The Confession

The Confession (1970) French : Costa-Gavras ♥♥♥♡

สมาชิกระดับสูงผู้จงรักภักดีของพรรคคอมมิวนิสต์ (รับบทโดย Yves Montand) วันหนึ่งถูกจับกุม คุมขัง โดนทัณฑ์ทรมาน บีบบังคับให้สารภาพความจริง แต่เขาไม่เคยกระทำอะไรผิด กลับต้องก้มหน้าก้มตา เดินวนไปวนมา ยินยอมรับโชคชะตา ทุกข์ทรมานทั้งร่างกาย-จิตใจ

Confession is the highest form of self-criticism.

คล้ายกับศาสนาคริสต์ที่มีการสารภาพบาป แต่วิธีของพรรคคอมมิวนิสต์ กลับใช้การบีบบังคับ จับทรมาน ประจานต่อหน้าสาธารณะ ให้รู้สึกอับอาย มีชีวิตไม่ต่างจากตกตาย เจ็บปวดรวดร้าวทั้งร่างกาย-จิตใจ ตกอยู่ในความหมดสิ้นหวังอาลัย

รับชมจนจบผมก็ยังไม่เข้าใจว่า พระเอกถูกจับกุม คุมขัง ทัณฑ์ทรมาน เพราะอะไร? ทำไปทำไม? มันช่างไร้เหตุผล ไร้หลักฐาน เพียงต้องการอวดอ้างอำนาจ สร้างเหตุการณ์สำหรับเป็นต้นแบบอย่าง คำสั่งพรรคคอมมิวนิสต์ทุกคนต้องปฏิบัติตาม ไม่สนถูกผิด-ดีชั่ว หลักมนุษยธรรม เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยวคอรัปชั่น!

หลายคนอาจมองว่า The Confession (1970) เป็นภาพยนตร์ต่อต้านคอมมิวนิสต์ (Anti-Communist) นำเสนอด้านมืดองค์กร การใช้อำนาจในทางมิชอบ ไร้เหตุผล ไร้มนุษยธรรม แต่เป้าหมายของผกก. Costa-Gavras เหมารวมถึงระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Totalitarianism) และโดยเฉพาะลัทธิ Stalinism

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ The Confession (1970) อาจเพราะความคาดหวังจาก Z (1969) ครุ่นคิดว่าจะได้รับชมหนัง Political Thriller ที่มีความน่าตื่นเต้น รุกเร้าใจ แต่กลับเป็น ‘Torture Porn’ เต็มไปด้วยความอัดอั้น ทุกข์ทรมานทรวงใน … ผมอยากเรียกว่า ‘Political Turture’ เสียมากกว่านะ


Costa-Gavras ชื่อเต็ม Konstantinos Gavras หรือ Κωνσταντίνος “Κώστας” Γαβράς (เกิดปี ค.ศ. 1933) ผู้กำกับภาพยนตร์สัญชาติกรีก เกิดที่ Loutra Iraias, Arcadia ประเทศกรีซ, บิดาเข้าร่วมกลุ่ม Greek Resistance ต่อต้าน Nazi ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ภายหลังสงครามรัฐบาลกลับตีตราว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์ ทำให้ถูกควบคุมขังในช่วง Greek Civil War (1946-49) ครอบครัวจึงจำต้องอพยพหลบลี้ภัยไปอยู่สหรัฐอเมริกา โตขึ้นถึงสามารถกลับมาศึกษาต่อวรรณกรรม Université de Paris ตามด้วยภาพยนตร์ L’Institut des hautes études cinématographiques (IDHEC), แล้วทำงานเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ Jean Giono, René Clair, Henri Verneuil, Jacques Demy, René Clément, Jean Becker, จนมีโอกาสกำกับหนังเรื่องแรก The Sleeping Car Murder (1965) คดีฆาตกรรมบนรถไฟสไตล์ Hitchcock แต่ผสมผสานประเด็นการเมือง

สไตล์ของ Costa-Gavras เป็นส่วนผสม/วิวัฒนาการของ ‘political cinema’ ในช่วงทศวรรษ 60s-70s รับอิทธิพลจาก Francesco Rosi (Salvatore Giuliano, Hands over the City, The Moment of Truth), Gillo Pontecorvo (The Battle of Algiers) และ Elio Petri (The Tenth Victim, We Still Kill the Old Way, Investigation of a Citizen Above Suspicion)

Thriller is a way to tell a story about society. Political thrillers are movies about people in a particular situation. We call them thrillers because they are thrilling. It’s a spectacle in a different way. It gives us another possibility. Everything is political.

