Varieté (1925)

Varieté

Emil Jannings ทอดทิ้งภรรยาและบุตร เพื่อแสดงกายกรรมผาดโผนร่วมกับคนรักใหม่ Lya de Putti แต่การมาถึงของหนุ่มหล่อมือที่สาม Warwick Ward น่าจะพอคาดเดากันได้ว่าจักบังเกิดอะไรขึ้นต่อไป

Orlacs Hände (1924)

มือของนักเปียโน Orlac (รับบทโดย Conrad Veidt) ประสบอุบัติเหตุใช้งานไม่ได้ แพทย์จีงนำมือนักโทษประหารชีวิตมาปลูกถ่ายให้ ทั้งๆตนเองไม่เคยเข่นฆ่าใครแต่กลับเกิดอาการ ‘Shell Shock’ เพ้อคลั่งแทบเสียสติแตก ยินยอมรับอดีตของมือใหม่นั้นมิได้

Der Golem (1920)

The Golem

ชุมชนชาวยิวช่วงปลายศตวรรษที่ 16th ด้วยความหวาดกลัวการกวาดล้างเชื้อชาติพันธุ์ของจักรวรรดิโรมัน จีงกระทำการชุบชีวิต The Golem มนุษย์ดินปั้นที่มีพละกำลัง ความแข็งแกร่งเหนือมนุษย์ แต่เจ้าสิ่งนี้ไม่เพียงสร้างคุณานุคุณ ยังบังก่อเกิดหายนะร้ายแรง, ภาพยนตร์ที่ถือเป็น ‘Landmark’ แห่งยุคสมัย German Expressionism

Shanghai Express (1932)

Shanghai Express

Shanghai Express (1932) : Josef von Sternberg ♥♥♥♥♡

ขึ้นรถไฟสาย Shanghai Express ผ่านสมรภูมิสงครามกลางเมืองจีน (1927 – 1936) เพื่อพิสูจน์หาคุณค่าความรักของ Marlene Dietrich ยินยอมเสียสละตนเองเพื่อคนที่ตนหลงใหล อาบฉาบหน้าด้วยการจัดแสง Butterfly Lighting งดงามที่สุดแล้วในภาพยนตร์ของ Josef von Sternberg

The Blue Angel (1930)

The Blue Angle

The Blue Angel (1930) : Josef von Sternberg ♥♥♥♡

หนังพูดเรื่องแรกของประเทศเยอรมัน แจ้งเกิด Marlene Dietrich ด้วยการเป็นนักเต้นยั่วโชว์เรียวสุดเซ็กซี่ ทำให้อาจารย์ผู้หัวโบราณคร่ำครึ Emil Jannings หลงใหลในเสน่ห์จนลาออกมาขอแต่งงาน แต่ภายหลังก็ได้พบความน่าอับอายขายหน้าแทรกแผ่นดินหนี เกิดเป็น Tragicomedy ที่ผู้ชมสมัยนี้อาจไม่ค่อยขำสักเท่าไหร่

Diary of a Lost Girl (1929)

Diary of a Lost Girl

Diary of a Lost Girl (1929) : G. W. Pabst ♥♥♥♥

บันทึกชีวิตของ Louise Brooks เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดร้ายทารุณ ถูกข่มขืนจนท้อง พ่อมีเมียใหม่เป็นคนใช้ ส่งตัวเข้าสถานพินิจ (ดัดสันดาน) ทำงานในซ่องโสเภณี เพื่อนสนิทฆ่าตัวตาย ฯ ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการขาดความรักความอบอุ่นจากครอบครัว, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Devious Path (1928)

The Devious Path

The Devious Path (1928) : G. W. Pabst ♥♥♥♡

มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่ Brigitte Helm สามารถเลือกเดินในชีวิตแต่งงาน ระหว่างความมั่นคงหรืออิสระเสรี สุขสบายกายหรือสำราญทางใจ แต่ก็แปลกทำไมถึงไม่ยอมมองหาจุดสมดุลกึ่งกลาง หรือใครบางคนกันแน่ที่มืดบอดมองไม่เห็น

Journey into the Night (1921)

