Kotonoha no Niwa (2013)

ก่อนจะมาเป็นคำว่า 恋, koi หมายถีง ความรัก ในอดีตชาวญี่ปุ่นเคยใช้คันจิ 孤悲 ซี่งแปลว่า lonely sadness, นั่นคือนิยามความรักที่ผู้กำกับ Makoto Shinkai ต้องการค้นหาในสวนแห่งนี้เฉพาะยามฝนพรำ

Hotarubi no Mori e (2011)

hotarubi no mori e

ดัดแปลงจาก One-Shot ของ Yuki Midorikawa ผู้แต่งมังงะ Natsume Yūjin-chō, เรื่องราวของ Gin ชายผมเงินสวมหน้ากากจิ้งจอก วันหนี่งพานพบเจอเด็กหญิง Hotaru พลัดหลงทางในป่าหลังศาลเจ้า บอกกับเธอว่าตนเองไม่สามารถแตะต้องตัวมนุษย์ได้ ร่างกายจักพลันสูญสลายชั่วนิรันดร์ แต่มีหรือเด็กหญิงจักยินยอมเชื่อฟัง กาลเวลากลับทำให้เธอค่อยๆเกิดความสัมพันธ์แม้ด้วยเงื่อนไขอันซับซ้อนนั้น

South Park: Bigger, Longer & Uncut (1999)

South Park

South Park: Bigger, Longer & Uncut (1999) : Trey Parker ♥♥♡

Guinness World Records เมื่อปี 2001 ได้จดบันทึกไว้ว่า South Park: Bigger, Longer & Uncut เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นใช้คำหยาบคายมากที่สุด 399 ครั้ง เป็น f-word ถึง 146 แค่บทเพลง Uncle Fucka ก็ฟักไป 31 ครั้งแล้ว!

Yellow Submarine (1968)

Yellow Submarine

Yellow Submarine (1968) : George Dunning ♥♥♥♥♡

คุณอาจต้องสูบมาลีฮวนน่า (กัญชา) ถึงสามารถทำความเข้าใจโคตรภาพยนตร์อนิเมชั่นระดับ Masterpiece เรื่องนี้! ที่สะท้อนชื่อเสียงความสำเร็จของ The Beatles ทำให้พวกเขาราวกับต้องอาศัยจมอยู่ในเรือดำน้ำ รายล้อมด้วยแรงกดดันรอบทิศทาง ไม่สามารถหลบลี้หนีไปไหน ล่องลอยอย่างไร้อิสรภาพเสรี

Steamboy (2004)

Steamboy

Steamboy (2004) : Katsuhiro Otomo ♥♥♡

อนิเมชั่นแนว Steampunk ตื่นตระการตาไปกับยุคสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม จัดเต็มด้วย Visual Effect สุดอลังการ แต่เนื้อเรื่องราวกลับเละเทะไม่เป็นชิ้นดี สิบปีโปรดักชั่นที่น่าผิดหวังทีเดียว

Memories (1995)

Memories

Memories (1995) : Kōji Morimoto, Tensai Okamura, Katsuhiro Otomo ♥♥♥♡

ความทรงจำแม้คือสิ่งล้ำเลอค่า แต่เราไม่ควรหมกมุ่นครุ่นยึดติดกับมันจนมิอาจก้าวไปไหน นี่สะท้อนเข้ากับประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง อดีตเคยยิ่งใหญ่เกรียงไกร ปัจจุบันเมื่อเป็นผู้พ่ายแพ้ สมควรต้องยินยอมรับความจริงไม่ใช่หรือ?

Metropolis (2001)

Metropolis

Metropolis (2001) : Rintaro ♥♥♥

อ้าปากค้างไปกับภาพโลกอนาคต ตึกระฟ้า ผู้คนคาคลั่ง แต่ขณะเดียวกันกลับกลวงโบ๋ภายในจิตวิญญาณ, ดัดแปลงจากมังงะ Metropolis (1949) แต่งโดย Osamu Tezuka ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคตรหนังเงียบ Metropolis (1927) ของผู้กำกับ Fritz Lang มาอีกทีหนึ่ง

Neo Tokyo (1987)

Neo Tokyo

Neo Tokyo (1987) : Rintaro, Yoshiaki Kawajiri, Katsuhiro Ōtomo ♥♥♥♥

สามเรื่องสั้นไซไฟ Surrealist จากสามผู้กำกับดัง Rintaro (Metropolis), Yoshiaki Kawajiri (Ninja Scroll, Vampire Hunter D: Bloodlust) และ Katsuhiro Ōtomo (Akira, Steamboy) นำเสนอมุมมองกรุงโตเกียวแห่งอนาคต ในลักษณะลุ่มลึกซึ้งเกินกว่าใครหลายๆคนจะเข้าใจ

