Chronicle of the Years of Fire

Chronicle of the Years of Fire (1975)  : Mohammed Lakhdar-Hamina ♥♥♥♥

จากความเหือดแห้งแล้งของทะเลทราย เดินทางเข้าเมืองยังถูกกดขี่เหงจากพวกฝรั่งเศส นั่นคือชนวนสาเหตุให้ชาว Algerian โหยหาอิสรภาพ ต้องการปลดแอกจากการเป็นประเทศอาณานิคม, ภาพยนตร์จากทวีปแอฟริกาเรื่องแรก(เรื่องเดียว)ที่คว้ารางวัล Palme d’Or

ไม่ใช่แบบ The Battle of Algiers (1966) ที่นำเสนอการเผชิญหน้าระหว่างแนวร่วมปลดปล่อยชาติ National Liberation Front (FLN) vs. กองทัพทหารฝรั่งเศส, Chronicle of the Years of Fire (1975) มีลักษณะ ‘Cinema Poem’ บทกวีพรรณาถึงสาเหตุผล จุดเริ่มต้น ที่มาที่ไปก่อนชาว Algerian ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้ขับไล่ เรียกร้องอิสรภาพ ต้องการปลดแอกจากการเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส

ระหว่างปรับปรุงบทความ The Battle of Algiers (1966) ผมดันไปชำเลืองเห็นภาพยนตร์ Chronicle of the Years of Fire (1975) นำเสนอประวัติศาสตร์สงคราม Algerian War of Independence (1954-62) ทั้งยังคว้ารางวัล Palme d’Or รวมถึงได้รับการโหวตติดอันดับ 3 ชาร์ท Top 100 Arabic Films จากเทศกาลหนัง Dubai International Film Festival เมื่อปี ค.ศ. 2013 เช่นนั้นแล้วจะให้มองข้ามไปได้อย่างไร

แม้คุณภาพหนังจะย่ำแย่ แถมระยะเวลาเกือบๆ 3 ชั่วโมง แต่ถ้าสามารถอดรนทน ซึมซับความลุ่มร้อนสุมอก ตอนจบคุณอาจรู้สึกเหมือนชาว Algerian อยากระเบิดความคลุ้มคลั่ง โต้ตอบกลับจักรวรรดินิยม ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน … เป็นภาพยนตร์สมควรค่าแก่การบูรณะ (ภาพถ่ายทะเลทรายสุดลูกหูลูกน่า มีความงดงามอย่างมากๆ) แต่ก็ไม่รู้จะมีโอกาสนั้นหรือเปล่านะ


Mohammed Lakhdar-Hamina (เกิดปี 1934), محمد الأخضر حمينة ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติ Algerian เกิดที่ M’Sila โตขึ้นเดินทางไปร่ำเรียนกฎหมายและกสิกรรมยังฝรั่งเศส ปฏิเสธเข้าร่วม Franch Army ก่อนอาสาสมัคร Algerian Resistance ในประเทศ Tunisia เมื่อเข้าร่วมกองกำลัง Algerian Maquis ทำงานงานเป็นตากล้อง ต่อมาได้รับการสนับสนุนจาก National Liberation Front (FLN) ส่งไปร่ำเรียนการถ่ายภาพยัง Filmová a televizní fakulta Akademie múzických umění v Praze (FAMU) ณ กรุง Prague ฝึกงานสตูดิโอ Barrandov Studios แล้วกลับมาเข้าร่วม Service Cinema (ของรัฐบาลพลัดถิ่น Algerian) สรรค์สร้างภาพยนตร์ต่อต้านอาณานิคม (Anti-Colonialism) อาทิ The Winds of the Aures (1966), Hassan, Terrorist (1968), Chronicle of the Years of Fire (1975) ฯ