Costa-Gavras

สำหรับ L’aveu แปลว่า The Confession ดัดแปลงจากหนังสือ Memoir วางจำหน่ายเมื่อมี ค.ศ. 1968 ของ Artur London (1915-86) นักการเมืองเชื้อสาย Jewish สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง Czechoslovakia โดยนำจากประสบการณ์จริง เมื่อครั้นถูกจับกุม โดนทัณฑ์ทรมาน ขึ้นศาลไต่สวน Slánský Trial เมื่อปี ค.ศ. 1952 ข้อหาก่อการกบฎ ก่อนได้รับการปล่อยตัว ค.ศ. 1955 (แล้วเข้ารับการบำบัดรักษาทางจิตใจระหว่าง ค.ศ. 1956-63)

ขออธิบายถึง Slánský trial (1952) สักหน่อยก็แล้วกัน ชื่อเต็มๆแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า “Trial of the Leadership of the Anti-State Conspiracy Centre Headed by Rudolf Slánský” การพิจารณาคดี 14 สมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง Czechoslovakia (Komunistická strana Československa, KSČ)) ที่ต่างมีเชื้อสาย Jewish นำโดย Rudolf Slánský ขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการ KSČ ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นไส้ศึก คิดคดทรยศองค์กร โดนจับกุม ทัณฑ์ทรมาน ขึ้นศาลไต่สวน ส่วนใหญ่ตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ก็ยังมีสามคนจำคุกตลอดชีวิต (แต่ไม่นานก็ถูกปล่อยตัวออกมา)

ในความเป็นจริงนั้น Slánský trial คือการจัดฉาก ‘show trial’ ที่ไร้ซึ่งหลักฐาน ประจักษ์พยาน แค่ทั้ง 14 ถูกจับมาล้างสมอง ทัณฑ์ทรมาน ไม่ได้กินได้นอน จึงจำต้องยินยอมรับสารภาพผิดไม่ได้ก่อ เพียงเพื่ออวดอ้างอำนาจบารมีพรรคคอมมิวนิสต์ สำหรับเป็นต้นแบบอย่าง สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน (และสมาชิกระดับสูงของพรรค) ไม่ให้ลุกฮือขึ้นมาต่อต้าน แสดงอารยะขัดขืน … การพิจารณ์คดีลักษณะดังกล่าว ไม่ได้มีแค่ใน Czechoslovakia แต่ทุกประเทศในสังกัด ‘Communist Bloc’ ภายหลังความขัดแย้งระหว่าง Joseph Stalin และ Josip Broz Tito ก่อให้เกิด Anti-Cosmopolitan Campaign (1948) สำหรับกำจัดชนชาวยิวจากการเป็นสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์!

หนังสือ L’aveu (1968) ของ Artur London สร้างความตกตะลึงให้ผู้อ่านยุคสมัยนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์พิจารณาคดีความจะเป็นเพียงการจัดฉาก ‘show trial’ แม้กาลเวลาพานผ่านกว่าทศวรรษ แต่ช่วงทศวรรษ 60s-70s สงครามเย็นยังคงคุกรุ่น ตีแผ่ความจริงอันน่าหวาดสะพรึง หนังสือเล่มนี้จึงถูกตีตรา ‘Anti-Communist’

บทภาพยนตร์โดย Jorge Semprún (1923-2011) นักเขียน/นักการเมือง สัญชาติ Spanish อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์สเปน อาศัยอยู่ฝรั่งเศสช่วงการปกครองของจอมพลเผด็จการ Francisco Franco เคยร่วมงานผกก. Costa-Gavras ดัดแปลงบท Z (1969) และ The Confession (1970)

ในส่วนของบทดัดแปลงนั้น ผกก. Costa-Gavras ใส่รายละเอียดระหว่างการถูกทัณฑ์ทรมานเยอะมากๆ (จนผมยังรู้สึกว่ามากเกินไป) นั่นอาจเพราะต้องการนำเสนอสิ่งเคยบังเกิดขึ้นกับบิดาตนเอง เคยโดนรัฐบาลกรีกจับกุมตัว ควบคุมขัง ทัณฑ์ทรมานไม่แตกต่างกัน … ถือเป็นกึ่งๆอัตชีวประวัติของบิดา ภาคต่อของ Z (1969)


เรื่องราวของ Artur Ludvik หรือ Gerard (รับบทโดย Yves Montand) สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ Czechoslovakia ผู้มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี กระทำหน้าที่อย่างสุจริต ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ (Foreign Affairs) แต่แล้ววันหนึ่งสังเกตพบว่าตนเองกำลังถูกองค์กรลึกลับติดตามตัว นัดพบผองเพื่อนชาวยิวที่เป็นสมาชิกระดับสูง ทุกคนล้วนตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายคลึงกัน

