นางสาวโพระดก (1965)

นางสาวโพระดก

นางสาวโพระดก (พ.ศ. ๒๕๐๘) หนังไทย : คุณาวุฒิ ♥♥♥♡

ถึงชีวิตของนางสาวโพระดก สกุณา จะเต็มไปด้วยความเข้าใจผิด แต่เธอกลับไม่เคยกระทำผิดศีลธรรมจรรยา หรือคบชู้สู่ชาย บริสุทธิ์สดใสเหมือนเสียงนกโพระดก มันร้องโฮกป๊ก อยู่หนไหนไม่รู้, ภาพยนตร์ ๔ รางวัลตุ๊กตาทอง รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี สร้างโดยเศรษฐีตุ๊กตาทอง วิจิตร คุณาวุฒิ นำแสดงโดยพิศมัย วิไลศักดิ์ ประกบ มิตร ชัยบัญชา, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

โพระดก (Barbets) เป็นนกขนาดกลาง อยู่ในวงศ์ Megalaimidae อันดับนกหัวขวานและนกโพระดก (Piciformes) มีลักษณะจะงอยปากหนา ขนที่โคนปาก ร้องเสียงดังได้ยินไปไกล หัวใหญ่ ลำตัวอ้วนป้อม สีสันสวยงาม ชอบทำรังในโพรงไม้ด้วยการเจาะให้เป็นรูเหมือนนกหัวขวาน แต่โพรงของโพระดกจะมีขนาดพอดีตัวทำให้การเข้าออกรังบางทีทำได้ไม่คล่องตัว วางไข่ครั้งละ ๒ – ๔ ฟอง ใช้เวลาฟักเป็นตัวประมาณ ๑๓ – ๑๕ วัน กินผลไม้เช่น ลูกโพ, ลูกมะเดื่อฝรั่ง และแมลง เป็นอาหาร

ประเทศไทยพบเจอทั้งหมด ๑๕ ชนิด ในพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันตกบางจังหวัด, คนแถวปัตตานีเรียกว่า นกตุ๊ก, ยะลาเรียกว่า นกปุก ตามเสียงร้องที่ต่างออกไปตามสายพันธ์ุ แต่ที่ใครๆจดจำกันก็คือ โฮกป๊ก เป็นเอกลักษณ์ที่ส่งเสียงกึกก้องกังวาน ‘ดังทั่วป่า’ สำหรับคนไม่เคยเห็น นำคลิปใน Youtube มาให้รับชม ฟังเสียงกัน

นกประเภทนี้ไม่มีพิษภัยกับใคร ก็คล้ายกับ Mockingbird เปรียบได้กับผู้บริสุทธิ์ แต่เสียงร้องที่ดังกึกก้องลั่นป่า บางทีก็สร้างความรำคาญให้สัตว์ชนิดอื่นไม่น้อยทีเดียว (นกประเภทนี้ชอบอยู่นิ่งๆ ถ้าคนชอบดูนกไม่ทันสังเกต ได้ยินเสียงแต่จะมักมองไม่เห็น)

สุวัฒน์ วรดิลก (พ.ศ. ๒๔๖๖ – ๒๕๕๐) นักคิด นักเขียน นักการละคร และนักกิจกรรมเพื่อสังคม ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เจ้าของนามปากกา รพีพร/ระพีพร ได้นำเอาแนวคิดเกี่ยวกับนกโพระดกนี้ มาพัฒนาเขียนลงหนังสือพิมพ์ เดลิเมล์วันจันทร์ ด้วยคำโปรยที่ว่า

เธอใช้ “หัวใจ” กรองผู้คน และใช้ “สมอง” มองความรัก

หลายคนอาจเคยได้ยินบทเพลง โพระดก แต่งคำร้องโดย ชาลี อินทรวิจิตร ทำนองโดย สมาน กาญจนะผลิน ขับร้องโดย เพ็ญศรี พุ่มชูศรี นักร้องประจำวงสุนทราภรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) ซึ่งเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น คู่ชีวิตภรรยาของสุวัฒน์ วรดิลก, นำบทเพลงอมตะนี้มาให้รับฟังกันก่อนเลย เสียง-นก-โพ-ระดก มันร้อง-โฮก-ป๊ก-โฮกป๊กอยู่หนไหน

ความมหัศจรรย์ของเพลงนี้อยู่ที่น้ำเสียง ลีลาคำร้องของป้าโจ๊ว ชัดถ้อยชัดคำ แต่กลับมีความต่อเนื่องลื่นไหลเหมือนสายน้ำ และเสียงหวานๆอ้อยอิ่ง งามงดหยดย้อย, ว่าไปผมเคยได้ยินฟังเพลงนี้ตั้งแต่เด็กๆเลยนะครับ เพราะแม่ชอบสุนทราภรณ์มาก พึ่งมานึกว่าต้องเคยได้ยินแน่ๆ ไม่เช่นนั้นจะร้องตามได้ยังไง