สำหรับ وقائع سنين الجمر, ชื่อฝรั่งเศส Chronique des Années de Braise แปลว่า Chronicle of the Years of Fire ถือเป็นภาพยนตร์กึ่งอัตชีวประวัติของผกก. Lakhdar-Hamina นำเสนอผ่านมุมมองเกษตรกร/บิดาที่ต้องอดรนทนทุกข์ยากลำบาก จากทั้งสภาพอากาศเหือดแห้งแล้ง ฝนไม่ตกติดต่อกันมานาน ทำให้ต้องพาครอบครัวออกเดินทางสู่ชุมชนเมือง แต่ก็ถูกกดขี่ข่มเหงจากนายจ้างฝรั่งเศส พานผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง (1939-45), เหตุการณ์โรคระบาดไข้ไทฟอยด์, สังหารหมู่ผู้ชุมนุมประท้วง, จนที่สุดก็มิอาจอดรนทน รวบรวมสมัครพรรคพวก ลุกฮือขึ้นต่อต้าน ขับไล่ จุดเริ่มต้นของ Algerian War of Independence (1954-62)

เรื่องราวของหนังแบ่งออกเป็น 5 ช่วงเวลา

  • The Years of Ashes ช่วงเวลาแห่งความเหือดแห้งแล้ง ฝนไม่ตกติดต่อกันมานาน ชาวบ้านรวมกลุ่มเพื่อทำพิธีขอฝน พอลำคลองเริ่มมีสายน้ำไหล กลับถูกแก่งแย่งโดยฟากฝั่งขั้วตรงข้าม โชคยังดีปีนี้ฝนตกเพียงพอต่อผลผลิต แต่ปีถัดมาก็ไม่หลงเหลืออะไรอีกครั้ง นั่นทำให้ Ahmed เดินทางสู่ชุมชนเมือง รับรู้จักคนบ้า พาแนะนำสถานที่ต่างๆ ทำงานให้นายจ้างฝรั่งเศส ถูกกดขี่ข่มเหง แอบเป็นกำลังใจให้ Adolf Hitler เข้ายึดครองฝรั่งเศสได้สำเร็จ
  • The Year of the Cart เกิดโรคระบาดไข้ไทฟอยด์ (รากสาดน้อย) ทำให้แทบทั้งครอบครัวของ Ahmed ล้มป่วยเสียชีวิต หลงเหลือเพียงทารกน้อย พาเดินทางกลับบ้านชนบท จำใจต้องทำงานกับนายจ้างฝรั่งเศสอีกครั้ง
  • The Smoldering Years ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง Ahmed ถูกบีบบังคับให้เกณฑ์ทหาร เข้าร่วมสู้รบ ถูกจับกุม ทัณฑ์ทรมาน หวนกลับมาบ้านในสภาพเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า รวมกลุ่มกับผองเพื่อนพูดคุยเรื่องการเมือง
  • The Year of the Massacre พวกนักการเมืองพยายามหาเสียงให้กับการเลือกตั้ง แต่ Ahmed และผองพวกแสดงความเห็นว่าทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ต่อมาเกิดการเผชิญหน้าระหว่างชาวเมืองกับทหารฝรั่งเศส นำไปสู่เหตุการณ์สังหารหมู่
  • The Year of Fire เปลี่ยนมานำเสนอมุมมองบุตรชายของ Ahmed ติดตามหาบิดาที่สูญหายตัว แต่เขากลับเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มปฏิบัติ และกลายเป็นวีรบุรุษหลังเสียสละชีพเพื่ออุดมการณ์
    • 1 November 1954 ความตายของคนบ้า และจุดเริ่มต้นสงคราม Algerian War of Independence