แล้วจู่ๆวันหนึ่ง Gerard ถูกลักพาตัว ควบคุมขัง ทัณฑ์ทรมาน ไม่ให้กินให้นอน สอบเค้นหาความจริง บีบบังคับให้ยินยอมรับสารภาพผิด แต่ก็ไม่รับรู้ข้อกล่าวหาอะไร จนกระทั่งหลายวันเดือนพานผ่าน จำยินยอมสารภาพในสิ่งไม่เคยก่อ ขึ้นศาลไต่สวน พิจารณาคดีความต่อหน้าสาธารณะ สมาชิกส่วนใหญ่รับตัดสินโทษประหา เหลือเพียงสามคนถูกคุมขังตลอดชีวิต


Yves Montand หรือ Ivo Livi (1921-91) นักร้อง นักแสดง สัญชาติ Italian-French เกิดที่ Monsummano Terme, Italy ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1923 ถูกขับไล่จากรัฐบาล Italian Fascist ครอบครัวจึงอพยพมาปักหลักอยู่ Marseilles, เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องในผันบาร์ ก่อนได้รับการค้นพบโดย Édith Piaf เมื่อปี ค.ศ. 1944 ชักชวนให้มาเป็นส่วนหนึ่งในการแสดง พอเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง ก็เข้าสู่วงการภาพยนตร์ อาทิ The Wages of Fear (1953), Let’s Make Love (1960), Is Paris Burning? (1966), Grand Prix (1966), Z (1969) Le Cercle Rouge (1970), Le sauvage (1975), Jean de Florette (1986) ฯ

รับบท Artur Ludvik หรือ Gerard สมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ Czechoslovakia ผู้มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ไม่เคยคิดการทุจริต แต่กลับถูกจับกุมตัว ควบคุมขัง ใส่ร้ายป้ายสี บีบบังคับให้สารภาพโน่นนี่ ในสิ่งที่ตนเองไม่เคยกระทำ จำยินยอมรับผิดตามคำสั่ง ด้วยความเชื่อมั่นในอุดมการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ ก้มหัวศิโรราบต่อโชคชะตากรรม โชคดีละเว้นโทษประหารชีวิต ภายหลังเขียนหนังสือตีแผ่ความจริงให้โลกประจักษ์

เกร็ด: ภรรยาของตัวละคร Artur Ludvik ชื่อว่า Lise Ludvik รับบทโดย Simone Signoret ซึ่งก็เป็นภรรยาในชีวิตจริงของ Yves Montand ด้วยเช่นเดียวกัน

ต้องถือว่า Montand คือขาประจำผกก. Costa-Gavras ร่วมงานกันมาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรก The Sleeping Car Murders (1965) เมื่ออ่านหนังสือ L’aveu (1968) ก็สร้างความตื่นตะหนก ตกตะลึง เพราะตัวเขาเคยให้การสนับสนุน (ไม่แน่ใจว่าเคยเป็นสมาชิกด้วยหรือเปล่านะ) รับรู้จักเพื่อนหลายคนที่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส

ระหว่างการถ่ายทำ Montand น้ำหนักตัวลดลงถึง 15 กิโลกรัม รูปลักษณ์ดูซูบผอม ใบหน้าซีดเซียวลงอย่างชัดเจน (ยุคสมัยนั้นหาได้ยากที่นักแสดงจะทุ่มเทเพื่อบทบาทขนาดนี้) เป็นความตั้งใจที่ต้องการสะท้อนความรู้สึกจากภายใน เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสถึงความท้อแท้สิ้นหวัง ตัวละครทำผิดอะไรถึงต้องมารับกรรม

There was in what I inflicted upon myself [for this role] something of an act of expiation.

Yves Montand

เพราะความทุ่มเทกาย-ใจ กลั่นเอาความรู้สึกออกมาจากภายใน (แทบจะเป็น ‘method acting’ ก็ว่าได้) ถือเป็นอีกบทบาทไฮไลท์ในอาชีพการงานของ Montand ช่วงแรกๆเต็มไปด้วยวิตกกังวล ลุกรี้ลุกรน พอถูกจับกุมคุมขัง สีหน้าหวาดระแวง สั่นสะพรึงกลัว นานวันถูกทัณฑ์ทรมาน สายตาเลื่อนลอย ก้าวย่างอย่างไร้จิตวิญญาณ ไม่ต่างจากตกตายทั้งเป็น หุ่นเชิดชักพรรคคอมมิวนิส์ หลายปีให้หลังถึงค่อยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง!


