
เรื่องตลก 96
เก้าเข้าสู่ปีที่ก้าวของ raremeat.blog จากความคิดขำๆว่าจะเขียนวิจารณ์หนังวันละเรื่องสักสิบปีก็น่าจะได้ 3,650+ เรื่อง! แน่นอนมันเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องตลกวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ไม่ได้เก้า ได้หกก็ยังดี ตอนนี้ประมาณ 1,800+ เรื่องแล้วละ
เอาจริงๆผมเลิกใส่ใจจำนวนบทความมาสักพักใหญ่ๆ รับรู้ตนเองว่าไม่ใช่วัยรุ่นเฟี้ยวฟ้าวที่จะเขียนบทความวันละเรื่องสองเรื่อง พอเข้าสู่ผู้ใหญ่กลางคนมันจะมีสิ่งเรียกว่า ‘วุฒิภาวะ’ และ ‘ประสบการณ์’ จึงเริ่มทำสิ่งต่างๆช้าลง ให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างมากขึ้น คุณภาพมากกว่าปริมาณ “Quality over Quantity”
เมื่อตอนเริ่มเขียนบล็อคนี้ สิ่งที่ผมมองคือเป้าหมายปลายทาง ตั้งใจจะทำแค่สิบปี (คล้ายๆแบบ Quentin Tarantino เคยประกาศกร้าวว่าจะสร้างหนังแค่สิบเรื่อง) ช่วงแรกๆก็นับปีที่หนึ่ง ปีที่สอง ปีที่สาม สิบปีมันช่างเยิ่นยาวนาน, แต่พอวันเวลาก้าวเข้าสู่ครึ่งหลัง แทนที่เราจะนับไปข้างหน้า ปีที่หก ปีที่เจ็ด ปีที่แปด ปีที่เก้า มันกลับครุ่นคิดแต่เหลือเวลาอีกห้าปี สี่ปี สามปี สองปี มันใกล้ถึงจุดสิ้นสุดขนาดนั้นแล้วหรือนี่???
โลกของเราปัจจุบันนี้ แทบทุกสิ่งอย่างล้วนกลับตารปัตรตรงกันข้าม เห็นชัดสุดก็คือพวกนักการเมืองที่พยายามสร้างภาพให้ดูดี แต่เบื้องหลังกลับมีความฟ่อนเฟะ เน่าเละเทะ มันทำให้ผมนึกถึงพุทธทำนาย ๑๖ ประการที่จะบังเกิดขึ้นในช่วงกึ่งพุทธกาล ทั้งหมดล้วนคือเรื่องตลก 69 ที่พระพุทธเจ้าทรงทำการจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) ความฝันแอ็ปสแต็ก (Abstact) พระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศล … ใครชื่นชอบวิเคราะห์นัยยะเชิงสัญญะเกี่ยวกับความฝัน ลองท้าทายตนเองว่าจะสามารถครุ่นคิดวิเคราะห์ ทำความเข้าใจด้วยตนเองได้มากน้อยเพียงไหน
- โคผู้ สีเหมือนดอกอัญชัน ๔ ตัว ต่างคิดว่าจักชนกัน พากันวิ่งมาสู่ท้องพระลานหลวงจากทิศทั้ง ๔ เมื่อมหาชนประชุมกันคิดว่า พวกเราจักดูโคชนกัน ต่างแสดงท่าทางจะชนกัน บรรลือเสียงคำรามลั่นแล้วไม่ชนกัน ต่างถอยออกไป
- ในกาลภายหน้าเมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อม มนุษย์ไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ฝนฟ้าจักแล้ง ทุพภิกขภัยจักเกิดขึ้น คล้ายเมฆตั้งเค้าจะมีฝน มีเสียงคำรามกระหึ่ม แต่แล้วก็ไม่ตก กลับเลยหายไป เหมือนโคตั้งท่าจะชนกัน แต่ไม่ชนกันฉะนั้น
- ต้นไม้เล็กๆ และกอไผ่ แทรกแผ่นดินพอถึงคืบหนึ่งบ้าง ศอกหนึ่งบ้าง เพียงแค่นี้ก็ผลิดอกออกผลไปตามๆ กัน
- ในกาลภายหน้าเมื่อโลกเสื่อม มนุษย์แม้จะมีอายุเยาว์ มีวัยยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีราคะกล้า และสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และจะมีลูกแต่เด็กๆเหมือนต้นไม้เล็กๆ แต่ก็มีผลแล้ว
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นแม่โคใหญ่ๆ พากันดื่มนมของฝูงลูกโค ที่เพิ่งเกิดในวันนั้น