Havoc in Heaven (1961, 64)

Havoc In Heaven

Havoc in Heaven (1961, 64) : Wan Laiming ♥♥♥♥

อนิเมชั่นภาพสีขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศจีน แต่เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของ Wan Brothers ก่อนการมาถึงของ Culture Revolution ดัดแปลงจากนวนิยายจีนคลาสสิก ไซอิ๋ว เฉพาะตอนเห้งเจีย/ซุนหงอคงอาละวาดแดนสวรรค์ ตั้งฉายาตัวเองว่ามหาเทพเสมอฟ้า งดงาม อลังการ พริ้วไหวเหมือนการแสดงงิ้ว เรียกได้ว่า Masterpiece

Tokyo Godfathers (2003)

Tokyo Godfathers

Tokyo Godfathers (2003) : Satoshi Kon ♥♥♥♥

มนุษย์ไร้บ้านสามคน พบเจอเด็กทารกน้อยถูกทอดทิ้งไว้ท่ามกลางกองขยะ นั่นไม่ใช่ภาระใดๆของพวกเขา แต่กลับพยายามหาหนทางส่งคืนกลับบ้าน สู่อ้อมอกครอบครัวแท้จริง, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Royal Space Force: The Wings of Honnêamise (1987)

Royal Space Force: The Wings of Honnêamise

Royal Space Force: The Wings of Honnêamise (1987) : Hiroyuki Yamaga ♥♥♥♡

ณ ดาวเคราะห์สมมติ ประเทศชื่อ Honnêamise ตั้งคำถามถึงการสร้างกระสวยอวกาศ งบประมาณมากมายนำไปช่วยเหลือผู้คนได้มหาศาล แถมยังเป็นชนวนสาเหตุให้เกิดสงครามขัดแย้ง เฉกเช่นนั้นแล้วมันมีความจำเป็นอะไรที่มนุษยชาติต้องดิ้นรนออกนอกวิถีวงโคจรโลก?, อนิเมชั่นเรื่องแรกของสตูดิโอ Gainax ออกแบบตัวละครโดย Hideaki Anno และเพลงประกอบของ Ryuichi Sakamoto

The Thief and the Cobbler (1993)

The Thief and the Cobbler

The Thief and the Cobbler (1993) : Richard Williams ♥♥♥♥

อนิเมชั่นเรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่า ‘Masterpiece ที่ไม่เคยเป็น’ ด้วยระยะเวลาโปรดักชั่น 29 ปี ถ้าสำเร็จเสร็จดั่งใจผู้กำกับย่อมออกมาสมบูรณ์แบบแน่ แต่ปัญหาคือเรื่องงบประมาณ เมื่อผ่านหลายสตูดิโอกระทำระยำหั่นแล้วหั่นอีก พากย์เสียงใหม่ ใส่ Musical ที่ไม่เข้ากันเลย คุณภาพดูไม่ได้สักนิด โชคยังดีปัจจุบันมี The Recobbled Cut โดยแฟนๆผู้คลั่งไคล้ Garrett Gilchrist เรียบเรียงตัดต่อใหม่ให้มีความใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุดแล้ว

A Thousand and One Nights (1969)

A Thousand and One Nights

A Thousand and One Nights (1969) : Eiichi Yamamoto ♥♥♥♡

พระเจ้าแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่น Osamu Tezuka กล่าวไว้ว่า อนิเมชั่นคือสื่อสำหรับคนทุกเพศวัยไม่จำกัดแค่เด็ก สร้างไตรภาค Animerama ตั้งใจขายความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่โดยเฉพาะ ผลงานแรกดัดแปลงเรื่องเล่านิทานพื้นบ้านอาหรับราตรี คลุกเคล้าด้วยงานศิลป์อันมีสไตล์ ตัดต่อบ้าคลั่งสุดเร้าใจ และมึนเมาไปกับดนตรี Psychedelic Rock

One Hundred and One Dalmatians (1961)

101 Dalmatians

One Hundred and One Dalmatians (1961) : Wolfgang Reitherman, Hamilton Luske ,Clyde Geronimi ♥♥♥

‘คนนิสัยเช่นไร สัตว์เลี้ยงย่อมมีรูปลักษณะเช่นนั้น’ แดลเมเชียน เป็นสุนัขสายพันธุ์ประหลาด ตอนเกิดมีผิวพันธุ์ขาวผ่อง แต่เมื่อเติบโตจุดด่างดำจะปรากฎเด่นชัดขึ้น ความดีชั่วของมนุษย์ก็เช่นกัน

The Secret of NIMH (1982)