ถ่ายภาพโดย Raoul Coutard (1924-2016) ตากล้องระดับตำนาน สัญชาติฝรั่งเศส ขาประจำของบรรดาผู้กำกับ French New Wave, สมัยเด็กตั้งใจร่ำเรียนเคมี แต่ไม่มีทุนการศึกษาเลยหันมาเป็นช่างภาพ เข้าร่วมสงคราม French Indichina War (1946-54) ในฐานะ ‘war photographer’ อาศัยอยู่เวียดนามถึง 11 ปี กลับมาฝรั่งเศสกลายเป็นฟรีแลนซ์ให้นิตยสาร Paris Match และ Look กระทั่งได้รับการติดต่อจากผู้กำกับ Pierre Schoendoerffer ทั้งๆไม่เคยมีประสบการถ่ายทำภาพยนตร์ แต่กลับได้เสียงชื่นชม The Devil’s Pass (1958), ติดตามมาด้วยผลงานแจ้งเกิดโด่งดัง Breathless (1960), Shoot the Piano Player (1960), Vivre sa Vie (1962), Jules et Jim (1962), Le Mépris (1963), Bande à part (1964), Pierrot le Fou (1965), Z (1969), The Confession (1970) ฯลฯ

งานภาพของหนังแทบจะตรงกันข้ามกับ Z (1969) มีฉากภายนอกน้อยมากๆ ส่วนใหญ่เกินกว่าครึ่งถ่ายทำในเรือนจำ ห้องสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีการสลับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ (เพื่อสะท้อนสภาพจิตวิทยาตัวละครขณะนั้นๆ) แต่ก็ยังสามารถขยับเคลื่อนไหวอย่างโฉบเฉี่ยว ฉวัดเวียน ซูมมิ่ง-แพนนิ่ง-แทร็กกิ้ง แทบไม่พบเห็นหยุดอยู่นิ่ง (นอกจาก Freeze Frame)

ตามสไตล์หนังการเมือง ที่แทบจะไม่พบเห็นแสงสว่างจากธรรมชาติ หรือสีสันที่ดูสวยสดใส ส่วนใหญ่ใช้โทนสีน้ำเงิน มอบสัมผัสอึมครึม ตึงเครียด รู้สึกหนาวเหน็บ เต็มไปด้วยความอึดอัดอั้น และสิ่งเลวร้ายสุดคือหลอดไฟสว่างจร้า สาดส่องใบหน้านักโทษ (เข้าหากล้อง) นั่นทำให้ผู้ชม/ตัวละคร จิตใจสั่นคลอน ตกอยู่ในความมืดหมองหม่น

ตากล้อง Coutard บ่นอุบถึงความยุ่งยากในการจัดแสง เพราะพื้นที่คับแคบ เปียกชื้นแฉะ แถมยังต้องไม่ให้มีเงามืดปรากฎบนใบหน้า ถือว่าท้าทายไม่น้อยกว่า ‘bedroom scene’ ที่ได้รับความนิยมยุค French New Wave

ดั้งเดิมนั้นหนังวางแผนถ่ายทำยัง Prague, Czechoslovakia โดยได้รับการสนับสนุนจาก Alois Poledňák อดีตผู้บริหารสตูดิโอ Czechoslovak State Film ขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา แต่ก่อนเริ่มถ่ายทำเพียงเดือนเดียว Poledňák ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่ง เลยจำต้องเปลี่ยนสถานที่มายังเมือง Lille ตอนเหนือฝรั่งเศส, ส่วนภายในห้องพิพากษา ก่อสร้างฉากขึ้นยัง Boulogne-Billancourt Studio ณ กรุง Pars


รูปซ้ายมือหลายคนน่าจะรู้จักกันดี Joseph Stalin, ส่วนขวามือ Klement Gottwald (1896-1953) หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ (Komunistická strana Československa, KSČ) ขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี (President of Czechoslovakia) ระหว่างปี ค.ศ. 1948-53

หลังจากถูกจับกุมตัว Gerard ถูกผู้คุมบังคับให้ก้าวเดินไปเรื่อยๆในห้องขัง ชวนให้ผมนึกถึงภาพวาดศิลปะ Prisoners Exercising (1890) ผลงานของ Vincent van Gogh ทั้งๆควรเป็นการออกกำลังกาย (ตามชื่อภาพ) แต่นี่คือวิธีการทรมานนักโทษ ไม่ให้หยุดพักผ่อน ไม่ให้หลับให้นอน เพื่อให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ไร้เรี่ยวแรงพละกำลัง สติสตางค์ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มิอาจต่อต้านขัดขืน ความทรงจำเลอะลืมเลือน จนมิอาจควบคุมตนเอง จากนั้นถึงเริ่มทำการล้างสมอง (Brainwashing) ปลูกฝังแนวความคิดใหม่ๆ ให้ทำอะไรก็ยินยอมตาม สูญเสียอัตลักษณ์ตัวตน และหมดสิ้นความเป็นมนุษย์