เกร็ด: สุวัฒน์ วรดิลก เสียชีวิตวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ขณะที่เพ็ญศรี พุ่มชูศรี เสียชีวิต ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ห่างกันหนึ่งเดือนพอดี ทั้งสองได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร

วิจิตร คุณาวุฒิ หรือ คุณาวุฒิ ชื่อเดิม ซุ่นจือ เค้งหุน (พ.ศ. ๒๔๖๕ – ๒๕๔๐) ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละคร) เป็นเจ้าของสถิติรางวัลตุ๊กตาทอง สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ติดต่อกัน ๔ ปีซ้อน ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๕ – ๒๕๐๘ จนได้รับฉายาว่า ‘เศรษฐีตุ๊กตาทอง’

เกิดที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ศิษย์เก่าวชิราวุธวิทยาลัย เรียนจบมาเป็นนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ ‘ชีวิตไทยรายสัปดาห์’ ร่วมสมัยกับ ส. อาสนจินดา, อิศรา อมันตกุล และประมูล อุณหธูป เคยมีผลงานเขียนเรื่องสั้นที่มีชื่อเสียง อาทิ น้ำตาจำอวด, โสเภณีร้องไห้ ฯ เริ่มมีความสนใจวงการภาพยนตร์ตามคำชักชวนของ ปรีทีป โกมลภิส ร่วมเล่นบทผู้ร้ายในภาพยนตร์เรื่อง ฟ้ากำหนด (พ.ศ. ๒๔๙๓) จากนั้นครูมารุต ชักชวนให้มาร่วมเขียนบทภาพยนตร์ สันติ วีณา (พ.ศ. ๒๔๙๗) หลังจากนี้ตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพนักข่าว เข้าสู่วงการภาพยนตร์อย่างเต็มตัว โดยมีผลงานกำกับ/เขียนบทภาพยนตร์เรื่องแรก ผาลีซอ (พ.ศ.๒๔๙๗) เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังประสบความสำเร็จจากผลงานถัดมา มรสุมสวาท (พ.ศ. ๒๔๙๙) บทประพันธ์ของอิศรา อมันตกุล นำแสดงโดย ชนะ ศรีอุบล

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) กล่าวถึงการกํากับการแสดงของ วิจิตร คุณาวุฒิไว้ว่า

“ในด้านการกํากับการแสดง ‘จือ’ จะละเอียดมากในการกํากับ มีสีหน้าและท่าทางของผู้แสดง ตลอดจนมุมกล้อง”

ยุทธนา มุกดาสนิท ผู้กํากับภาพยนตร์ชื่อดัง กล่าวถึงผลงานของ วิจิตร คุณาวุฒิ ไว้ว่า

“ภาพยนตร์ของ ‘คุณาวุฒิ’ เป็นตํานาน ทุกเรื่องมีประเด็น และมีศิลปะภาพยนตร์อันงดงาม ตัวละครมีชีวิตชีวา เป็นมนุษย์ที่มีทั้งดีและเลว แฝงไว้ด้วยจริยธรรม ผ่านการนําเสนออย่างเข้าใจโลก เข้าใจเพื่อนมนุษย์ของท่าน แต่ลึกซึ้งกินใจ เป็นที่สุด … เป็นหนังแบบไทยๆ ที่มีความเป็นสากลมากที่สุด”

ผลงานเด่นๆ อาทิ มือโจร (พ.ศ. ๒๕๐๔), โนห์รา (พ.ศ. ๒๕๐๙), เพชรตัดเพชร (พ.ศ. ๒๕๐๙), เสน่ห์บางกอก (พ.ศ. ๒๕๐๙), ไทรโศก (พ.ศ. ๒๕๑๐), แม่ศรีไพร (พ.ศ. ๒๕๑๔), น้ำเซาะทราย (พ.ศ. ๒๕๑๖), เมียหลวง (พ.ศ. ๒๕๒๑), คนภูเขา (พ.ศ. ๒๕๒๒), ลูกอีสาน (พ.ศ. ๒๕๒๕) ฯ

