู ได้รับภารกิจเพื่อต่อสู้ทำลายญี่ปุนและโจรสลัด เพื่อทวงคืนความสงบสุขกลับคืนมาสู่ประเทศจีน

The Fate of Lee Khan (1973)

The Fate of Lee Khan

The Fate of Lee Khan (1973)  : King Hu ♥♥♥♡

ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในไตรภาคโรงเตี๊ยม ต่อจาก Come Drink with Me (1966) และ Dragon Inn (1967) ของผู้กำกับ หูจินเฉวียน (King Hu) กำกับคิวบู๊โดย หงจินเป่า (Sammo Hung), โชคชะตาของแผ่นดินจีน กำลังจะถูกตัดสินในโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่ง

Come Drink with Me (1966)

Come Drink with Me

Come Drink with Me (1966)  : King Hu ♥♥♥♡

หงส์ทองคะนองศึก คือภาพยนตร์แจ้งเกิด เจิ้งเพ่ยเพ่ย (Cheng Pei-pei) ‘ราชินีนักบู๊อันดับหนึ่งตลอดกาลของจีน’ ร่วมงานผู้กำกับ หูจินเฉวียน (King Hu) สร้างปฐมบทหนังแนว Wuxia จนได้รับฉายา ‘บิดาแห่งภาพยนตร์จีนกำลังภายในยุคใหม่’, อยากรู้ว่ายุคสมัยความยิ่งใหญ่ของ Shaw Brothers เริ่มต้นได้อย่างไร ชักชวนให้มาดื่มด่ำกับหนังเรื่องนี้

The Way of the Dragon (1972)

Way of the Dragon

The Way of the Dragon (1972)  : Bruce Lee ♥♥♥♡

ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง บุกกรุงโรม ครานี้บรูซ ลี ต้องต่อสู้กับผู้ท้าชิง Chuck Norris ขณะนั้นเป็นนักคาราเต้สายดำแชมป์โลกของอเมริกา ณ โคลอสเซียม สถานที่ซึ่งเหล่า Gladiator นักสู้ของชาวโรมัน ปะทะฝีมือเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

Fist of Fury (1972)

Fist of Fury

Fist of Fury (1972)  : Lo Wei ♥♥♥♥

อาจารย์เสียชีวิตกระทันหันอย่างน่าสงสัย ลูกศิษย์จึงออกตามล่าหาตัวการที่อยู่เบื้องหลัง, ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง…ล้างแค้น พล็อตมีแค่นี้ แต่พอได้บรูซ ลีสร้างสรรค์คิวบู๊และผู้กำกับหลอเว่ยนำบทเรียนความผิดพลาดมาเป็นครู ผลลัพท์เลยออกมาสนุกดูดี สมบูรณ์กว่า The Big Boss (1971) หลายเท่าตัว

The Big Boss (1971)

The Big Boss (1971)  : Lo Wei ♥♥♥

ซินตึ๊ง คือคำเรียกคนจีนที่เพิ่งอพยพเข้ามาในประเทศไทย, จุดเริ่มต้นของ ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มาจากการแสดงนำเรื่องแรกของบรูซ ลี เดินทางมาถ่ายทำในเมืองไทยทั้งเรื่อง และยังคือจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ปฏิวัติวงการภาพยนตร์แนว Action ของโลกไปโดยสิ้นเชิง

Perhaps Love (2005)

Perhaps Love

Perhaps Love (2005) Chinese : Peter Chan ♥♥♡

จากผู้กำกับ Peter Chan (Comrades, Almost A Love Story) ทำหนังเพลงรักสามเส้า ได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็น Moulin Rouge ของเอเชีย ด้วยเรื่องราวที่มีลักษณะหนังซ้อนหนัง รักซ้อนรัก และซ้อนกับอดีตของคู่พระนาง นำแสดงโดยโจว ซวิ่น, ทาเคชิ คาเนชิโร่ และจาง เสฺวโย่ว