ห้องคุมขังของ Gerard (เหมารวมถึงห้องสืบสวนสอบสวน, หรือแม้แต่บ้านพัก/อพาร์ทเม้นท์ของภรรยา) สังเกตว่าจะมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ช่วงแรกๆสภาพโกโรโกโส ชำรุดทรุดโทรม น้ำรั่วไหลซึมจากภายนอก เพียงผ้านวมผืนเดียว แถมต้องก้าวออกเดินตามคำสั่งผู้คุม แต่หลังจากเริ่มยินยอมรับโชคชะตากรรม ถูกล้างสมอง ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่ง แม้ห้องขังคับแคบลง แต่เพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวก ได้รับอนุญาตพักผ่อนคลาย หลับสบาย สูบบุหรี่ควันฉุย เหลือเวลาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์บังเกิดขึ้น

ตรงกันข้ามกับบ้านพัก ตอนแรกพวกเขาอยู่บ้านหรูหรา แต่หลังจากสามีสูญเสียอำนาจหน้าที่ ถูกตีตราคนทรยศขายชาติ ภรรยาและบุตรถูกส่งไปอยู่อพาร์ทเล็กๆ สภาพโกโรโกโส (จากเคยมีคนขับรถรับส่ง จัดรายการวิทยุสบายๆ ช่วงท้ายต้องโบกรถโดยสารไปทำงานโรงงาน เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด)

โดยปกติแล้ว สรรพชีวิตล้วนได้รับแสงจากพระอาทิตย์ส่องนำทาง แต่สำหรับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ Gerard ถูกล้างสมองด้วยการยึดถือมั่นในหลอดไฟกลม อุดมการณ์ของพรรค ส่องนำทางท่ามกลางความมืดมิด และเมื่อออกไปภายนออกต้องสวมแว่นตาดำ ตกอยู่ในความมืดบอด มองไม่เห็นอนาคต ตัวตนเอง อะไรทั้งนั้น

สำหรับคนที่อาจไม่ทันสังเกต ตั้งแต่ครึ่งหลังจะเริ่มมีการแทรก ‘Flashforward’ เหตุการณ์(เกิดขึ้นจริง)ในอนาคต หลังจาก Gerard ได้รับการปล่อยตัว เมื่อปี ค.ศ. 1965 ถูกผองเพื่อนโน้มน้าว แล้วบรรจบเข้ากับปัจฉิมบท ค.ศ. 1965 ตีพิมพ์หนังสือ L’aveu (1968)

ตากล้อง Raoul Coutard รับเชิญในบทตากล้อง บันทึกภาพเหตุการณ์ Slánský trial

หนึ่งใน Flashfoward ที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต ไม่เข้าใจว่าชายสองคนนี้กำลังทำอะไร? เสียงบรรยายก่อนหน้านั้นกล่าวไว้ว่า ผู้ต้องหาที่ถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ขี้เถ้าของพวกเขาจะถูกโปรยสำหรับทำท้องถนน … เมื่อตระหนักได้เช่นนี้ ก็เกิดความขนลุกขนพองขึ้นมาทันที!

ระหว่างวันที่ 5 มกราคม – 21 สิงหาคม ค.ศ. 1968 ในประเทศ Czechoslovakia เกิดเหตุการณ์ชื่อว่า Pražské jaro (Prague Spring) ช่วงเวลาการเปิดเสรีทางการเมืองของ Czechoslovak Socialist Republic นำโดยนักปฏิรูป Alexander Dubček ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการเอกแห่งพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง Czechoslovak ทำให้ประชาชนกล้าออกมารณรงค์ เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ ประชาธิปไตย เผาไหม้ธงชาติสหภาพโซเวียต เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ไม่ทันไรวันที่ 21 สิงหาคม กองทัพรัสเซียพร้อมกับกองกำลังจากสนธิสัญญาวอร์ซอว์ (Warsaw Pact) ยกพลนับแสนบุกรุกราน เข้ามายึดครอง Czechoslovakia ทำให้ความฝันฤดูร้อนของชาว Czech พลันจบสิ้นลง

ปัจฉิมบทของหนัง ทำการร้อยเรียงภาพนิ่งสลับกับภาพเคลื่อนไหว (มีทั้งจากที่ถ่ายทำ และนำจาก Archive Footage) ปฏิกิริยาสีหน้าของ Yves Montand ก็ไม่รู้ดีใจหรือสิ้นหวัง แต่ถ้ามองในมุมสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ คงรู้สึกรับไม่ได้ ไม่พึงพอใจอย่างรุนแรง กระมังนะ!