โพระดก สกุณา (รับบทโดย พิศมัย วิไลศักดิ์) สาวน้อยเกิดในตระกูลอันสูงศักดิ์มีชีวิตที่เพียบพร้อม หลังจากบิดาถึงแก่กรรม คุณหญิงพิณ (รับบทโดย วิไลวรรณ วัฒนพานิช) มารดาแต่งงานใหม่กับนายอาทร เฮงกุล นักธุรกิจหนุ่มลูกติด ผู้รักและเลี้ยงดูโพระดกเสมอลูกสาวตน กระทั่งวันหนึ่งก็ต้องมีอันจากไปอีกคน อาบจิต (รับบทโดย น้ำเงิน บุญหนัก) น้องสาวนายอาทรไม่เห็นควรในสมบัติที่โพระดกจะได้รับ ด้วยความริษยาเธอจึงคบคิดกับอรรถลูกชายคนรองของอาทร (รับบทโดย อดุลย์ ดุลยรัตน์) หวังรวบหัวรวบหางเอาโพระดกมาทำเมีย แต่เธอกลับระหกระเหินไปยังไร่กระต่ายเต้นของเพื่อนสาวสายสมร (รับบทโดย โสภา สถาพร) ที่นี่ทำให้ได้พบเจอตกหลุมรักกับ ศล ทองปราย (รับบทโดย มิตร ชัยบัญชา) ทนายความชาวไร่รูปงาม แต่…

นำแสดงโดย พิศมัย วิไลศักดิ์ (เกิดปี พ.ศ. ๒๔๘๒) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) เจ้าของฉายา ‘ดาราเงินล้าน’, เกิดที่ตรอกสุเหร่า ย่านบางลำพู เป็นลูกกำพร้าตั้งแต่เด็กในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้รับการเลี้ยงดูในวังหลวงโดยครูจำเรียง พุทธประดับ (ศิลปินแห่งชาติ) จบการศึกษาจากโรงเรียนบำรุงวิทยา และวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร, แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกโดยการชักนำของนักเขียนชื่อดัง ครูศักดิ์เกษม หุตาคม (อิงอร) เป็นนางเอกเรื่อง การะเกด (พ.ศ. ๒๕๐๑) ประกบคู่กับลือชัย นฤนาท และชนะ ศรีอุบล ได้รับการจดจำจากฉากรำฉุยฉายในเรื่อง

ทั้งชีวิตมีผลงานการแสดงภาพยนตร์กว่า ๓๐๐ เรื่อง อาทิ ดวงตาสวรรค์ (พ.ศ.๒๕๐๖), ลูกทาส (พ.ศ. ๒๕๐๗), ธนูทอง (พ.ศ. ๒๕๐๘), สาวเครือฟ้า (พ.ศ. ๒๕๐๘), โนราห์ (พ.ศ. ๒๕๐๙), เมขลา (พ.ศ. ๒๕๑๐), ค่าของคน (พ.ศ. ๒๕๑๔), ไร้เสน่หา (พ.ศ. ๒๕๒๑), ค่าน้ำนม (พ.ศ. ๒๕๒๔), เงิน เงิน เงิน (พ.ศ. ๒๕๒๖), กำแพง (พ.ศ. ๒๕๔๒) ฯ

รับบท นางสาวโพระดก หญิงสาวจอมแก่นที่มีความเป็นตัวของตนเองสูง เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง พูดจาฉะฉาน คารมคมคาย ด้วยความที่พ่อทิ้งกองมรดกไว้มากมาย พอมีพอกินอยู่สบายไปทั้งชาติ จึงมิได้สนใจใครจากฐานะหรือรูปลักษณ์ภายนอก แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าเธอแรดร่าน แต่ตัวจริงบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้มนทินใดๆจะสามารถแปดเปื้อน

แม้จะไม่เห็นนกโพระดกสักตัว แต่นางสาวโพระดกก็เปรียบได้กับนกโพระดกนะครับ มีความสดใสผุดผ่อง ไม่เคยอาฆาตมาดร้ายใคร แต่มักถูกผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดผิดรำคาญใจ เพราะเสียงร้อง โฮกป๊ก อันดังลั่นกึกก้องทั่วผืนป่า

คงไม่มีนักแสดงหญิงคนไหนในยุคนั้น จะสามารถรับบทหญิงสาวจอมแก่นแก้วอย่างมีเสน่ห์น่าหลงใหล สายตาคมกริบ หน้าจิกอย่างคมคาย ได้เท่ากับพิศมัย วิไลศักดิ์ อีกแล้ว (ใกล้เคียงสุดคงจะภาวนา ชนะจิต แต่รายนั้นดูจะแรงไปเสียนิด) แม้เรื่องนี้จะไม่ได้ขายการแสดงเกี่ยวกับรำที่เธอถนัด แต่ก็มีคิวบู๊แอ๊คชั่นป้องกันตัวเล็กๆ เพื่อเป็นการบอกว่าคนอย่างโพระดก ฆ่าได้หยามไม่ได้