- ในกาลภายหน้า การเคารพนบนอบผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์จะเสื่อมถอย คนเฒ่าคนแก่พ่อแม่เมื่อหมดที่พึ่ง หาเลี้ยงตนไม่ได้ ก็ต้องง้อ ต้องประจบเด็กๆดังที่แม่โคที่ต้องกินนมลูกโคฉะนั้น
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นฝูงชนไม่เทียมโคใหญ่ๆ ที่เคยพาแอกไป ซึ่งสมบูรณ์ด้วยร่างกายและเรี่ยวแรง เข้าในระเบียบแห่งแอก กลับไปเทียมโครุ่นๆ ที่กำลังฝึกเข้าในแอก โครุ่นๆ เหล่านั้นไม่อาจพาแอกไปได้ ก็พากันสลัดแอกยืนเฉยเสีย เกวียนทั้งหลายก็ไปไม่ได้
- ในกาลภายหน้า เมื่อผู้มีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม แทนที่จะยกย่องและมอบหมายหน้าที่ให้กับผู้มีสติปัญญา ความรู้ กลับไปมอบยศศักดิ์ให้กับคนหนุ่มที่อ่อนหัด ด้อยประสบการณ์ ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี กิจการต่างๆก็ไม่สำเร็จ ก็เหมือนใช้โครุ่นมาเทียมแอก เกวียนก็แล่นไม่ได้ฉันใด ก็ฉันนั้น
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นม้าตัวหนึ่ง มีปากสองข้าง ฝูงชนพากันให้หญ้าที่ปากทั้งสองข้างของมัน มันเคี้ยวกินด้วยปากทั้งสองข้าง
- ในกาลภายหน้า เมื่อผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจไม่ดำรงอยู่ในธรรม ตั้งคนพาล หรือ คนไม่มีศีลธรรมไว้ในตำแหน่งอันมีผลต่อผู้อื่น คนเหล่านั้นก็จะไม่นึกถึงบาปบุญคุณโทษ แต่จะตัดสินคดีต่างๆตามแต่ใจชอบ โดยเอาสินบนจากทั้งสองฝ่ายเป็นประมาณ ดังม้าที่กินหญ้าทั้งสองปาก
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันเห็นมหาชนขัดถูถาดทองราคาตั้งแสนกระษาปณ์ แล้วพากันนำไปให้หมาจิ้งจอกแก่ตัวหนึ่ง ด้วยคำว่า เชิญท่านเยี่ยวใส่ในถาดทองนี้เถิด หมาจิ้งจอกแก่นั้น ก็ถ่ายปัสสาวะใส่ในถาดทองนั้น
- ในกาลภายหน้า คนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอำนาจวาสนา คนตระกูลต่ำหรือคนพาลจะได้เป็นใหญ่เป็นโต และคนมีตระกูลก็จะต้องยกลูกสาวให้แก่ผู้ไร้ตระกูลเหล่านั้น เหมือนเอาถาดทองไปให้หมาปัสสาวะรด
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นอย่างนี้ บุรุษผู้หนึ่งฟั่นเชือก แล้วหย่อนไปที่ใกล้เท้า แม่หมาจิ้งจอกโซตัวหนึ่งนอนอยู่ใต้ตั่งที่บุรุษนั่ง กัดกินเชือกนั้น เขาไม่ได้รู้เลยทีเดียว
- ในกาลภายหน้า ผู้หญิงจะเหลาะแหละ โลเล ลุ่มหลงในสุรา เอาแต่แต่งตัว เที่ยวเตร่ ประพฤติทุศีล แล้วก็จะเอาทรัพย์ที่สามีหาได้ด้วยความลำบากไปใช้ หรือให้ชายชู้ เหมือนนางหมาโซที่นอนใต้ตั่งคอยกัดกินเชือกที่เขาฟั่นและหย่อนลงไว้ใกล้เท้า
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นตุ่มน้ำเต็มเปี่ยมลูกใหญ่ใบหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ประตูวัง ล้อมด้วยตุ่มเป็นอันมาก วรรณะทั้ง ๔ เอาหม้อตักน้ำมาจากทิศทั้ง ๔ และทิศน้อยทั้งหลาย เอามาใส่ลงตุ่มที่เต็มแล้วนั่นแหละ น้ำก็เต็มแล้วเต็มอีก จนไหลล้นไป แม้คนเหล่านั้น ก็ยังเทน้ำลงในตุ่มนั้นอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่มีผู้ที่จะเหลียวแลดูตุ่มที่ว่างๆ เลย