ตัดต่อโดย Françoise Bonnot (1939-2018) สัญชาติฝรั่งเศส บุตรสาวของนักตัดต่อ Monique Bonnot ขาประจำผู้กำกับ Jean-Pierre Melville, เริ่มต้นจากเป็นผู้ช่วยมารดาตัดต่อภาพยนตร์ Two Men in Manhattan (1959), ฉายเดี่ยวกับ Army of Shadows (1969), จากนั้นกลายเป็นขาประจำผู้กำกับ Costa-Gavras ตั้งแต่ Z (1969), The Confession (1970), State of Siege (1972), Special Section (1975), Missing (1982), ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ The Tenant (1976), 1492: Conquest of Paradise (1992), Frida (2002), Across the Universe (2007) ฯ

หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองตัวละคร Artur Ludvik หรือ Gerard (รับบทโดย Yves Montand) เริ่มต้นปี ค.ศ. 1951 ในวันที่สังเกตเห็นบุคคลลึกลับแอบติดตามตนเอง จากที่ทำงาน ขับรถกลับบ้าน นัดพบปะเพื่อนฝูง แล้วจู่ๆวันหนึ่งถูกจับกุม คุมขัง ทัณฑ์ทรมาน สารภาพผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ แล้วขึ้นให้การ Slánský trial

  • ความหวาดระแวงของ Gerard
    • วันหนึ่งระหว่างกำลังจะกลับบ้าน สังเกตเห็นบุคคลลึกลับแอบติดตามตัว
    • นัดพบปะเพื่อนฝูง พูดคุยถึงปัญหา ปรากฎว่าทุกคนต่างถูกติดตามตัวเช่นกัน
    • จนกระทั่งวันหนึ่งถูกล้อมรถ ลักพาตัว เข้ามาในห้องคุมขัง
  • ความหวาดกลัวของ Gerard
    • Gerard ถูกบังคับให้เปลี่ยนเสื้อผ้า สวมกุญแจมือ เมื่อเข้าห้องขังก็ต้องเดินวนไปวนมา ห้ามนั่ง-นอน จะถูกทำร้ายร่างกาย
    • ภรรยาพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากรัฐมนตรี แต่ก็ไม่มีอะไรบังเกิดขึ้น
    • ช่วงเดือนแรกของการสืบสวนสอบสวน Gerard ไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกระทำผิดอะไร ถูกบีบบังคับให้สารภาพความผิดที่ไม่เคยก่อ ไม่ได้กินไม่ได้นอน ห้องขังเปียกชื้นแฉะ
  • Gerard ถูกล้างสมอง
    • หลังจากถูกเกลี้ยกล่อม บรรดาผองเพื่อนทั้งหลายต่างรับสารภาพ ทั้งๆก็ไม่รู้ว่าตนเองทำความผิดอะไรก็จำต้องยินยอมรับไป จากนั้นถึงเริ่มได้ทานอาหาร นอนห้องพักปกติ
    • ภรรยาของ Gerard ถูกบีบบังคับให้ต้องขนข้าวของออกจากบ้าน ทำงานเป็นพนักงานโรงงาน
    • (Flashforward) Gerard พูดคุยกับผองเพื่อนผู้รอดชีวิต ได้รับการโน้มน้าวให้เขียนหนังสือเล่าประสบการณ์บังเกิดขึ้น
    • หลังจาก Gerard ยินยอมรับชะตากรรม จึงเริ่มได้รับการฟื้นฟู สูบบุหรี่ ทานวิตามิน ท่องบทพูดสำหรับการพิจารณาคดี
  • การพิจารณาคดีความ Slánský trial
    • เริ่มต้นการพิจารณาคดีความ Slánský trial
    • หลังจาก Gerard ยินยอมรับสารภาพผิด ภรรยาจึงเขียนจดหมายประณาม ถูกนำอ่านออกอากาศทางวิทยุ
    • การตัดสินคดีความ เกือบทั้งหมดถูกลงโทษประหารชีวิต แล้วนำขี้เถ้าโปรยลงพื้นถนน ยกเว้นเพียงสามคนรวมถึง Gerard เพียงจำคุกตลอดชีวิต
  • ปัจฉิมบท ค.ศ. 1968
    • Gerard ได้พบเจอเจ้าหน้าที่ที่เคยทัณฑ์ทรมานตนเอง ปัจจุบันมีสภาพตกอับ รับสารภาพว่าทำไปเพราะคำสั่งเบื้องบน
    • Gerard ตัดสินใจตีพิมพ์หนังสือ L’aveu (1968)
    • แต่ระหว่างขึ้นเครื่องบินกลับมายัง Czechoslovakia พอดิบพอดีเกิดเหตุการณ์ Prague Spring

