Girl Shy (1924)

Girl Shy

Girl Shy (1924) hollywood : Fred C. Newmeyer, Sam Taylor ♥♥♥♥♥

ในบรรดาหนังของ Harold Lloyd เรื่องที่คุณจะหัวเราะจนกรามค้าง ท้องแข็งที่สุด ก็คือ Shy Girl, หนุ่มแว่นเป็นโรคกลัวสาวจนขี้ขึ้นสมอง แต่กลับเขียนหนังสือสอน วิธีจีบหญิง ซึ่งพอเขาได้พบกับเธอคนที่แอบชอบ ความน่ารัก กุ๊กกิ๊ก ขลุกขลิก (คิกขุ) ของคู่นี้ จะทำให้คุณหัวใจพองโต และฉาก Non-Stop ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย จะทำให้คุณหัวใจแทบวาย หยุดหัวเราะไม่ได้, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ถ้าคุณดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่หัวเราะจนท้องแข็ง ผมว่าควรไปหาจิตแพทย์แล้วนะครับ

กระนั้น Girl Shy ก็มีข้อตำหนินิดหนึ่ง เพราะ Non-Stop ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย จะทำให้ผู้ชม ‘ลืม’ ว่านี่มันหนังมีเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?, ยิ่งเมื่อเวลาผ่านไป ความทรงจำเริ่มเลือนลาง สิ่งที่ผู้คนมักจะจำได้จากหนังเรื่องนี้คือ มีฉาก Action Non-Stop ที่สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ลืมไปแล้วว่าเนื้อเรื่องมันมีอะไร ความรักโรแมนติก กุ๊กกิ๊กของคู่พระนาง … มีด้วยเหรอ?

นี่เป็นผลงานฉายเดี่ยวชิ้นแรกของ Harold Lloyd หลังจากแยกตัวกับเพื่อนโปรดิวเซอร์ Hal Roach ที่เริ่มทำหนังด้วยกันมานาน, Lloyd เรียกหนังเรื่องนี้ว่า ‘เรื่องราวของตัวละคร’ (Character Story) คือมีการดำเนินเรื่อง ผ่านเหตุการณ์ที่ตัวละครเจอ ไม่ใช่หนังแก๊ก (Gag) และมีการเพิ่มเนื้อเรื่องส่วนความสัมพันธ์ระหว่างคู่พระนาง กลายเป็นมีส่วนผสมของหนังโรแมนติก

โดยผู้กำกับ Fred C. Newmeyer และ Sam Taylor ที่ตาม Lloyd ออกมา หลังแยกตัวจาก Hal Roach,

Harold Lloyd รับ Harold Meadows หนุ่มแว่นจนๆ (The Poor Boy) อาชีพช่างตัดเย็บเสื้อผ้า มีนิสัยงุ่มง่าม เฟอะฟะ เป็นโรคกลัวผู้หญิงสุดขีด (ที่จะทำให้พูดติดๆขัดๆ เหมือนคนติดอ่าง ต้องทำให้ตกใจ เป่านกหวีดเสียงดังๆ สติจึงกลับคืนมา) เหตุที่เขาแต่งหนังสือ วิธีจีบหญิง ก็เพื่อเป็นการสร้างโลกในจินตนาการของตนขึ้นมา ถ้าผู้หญิงเป็นแบบที่ตนคิดก็ดี, นี่เป็นลักษณะอาการของคนประเภทหนีโลกนะครับ ถ้ารุนแรงมากๆอาจต้องปรึกษาจิตแพทย์ให้ช่วยรักษา แต่โชคดีที่หนุ่มแว่นได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง

Jobyna Ralston รับ Mary Buckingham หญิงสาวที่สวยรวย (The Rich Girl) แต่มีนิสัยเหมือนเด็กน้อย แก่นแก้ว เอาแต่ใจตัวเอง, การได้พบกับหนุ่มท่าทางเฟอะแฟะ ทำให้เกิดความพิศวงสงสัย อยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ชื่นชอบจนหลงใหลคลั่งไคล้กลายเป็นตกหลุมรัก แต่ก็ชอกช้ำเพราะเขาทำให้เธออกหักเป็นครั้งแรก