2046 (2004)

2046

2046 (2004) Hong Kong : Wong Kar-Wai ♥♥♡

การเฝ้ามองคนที่อาศัยอยู่ในห้อง 2046 เปรียบเสมือนการสังเกตการณ์ รถไฟแห่งกาลเวลาที่ค่อยๆเคลื่อนผ่านไป มีสถานีปลายทางคือปี 2046 เป็นเวลาครบ 50 ปี ที่ฮ่องกงจะกลายเป็นดินแดนของจีนแผ่นดินใหญ่โดยสมบูรณ์

Hero (2002)

Hero 2002

Hero (2002) : Zhang Yimou ♥♥♥♥♡

อีกหนึ่ง Masterpiece ของ Zhang Yimou, ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์พยายามลอบสังหารกษัตริย์แคว้นฉิน ของจิงเคอ (Jing Ke) ที่พอล้มเหลว กษัตริย์ผู้นี้สามารถรวมประเทศจีนให้กลายเป็นปึกแผ่น สถาปนาตนเป็นปฐมจักรพรรดิ สร้างกำแพงเมืองจีน และทรงพระนามว่า จิ๋นซีฮ่องเต้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Lust, Caution (2007)

Lust Caution

Lust, Caution (2007) : Ang Lee ♥♥♥♥♡

หนังรางวัล Golden Lion จากเทศกาลหนังเมือง Venice เรื่องที่ 2 ของปรมาจารย์ผู้กำกับ Ang Lee, หนัง Erotic ผสม Sadistic ที่มีความวิจิตรประณีตลุ่มลึก ถ้าไม่ใช่คนเอเชียคงไม่สามารถดื่มด่ำไปกับรสสัมผัสของหนังได้เป็นแน่

Princess Iron Fan (1941)

Princess Iron Fan

Princess Iron Fan (1941) : Wan Guchan, Wan Laiming ♥♥♡

หลายคนคงคิดว่า อนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องแรกของเอเชียคงจะสร้างโดยญี่ปุ่น แต่ความจริงกลับเป็นประเทศจีนที่สำเร็จเสร็จก่อน, องค์หญิงพัดเหล็ก (Tiě shàn gōngzhǔ) จากนวนิยายคลาสสิกจีนเรื่องไซอิ๋ว ขณะพระถังซัมจั๋งเดินทางมาถึงเทือกเขาแห่งหนึ่งที่มีเปลวไฟลุกโชติช่วงชัชวาลย์ การจะผ่านเส้นทางนี้ได้จำเป็นต้องหยิบยืมขอใช้พัดเหล็กนางมาดับไปบนเทือกเขานี้

Raise the Red Lantern (1991)

Raise the Red Lantern

Raise the Red Lantern (1991) Chinese : Zhang Yimou ♥♥♥♥

หนังรางวัล Silver Lion จากเทศกาลหนังเมือง Venice ได้เข้าชิง Oscar สาขา Best Foreign Language Film ผลงานกำกับของ Zhang Yimou และนางเอกขาประจำ Gong Li, โคมแดงถูกจุดขึ้นหน้าบ้านภริยาคนไหน แสดงว่าคืนนั้นสามี/นายท่านจะเข้าไปหา ซึ่งบ้านที่โคมแดงสว่างบ่อยๆ จะกลายเป็นภรรยาคนโปรด และสามารถควบคุมกิจการในบ้านได้

To Live (1994)

To Live 1994

To Live (1994) Chinese : Zhang Yimou ♥♥♥♡

หนังรางวัล Grand Prix จากเทศกาลหนังเมือง Cannes โดยปรมาจารย์ผู้กำกับชาวจีน Zhang Yimou และนักแสดงขาประจำ Gong Li, เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ได้พบกับวิกฤตต่างๆมากมาย ในช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติ สงครามภายใน และการเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีน พวกเขาจะหาทางเอาตัวรอด ‘มีชีวิต’ อยู่ได้อย่างไร