ช่วงระหว่างการถูกสืบสวนสอบสวน จะพบเห็น Flashback (บางครั้งก็เป็น Archive Footage) ปรากฎแวบๆขึ้นมาบ่อยครั้ง สำหรับเติมเต็มคำพูดอธิบายเหล่านั้น แต่สิ่งน่าสนใจยิ่งกว่าคือ Flashforward หนังจงใจแทรกภาพอนาคต ค.ศ. 1965 เมื่อครั้น Gerard ครุ่นคิดเขียนหนังสือเล่าเหตุการณ์บังเกิดขึ้นทั้งหมด … ซีนที่เป็น Flashforward อาจต้องใช้การสังเกตสักหน่อย เริ่มพบเห็นตั้งแต่ครึ่งหลัง Gerard พูดคุยกับผองเพื่อนยังบ้านพักตากอากาศ Monte Carlo จนกระทั่งมาบรรจบกันตอนปัจฉิมบท

ปล. การมีทั้ง Flashback และ Flashforward น่าจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ภาพยนตร์ The Go-Between (1971)


หนังไม่มีการใช้บทเพลงประกอบ เพราะความเงียบงันก็สามารถสร้างบรรยากาศตึงเครียด เก็บกดดัน ไม่จำเป็นต้องบีบเค้นคั้นทางอารมณ์ไปมากกว่านี้ ยกเว้นเพียง Epilogue & Closing Credit ติดต่อคีตกวีชาวอิตาเลี่ยน Giovanni Fusco (Hiroshima mon amour, L’avventura Trilogy, Red Desert) มาทำเพลงที่ปกคลุมด้วยความท้อแท้สิ้นหวัง เจ็บปวดอัดอั้น ฉันทำอะไรผิดถึงต้องทนทุกข์ทรมานเพียงนี้

ในขณะที่ Z (1969) นำเสนอเรื่องราวสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่ถูกรัฐบาลเผด็จการทหาร กลั่นแกล้ง ใช้ความรุนแรง อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ลอบสังหาร, The Confession (1970) เปิดโปงความจริงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีความ Slánský trial ที่บรรดาสมาชิกระดับสูงเชื้อสาย Jewish ของพรรคคอมมิวนิสต์ Czechoslovakia ทั้งๆไม่เคยกระทำความผิดอะไร แต่กลับถูกจับกุม ควบคุมขัง ทัณฑ์ทรมาน ประจานต่อสาธารณะ ทั้งหมดเพียงการจัดฉาก ‘show trial’ แต่ตัดสินโทษประหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลักสิบคน!

ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องช่างมีความย้อนแย้ง นำเสนออุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างตรงกันข้าม เมื่อตอนเสร็จสร้าง Z (1969) คนส่วนใหญ่ตราผกก. Costa-Gavras ว่าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ แต่หลังจาก The Confession (1970) กลับกลายเป็นฝั่งต่อต้านซะงั้น! สุดท้ายแล้วเขาอยู่ฟากฝั่งไหนกัน?

อุดมการณ์ทางการเมืองเป็นสิ่งที่สามารถผันแปรเปลี่ยน แต่สิ่งผิดเพี้ยนคือความสุดโต่งของสมาชิกทั้งสองฟากฝั่ง ใครไม่ใช่มิตรย่อมถือเป็นศัตรู คนที่เขาอยู่ทางสายกลางก็มีเหมือนกัน ทำไมไม่รู้จัก ‘เอาใจเขา มาใส่ใจเรา’ อนุรักษ์นิยม, เสรีนิยม ล้วนมีดี-ชั่วในตนเอง

ใจความภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องของผกก. Costa-Gavras ล้วนไม่ได้ยกย่องสรรเสริญการเมืองฟากฝั่งไหน แต่นำเสนอการใช้อำนาจในทางมิชอบ กดขี่ข่มเหงประชาชน/สมาชิกพรรค ให้ไม่ได้รับความถูกต้อง ไร้หลักมนุษยธรรม ลอบสังหาร ทัณฑ์ทรมาน อวดอ้างบารมี เรียกร้องให้ทุกคนต้องก้มหัวศิโรราบ … ใจความแท้จริงคือต่อต้านเผด็จการเบ็ดเสร็จ (Anti-Totalitarianism)

The Confession (1970) เพิ่มเติมก็คือ Anti-Stalinism เพราะการพิจารณาคดีความ Slánský trial บังเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่าง Joseph Stalin และ Josip Broz Tito ก่อให้เกิด Anti-Cosmopolitan Campaign (1948) สำหรับกำจัดชนชาวยิว (Anti-Semitic) จากการเป็นสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ พฤติกรรมดังกล่าวไม่แตกต่างจากพวก Nazi เลยสักนิด!