ในส่วนของนักแสดง จะมีอยู่สองคนที่โดดเด่นกว่าใคร

  • Yorgo Voyagis, Γιώργος Βογιατζής (เกิดปี 1945) นักแสดงสัญชาติ Greek เกิดที่กรุง Athens เข้าสู่วงการจากบทบาทสมทบ Zorba the Greek (1964), โด่งดังระดับนานาชาติกับ Chronicle of the Years of Fire (1975), สมทบซีรีย์โทรทัศน์ Jesus of Nazareth (1977) ฯ
    • รับบท Ahmed ชายชาวนา ผู้มีความดื้อรั้น ดึงดัน มิอาจอดกลั้นฝืนทนต่อทั้งความเหือดแห้งแล้ง รวมถึงการถูกกดขี่ข่มเหงจากพวกฝรั่งเศส แสดงสีหน้าบึ้งตึง เคร่งเครียด พร้อมโต้ตอบกลับด้วยความรุนแรง โหยหาโอกาสจะได้มีชีวิต กินดีอยู่ดี แต่กลับต้องสูญเสียภรรยาและบุตร จนไม่สามารถเผชิญหน้าทารกน้อย จำยินยอมอาสาสมัครทหาร เคยถูกจับกุม ทัณฑ์ทรมาน เมื่อกลับบ้านปฏิเสธการประณีประณอม รวบรวมสมัครพรรคพวกพ้อง ตระเตรียมการต่อสู้ เผชิญหน้า ปลดแอกอาณานิคม น่าเสียดายที่เขามีชีวิตไม่ถึงวันนั้น แต่ก็เลือกความตายเยี่ยงวีรบุรุษ
    • หลายคนน่าจะรู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กๆ แทนที่จะเลือกนักแสดงนำชาว Algerian กลับใช้บริการ Yorgo Voyagis สัญชาติกรีก น่าเสียดายที่ผมก็หาคำตอบให้ไม่ได้ หน้าตาถือว่ากลมกลืมเข้ากับชาวอาหรับ ส่วนความรู้สึกผิดที่ผิดทาง (ที่ไม่ใช่ชาว Algerian) จะว่าไปสอดคล้องพฤติกรรมนอกรีต หัวขบถ ชอบกระทำสิ่งแหกนอกคอก
  • อีกหนึ่งนักแสดงคนสำคัญไม่ใช่ใครอื่นไกล ก็คือผกก. Lakhdar-Hamina
    • รับบทชายคนบ้า (ไม่มีชื่อ) เริ่มต้นเป็นคนพา Ahmed แนะนำสถานที่โดยรอบเมือง ขณะเดียวกันปากพูดพร่ำไม่เคยหยุด ฟังผิวเผินเหมือนจะไร้สาระ แต่ทุกสิ่งอย่างล้วนระบายความอึดอัดอั้น แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ขณะนั้นๆอย่างตรงไปตรงมา เลยมักถูกกลั่นแกล้ง กระทำร้ายร่างกาย ไม่สามารถโต้ตอบขัดขืนอันใด และช่วงครึ่งหลังยังเป็นผู้ดูแลบุตรชายของ Ahmed (ตั้งแต่บิดาออกไปรบ ก็ไม่เคยหวนกลับมาหา) จนกระทั่งชีพวางวาย
    • นี่เป็นตัวละครที่มีความน่าสนใจ ใครต่อใครอาจมองว่าเป็นคนบ้า แต่แท้จริงแล้วอาจแสร้งบ้า เพราะทุกคำเอ่ยกล่าวออกมา แสดงถึงสติปัญญา ความรอบรู้ เฉลียดฉลาด (ทุกคำกล่าวของคนบ้า สำหรับอธิบายเหตุการณ์บังเกิดขึ้นจริง) เหมือนคนมิอาจอดกลั้นฝืนทนต่อวิถีชีวิตขณะนั้น เลยระบายออกมาด้วยคำพูดและการกระทำ (ให้ดูว่าแกล้งบ้า)

ถ่ายภาพโดย Marcello Gatti (1924-2013) ตากล้องสัญชาติอิตาเลี่ยน เกิดที่กรุง Rome เริ่มต้นทำงานเป็นผู้ควบคุมกล้อง (Camera Operator) ก่อนถูกจับติดคุกห้าปีระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะทำลายภาพถ่ายท่านผู้นำ Benito Mussolini ในสตูดิโอ Cinecittà, หลังได้รับอิสรภาพกลายเป็นตากล้องเต็มตัว มีผลงานเด่นๆ อาทิ The Four Days of Naples (1962), The Battle of Algiers (1966), Chronicle of the Years of Fire (1975) ฯ