น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้ไม่ใช่ Sound on Film ใช้เสียงพากย์ทับหลังการถ่ายทำ ทำให้ขาดความสมจริงไปพอสมควร แม้จะเป็นเสียงของป้ามี้เอง แต่ก็ขาดความสมจริงไปนิดโดยเฉพาะตอนตะโกนข้ามเขา (เป็นการเลียนแบบเสียงร้องโฮกป๊กของนกโพระดก ที่ดังกึกก้องกังวานทั่วป่า)

มิตร ชัยบัญชา ชื่อจริง พันจ่าอากาศโทพิเชษฐ์ พุ่มเหม (พ.ศ. ๒๔๗๗ – ๒๕๑๓) พระเอกอันดับ ๑ ตลอดการของเมืองไทย เกิดที่อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ชื่นชอบเล่นกีฬาและชกมวย ช่วงระหว่างรับราชการทหารอากาศ จ่าโทสมจ้อยเห็นรูปร่างหน้าตาอันหล่อเหลาเอาการ ท่าทางบุคคลิกดีอ่อนโยน เลยส่งรูปแนะนำตัวให้กับ กิ่ง แก้วประเสริฐ จนได้กลายเป็นพระเอกหนังเรื่องแรก ชาติเสือ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ปกติแล้วจะประกบกับเพชรา เชาวราษฏร์ จนกลายเป็นคู่ขวัญอันดับ ๑ ของเมืองไทย ผลงานเด่นๆ อาทิ จ้าวนักเลง (พ.ศ. ๒๕๐๒), บันทึกรักของพิมพ์ฉวี (พ.ศ. ๒๕๐๔), ใจเพชร (พ.ศ. ๒๕๐๖), เงิน เงิน เงิน (พ.ศ. ๒๕๐๘), มนต์รักลูกทุ่ง (พ.ศ. ๒๕๑๓), อินทรีทอง (พ.ศ. ๒๕๑๓) ฯ

รับบทศล ทองปราย ทนายความหนุ่มผู้มีซื่อสัตย์สุจริต และกตัญญูกตเวทีเป็นเลิศ ยินยอมเสียสละความสุขของตนเองเพื่อคนอื่น แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งของชีวิตก็ขอเลือกทำความความต้องการของหัวใจตนเอง ตกหลุมรักแต่งงานกับนางสาวโพระดก

ทั้งๆที่หนังเรื่องนี้มิตรได้รับบทรองจากนางเอก แต่ก็สามารถขโมยซีนได้มากทีเดียว เพราะความที่จิตใจของตัวละครเต็มไปด้วยความอัดอั้นทุกข์ทรมานใจ ต้องเลือกระหว่างเพื่อตอบแทนบุญคุณคนกับความสุขส่วนตน ซึ่งพอถึงตอนที่เขาแสดงความเห็นแก่ตัว คงมิมีใครริอาจต่อว่าได้ เพราะถึงจุดที่ควรจะเป็นโอกาสของฉันแล้ว

โพระดก กับศล เป็นตัวละครที่เหมือนกระจกสะท้อนกันและกัน และมีความเข้ากันได้อย่างดี เพราะพวกเขาต่างพบเจอเรื่องราวที่ทำให้ใครๆต่างเข้าใจผิดคิดไปใหญ่ กระทำสิ่งตรงกันข้ามความต้องการของหัวใจ แต่ยังโชคดีที่สามารถไขข้อกระจ้างแจ้ง และสามารถเลือกความสุขของตนเองได้ในตอนจบ

คงไม่มีนักแสดงคนไหนในหนังแย่งซีนไปได้มากกว่าน้ำเงิน บุญหนัก ชื่อจริง สวง จารุวิจิตร (เกิดปี พ.ศ. ๒๔๘๓) นักแสดงและนักพากย์ชาวไทย ที่สามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาเงิน สาขาบทเสริมเด่นยอดหญิง (สมทบหญิงยอดเยี่ยม) ไปครองได้, เกิดที่จังหวัดนครนายก จบการศึกษาจากโรงเรียนขัตติยาณีผดุงศึกษา เข้าสู่วงการภาพยนตร์จากการชักนำของ ม.ล.ทรงสอางค์ ทิฆัมพร ผลงานเรื่องแรกคือ สาปสวรรค์ (พ.ศ. ๒๔๙๘) โดยตอนนั้นใช้ชื่อในวงการว่า ดาวรุ่งฟ้า ประกบกับ ส.อาสนจินดา, เชาว์ แคล่วคล่อง และจุฑารัตน์ จินรัตน์, มีชื่อเสียงจากเรื่อง ชาติเสือ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ แม่นาคพระโขนง (พ.ศ. ๒๕๐๒), จ้าวนักเลง (พ.ศ. ๒๕๐๒), สาวเครือฟ้า (พ.ศ. ๒๕๐๘),กาเหว่า (พ.ศ. ๒๕๐๙), ไทรโศก (พ.ศ. ๒๕๑๐) ฯ

รับบทคุณแม่ของสายสมร/แม่เลี้ยงของศล ที่คงเพราะความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวใจทำให้อยู่ดีไม่ว่าดี ตกหลุมรักในความหนุ่มแน่นหล่อเหลาของลูกบุญธรรม ทั้งๆที่คงรู้ว่าเป็นเรื่องผิดศีลธรรม แต่มิอาจหักห้ามใจได้ กระนั่นก็ใช่ว่าศลจะดลบันดาลให้รักครั้งนี้สมหวัง มันจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะเธอราวกับแม่แท้ๆ จะให้กลายเป็นภรรยาก็ใช่เรื่อง แต่เขาก็ยินยอมทำตามคำขอของเธอเพื่อไม่ให้เป็นการเสียหน้า และถูกตราหน้าว่าอกตัญญู

คงเพราะความที่เป็นตัวละครท้าทายศีลธรรมของมนุษย์ ทำให้มีความโดดเด่นถึงทรวง ยากนักจะมีใครกล้าแสดงหรือเลียนแบบตาม ซึ่งป้าเปี๊ยกก็แสดงได้อย่างสมจริง ชนิดไม่มีใครทัดทานได้จริงๆ

แถมให้อีกคนกับศรินทิพย์ ศิริวรรณ ชื่อจริงไพลิน คอลลิน (เกิดปี พ.ศ.๒๔๖๙ แต่ได้สัญหายตัวไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ จนบัดนี้ยังตามตัวไม่ได้) เจ้าของฉายาดาราหน้าตาย มักไม่ค่อยยิ้ม เคร่งเครียดจริงจังตลอดเวลา เกิดที่ตำบลบางลำพูบน พระนคร บิดาเป็นชาวเนเธอร์แลนด์ จบการศึกษาจากโรงเรียนผดุงดรุณี แล้วไปสมัครเป็นนักร้องของวงดนตรีกรมสรรพสามิต พบรักกับชาลี อินทรวิจิตร นักแต่งเพลงและได้แต่งงานกัน, ผลงานเด่นอาทิ โรงแรมนรก (พ.ศ. ๒๕๐๐), ขบวนเสรีจีน (พ.ศ. ๒๕๐๒), แพรดำ (พ.ศ. ๒๕๐๔), น้ำตาลไม่หวาน (พ.ศ. ๒๕๐๗), แผลเก่า (พ.ศ. ๒๕๒๐), บ้านทรายทอง (พ.ศ. ๒๕๒๓), ลูกอีสาน (พ.ศ ๒๕๒๕) ฯ

รับบทพี่ยังสาวอาบจิต ผู้มีจิตใจอาบด้วยความเคียดแค้นพี่ชายตนเอง ที่แทบไม่ยกกองมรดกอะไรให้เลยแถมยังบังคับให้เป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ และยิ่งอิจฉาริษยานางสาวโพระดกที่ก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่กลับได้มรดกมากมาย, ในจิตใจคงเต็มด้วยความกระสันต้องการมีคนรัก แต่กลับเห็นทรัพย์สมบัติมีค่ากว่าสิ่งใด เผลอปล่อยตัวปล่อยใจนิดเดียวจนโดนจับได้ สุดท้ายก็… ถูกขับออกจากบ้าน ไม่รู้ชะตากรรมต่อไป

การแสดงของศรินทิพย์ เด่นชัดมากทั้งน้ำเสียงคำพูดท่าทางตั้งแต่ปรากฎตัวครั้งแรก เป็นนางร้ายขี้อิจฉาที่หาได้มีความสุขใดๆในชีวิต ไม่เคยครุ่นคิดอะไรดีมีประโยชน์ วันๆในหัวเต็มไปด้วยเรื่องเงินๆทองๆ ไร้สาระทั้งเพ ซึ่งก็ไม่มีฉากไหนที่จะทำให้ผู้ชมเกิดความชื่นชอบเห็นใจตัวละครนี้เลย เรียกว่าชั่วช้าเลวทรามตั้งแต่ต้นจนจบได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ถ่ายภาพโดย ไพรัช สังวริบุตร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละคร) เริ่มต้นจากการช่วยงานพ่อ (เจ้าของค่ายกรุงเทพภาพยนตร์) เป็นผู้กำกับถ่ายภาพ ผลงานเรื่องแรก รอยไถ (พ.ศ. ๒๔๙๓), คว้ารางวัลตุ๊กตาทอง ถ่ายภาพยอดเยี่ยม จากเรื่อง แสงสูรย์ (พ.ศ. ๒๕๐๓), จากนั้นได้ร่วมลงทุนกับมิตร ชัยบัญชา ตั้งบริษัท วชิรนทร์ภาพยนตร์ ในฐานะผู้อำนวยการสร้าง ผู้กำกับการแสดง และผู้กำกับภาพ