เรื่องราวความรักโรแมนติกของทั้งคู่ ถือว่ามีความหวานแหวว น้ำตาลขึ้นมด (มดขึ้นน้ำตาล) วัยรุ่นหนุ่มสาวเห็นแล้วคงจิกหมอน กัดเล็บ ในความน่ารักน่าชังของทั้งสอง, ขนมหมา (Dog Biscuits) และ Cracker Jack ถือว่าเป็นสัญลักษณ์มิตรภาพ ที่ทั้งตลกและหวานซึ้ง (เห็นหนุ่มแว่นกินขนมหมาครั้งแรก หลายคนคงหัวเราะ แต่ภายหลังเมื่อเธอเห็นเขายังถือกล่องนั้นอยู่ มันกลายเป็นความโรแมนติกที่ชุ่มชื้นหัวใจ) ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจำความคิกขุอาโนเนะของคู่รักทั้งสองไว้ แม้รู้ทั้งว่าสักวันคงลืมเลือน และจดจำได้แค่ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนัง แต่ความสวยงามของครึ่งชั่วโมงแรก ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนให้ครึ่งชั่วโมงสุดท้าย สนุกตื่นเต้น ลุ้นระทึกได้เต็มอื่ม

ถ่ายภาพโดย Walter Lundin, การแสดงของ Lloyd ถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก ช่วงท้าย Non-Stop มี 2 ฉากที่ได้รับการพูดถึง
– ฉากห้อยโหนบนรถราง ที่หนุ่มแว่นต้องปีนขึ้นไปข้างบน เพื่อเกี่ยวสายไฟที่หลุด ซึ่งพอเกี่ยวติดแล้ว รถรางก็เคลื่อนที่ไหลทันทีไม่มีเบรค ทำให้หนุ่มแว่นต้องเกาะหลังคา ห้อยต่องแต่งอยู่แบบนั้น
– ฉากม้าคู่ลากเกวียน ที่ตอนแรกหนุ่มแว่นก็ขับเกวียนอยู่ด้านหลัง แต่ไปๆมาๆเมื่อเกวียนใกล้พัง เขาเลยต้องกระโดดขึ้นไปบนหลังมาเพื่อควบต่อ

คงไม่ต้องบอกว่าสองฉากนี้อันตรายแค่ไหน เด็กๆและผู้ใหญ่ทั้งหลาย อย่าเอาไปลองทำเลียนแบบนะครับ

ตัดต่อโดย Allen McNeil, ใช่ว่าครึ่งชั่วโมงสุดท้ายจะเป็น Non-Stop ยาวเหยียดไม่มีจบสิ้นนะครับ หนังมีการตัดสลับ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ระหว่าง หญิงสาว กับ หนุ่มแว่น ตัดสลับเพื่อสร้างจังหวะให้ผู้ชมพักหยุดหัวเราะ ได้มีโอกาสหายใจบ้าง ซึ่งพอตัดกลับมาใหม่จะได้มีแรงหัวร่อต่อ ที่จะยิ่งตลกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆด้วย

คุณเคยเป็นหรือเปล่า เห็นหญิงสาว/ชายหนุ่ม ที่น่ารักมากๆ อยากเข้าไปจีบ แต่ใจไม่กล้า ปอดแหก ทำได้แต่จินตนาการฝันถึงเธอ (สุดท้ายก็ถูกหมาคาบไปแดก), หนังเรื่องนี้เหมือนกับความฝันของ Harold Lloyd ที่อยากประสบความสำเร็จ แล้วมีหญิงสาวสวยๆ รวยๆ ที่ชื่นชอบ หลงรักเขา … ไม่ใช่สิ นี่มันคือความฝันของคนทั้งโลกเลย ซึ่งถ้าฝันนั้นเป็นจริง เหมือนเขาสาบานกับตัวเอง ว่าฉันจะทำทุกอย่าง เสียสละทุกสิ่ง เพื่อให้ได้เธอมาครอบครอง นี่จึงเป็นเหตุของครึ่งชั่วโมง … 21 นาทีสุดท้าย เพื่อเธอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันก็จะไป ยอมทำทุกสิ่งอย่าง