ด้วยความทะเยอทะยานของผกก. Lakhdar-Hamina ต้องการสรรค์สร้างภาพยนตร์ระดับมหากาพย์ (Epic) ด้วยการเลือกใช้ฟีล์ม Panavision 35mm (เวลาฉายมีการ ‘blow-up’ เพื่อให้ได้ฟีล์ม 70mm) อัตราส่วน Anamorphic (2.35:1) กระบวนการสี Eastmancolor

แม้ใช้บริการตากล้องคนเดียวกัน แต่งานภาพของ The Battle of Algiers (1966) ถ่ายทำด้วยฟีล์มขาว-ดำ เน้นความโฉบเฉี่ยว ฉวัดเฉวียน แพนนิ่ง-ซูมมิ่ง-แทร็กกิ้ง ยังสถานที่ห้อมล้อมรอบด้วยผนังกำแพงย่าน Casbah ภายในเมืองหลวง Algiers, ตรงกันข้ามกับ Chronicle of the Years of Fire (1975) ถ่ายทำกลางท้องทะเลทราย มองออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา (อาจไม่ตราตะลึงระดับ Lawrence of Arabia (1962) แต่น่าจะมีความงดงามพอสมควรเลยละ) ปล่อยกล้องให้ค่อยๆขยับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ผู้ชมสามารถซึมซับบรรยากาศ สัมผัสถึงความเหือดแห้งแล้ง บังเกิดอารมณ์ลุ่มร้อนสุมทรวงอก … เป็นการใช้ภาพถ่ายบรรยายเรื่องราว มีคำเรียกว่า ‘Cinema Poem’

สิ่งหนึ่งที่ต้องเอ่ยปากชม คือการกำกับตัวประกอบจำนวนมาก (น่าจะมากกว่า The Battle of Algiers (1966) เสียอีกนะ!) ซึ่งไม่ได้แค่ฉากสองฉาก แต่มีมากมายเต็มไปหมดหลักสิบ-ร้อย-พัน นั่นเพราะผกก. Lakhdar-Hamina ต้องการนำเสนออิทธิพล ผลกระทบบังเกิดขึ้นกับคนหมู่มาก … การนำเสนอเรื่องราวจึงแทบไม่ลงรายละเอียดตัวละคร เพียงให้ Ahmed และครอบครัว ประสบพบเห็น พานผ่านเหตุการณ์ต่างๆเท่านั้นเอง


ตัดต่อโดย Youcef Tobni, แม้หนังดำเนินเรื่องราวผ่านมุมมองของ Ahmed (ยกเว้น The Year of Fire สลับเปลี่ยนมาเป็นบุตรชาย) แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดตัวละครสักเท่าไหร่ ทำเหมือนว่าเขาดำเนินชีวิต ล่องลอยพานผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ต้องการให้ผู้ชมพบเห็นอิทธิพล ผลกระทบ สิ่งบังเกิดขึ้นกับผู้คนรอบข้างเสียมากกว่า

การดำเนินเรื่องของหนังในช่วงแรกๆ มีความค่อยเป็นค่อยไป ตัดต่ออย่างไม่เร่งรีบ (จึงได้ระยะเวลาเกือบๆ 3 ชั่วโมง) จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ชมสามารถซึมซับบรรยากาศ สัมผัสถึงความลุ่มร้อน เหือดแห้งแล้ง, ซึ่งพอตัวละครเข้ามาอยู่อาศัยในชุมชนเมือง จะมีการถ่ายภาพที่โฉบเฉี่ยวขึ้นนิด ตัดต่อฉับไวอีกหน่อย เพื่อเพิ่มอารมณ์ลุ่มร้อนทรวงอก … แต่ภาพรวมยังถือว่าหนังมีการดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างช้าอยู่ดีนะครับ


เพลงประกอบโดย Philippe Arthuys (1928-2010) สัญชาติฝรั่งเศส ผลงานเด่นๆ อาทิ India: Matri Bhumi (1959), Le Trou (1960), Paris Belongs to Us (1961), The Glass Cage (1965), Chronicle of the Years of Fire (1975) ฯ

ในส่วนของเพลงประกอบ ผมสังเกตว่าซีเควนซ์ไหนที่เกี่ยวกับ Algeria มักใช้บทเพลงพื้นบ้านอาหรับ มีทั้งท่วงทำนองสนุกสนาน แฝงความทุกข์ทรมาน สะท้อนห้วงอารมณ์ตัวละครขณะนั้นๆ แต่ถ้าเป็นฉากเกี่ยวกับฝรั่งเศส (ในชุมชนเมือง) มักได้ยินดนตรีสากล บทเพลงคลาสสิก ฟังดูสูงส่ง หรูหรา ขัดกับวิถีชีวิตเคยมีมา


Chronicle of the Years of Fire (1975) ไม่ใช่ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่นำเสนอจุดเริ่มต้น การก่อตั้งแนวร่วมปลดปล่อยชาติ National Liberation Front (FLN) แต่พยายามแสดงให้เห็นถึงสาเหตุผล อิทธิพลจากการเป็นประเทศอาณานิคม ทำให้ Algeria ได้รับผลกระทบเช่นไร? เพราะเหตุใด ทำไมองค์กร FLN จึงได้ถือกำเนิดขึ้น?

เพราะสภาพทุรกันดาร ทะเลทรายเหือดแห้งแล้ง ฝนไม่ตกติดต่อกันมาหลายปี ทำให้ผู้คนต้องอพยพสู่ชุมชนเมือง แต่เมื่อเข้ามาแล้วกลับยังไร้งาน ไร้เงิน ถูกกดขี่ข่มเหงโดยนายจ้าง แถมเจ้าหน้าที่รัฐยังชอบใช้อำนาจในทางมิชอบ บีบบังคับให้ประชาชนทำโน่นนี่นั่น พูดคำดูถูกเหยียดหยาม เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาว Algeria จะให้การสนับสนุน Adolf Hitler (เพราะถ้า Nazi Germany ได้รับชัยชนะเหนือฝรั่งเศส พวกเขาก็เชื่อว่าตนเองได้รับอิสรภาพไปด้วย)

เหตุการณ์ต่างๆที่หนังนำเสนอมานั้น เพื่อสร้างความรู้สึกอัดอั้น เกรี้ยวกราด ผู้ชมเกิดอาการแค้นเคืองโกรธลัทธิอาณานิคม (Anti-Colonialism ) เพราะฝรั่งเศสเอาแต่กดขี่ข่มเหงชาว Algerian สนเพียงผลประโยชน์พวกเดียวกันเอง มอบความหวังลมๆแล้งๆ นั่นทำให้เมื่อถึงจุดแตกหัก พวกเขาจึงมิอาจอดรนทน กลายเป็นชนวนเหตุเริ่มต้นสงคราม Algerian War of Independence (1954-62)

สำหรับผกก. Lakhdar-Hamina เคยให้สัมภาษณ์บอกว่า Chronicle of the Years of Fire (1975) ไม่ได้ต้องการสรรค์สร้างให้ออกมาในเชิงบันทึกประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นสงคราม Algeria War แต่เป็นภาพยนตร์ค้นหารากเหง้า ที่มีความเป็นส่วนตัว (Personal) โดยสามารถเปรียบเทียบตัวละคร Ahmed ก็คือบิดาของผู้กำกับ (หรือจะมองว่าคือตัวแทนผกก. Lakhdar-Hamina เองเลยก็ยังได้) ส่วนเด็กน้อยไร้เดียงสา ผมครุ่นคิดว่าน่าจะสื่อแทนจิตวิญญาณชาว Algerian กำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆรอบข้าง พร้อมสานต่ออุดมการณ์ เพื่ออิสรภาพของชนชาวเรา