The Secret of NIMH

The Secret of NIMH (1982) : Don Bluth ♥♥♥♡

ในยุคตกต่ำหลังการจากไปของนาย Walt Disney มีนักอนิเมเตอร์ 11 คน นำโดย Don Bluth ไม่พึงพอใจวิสัยทัศน์ของผู้บริหารอย่างรุนแรง ลาออกมาก่อตั้งสตูดิโอใหม่ สร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องแรก The Secret of NIMH หนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนที่ถูก Disney มองข้ามไม่สนใจ แม้ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แต่ได้สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับวงการ

The Secret of Kells (2009)

The Secret of Kells

The Secret of Kells (2009) : Tomm Moore, Nora Twomey ♥♥♥♥

ตราตะลึงไปกับความงดงามระดับวิจิตรของตำนาน Celtic Mythology เรื่องราวต้นกำเนิด Book of Kells หรือ Book of Columba หนังสือพระวรสารที่จารึกด้วยภาษาละตินรูปแบบอักษรวิจิตร เนื้อหาประกอบด้วยสี่ฉบับพันธสัญญาใหม่ จดบันทึกจารึกโดยนักบวชชาว Kells ในช่วงประมาณ ค.ศ. 800, แม้จะได้แค่เข้าชิง Oscar: Best Animated Feature แต่ก็ทำให้สตูดิโอสัญชาติไอร์แลนด์ Cartoon Saloon ได้รับการจับตามองจากทั่วโลก

The Plague Dogs (1982)

The Plague Dogs

The Plague Dogs (1982) : Martin Rosen ♥♥♥♡

ขณะที่ภาพยนตร์อนิเมชั่นเกี่ยวกับหมาๆของ Hollywood มีความน่ารักน่าชังน่าเอ็นดู ทางฝั่งยุโรปกลับพบเจอแต่ความเหี้ยมโหดร้ายทารุณ, สุนัขสองตัวหลุดจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ในมุมของพวกมันก็แค่พยายามหาทางดิ้นรนเอาตัวรอด แต่เหล่ามนุษย์กลับมองว่าคือภัยอันตราย ประกาศเตือนอ้างว่าติดเชื้อโรคระบาด จำต้องไล่ล่าเข่นฆ่าให้ดับสิ้นสูญ

Watership Down (1978)

Watership Down

Watership Down (1978) : Martin Rosen ♥♥♥♥♡

ภาพยนตร์อนิเมชั่นเรต PG แต่เต็มไปด้วยความรุนแรงที่สุดในโลก, เล่าเรื่องผ่านมุมมองกระต่ายน้อยฝูงหนึ่ง ออกเดินทางแสวงหาถิ่นที่อยู่ใหม่เพราะถูกขับไล่จากมนุษย์ พบเจออุปสรรคขวากหนาม อยู่ดีๆนกอินทรีโฉบจับไป โดนบ่วงกับดักรัดคอเลือดออกตาหูจมูกปาก ไหนจะหมาแมววิ่งไล่ มนุษย์ใช้ปืนยิงจับกิน จนกระทั่งมาถึงเนินเขาเล็กๆ Watership Down, Hampshire พบความสุขสบายดี แต่บางสิ่งอย่างในชีวิตกลับยังขาดหายไป, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Animal Farm (1954)

Animal Farm

Animal Farm (1954) : John Halas, Joy Batchelor ♥♥♥♡

ภาพยนตร์อนิเมชั่นขนาดยาวเรื่องแรกของประเทศอังกฤษ ดัดแปลงจากวรรณกรรมอมตะของ George Orwell ในฟาร์มชนบทแห่งหนึ่ง ฝูงสรรพสัตว์รวมพลังยึดอำนาจจากเจ้าของที่เป็นมนุษย์ แต่แล้วการปกครองกันเองของพวกเขากลับไม่แตกต่างจากที่เคยเป็น หนำซ้ำยังเลวร้ายยิ่งเสียกว่าเดิม, ได้ทุนสนับสนุนส่วนหนึ่งจาก Central Intelligence Agency (CIA) เพราะนัยยะใจความต่อต้าน Anti-Communism ตรงกับช่วงสงครามเย็นพอดี

Persepolis (2007)

Persoepolis

Persepolis (2007) : Marjane Satrapi, Vincent Paronnaud ♥♥♥♡

‘ไม่มีชีวิตแสงสีใดๆในประเทศอิหร่าน’ นี่คือเหตุผลให้ Marjane Satrapi เขียนเรื่องราวชีวประวัติของตนเองเป็น Graphic Novel และดัดแปลงสร้างอนิเมชั่นสองมิติ มีเพียงสองสีขาว-ดำ คว้ารางวัล Jury Prize จากเทศกาลหนังเมือง Cannes