Girl Shy ถ่ายทำทั้หมด 6 เดือน ใช้ทุนสร้าง $400,000 เหรียญ ทำเงิน $1.73 ล้านเหรียญ มากกว่า Safety Last! ที่ทำได้ $1.58 ล้านเหรียญ

มีหนังเงียบเพียง 2 เรื่องเท่านั้น (ณ ขณะนี้) ที่เป็นหนังโปรดของผม คือ City Light (1937) ของ Charlie Chaplin และเรื่องนี้ Shy Girl (1924), ตอนผมดูครั้งแรก หัวเราะจนเจ็บคอน้ำตาซึม (เคยไหมครับ หัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหล) แถมหยุดไม่ได้ จำต้องหาหนังของ Harold Lloyd เรื่องอื่นๆมาดูต่อโดยทันที (คืนนั้นจำได้เลยว่าไม่ได้นอน โหลดดูหนังไปอีกหลายสิบเรื่อง) กระนั้นก็ไม่มีหนังเรื่องไหนอีกแล้ว ที่ทำให้ผมหัวเราะไม่หยุดได้เท่าเรื่องนี้ ถือเป็นความบันเทิงที่เต็มพิกัดจริงๆ ดูซ้ำกี่รอบก็ยังไม่เบื่อง่ายๆ

จริงอยู่ที่สาระมันอาจไม่ค่อยมี และครึ่งชั่วโมงสุดท้าย มันทำให้ผู้ชมหลงลืมเป้าหมายของหนัง และจบแบบมึนๆ หลายประเด็นไม่กระจ่าง แต่ความบันเทิงระดับนี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ ที่จะทำให้เราหลงใหลคลั่งไคล้หนังได้สักเรื่อง

สำหรับฉาก Non-Stop ครึ่งชั่วโมงท้ายๆ มีหนังอีกเรื่องที่คนพูดถึงเยอะคือ Seven Chances (1925) ของ Buster Keaton (ลองหามาดูเทียบกันนะครับ) ที่ก็ถือว่าได้แรงบันดาลใจจากหนังเรื่องนี้ และทำให้คุณหัวร่อไม่หยุดได้เช่นกัน แต่ผมคิดว่า Girl Shy ยังเจ๋งกว่ามาก เป็นต้นตำหรับ และไม่คิดว่าจะมีหนังเรื่องไหนทำฉาก Non-Stop Action/Comedy Sequence ได้สนุกเท่านี้อีกแล้ว

ในบทสัมภาษณ์ของ Lloyd ต่อหนังเรื่องนี้ ก็พูดในลักษณะเช่นเดียวกัน

“I don’t think that (Shy Girl) was as good as the two that I’ve mentioned (The Freshman และ The Kid Brother), but it has probably one of the best sequences that we’ve ever made.”

Harold Lloyd ให้สัมภาษณ์กับ The Silent Picture, 1971

แนะนำกับคอหนังเงียบ ผู้ชื่นชอบ Slapstick Comedy ต้องการหัวเราะจนกรามค้าง ท้องแข็ง, แฟนหนัง Harold Llody ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

จัดเรตทั่วไป เด็กๆคงขำไม่หยุด

TAGLINES | “Girl Shy หนังเงียบของ Harold Llody จะทำให้คุณหัวเราะจนกรามค้าง ท้องแข็งที่สุดแบบหยุดไม่ได้”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | FAVORITE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of