Comrades: Almost a Love Story (1996)

Comrades Almost a Love Story

Comrades: Almost a Love Story (1996) : Peter Chan ♥♥♥♥♡

คนอายุเกิน 30+ น่าจะรู้จักกับ เถียน มี มี่ 3650 วันรักเธอคนเดียว ภาพยนตร์จีนรักโรแมนติก กำกับโดย Peter Chan ที่มีเพลงประกอบอันสุดไพเราะจากเติ้งลี่จวิน (Teresa Teng) ราชินีเพลงจีนที่โด่งดังที่สุดในยุค 70s-80s โดยเฉพาะเพลงเถียนมี่มี่ (Tián Mì Mì) ที่เป็นอมตะตลอดกาล

Days of Being Wild (1990)

Days of Being Wild

Days of Being Wild (1990) Hong Kong : Wong Kar-Wai ♥♥♥♥♡

ผลงานหนังเรื่องที่ 2 ของผู้กำกับ Wong Kar-Wai กับการร่วมงานครั้งแรกของตากล้องคู่ใจ Christopher Doyle, หนังเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับความบ้า หลุดโลกของชีวิตชายคนหนึ่ง (Leslie Cheung) ที่เหมือนสัตว์ป่าหลุดจากกรง หลบซ่อนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่, จุดเริ่มต้นของสไตล์ Wong Kar-Wai ที่แฝงความรู้สึกโหยหาแผ่นดินแม่ของ Hong Kong ได้ยอดเยี่ยมที่สุด

Chungking Express (1994)

Chungking Express

Chungking Express (1994) Hong Kong : Wong Kar-wai ♥♥♥♥♥

นี่เป็นหนังเกี่ยวกับการเดินทาง ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทาง, การที่คนส่วนใหญ่ดูหนังของ Wong Kar-wai ไม่เข้าใจ เพราะมัวแต่มองหาว่า เรื่องราวเริ่มต้นยังไง มีจุดจบยังไง แต่นี่เป็นสิ่งที่ไม่ปรากฏขึ้นในหนังของเขาเลย กับคนที่มองเห็น จะพบว่า Chungking Express เป็นหนังที่มีความสวยงามมากๆ และนี่เป็นหนังเรื่องโปรดของผมด้วย

The Love Eterne (1963)

The Love Eterne

The Love Eterne (1963)  Li Han Hsiang ♥♥♥♥♡

จากนิทานพื้นบ้านที่เล่าต่อๆกันมาในประเทศจีน ‘ม่านประเพณี’ หรือ Butterfly Lovers เวอร์ชั่นที่ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ และได้รับความนิยมสูงสุดเป็น Musical แบบ Huangmei Opera (งิ้ว) ของ Shaw Brothers กำกับโดย Li Han Hsiang ที่ว่ากันว่าเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลขณะนั้นของ Hong Kong, Taiwan และหนังกวาด 6 รางวัลจากงานประกาศรางวัล Golden Horse รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี

Yi Yi (2000)

Yi Yi

Yi Yi (2000) Taiwan : Edward Yang ♥♥♥♥♥

ฉากเปิดเรื่องขณะกำลังถ่ายภาพหมู่งานแต่งงาน Yang-Yang เด็กชายถูกเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังสะกิดแกล้ง เขาหันหลังกลับไปหลายครึ่ง จนเกิดคำถาม ‘ทำไมคนเราถึงมองเห็นความจริงได้แค่ครึ่งเดียว เหมือนมองเห็นข้างหน้าแต่มองไม่เห็นข้างหลัง’ นี่คือใจความของหนังเรื่องนี้ ที่ไม่ใช่แค่ภาพถ่ายจากข้างหลัง แต่รวมไปถึงเทคนิคการถ่ายภาพ การตัดต่อและเพลงประกอบที่มีใจความเช่นเดียวกันนี้