ผมมอง Z (1969) และ The Confession (1970) คือภาคต่อทางจิตวิญญาณของผกก. Costa-Gavras ต่างสะท้อนเหตุการณ์เคยบังเกิดขึ้นกับบิดาตนเอง (ถือเป็นกึ่งๆอัตชีวประวัติก็ว่าได้) สำหรับเรื่องนี้ก็คือการถูกรัฐบาลกรีกจับกุม คุมขัง ทัณฑ์ทรมาน ช่วงระหว่าง Greek Civil War (1946-49) เจ็บปวดทรมานทั้งร่างกาย-จิตใจ ครอบครัวต้องอพยพลี้ภัยต่างประเทศ

ผกก. Costa-Gavras แม้ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว แต่เขาสามารถสัมผัสความรู้สึก ครุ่นคิดถึงหัวอกบิดา ในขณะที่ Z (1969) ระบายอารมณ์คลุ้มบ้าคลั่งออกมา, The Confession (1970) พรรณาความท้อแท้สิ้นหวัง (ร้อยเรียงสารพัดการถูกทัณฑ์ทรมาน) จนถูกล้างสมอง สูญเสียความเชื่อมั่น ความเป็นตัวของตนเอง … การตื่นรู้ทางการเมืองในยุคสมัยสงครามเย็น เลวร้ายยิ่งกว่าการสู้รบสงครามโลกครั้งที่สองเสียอีกนะ!


ผิดกับ Z (1969) ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แถมได้รับโอกาสเข้าฉายตามเทศกาลหนังทั่วโลก, The Confession (1970) เพราะใจความเหมือนจะต่อต้านคอมมิวนิสต์ (Anti-Communist) ทำให้แม้แต่ในฝรั่งเศสยังสร้างความกระอักกระอ่วน นักวิจารณ์ไม่ค่อยอยากแสดงความคิดเห็น ถึงอย่างนั้นช่วงปลายปียังพอมีลุ้นรางวัล

  • Golden Globe Award: Best Foreign-Language Foreign Film พ่ายให้กับ Rider on the Rain (1970)
  • BAFTA Award: UN Award พ่ายให้กับ M*A*S*H (1970)

เกร็ด: แน่นอนว่าหนังถูกแบนห้ามฉายใน Czechoslovakia และทุกๆประเทศฟากฝั่ง ‘Communist bloc’ จนกระทั่งการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ถึงมีโอกาสเข้าฉายครั้งแรกปี ค.ศ. 1990

ปัจจุบันหนังได้รับการบูรณะ ‘digital restoration’ คุณภาพ 2K ผ่านการตรวจอนุมัติโดยผกก. Costa-Gavras เมื่อปี ค.ศ. 2014 (น่าจะพร้อมๆกับ Z (1969)) สามารถหาซื้อ DVD/Blu-Ray หรือรับชมออนไลน์ทาง Criterion Channel

ผมรู้สึกว่าฉากทัณฑ์ทรมานของ The Confession (1970) มีปริมาณมากล้นเกินไป แม้ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ชมเกิดปฏิกิริยาอารมณ์ ตีแผ่ความชั่วร้าย ต่อต้านเผด็จการเบ็ดเสร็จ แต่สุดท้ายแล้วกลับไม่ทำให้บังเกิดขวัญกำลังใจ เพียงความหดหู่ ท้อแท้สิ้นหวัง สงสารเห็นใจ … อารมณ์เกรี้ยวกราดของ Z (1969) ยังปลุกระดมผู้คนได้มากกว่า

เมื่อปีก่อนผมเคยเขียนถึงหนังฮังกาเรียน The Round-Up (1966) และเช็คโกสโลวาเกีย Witchhammer (1970) ทั้งสองเรื่องนำเอาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ มาอ้างอิงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันนั้น มีฉากทัณฑ์ทรมานที่รุนแรง แต่กลมกล่อม เพียงพอดี ดูแล้วเพลิดเพลินยิ่งเสียกว่า The Confession (1970)

แต่ก็ต้องยอมรับว่า The Confession (1970) ถือเป็นอีกหมุดไมล์ของหนังการเมือง (Political) นำเสนอเหตุการณ์บังเกิดขึ้นจริงอย่างตรงไปตรงมา (สมัยนั้นแทบจะไม่มีใครกล้า) ตีแผ่ความคอรัปชั่น การใช้อำนาจในทางมิชอบ ภาคต่อทางจิตวิญญาณกับ Z (1969) สมควรรับชมเคียงคู่กันยิ่งนัก!

จัดเรต 18+ กับทัณฑ์ทรมาน การโกหกหลอกลวงของพรรคคอมมิวนิสต์

คำโปรย | The Confession คำสารภาพของคนที่ไม่มีอะไรจะสารภาพ มันจึงคือคำโกหกหลอกลวง อุดมการณ์จอมปลอม ทุกข์ทรมานทั้งร่างกาย-จิตใจ
คุณภาพ | ทุข์
ส่วนตัว | ทรมานใจ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: