Pulp Fiction (1994)

Pulp Fiction

Pulp Fiction (1994)  : Quentin Tarantino ♥♥♥♥

หนังรางวัล Palme d’Or เรื่องนี้คือนิตยสารรวมเรื่องสั้นบ้าบอคอแตกไร้สาระ ตีพิมพ์ด้วยกระดาษคุณภาพต่ำราคาถูก ต้นเล่มมักมีพาดหัวและใส่เนื้อเรื่องย่อหน้าแรกที่โคตรน่าสนใจ ก่อนตบท้ายว่า ‘อ่านต่อหน้า 7’ เห้ย! ภาพยนตร์มันทำแบบนั้นได้ที่ไหน

Kagemusha (1980)

Kagemusha

Kagemusha (1980) Japanese : Akira Kurosawa ♥♥♥♥

อีกหนึ่ง Masterpiece ของปรมาจารย์ผู้กำกับ Akira Kurosawa ที่สามารถคว้ารางวัล Palme d’Or, นี่คือหนัง Art สงครามซามูไรระดับมหากาพย์ที่ต้องใช้ความอดทนในการรับชมอย่างสูง ซึ่งแทนด้วยความคิด ความรู้สึก จิตวิญญาณของ Kurosawa ต่อช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่กลายเป็นเพียงเงาสะท้อนตัวเองจากอดีต

The Tree of Life (2011)

The Tree of Life

The Tree of Life (2011) hollywood : Terrence Malick ♥♥♥♥♡

ความสวยงามของหนังรางวัล Palme d’Or เรื่องนี้ คือการพรรณาถึงชีวิต ความคิด และศรัทธาในพระเจ้า นำเสนอด้วยภาพเศษเสี้ยวความทรงจำที่แฝงอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน บางครั้งโหยหาย บางครั้งหวนคิดคำนึงถึง อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต เริ่มต้น-สิ้นสุด ถือได้ว่า The Tree of Life คือการค้นหาทางจิตวิญญาณของผู้กำกับ Terrence Malick

Black Orpheus (1959)

Black Orpheus

Black Orpheus (1959) French : Marcel Camus ♥♥♥♥♡

คัดลอกจากเทพปกรัมณ์กรีก เรื่องราวความรักระหว่าง Orpheus กับ Eurydice เปลี่ยนพื้นหลังเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ชานเมือง Rio de Janeiro, Brazil ในช่วงเทศกาล Carnival, หนังคว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes และกวาดเรียบ Best Foreign Language Film จากทั้ง Oscar, Golden Globe, BAFTA Award

Paris, Texas (1984)

Paris Texas

Paris, Texas (1984) German : Wim Wenders ♥♥♥♥♡

หนังรางวัล Palme d’Or โดยเอกฉันท์, ล่องลอยเรื่อยเปื่อยไปกับการค้นหาเป้าหมายชีวิตที่ก็ไม่รู้มีหรือเปล่า กับชายคนหนึ่งที่ทิ้งลูกทิ้งเมีย ออกเดินตรงดิ่ง ไม่กิน ไม่นอน ไม่เหน็ดเหนื่อย ท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุของ Texas เพื่อค้นหาสถานที่ชื่อ Paris

4 Months, 3 Weeks and 2 Days (2007)

4 Months, 3 Weeks and 2 Days

4 Months, 3 Weeks and 2 Days (2007) : Cristian Mungiu ♥♥♥♥

หนังรางวัล Palme d’Or เรื่องนี้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” ไม่ใช่แค่กับหญิงสาววัยรุ่นที่ทำผิดพลาดพลั้ง แต่โดยเฉพาะชายหนุ่มและมนุษย์ทุกคนบนโลกที่ยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว

Marty (1955)

Marty

Marty (1955) hollywood : Delbert Mann ♥♥♥♥♡

Marty หนุ่มร่างใหญ่ อายุ 34 ปี อาชีพคนขายเนื้อ นิสัยดี อาศัยอยู่กับแม่ สถานะโสด จะทำให้คุณตกหลุมรักหลงใหล เป็นกำลังใจให้เขามีความกล้าจีบหญิงสาวคนหนึ่งติด, หนังรางวัล Palme d’Or ควบ Oscar: Best Picture “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

The Lost Weekend (1945)