- ในกาลภายหน้า เมื่อศาสนาเสื่อม คนเป็นใหญ่หรือมีอำนาจจะเบียดเบียนหรือเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า คนที่รวยอยู่แล้วก็จะมีคนจนหารายได้ ไปส่งเสริมให้รวยยิ่งขึ้น ดังฝูงชนที่ต้องตักน้ำใส่ตุ่มใหญ่ที่เต็มอยู่แล้วจนล้น ส่วนตุ่มที่ว่างอยู่กลับไม่ไปใส่น้ำ
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นโบกขรณีสระหนึ่ง ดารดาษไปด้วยปทุม ๕ สี ลึก มีท่าขึ้นลงรอบด้าน ฝูงสัตว์สองเท้าสี่เท้า พากันลงดื่มน้ำในสระนั้นโดยรอบ น้ำที่อยู่ในที่ลึก กลางสระนั้นขุ่นมัว ในที่ซึ่งสัตว์สองเท้าสี่เท้าพากันย่ำเหยียบ กลับใสสะอาดไม่ขุ่นมัว หม่อมฉันได้เห็นอย่างนี้
- ในกาลภายหน้า เมื่อคนมีอำนาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม ขาดเมตตา คอยใช้อำนาจ รีดนาทาเร้นหรือกินสินบน ชาวบ้านชาวเมืองก็จะหนีไปอยู่ตามชายแดนหรือที่อื่นๆ ทำให้ที่นั้นๆที่คนพากันไปอยู่มีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น เหมือนน้ำรอบๆสระที่ใส ส่วนเมืองหลวงกลับว่างเปล่า เหมือนกลางสระที่ขุ่น
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้เห็นข้าวสุก ที่คนหุงในหม้อใบเดียวกันแท้ๆ แต่หาสุกทั่วกันไม่ เป็นเหมือนผู้หุงตรวจดูแล้วว่าไม่สุก เลยแยกกันไว้เป็น ๓ อย่าง คือ ข้าวหนึ่งแฉะ ข้าวหนึ่งดิบ ข้าวหนึ่งสุกดี
- ในกาลภายหน้า เมื่อคนทั้งหลายไม่อยู่ในศีลในธรรมกันมากขึ้น ก็จะทำให้ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือตกไม่ทั่วถึง ทำให้การเพาะปลูกบางแห่งได้ผล บางแห่งก็ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับข้าวที่มีสุกบ้าง ดิบบ้าง และแฉะบ้าง
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นคนทั้งหลายเอาแก่นจันทน์มีราคาตั้งแสนกษาปณ์ ขายแลกกับเปรียงเน่า
- ในกาลภายหน้า พระภิกษุอลัชชีเห็นแก่ได้ทั้งหลาย แทนที่จะนำธรรมะที่พระพุทธองค์สอนไปสอนสั่งให้คนหลุดพ้นจากความทุกข์ และละความโลภ กลับใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหากิน หาปัจจัยบริจาคเข้าตัวเอง เหมือนเอาแก่นจันทน์ (ธรรมะคำสอนที่ดี) ไปแลกเอาเถาวัลย์เน่า (ลาภอามิสที่ได้รับมา ซึ่งไม่จีรังและไม่ช่วยให้พ้นทุกข์จริงๆได้)
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นกะโหลกน้ำเต้าจมน้ำได้ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้ พระเจ้าข้า?
- ในกาลภายหน้า คำพูดของคนที่ไม่ควรจะได้รับความเชื่อถือ กลับจะได้รับความเชื่อถือ โดยเปรียบถ้อยคำของคนที่ไม่น่าเชื่อว่ามีน้ำหนักเบาเหมือนกับผลน้ำเต้า ซึ่งปกติจะลอยน้ำ แต่เมื่อคนเชื่อว่าคำพูดเหล่านั้นมีน้ำหนัก หรือหนักแน่น จึงเปรียบคำพูดนั้นว่ามีน้ำหน้กราวกับน้ำเต้าที่จมน้ำได้
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นศิลาแท่งทึบใหญ่ ขนาดเรือนยอดลอยน้ำเหมือนดังเรือ อะไรเป็นผลแห่งสุบินนี้ พระเจ้าข้า?