ด้วยข้อจำกัดของยุคสมัย ทำให้การเคลื่อนย้ายกล้องมีความยากลำบาก นักแสดงจึงมักหันหน้าเข้าหากล้องขณะพูดคุยสนทนา ส่วนใหญ่เป็น Medium Shot และ Close-Up (กับ Long Shot มักเป็นฉากที่ ไร่กระต่ายเต้น) อาจมีเดินเคลื่อนไหวบ้างไปตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ กล้องก็จะแพนนิ่งหมุนติดตามตัวละครนั้นๆ

สิ่งต้องชมอย่างยิ่งคือการกำกับการแสดง ที่ถือเป็นจุดเด่นเอกลักษณ์ของวิจิตร คุณาวุฒิ เลยก็ว่าได้ เพราะหลายครั้งใน ๑ ช็อต นักแสดงจะมีตำแหน่ง ทิศทางการเคลื่อนไหว พูด-กระทำ-แสดงออก ที่สังเกตได้ว่ามีการซักซ้อมเตรียมการมาเป็นอย่างดีจนมีความเป็นธรรมชาติสูง แม้ในเชิงภาษาภาพยนตร์จะไม่ถึงขั้นลึกซึ้งนักในเรื่องนี้ แต่การกำกับนักแสดงถือว่าโดดเด่นทีเดียวละ

ตัดต่อโดย สัตตบุษป์ (น่าจะอีกนามปากกาของ วิจิตร คุณาวุฒิ) หนังใช้มุมมองของนางสาวโพระดก ในการเล่าเรื่องแทบทั้งหมด แต่จะมีหลายครั้งในมุมมองของพระเอก ศล ทองปราย เพื่อสะท้อนเรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้นของพวกเขาทั้งสอง มีความคล้ายกันราวกับภาพในกระจก

ผมมีความประทับใจ Prologue ของหนังอย่างมาก ตั้งแต่ตอนคลอดได้รับการพยากรณ์จากท่านปลัด ต้องบอกว่าแม่นเปะๆเสียด้วยนะ และฉากแนะนำโพระดกตอนโต เธอหยิบป้ายนางสาวไปติดแทนเด็กหญิง จากนั้นก็เล่าเรื่องราวโดยย่อของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านมาเป็น Time Skip เรียกว่าสรุปโดยย่อแถมได้รับรู้นิสัย ตัวตน ความแก่นแก้วกวนประสาทของเธอ … แต่น่าเสียดายหลังจากนี้ไป หนังไม่สามารถเติมเต็มความรู้สึกนั้นได้อิ่มเอมเสียเท่าไหร่

ไฮไลท์ของการตัดต่อน่าจะอยู่ช่วงท้ายเลย เมื่อความจริงทั้งหลายถูกเปิดเผย การสรุปเรื่องราวมีความรวบรัดแบบที่ทำให้ผมโคตรทึ่ง
– อาบจิต ฆ่าตัวตายต่อหน้าพระพุทธรูปในค่ำคืนฝนตก กรรมหนักแท้ๆ
– โพระดกร้องเพลงให้แม่พิณฟัง ถึงไม่มีอะไรบ่งบอกชัดเจน แต่ผมเชื่อว่าเธอสิ้นลมไปในครานั้นอย่างแน่นอน
– การเปลี่ยนศาสนาและแต่งงานของ อรรถกับกฤษณา
– ๒ เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก เอกแต่งงานกับสายสมร คงมัวแต่ยุ่งเรื่องบนเตียงจนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อที่สร้างมาหดหายไปหมด
– และคู่เอก โพระดกกับศล แข่งกันตะโกนขอลูกให้ดังกึกก้องทั่วผืนป่าเขา แบบไม่อายใคร แล้วยืนโบกไม้โบกมือขึ้น ‘ขอบคุณ’

สำหรับเพลงประกอบมีส่วนผสมของ Stock Music ที่หลายคนอาจคุ้นหู และบทเพลงเสียงร้อง มีทั้งประพันธ์ขึ้นใช้ในหนังและนำจากบทเพลงมีชื่ออยู่แล้ว เท่าที่ผมหาข้อมูลได้ อาทิ

เพลงแผ่นดินไทย (ถิ่นนี้คือแหลมทอง) คำร้องโดย สมัย อินทรอุดม ทำนองโดย ประดิษฐ์ โรหิตาจล มีทำนองปลุกใจรักชาติบ้านเกิดเมืองนอน เห็นว่าแต่งขึ้นเพื่อใช้สำหรับขับไล่พวกคอมมิวนิสต์ที่กำลังค่อยๆเข้ามาแทรกซึมรุกรานประเทศไทย

บทเพลงมารหัวใจ (พ.ศ. ๒๕๐๗) ที่กฤษณาขับร้องบนเวที คำร้อง/ทำนองโดย เปรื่อง ชื่นประโยชน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ประพันธ์เพลง) ต้นฉบับขับร้องโดย สวลี ผกาพันธุ์ อีกหนึ่งศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล-ขับร้อง) ไม่แน่ใจในหนังขับร้องโดยใคร แต่ก็ไม่น่าจะเป็นคนอื่น, นำฉบับบันทึกเสียงใหม่ของสวลี ผกาพันธุ์ มาให้รับฟังกัน

เกร็ด: บทเพลงนี้ได้รับรางวัล ‘รองคำร้อง ชนะเลิศ’ ในงานแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ครั้งที่ ๑ (จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๗)

บทเรียนจากนางสาวโพระดก สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไม่ใช่ เงินทอง อำนาจยศศักดิ์ หรือเชื้อสายวงศ์ตระกูล แต่คือความดีงามที่อยู่ในจิตใจ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมจัดหนังเรื่องนี้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” และถ้าเรามีความ ‘บริสุทธิ์ใจ’ ไม่ว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดเราอะไร ก็ใช่เรื่องที่จะต้องเอามาครุ่นคิดให้หนักกระบานศีรษะ

– พระเอก-นางเอก คือคนดีแท้ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยคิดทำผิดพลาดอะไร
– พระรอง-นางรอง (เอกกับสายสมร) ทั้งคู่เป็นคนดี แต่ก็มีหลงผิดเล็กๆ สุดท้ายเพราะสำนึกได้ก็เลยกลับกลายมาเป็นคนดี
– ตัวร้ายรอง (อรรถ) เริ่มมาก็ชั่วจับใจ แต่ก็ไม่รู้ทำอีท่าไหน สามารถกลับตัวกลับใจกลายเป็นคนดีได้ (ผมว่าสงสัยโดนหมัดของโพระดก จุกจนสำนึกตัวได้เลย)
– นางร้ายตัวจริง (อาบจิต) ชั่วจนมิอาจกลายเป็นคนดี สุดท้ายจึงจบชีวิตลง

หนังมีแทรกประเด็นรักชาติแฝงอยู่ด้วย ผมไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับชาติไทยช่วงนั้นหรือเปล่า อาจจะพรรคคอมมิวนิสต์กำลังค่อยๆคืบคลานเข้ามา ถึงทำให้หนังใส่บทเพลง แผ่นดินไทย (ถิ่นนี้คือแหลมทอง) เข้ามาในหนัง แต่อาจมองได้ว่า การเดินทางสู่ชนบทของนางสาวโพระดก ทำให้เธอได้พบเห็นวิถีชีวิตพื้นบ้านของคนไทยที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ กระดูกสันหลังของชาติ เหน็ดเหนื่อยลำบากยากเข็น ขณะที่ตัวเองเป็นไฮโซ ไม่ได้ต้องมามีชีวิตเหน็ดเหนื่อย ตกระกำลำบาก แต่ก็มิได้เหยียดหยาม ดูถูก ต่อว่าเป็นอาชีพต่ำต้อย ตรงกันข้ามยกย่องให้เกียรติ โบกไม้โบกมือทักทาย การได้เห็นสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอเกิดความพึงพอใจ ภูมิใจ รักชาติไทย มากขึ้น

เอะ! หรือหนังเรื่องนี้มีใจความแฝงเกี่ยวกับประเด็นการเมืองของชาติไทยสมัยนั้น ใครบางคนถูกมองว่าเป็นคนชั่วแต่ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ได้เคยกระทำการอะไรเลวร้ายอย่างที่ใครๆว่ากัน,