The Lost Weekend

The Lost Weekend (1945) hollywood : Billy Wilder ♥♥♥♥♡

ขี้เมาทั้งหลายดูหนังเรื่องนี้ ผมการันตีว่าไม่มีใครเลิกเหล้าได้แน่นอน แต่คนรอบข้างใกล้ตัวจะสามารถเข้าใจ อดทน ให้อภัย รับรู้ว่ามันต้องมีข้ออ้างบางอย่าง เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับเขา ค้นหาสิ่งนั้นให้พบ จับมือเดินไปด้วยกัน โอกาสเลิกสำเร็จถึงมี, หนัง Hollywood เรื่องแรกที่สามารถคว้า Grand Prix (Palme d’Or) ควบ Oscar: Best Picture “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

Miracle in Milan (1951)

Miracle in Milan

Miracle in Milan (1951) Italian : Vittorio De Sica ♥♥♥

ใครบอกในโลกของ Neorealist จะไม่สามารถมีเรื่องราวปาฏิหาริย์ เพ้อฝันเกิดขึ้นได้, สร้างโดย Vittorio De Sica ผู้กำกับ Bicycle Thieves (1949) ทำให้คนจนชนชั้นล่างในเมืองมิลาน สามารถล่องลอยโบยบินเป็นอิสระ เอื้อมไขว่คว้ารางวัล Grand Prix (Palme d’Or) ได้สำเร็จ

María Candelaria (1944)

María Candelaria

María Candelaria (1944) Mexican : Emilio Fernández ♥♥♥♥

หนังรางวัล Grand Prix (Palme d’Or) และ Best Cinematography จากเทศกาลหนังเมือง Cannes, เรื่องราวดั่งภาพวาดชีวิตของ María Candelaria หญิงสาวจนๆอาศัยอยู่ที่ Xochimilco ประเทศเม็กซิโก ก็ไม่รู้กรรมเวรอะไร แทบทุกคนในเมืองแห่งนี้รังเกียจต่อต้านไม่ยอมรับ จะมีไหมใครสักคนรู้จักรักเธอด้วยความบริสุทธิ์จริงใจ

The Turning Point (1945)

The Turning Point

The Turning Point (1945) USSR : Fridrikh Ermler ♥♥♥

(mini Review) หนังรางวัล Grand Prix (Palme d’Or) ของสหภาพโซเวียตเรื่องนี้ ส่วนใหญ่เป็นบทสนทนาพูดคุยวางแผนของนายทหารระดับสูง ในการตัดสินใจปกป้องรักษาเมืองหนึ่งที่หลงเหลือเพียงแค่เศษซาก ได้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โซเวียตไม่พ่ายแพ้เยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2

Union Pacific (1939)

Union Pacific

Union Pacific (1939) hollywood : Cecil B. DeMille ♥♥♥

หนังรางวัล Palme d’Or เรื่องแรก (แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว) ในยุคสมัยที่ภาพยนตร์ Cowboy Western ยังไม่ได้รับความนิยม เป็นเพียงหนังเกรดบีใน Hollywood มีอยู่ 2 เรื่อง Stagecoach (1939) และ Union Pacific ที่ได้จุดกระแสความนิยมให้หนังแนวนี้ครองอเมริกาในทศวรรษถัดมา

Amour (2012)

Amour

Amour (2012) : Michael Haneke ♥♥♥♥

ในอพาร์ทเม้นท์แห่งนึ่ง ชายชราอาศัยอยู่กับหญิงชรามาหลายทศวรรษ ห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยหนังสือ รูปภาพ (เรื่องราวความทรงจำเก่าๆ) แต่แล้ววันหนึ่งทุกอย่างก็หยุดนิ่ง เวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง, หนังรางวัล Palme d’Or และ Oscar: Best Foreign Language Film ที่ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

All That Jazz (1979)

All That Jazz

All That Jazz (1979) hollywood : Bob Fosse ♥♥♥♥

ความจริง-ความฝัน ปัจจุบัน-อดีต-อนาคต คือสิ่งที่กระจัดกระจายอย่างไร้แบบแผน ในหนังเพลงรางวัล Palme d’Or ของผู้กำกับ Bob Fosse แบบเดียวกับ 8½ (1963) ของ Federico Fellini, เรื่องราวกึ่งอัตชีวประวัติของผู้กำกับที่พยายามสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ให้ประสบความสำเร็จ ต่างกันที่ 8½ นำเสนอวิกฤตทางความคิดสร้างสรรค์ (สมอง) ส่วน All That Jazz ทำการผ่าตัดเปิดอก (หัวใจ)

The Umbrellas of Cherbourg (1964)

