Butch Cassidy and the Sundance Kid (1969)

Butch Cassidy and the Sundance Kid

Butch Cassidy and the Sundance Kid (1969)  : George Roy Hill ♥♥♥♡

คู่หูมหาโจรโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ Western รับบทโดยสองตำนาน Paul Newman กับ Robert Redford เพราะความสำเร็จในการปล้นรถไฟหลายครั้ง ทำให้ถูกไล่ล่าโดยโคตรนายอำเภอ และกองกำลังชุดติดตามพิเศษ ต้องหลบลี้หนีภัยไปยังประเทศ Bolivia เหมือนการได้รับโอกาสครั้งที่ 2 แต่กลับเอาเวลาไปออกปล้นธนาคารอีก ครานี้ยกกำลังมาล้อมทั้งกองทัพ จะยังสามารถเอาตัวรอดพ้นได้อีกหรือเปล่า, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Bonnie and Clyde (1967)

Bonnie and Clyde

Bonnie and Clyde (1967)  : Arthur Penn ♥♥♥♡

ภาพยนตร์ที่เป็นจุดเปลี่ยน New Hollywood หรือ American New Wave เปิดประตูสู่อิสรภาพอันไร้กฎกรอบของ Hays Code ให้พบความรุ่งโรจน์และตกต่ำที่สุดไปพร้อมๆกัน เฉกเช่นเดียวกับสองนักแสดงนำ Warren Beatty และ Faye Dunaway ในอดีตเคยยิ่งใหญ่สุดๆ ปีก่อนไม่น่ามาพลาดท่าเสียแก่เลย

How Green Was My Valley (1941)

How Green Was My Valley

How Green Was My Valley (1941) : John Ford ♥♥♥♥

ความคับข้องครหาที่ภาพยนตร์เรื่องนี้คว้า Oscar: Best Picture ตัดหน้า Citizen Kane (1941) ทำให้ผู้ชมสมัยนี้มองข้ามไม่สนใจใยดี ทั้งๆที่คือโคตรหนังดราม่าน้ำดีเรื่องหนึ่ง ในหมู่บ้านที่ฉันอาศัยอยู่ ครั้งหนึ่งเคยเขียวขจีสดใส แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปกับอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน ควันดำที่พวยพุ่งออกมาได้ปกปิดคลุมทุกสิ่งอย่าง แถมยังลุกลามเข้าไปถึงภายในจิตใจของคน, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

To Catch a Thief (1955)

To Catch a Thief

To Catch a Thief (1955)  : Alfred Hitchcock ♥♥♥♥♡

แมวเดินเข้ามา มือลึกลับกำลังหยิบจับสร้อยเพชรของมีค่า แล้วแมวก็เดินจากไป, จะมีใครที่ไหนสามารถนำเสนอฉากเปิดหนังสุดคลาสสิกได้เท่า Alfred Hitchcock แถมไปลาก Cary Grant กลับจากรีไทร์ และ Grace Kelly เจิดจรัสเฉิดฉาย สง่างามราวกับเจ้าหญิง (ตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงาน)

The Quiet Man (1952)

The Quiet Man

The Quiet Man (1952)  : John Ford ♥♥♥♥

ผู้กำกับ John Ford พา John Wayne ไปยังประเทศ Ireland ถ่ายภาพชนบทสวยๆ (คว้า Oscar: Best Cinematography, Color) แต่งงานกับ Maureen O’Hara แต่เธอกลับเล่นตัวไม่ยอมให้เข้าห้องหอ เพราะยังไม่ได้เงินค่าสินสอดจำนวน 350 ปอนด์จากพี่ชาย Victor McLaglen กลายเป็นคู่มวยนัดหยุดโลก Tradition vs. Modernity, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

King Solomon's Mines (1950)

King Solomon

King Solomon’s Mines (1950)  : Compton Bennett, Andrew Marton ♥♥♥♡

ดัดแปลงจากนิยายผจญภัยก้องโลก King Solomon’s Mines (สมบัติพระศุลี) ของท่าน Sir H. Rider Haggard ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พนมเทียน เขียนเพชรพระอุมา, กับฉบับมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด นำแสดงโดย Deborah Kerr, Stewart Granger เข้าชิง Oscar 3 สาขา คว้ามา 2 รางวัล Best Cinematography และ Best Edited

Days of Heaven (1978)

Days of Heaven

Days of Heaven (1978)  : Terrence Malick ♥♥♥♥

งานภาพของหนังเรื่องนี้ ถ่ายทำตอน ‘magic hours’ ช่วงเวลาสนธยาฟ้าสว่างก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเหนือพื้นดิน และยามโพล้เพล้หลังตะวันลับขอบฟ้าแต่ยังหลงเหลือความสว่างอยู่ ด้วยเวลาเพียงไม่ถึง 25 นาทีต่อวัน ได้ผลลัพท์งานภาพที่ตราตะตรึง เห็นแสงสีทองส่องผ่านทุ่งรวงข้าว งดงามราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์

Saving Private Ryan (1998)

saving private ryan

Saving Private Ryan (1998)  : Steven Spielberg ♥♥♥♡

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเหตุการณ์จริง เมื่อกองทัพสหรัฐตัดสินใจเรียกพลทหารนายหนึ่ง ที่พี่น้องเสียชีวิตหมดแล้วกลับบ้าน, ซึ่งภารกิจของหนังเรื่องนี้ นำแสดงโดย Tom Hanks ตั้งคำถามว่า มันคุ้มแล้วหรือกับการที่ทหารยอดฝีมือ 8 นาย ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือปกป้องพลทหารเพียงคนเดียว

The Bridge on the River Kwai (1957)

The bridge on the river kwai

The Bridge on the River Kwai (1957)  : David Lean ♥♥♥♥

สะพานเดือดเลือดเชลยศึก เป็นเรื่องแต่งของ Pierre Boulle อดีตทหารผ่านศึกชาวฝรั่งเศสที่ตกเป็นเชลยของกองทัพญี่ปุ่น แรงงานสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควและทางรถไฟสายมรณะ ที่จังหวัดกาญจนบุรี ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กระนั้นหนังกลับไม่ได้ถ่ายทำในประเทศไทยเลยสักฉาก, คว้า 7 รางวัล Oscar รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Cries and Whispers (1972)

Cries and Whispers

Cries and Whispers (1972)  : Ingmar Bergman ♥♥♥♡

เราสามารถเรียกภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า Emotional Poetry คุณไม่จำเป็นต้องรับรู้เข้าใจที่มาที่ไป จุดเริ่มต้นสาเหตุของเรื่องราว แค่สามารถจับอารมณ์ความรู้สึกของหนัง ก็จะพบเห็นความสวยงามที่ราวกับบทกวี ซึ่งจะถูกขับเน้นโดยงานภาพมีความสวยงามมากๆ โดย Sven Nykvist ขาประจำของ Ingmar Bergman ได้รางวัล Technical Grand Prize จากเทศกาลหนังเมือง Cannes และคว้า Oscar: Best Cinematography

Legend of the Mountain (1979)

Legend of the Mountain

Legend of the Mountain (1979)  : King Hu ♥♥♥♡

เหมือนว่าปรมาจารย์ผู้กำกับหูจินเฉวียน (King Hu) ต้องการชุบชีวิตใครสักคนให้ฟื้นคืนชีพ แต่ทั้งรู้ว่าทำไม่ได้ ก็เลยต้องปล่อยไปตามวิถีของกรรม, สีว์เฟิง (Hsu Feng) รับบทผีสาวสุดสวย หลอกล่อพระเอกหนุ่ม ชุนชิห์ (Chun Shih) ให้แต่งงานด้วย เพื่อหาทางฟื้นคืนชีพ … ถ้าผมเจอผีสาวสวยขนาดนี้นะ ก็คงยอมโดนให้หลอกแน่ๆ

Bajirao Mastani (2015)

bajirao mastani

Bajirao Mastani (2015) Indian : Sanjay Leela Bhansali ♥♥♥♡

หนังเรื่องนี้ทำให้ Mughal-E-Azam (1960) ชิดซ้ายไปเลย ในเรื่องการออกแบบฉากที่มีความวิจิตรตระการตา ท่าเต้นลีลาอันพริ้วไหวสวยงาม และความบ้าคลั่งในสงครามความรักของแม่ทัพบาจีราวที่ 1 (รับบทโดย Ranveer Singh) กับภรรยาคนที่สองมัสตานี (รับบทโดย Deepika Padukone) ในยุคสมัยของจักรวรรดิมราฐา (Maratha Empire) ที่เคยยิ่งใหญ่ในอินเดียศตวรรษที่ 16-18

Nayakan (1987)

Nayakan

Nayakan (1987) Indian : Mani Ratnam ♥♥♥

หนังเรื่องนี้คือ The Godfather ของอินเดีย… ในส่วนของเนื้อเรื่องนะครับไม่ใช่คุณภาพ, ได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าพ่อมาเฟียตัวจริง Varadarajan Mudaliar ขณะอาศัยอยู่ใน Bombay ช่วงทศวรรษ 60s – 80s, นี่เป็นผลงานที่ทำให้ Mani Ratnam โด่งดังไปทั่วอินเดีย และหนังติดอันดับ All-TIME 100 Movies ของนิตยสาร TIME

Hugo (2011)

Hugo

Hugo (2011) : Martin Scorsese ♥♥♥♥♡

นี่เป็นหนังไม่เหมือนเรื่องไหนของ Martin Scorsese น่าจะใกล้กับจิตใจ สะท้อนชีวิตวัยเด็กของเขามากที่สุด, เรื่องราวของศิลปินผู้สร้าง’ภาพยนตร์’ เล่าผ่านมุมมองของเด็กชายที่ยังไร้เดียงสา อดีตมันคือความทรงจำยิ่งใหญ่หรือจะเพียงแค่ความเพ้อฝันอันขมขื่น, เข้าชิง Oscar 11 สาขา ได้มา 5 รางวัล “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Shane (1953)

Shane

Shane (1953) : George Stevens ♥♥♥♥

คาวบอยหนุ่มชื่อ Shane ได้โอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ ณ ชนบนห่างไกล แต่ไม่วายต้องพบเรื่องวุ่นๆ ให้ต้องกลับมาจับปืนอีกครั้ง, เข้าชิง Oscar 6 สาขา ได้มา 1 รางวัล “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Thief of Bagdad (1940)

The Thief of Bagdad (1940)

The Thief of Bagdad (1940) British : Michael Powell, Ludwig Berger, Tim Whelan ♥♥♥♡

จากนิทานอาหรับราตรี สู่ภาพยนตร์ Technicolor สีสันสวยสดใส “ครั้งแรกของโลกกับการใช้เทคนิค Blue-Screen” ตระการตาไปกับจินนี่ขนาดใหญ่ยักษ์ เหาะได้ (เหมือน Superman) คนขี่ม้าบิน พระแม่กาลี 6 แขนขยับได้ ฯ หนังอาจไม่ได้สนุกสมบูรณ์แบบ แต่ก็สามารถเพลิดเพลินไปกับหลายๆอย่าง รวมถึงบทเพลงสุดอลังการของ Miklós Rózsa (Ben-Hur)

Shall We Dance? (1996)

shall-we-dance

Shall We Dance? (1996) Japanese : Masayuki Suo ♥♥♥♥♡

คว้า 13 รางวัลจาก Japan Academy Prize (เทียบเท่ากับ Oscar ของญี่ปุ่น), ชายวัยกลางคนแต่งงานมีลูกโตเป็นสาวแล้ว แต่รู้สึกชีวิตมันขาดอะไรบางอย่าง วันหนึ่งมองขึ้นไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ท่าทางสวยสง่าแต่มีใบหน้าตาเศร้าๆ ป้ายโฆษณาด้านข้างเขียนว่า ‘รับสอนเต้นลีลาศ’ ลองดูสักหน่อยจะเป็นไรไป นับจากวันนั้นชีวิตเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

Cabaret (1972)

cabaret

Cabaret (1972) hollywood : Bob Fosse ♥♥♥♥

คอรัปชั่น, ความเพ้อฝัน, Sex สามเส้า, นาซี เหล่านี้คือประเด็นที่ทำให้หนังเพลงเรื่องนี้เข้าชิง Oscar 10 สาขา ได้มา 8 รางวัล แต่พลาดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับ The Godfather (1972), นำแสดงโดย Liza Minnelli ในด้านมืดของโลก ยังมีเธอที่เป็นเหมือนแสงสว่าง

Fiddler on the Roof (1971)

Fiddler on the Roof

Fiddler on the Roof (1971) hollywood : Norman Jewison ♥♥♥♥

ก่อนการปฏิวัติรัสเซีย ชาวยิวกลุ่มเล็กๆในเมือง Anatevka, ประเทศ Ukraine อาศัยอยู่ด้วยประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน แต่เมื่อโลกภายนอกพยายามแทรกตัวเข้าไปมีอิทธิพล ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง, เล่าเรื่องในลักษณะหนังเพลง เข้าชิง Oscar 8 สาขา ได้มา 3 รางวัล ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, บันทึกเสียง และเพลงประกอบดัดแปลงของ John Williams, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

My Fair Lady (1964)

my-fair-lady

My Fair Lady (1964) hollywood : George Cukor ♥♥♥♥♡

จากบุษบาริมทาง กลายมาเป็นหญิงสาวชนชั้นสูง, My Fair Lady เข้าชิง Oscar 12 สาขาได้มา 8 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แต่ Andrey Hepburn ที่แม้จะไม่ได้ร้องเพลงเอง กลับไม่ได้รับแม้โอกาสจะเข้าชิง, ดูหนังเรื่องนี้แล้วมีความสุขชะมัด “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”