ไปสืบค้นประวัติของผู้แต่งสุวัฒน์ วรดิลก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้ออกเดินทางนำคณะศิลปินไทยกลุ่มหนึ่ง ไปเปิดการแสดงที่ประเทศจีน ขณะที่รัฐบาลไทยกำลังมีนโยบายต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ เดินทางกลับมาในช่วงที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปฏิวัติล้มอำนาจ จอมพล ป. พิบูลสงคราม อยู่ดีๆก็ถูกจับโดยไม่รู้ตัว ตัดสินโทษคุมขังเป็นเวลา ๔ ปี

แล้วผมก็เกิดความชัดเจนขึ้นมาโดยทันที สุวัฒน์ วรดิลก ประพันธ์นิยายเรื่องนี้โดยการเปรียบเปรยนางสาวโพระดกกับตัวเอง ทั้งๆที่ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคอมมิวนิสต์สักนิด แต่กลับถูกคุมขังรับโทษความผิดถึง ๔ ปี, ไม่แน่ว่าอาจเป็นระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ที่ได้คิดเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา

นางสาวโพระดกได้รับการสร้างใหม่ ๒ ครั้ง
– ฉบับภาพยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับโดย รุจน์ รณภพ นำแสดงโดย จารุณี สุขสวัสดิ์, พอเจตน์ แก่นเพชร
– ฉบับละครโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๔๓ ออกฉายช่อง ๗ นำแสดงโดยเฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ (แสดงนำละครเรื่องแรก), นุติ เขมะโยธิน

ในงานประกวดภาพยนตร์ รางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ ๗ ประจำปี เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ จัดโดยหอการค้าไทย พิธีประกาศรางวัลมีขึ้นที่ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน และพระราชทานรางวัล ซึ่งนางสาวโพระดกสามารถคว้ามาได้ ๔ รางวัล ประกอบด้วย
– ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
– ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม
– ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
– รางวัลตุ๊กตาเงิน บทเสริมเด่นยอดหญิง (น้ำเงิน บุญหนัก)

จริงๆปีนี้ทั้งวิจิตร คุณาวุฒิ และสุวัฒน์ วรดิลก ต่างมีภาพยนตร์อีกเรื่องที่ตัดรางวัลจากหนังเรื่องนี้ไปคือ
– บทประพันธ์ยอดเยี่ยม สุวัฒน์ วรดิลก จากเรื่อง ลูกทาส
– บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม วิจิตร คุณาวุฒิ จากเรื่อง คมแสนคม

ส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบหนังเรื่องนี้ ประทับใจเพลงประกอบ (ที่ขับร้องโดยป้าโจ๊ว) และการแสดงของพิศมัย วิไลศักดิ์ ที่โดดเด่นตราตรึงมากๆ (เธอพ่ายรางวัล ผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม ให้กับ เพชรา เชาวราษฎร์ จากเรื่อง นกน้อย) แม้เรื่องราวช่วงกลางๆจะมีความเยิ่นเยิ้อไปเสียหน่อย และการพากย์ทับทำให้ขาดความสมจริงเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีความคลาสสิกที่น่าได้รับการ Remaster อย่างยิ่งเลยละ

แนะนำกับคอหนังไทยคลาสสิก แนวรักสามเส้าที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณธรรม, บทเพลงเพราะๆ กำกับการแสดงอันโดดเด่นของวิจิตร คุณาวุฒิ, แฟนๆนักแสดงมิตร ชัยบัญชา, พิศมัย วิไลศักดิ์ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

จัดเรต ๑๓+ กับพฤติกรรมความชั่วของตัวร้าย เป็นชู้ ตบตี พูดส่อเสียด หยาบคาย ฯ

TAGLINE | “นางสาวโพระดก พ.ศ. ๒๕๐๘ ทำให้ผู้กำกับวิจิตร คุณาวุฒิ และนักแสดงนำพิศมัย วิไลศักดิ์ โบยบินขึ้นสูงจนกลายเป็นตำนานค้างฟ้า”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

2 Comments on "นางสาวโพระดก (1965)"

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
ร.น.ก.
Guest
ร.น.ก.

คนที่รับบท อาบจิต คือ “ศรินทิพย์ ศิริวรรณ” นะครับ
“นํ้าเงิน บุญหนัก” รับบทเป็นแม่เลี้ยงของพระเอก/แม่ของเพื่อนนางเอก ที่เป็นสาวแก่รับเลี้ยงพระเอกเพื่อเอามาทำผัว
จนคนอื่นเข้าใจผิดว่าพระเอกเป็นผัวจริงๆ สุดท้ายทำพินัยกรรมบังคับให้พระเอกแต่งงานกับลูกสาวตัวเอง