Der Gang in die Nacht

Journey into the Night (1921) : F. W. Murnau ♥♥♥♡

ผลงานชิ้นเก่าแก่สุดที่หลงเหลือรอดมาถึงปัจจุบันของ Friedrich Wilhelm Murnau ถึงชื่อหนังจะหมายถึงการเดินทางในยามรัตติกาล แต่เรื่องราวของ Conrad Veidt รับบทชายตาบอด ได้รับการรักษาจนกลับมามองเห็นแสงสว่าง แล้วหวนกลับไปมืดบอดอีกครั้งเพราะตัณหาราคะของตนเอง

The Nightmare Before Christmas (1993)

The Nightmare Before Christmas

The Nightmare Before Christmas (1993) : Henry Selick ♥♥♥♥

ภาพยนตร์อนิเมชั่น Stop-Motion เรื่องที่น่าจะโด่งดังสุดในโลก มักออกฉายซ้ำทุกๆ Halloween ดัดแปลงจากบทกวีของ Tim Burton แต่เพราะติดสัญญาต้องกำกับ Batman Returns (1992) จึงมอบหมายให้เพื่อนสนิท Henry Selick สานต่องานแทน ด้วยสไตล์ German Expressionism เด็กๆอาจฝันร้าย ส่วนผู้ใหญ่จะอึ้งทึ่งกับความงามทางศิลปะ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Man Who Laughs (1928)

The Man Who Laugh

The Man Who Laughs (1928) : Paul Leni ♥♥♥♥♡

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถแสดงออกได้หลากหลายอารมณ์ ยิ้มร่า หัวเราะ ร้องไห้ ซึมเศร้า ทุกข์โศก ฯ แต่ถ้าคุณถููกทำให้ไม่ว่าอารมณ์ไหนสามารถแสดงออกได้เพียงแค่ยิ้มอย่างเดียว นี่มันไม่ใช่เรื่องน่าหัวร่อแม้แต่น้อย, หนังเงียบ Masterpiece เรื่องสุดท้ายของ German Expressionist ดัดแปลงจากนิยายของ Victor Hugo นำแสดงโดย Conrad Veidt ในภาพลักษณ์ The Laughing Man ได้กลายเป็นต้นกำเนิดรอยยิ้มกว้างของ The Joker ตัวร้ายตลอดกาลของ Batman, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Dracula (1931)

Dracula

Dracula (1931)  : Tod Browning ♥♥♥♡

Bela Lugosi ได้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับท่าน Count Dracula มาดผู้ดีชั้นสูง ใส่สูทพร้อมผ้าคลุมสีดำ หวีผมอย่างเนี๊ยบ ตาจ้องเขม็งสว่างๆ และสำเนียงการพูดชัดถ้อยเล่นคำ กลายเป็น Iconic สัญลักษณ์ติดตราตรึงผู้ชมมาจนถึงปัจจุบัน

Faust (1926)

Faust

Faust (1926) : F. W. Murnau ♥♥♥♥

เฟาสต์ (Faust) คือตำนานเรื่องเล่าโศกนาฏกรรมของเยอรมัน ชายผู้ขายวิญญาณให้กับปีศาจเมฟิสโต (Mephisto) เพื่อแลกกับทุกสิ่งอย่างบนโลก แต่มันคุ้มค่าแล้วหรือ?, ผลงาน Masterpiece เรื่องสุดท้ายที่สร้างในบ้านเกิดของ F. W. Murnau ก่อนอพยพย้ายมาอยู่อเมริกา “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Destiny (1921)

Destiny

Destiny (1921)  : Fritz Lang ♡

ถึงความรักจะยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง แต่จักไม่สามารถเปลี่ยนแปลง’โชคชะตา’ฟ้าดินได้, นี่คือผลงาน Masterpiece เรื่องแรกของปรมาจารย์ผู้กำกับ Fritz Lang ที่พยายามใช้ความรักเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของสาธารณรัฐไวมาร์ (ชื่อเรียกประเทศเยอรมนีขณะนั้น) ไม่ต้องการให้เหตุการณ์แบบสงครามโลกครั้งที่ 1 หวนกลับคืนย้อนมาเกิดขึ้นซ้ำอีก แต่สุดท้ายมันอยู่กับฟ้าดินจะบันดาล เพราะถ้าสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเกิดยังไงก็ต้องเกิด

Cabaret (1972)

cabaret

Cabaret (1972) hollywood : Bob Fosse ♥♥♥♥

คอรัปชั่น, ความเพ้อฝัน, Sex สามเส้า, นาซี เหล่านี้คือประเด็นที่ทำให้หนังเพลงเรื่องนี้เข้าชิง Oscar 10 สาขา ได้มา 8 รางวัล แต่พลาดภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีให้กับ The Godfather (1972), นำแสดงโดย Liza Minnelli ในด้านมืดของโลก ยังมีเธอที่เป็นเหมือนแสงสว่าง

The Night of the Hunter (1955)

The Night of the Hunter

The Night of the Hunter (1955) : Charles Laughton ♥♥♥♥♡

Charles Laughton ทั้งชีวิตกำกับหนังแค่เรื่องเดียว ตอนฉายล้มเหลวทั้งคำวิจารณ์และรายได้ แต่ 40 ปีให้หลัง ได้รับการยกย่องว่าเป็น Masterpiece, The Night of the Hunter คือนิทานก่อนนอนชั้นเลิศ สอนเด็กๆได้สาระ สอนผู้ใหญ่ได้ปัญญา สะท้อนเรื่องราวทางสังคมได้ทุกระดับ, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Scarlet Empress (1934)

The Scarlet Empress

The Scarlet Empress (1934) hollywood : Josef von Sternberg ♥♥♥♡

หนัง Expressionist สุดประหลาดของผู้กำกับ Josef von Sternberg กับเรื่องราวกึ่งชีวประวัติของ จักรพรรดินีแคทเธอรีนที่ 2 แห่งรัสเซีย (Catherine the Great) ตั้งแต่แต่งงานจนขึ้นครองราชย์สมบัติ ปกครองจักรวรรดิรัสเซียทั้งหมดในศตวรรษที่ 18 นำแสดงโดย Marlene Dietrich

Die Büchse der Pandora (1929)

Pandora

Pandora’s Box คือกล่องที่ว่ากันว่าบรรจุความชั่วร้ายทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ไว้ แต่ด้วยความใสซื่อไร้เดียงสาของ Louise Brooks ทำให้มิอาจอดรนทนต่อความยั่วเย้ายวนใจ ด้วยเหตุนี้ใครก็ตามที่อยู่รายล้อมเคียงข้างเธอ ต่างต้องมีอันเป็นไปอย่างคาดไม่ถึง

Metropolis (1927)

Metropolis

โลกอนาคต ค.ศ. 2027 แห่งมหานคร Metropolis คือมุมมองผู้กำกับ Fritz Lang ต่อความเจริญก้าวหน้าของสหรัฐอเมริกา การมาถีงของยุคสมัยอุตสาหกรรรม ก่อเกิดปัญหาขัดแย้งอันเนื่องจากความไม่เทียมเท่ากันในสังคม ประชาชนถูกกดขี่ข่มเหงจากผู้นำเผด็จการ Fascism และ Communism

Bride of Frankenstein (1935)

Bride of Frankenstein

Bride of Frankenstein (1935) United State : James Whale ♥♥♥◊

หลังจากพระเจ้าสร้างอดัมมนุษย์ชายคนแรกแล้ว เห็นว่ายังไม่มีคู่อุปถัมภ์ที่เหมาะสม จึงชักกระดูกซี่โครงอันหนึ่งของเขาออกมาแล้วสร้างให้เป็นหญิง “นี่‍แหละ กระ‌ดูกจากกระ‌ดูกของเรา เนื้อจากเนื้อของเรา จะเรียกคนนี้ว่าหญิง เพราะคนนี้ออกมาจากชาย”

Frankenstein (1931)

Frankenstein

Frankenstein (1931) United State : James Whale ♥♥♥◊

ใน Frankenstein มีฉากหนึ่งที่เด็กหญิงสอนให้ชายแปลกหน้าโยนดอกไม้ลงในทะเลสาบ ดอกไม้นั้นลอยน้ำได้ ด้วยความเข้าใจที่ว่าถ้าโยนเด็กหญิงคนนั้นลงไปเธอก็น่าจะลอยได้เช่นกัน โชคร้ายที่มันไม่เป็นแบบนั้น แม้ไม่ใช่ความตั้งใจที่จะทำร้ายเด็กหญิง แต่ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นทำให้เขาก็ถูกตราหน้าว่าเป็นสัตว์ประหลาด