The Umbrellas of Cherbourg

The Umbrellas of Cherbourg (1964) French : Jacques Demy ♥♥♥♥♡

ร้านขายร่มแห่งหนึ่งในเมือง Cherbourg หญิงสาวได้พบเจอกับความรัก แล้วแยกจาก จำต้องตัดสินใจบางอย่างเพื่อมีชีวิตต่อไป, หนังรางวัล Palme d’Or ของ Jacques Demy หนึ่งในผู้กำกับยุค French New Wave มีเรื่องราวแสนเรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุด ดำเนินเรื่องด้วยการร้องเพลงสุดประหลาด อันจะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม

Taxi Driver (1976)

Taxi Driver

Taxi Driver (1976) : Martin Scorsese ♥♥♥♥

สงครามเวียดนามคือความอัปยศของชาติอเมริกัน Taxi Driver คือตัวอย่างของคนที่ ร่างกายกลับมา แต่จิตวิญญาณหาไม่ ล่องลอยไปรอบๆป่าคอนกรีต พบเห็นตัวตนแท้จริงของประเทศนี้, อีกหนึ่งผลงาน Masterpiece ของ Martin Scorsese นำแสดงโดย Robert De Niro กับเด็กสาว Jodie Foster วัย 12 ขวบ และผลงานประพันธ์เพลงเรื่องสุดท้ายของ Bernard Herrmann

Man of Iron (1981)

Man of Iron

Man of Iron (1981) Polish : Andrzej Wajda ♥♥♥♡

หนังรางวัล Palme d’Or และเข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Film ปิดท้ายทวิภาค ‘Solidarity Movement’ ของผู้กำกับ Andrzej Wajda ด้วยวิธีการนำเสนอที่เรียกได้ว่า ‘เป็น Citizen Kane ของชนชั้นแรงงาน’ เล่าต่อกับเรื่องราวของลูกชาย (ที่พ่อเป็นพระเอกใน Man of Marble) ได้ปลุกระดมพล และนัดหยุดงานที่ท่าเรือ (Gdańsk Shipyard Strike) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับข้อเสนอของกลุ่มกรรมกรแรงงาน และนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเป็นผู้ชนะ

A Man and a Woman (1966)

Un homme et une femme

A Man and a Woman (1966) French : Claude Lelouch ♥♥♥♥

จะมีหนังสักกี่เรื่องที่ได้ทั้ง Palme d’Or และ Oscar: Best Foreign Language Film โดยผู้กำกับสุดติสต์ชาวฝรั่งเศส Claude Lelouch ถ่ายทำด้วยฟีล์ม 3 แบบ ขาว-ดำ, ซีเปีย, ภาพสี ตามอารมณ์ฉัน (และตามทุนสร้างที่มี) เรื่องราวของพ่อหม้ายลูกชายติด กับแม่หม้ายลูกสาวติด ที่บังเอิญมาพบกันเพราะลูกของทั้งสองอยู่โรงเรียนเดียวกัน นำแสดงโดย Anouk Aimée (La Dolce Vita, 8 1/2), Jean-Louis Trintignant (The Man Who Lies, Z, Amour) และเพลงประกอบเพราะๆของ Francis Lai

Blow-Up (1966)

blow-up

Blow-Up (1966) British : Michelangelo Antonioni ♥♥♥♥♡

หนังรางวัล Palme d’Or ของผู้กำกับชาวอิตาเลี่ยน Michelangelo Antonioni ครั้งแรกกับหนังพูดภาษาอังกฤษ เรื่องราวเกี่ยวกับช่างภาพแฟชั่นในยุค Swinging London นำแสดงโดย David Hemmings ที่เชื่อว่าตนได้บันทึกภาพเหตุการณ์ฆาตกรรมบนฟีล์มถ่ายรูป

Viridiana (1961)

Viridiana

Viridiana (1961) Spainish : Luis Buñuel ♥♥♥

หนังสัญชาติสเปนรางวัล Palme d’Or ของผู้กำกับ Luis Buñuel, Viridiana กำลังจะบวชเป็นแม่ชี ได้ถูกขอให้ไปเยี่ยมลุง (พ่อเลี้ยง) ผู้มีบุญคุณต่อเธอครั้งสุดท้ายก่อนละทางโลก แต่กิเลสของลุงเข้าครอบงำ อยู่ดีๆก็ขอ Viridiana แต่งงาน เธอไม่ยอม จึงวางยานอนหลับ แล้ว…, โอ้หนังของ Buñuel ทำไมมันเxย ได้ขนาดนี้