- ในกาลภายหน้า ถ้อยคำของคนที่ควรได้รับการเชื่อถือ ซึ่งหนักแน่น มีน้ำหนักเปรียบประดุจแท่งศิลา กลับไม่ได้รับความเชื่อถือ หรือกลายเป็นถ้อยคำที่ไม่มีน้ำหนักเหมือนเรือที่ลอยได้ ข้อนี้ตรงกันข้ามกับข้อที่แล้ว คือ คนหันไปเชื่อคำพูดคนที่ไม่ควรเชื่อ เหมือนสิ่งที่ควรลอยกลับจม สิ่งที่ควรจมกลับลอย
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นฝูงเขียดตัวเล็กๆ ขนาดดอกมะซาง วิ่งไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ๆ กัดเนื้อขาดเหมือนตัดก้านบัว แล้วกลืนกิน
- ในกาลภายหน้า เมื่อมนุษย์ปล่อยตัวปล่อยใจตามกิเลส ราคะ สามีจะตกอยู่ในอำนาจของเมียเด็ก และจะถูกดุด่าว่ากล่าวเช่นเดียวกับคนรับใช้ เหมือนเขียดตัวเล็กๆแต่กลับกินงูได้
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันได้เห็นฝูงพญาหงษ์ทองที่ได้นามว่าทอง เพราะมีขนเป็นสีทอง พากันแวดล้อมกาผู้ประกอบด้วยอสัทธรรม ๑๐ ประการ เที่ยวหากินตามบ้าน
- ในกาลภายหน้า ผู้มีตระกูลต้องไปเที่ยวประจบ และสวามิภักดิ์ต่อผู้ไม่มีตระกูลเหมือนหงส์ทองแวดล้อมด้วยกา
- ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในกาลก่อนๆ เสือเหลืองพากันกัดกินฝูงแกะ แต่หม่อมฉันได้เห็นฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลือง กัดกินอยู่มุ่มม่ำๆ ทีนั้น เสืออื่นๆ คือเสือดาว เสือโคร่ง เห็นฝูงแกะอยู่ห่างๆ ก็สะดุ้งกลัว ถึงความสยดสยอง พากันวิ่งหนีหลบเข้าพุ่มไม้และป่ารก ซุกซ่อนเพราะกลัวฝูงแกะ
- ในกาลภายหน้า คนชั่ว หรือคนที่ไม่ดีจะเรืองอำนาจ และใช้อำนาจเป็นธรรม ทำให้คนดีถูกทำร้าย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องหลบหนี ซ่อนตัวจากภัยร้ายเหล่านี้เหมือนเสือซ่อนตัวจากแกะ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค เล่มที่ ๒๗, หน้า ๓๒, ข้อ ๗๗, https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=77&p=
ตอนที่ผมเขียนๆหยุดๆไปปีสองปี แล้วหวนกลับมาเขียนใหม่ ก็มีความตั้งใจอยู่แล้วว่าจะทดเวลาบาดเจ็บอีกสักสองสามปี ยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่อยากดู อยากเขียนถึง อยากหวนกลับไปปรับปรุงบทความเก่าๆ … เอาว่าปีหน้ายังไม่ใช่ปีสุดท้ายที่จะทำบล็อคนี้อยู่นะครับ แต่กำลังครุ่นคิดอยากทำการสังคายนาบางอย่าง เอาไว้เมื่อถึงเวลาค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
สำหรับคนที่ติดตามบล็อคนี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ Facebook ของผมถูกแฮคไปสองรอบจนหมดความกระตือลือล้น เข้าไม่ได้เลยไม่ได้อัพเดทอะไรแล้ว หลงเหลือช่องทาง Twitter/X หรือ Bluesky ส่วน Youtube เอาไว้โพสคลิปที่ใช้อ้างอิงในบทความ และวันก่อนเพิ่งสมัคร Letterboxd ยังไม่ว่างเล่นอะไรกับมันสักเท่าไหร่
รอบปีที่ผ่านมาในที่สุดก็ได้เขียนถึง Lars von Trier, Jacques Rivette สมดั่งใจหวังสักที! แต่ยังติดค้างคา Jia Zhangke เดี๋ยวรอคอยดูว่าปีหน้าจะมีโอกาสไหม ที่ตั้งใจแน่ๆคือ Theodoros Angelopoulos ส่วนปลายปีนี้ยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ระหว่าง Kenji Mizoguchi หรือ Mikio Naruse
มันมีหนังเรื่องหนึ่งที่ผมเฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ The Puppetmaster (1993) เห็นข่าวการบูรณะตั้งแต่ปีที่แล้ว บอกจะฉายฤดูใบไม้ผลิปีนี้แต่กลับเงียบกริบ น่าจะยังบูรณะไม่เสร็จ หรือมีเหตุขัดข้องอะไรบางอย่าง ใครรอผมเขียนถึง Hou Hsiao-hsien ก็จนกว่าจะหาดูเรื่องนี้ได้นะครับ
15-Nov-2024
ผมได้ทำลิสต์ ที่เกี่ยวกับการให้เรตของแอดอยู่ครับ ถ้าสนใจผมจะแนบลิงค์ไว้นะครับ https://boxd.it/vRoji
55+ เอาเลยครับ จริงๆมันมีมากกว่านี้ แต่ไม่มีเวลาไปปรับแก้ไข