(คล้ายๆกับ The Battle of Algiers (1966) ที่การเสียสละ/ความตายของตัวละคร ทำให้กลายเป็นวีรบุรุษ สร้างพละพลัง กำลังหึกเหิม ปลุกระดมผู้ชม ก่อเกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด)

สำหรับบทบาทคนบ้าที่ผกก. Lakhdar-Hamina รับเล่นด้วยตนเอง ผมมองจากถ้อยคำกล่าวของตัวละครนี้ เป็นการแสดงทัศนคติ ความคิดเห็น ระบายความรู้สึกอัดอั้น อารมณ์คลุ้มบ้าคลั่ง ต่อเหตุการณ์ต่างๆบังเกิดขึ้น … มันอาจฟังดูเพ้อเจ้อไร้สาระ แต่สามารถเติมเต็มเนื้อหาสาระ ระบายทุกสิ่งอย่างที่อยู่ภายในจิตใจของผู้กำกับออกมา


ระหว่างเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes คงเพราะใจความต่อต้านฝรั่งเศส ผู้กำกับ Lakhdar-Hamina เลยได้รับจดหมายขู่ฆ่าจากกลุ่มหัวรุนแรงใต้ดิน ทำให้รัฐมนตรีมหาดไทยขณะนั้น Michel Poniatowski ต้องส่งหน่วยรักษาความปลอดภัยมาคอยปกป้องดูแล จนกระทั่งขึ้นรับรางวัล Palme d’Or จากประธานคณะกรรมการ Jeanne Moreau

ปล. รางวัล Palme d’Or ของ Chronicle of the Years of Fire (1975) เป็นอะไรที่เกินความคาดหมายอย่างมากๆ (เพราะได้รางวัลจากประเทศที่เคยเป็นเจ้าของอาณานิคม แถมในประเด็นต่อต้านลัทธิอาณานิคม) และชัยชนะเหนือภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง The Passenger, The Enigma of Kaspar Hauser, Lenny, Scent of a Woman, A Touch of Zen ต้องถือว่าไม่ธรรมดาทีเดียว

เห็นคุณภาพของหนังในตอนแรกจากคลิปใน Youtube (VHS แปลงเป็น DVD) ผมก็โล้เล้ลังเลใจว่าจะเสียเวลาสามชั่วโมงดีไหม หรือเก็บขึ้นหิ้งดองไว้รอฉบับบูรณะที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่ เห็นเวลายังเหลือก่อนโปรแกรมฉาย John Waters ก็เลยจัดไปสักหน่อย

แม้คุณภาพหนังจะย่ำแย่เหลือทน แต่ผมยังพบเห็นความงดงามอันน่าอึ้งทึ่ง ทิวทัศน์ทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เรื่องราวอาจไม่ได้สลับซับซ้อน ในสามชั่วโมงเหมือนแทบไม่มีอะไร แต่ใช้ภาษาภาพ ‘Cinema Poem’ พรรณาจุดเริ่มต้น สาเหตุผล … ทะเลทรายที่เหือดแห้งแล้ง ยังไม่เทียบเท่าจิตใจอันลุ่มร้อน แผดเผาถึงทรวงใน

และโดยเฉพาะตัวละครคนบ้าของ Lakhdar-Hamina พร่ำพรรณาความครุ่นคิด สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจ มันอาจฟังดูไร้สาระ แต่ล้วนคือความสัจจริง ตรงไปตรงมา (พูดอธิบายเรื่องราว สำหรับคนที่ไม่สามารถจับใจความ)

จัดเรต 15+ กับความแห้งแล้ง ทุรกันดาร คิดเห็นต่างทางการเมือง

คำโปรย | Chronicle of the Years of Fire ทะเลทราย Algeria มีความลุ่มร้อน เหือดแห้งแล้ง แผดเผาถึงทรวงใน
คุณภาพ | หืห้
ส่วนตัว | แผดเผา

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: