
Sambizanga (1972)
,
,
: Sarah Maldoror ♥♥♥♥
นักปฏิวัติถูกจับกุม คุมขังยังเรือนจำ ณ Sambizanga, Portuguese Angola แล้วโดนทัณฑ์ทรมานจนเสียชีวิต นั่นคือจุดเริ่มต้น Angolan War of Independence (1961-74) นำเสนอผ่านมุมมองผู้กำกับหญิง เรียบง่าย ทรงพลัง แม้ต้องถ่ายทำยังประเทศเพื่อนบ้าน Congo
หลายๆประเทศในทวีปแอฟริกาได้รับการปลดแอก ประกาศอิสรภาพ หลุดพ้นจากสถานะอาณานิคมระหว่างปี ค.ศ. 1959-60 แต่ไม่ใช่สำหรับแองโกลา (Angola) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา พรมแดนจดกับ Namibia, Congo, Zambia และชายฝั่งตะวันตกบนมหาสมุทร Atlantic นั่นเพราะเจ้าของอาณานิคมโปรตุเกส พยายามยื้อยับยั้ง ไม่ต้องการสูญเสียเหมืองเพชร น้ำมัน กาแฟ ฯ แหล่งสร้างรายได้มหาศาล
แต่หลังจากประเทศเพื่อนบ้านได้รับการปลดแอกกันถ้วนหน้า นั่นทำให้ประชาชนชาว Angolan รวมกลุ่มจัดตั้ง People’s Movement for the Liberation of Angola (MPLA) เพื่อเรียกร้องอิสรภาพจากเจ้าของอาณานิคมโปรตุเกส นำไปสู่ Angolan War of Independence เริ่มต้นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1961 กว่าจะสิ้นสุด 25 เมษายน ค.ศ. 1974 (รวมระยะเวลา 13 ปี 2 เดือน กับอีกสามสัปดาห์)
เกร็ด: สาเหตุที่สงครามยืดเยื้อเพราะถูกแทรกแซงโดยพวกหมาอำนาจ กลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสงครามเย็น, MPLA ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต ขณะที่(เจ้าของอาณานิคม)โปรตุเกสมีสหรัฐอเมริกาหนุนหลัง
ผมมีความสนใจ Sambizanga (1972) เพราะพบเห็นติดอันดับ #136 (ร่วม) ชาร์ทของนิตยสาร Sight & Sound: Critic’s Poll เมื่อปี 2022 ระหว่างรับชมรู้สึกแปลกๆ เพราะหนังให้ความสำคัญกับครอบครัว นำเสนอผ่านมุมมองภรรยาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งค่อนข้างผิดวิสัยผู้กำกับชาย ก่อนค้นพบว่าแท้จริงแล้วสร้างโดยผู้กำกับหญิง เลยเกิดความประทับใจไม่น้อยเลยละ
หลายคนอาจรู้สึกว่าหนังไม่ได้มีลูกเล่น หรือเรื่องราวที่น่าสนใจ ออกไปทางภาพยนตร์ชวนเชื่อ (Propaganda) อารัมบทก่อนนำเข้าสู่สงครามเรียกร้องอิสรภาพ แต่วิสัยทัศน์ของผู้กำกับหญิง (บ้างเรียกว่า “women’s sensibility” หรือ “woman’s touch”) ทำให้ทิศทางของหนังมีความละมุน อ่อนไหว ผู้ชมเกิดอาการสั่นสะท้านทรวงใน ความตายของสามี/นักปฏิวัติ มันจึงรุนแรง ทรงพลัง เป็นความรู้สึกที่ยังสัมผัสจับต้องได้ถึงปัจจุบัน
มันมีข้อถกเถียงว่าผกก. Maldoror เกิดที่ฝรั่งเศส ครอบครัวอพยพจาก Guadeloupe, French West Indies แม้บรรพบุรุษคือทาสจากแอฟริกา แต่จะถือว่าเป็นผู้กำกับสัญชาติแอฟริกันแท้ๆได้หรือไม่? ถ้าจะเอาแบบชัวร์ๆมักนับกันที่ Safi Faye ผู้กำกับหญิงชาว Senegalese แอฟริกันแท้ๆคนแรก โด่งดังจากภาพยนตร์ Letter from My Village (1975) และ Mossane (1996)
Sarah Maldoror ชื่อจริง Sarah Ducados (1929-2020) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติฝรั่งเศส เกิดที่ Condom, Gers ในครอบครัวผู้อพยพจาก Guadeloupe, French West Indies โตขึ้นเข้าร่วมคณะการแสดง Compagnie des Griots (ถือเป็นคณะของชาวแอฟริกันกลุ่มแรกในฝรั่งเศส) ทำให้มีโอกาสรู้จักว่าที่สามี Mário Pinto de Andrade, ต่อมาได้ทุนการศึกษาเรียนต่อ All-Union State Institute of Cinematography (VGIK) รุ่นเดียวกับ Ousmane Sembène, จบออกมาทำงานเป็นผู้ช่วย Gillo Pontecorvo ถ่ายทำโคตรภาพยนตร์ The Battle of Algiers (1966)
สรรค์สร้างหนังสั้นเรื่องแรก Monangambée (1968) เกี่ยวหญิงสาวเดินทางไปเยี่ยมสามี โดนจับกุมข้อหาก่อการกบฎในช่วงระหว่าง Angolan War of Independence คุมขังในเรือนจำ ณ Luanda, Angola (แต่ถ่ายทำยังประเทศ Algeria เพราะว่าสงครามใน Angola ยังไม่จบสิ้น), เข้าฉายเทศกาลหนังเมือง Cannes โปรแกรม Director’s Fortnight เสียงตอบรับถือว่าดีเยี่ยม
LINK: https://www.facebook.com/watch/?v=234761134392829
หนังสั้น Monangambée (1968) ดัดแปลงจากเรื่องสั้นรวบรวมอยู่ในหนังสือ Luanda (1963) แต่งโดย José Luandino Vieira ชื่อจริง José Vieira Mateus da Graça (เกิดปี 1935) นักเขียนสัญชาติ Angolan สมาชิกกลุ่มต่อต้านอาณานิคม (Anti-Colonial หรือจะเรียกว่า Pro-Independence) ซึ่งเจ้าตัวถูกทางการโปรตุเกสจับกุมเมื่อปี ค.ศ. 1961 (ขณะนั้นภรรยาเพิ่งคลอดบุตรชายอายุเพียง 4 เดือน) ส่งตัวไปเรือนจำ ณ São Paulo, Luanda ก่อนย้ายไปค่ายกักกันแรงงาน Tarrafal, Cabo Verde ใช้เวลาว่างเขียนเรื่องสั้น นวนิยายขนาดยาว ลักลอบส่งให้ภรรยาเก็บรักษาไว้ ก่อนได้รับการปล่อยตัวภายหลังสิ้นสุดสงคราม ค.ศ. 1974
ผกก. Maldoror รับรู้จักหนังสือ Luanda (1963) จากคำแนะนำของสามี Mário Pinto de Andrade ที่เป็นชาว Angolan และหนึ่งในแกนนำ People’s Movement for the Liberation of Angola (MPLA) ทำการติดต่อภรรยาของ José Luandino Vieira หลังเสร็จสร้างหนังสั้น Monangambée (1968) ก็ดัดแปลงนวนิยายอีกเรื่อง A vida verdadeira de Domingos Xavier แปลว่า The Real Life of Domingos Xavier เขียนเสร็จตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 แต่กว่าจะได้ตีพิมพ์ก็หลังจาก Angloa ได้รับการปลดแอก ประกาศอิสรภาพจากโปรตุเกส ค.ศ. 1974 กลายมาเป็นภาพยนตร์ Sambizanga (1972)
เครดิตดัดแปลงบทภาพยนตร์ประกอบด้วย Mário Pinto de Andrade, Sarah Maldoror และ Maurice Pons
เรื่องราวของ Domingos Xavier ทำงานคนขับรถในเหมืองหิน ฐานะยากจน ชนชั้นแรงงาน อาศัยอยู่กับภรรยาและบุตรชายวัยไม่กี่เดือน เช้าวันหนึ่งถูกตำรวจจับกุม พาไปคุมขังยังเรือนจำ ณ Sambizanga, Luanda ณ Portuguese Angola ด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกคณะปฏิวัติ ต่อต้านอาณานิคม เลยโดนทัณฑ์ทรมาน บีบบังคับให้เปิดเผยข้อมูล ผู้สมรู้ร่วมคิด แต่จนแล้วจนรอดจนตัวตาย ก็ไม่เคยปริปาก เอ่ยกล่าวชื่อของใคร
ตั้งแต่สามี Domingos Xavier ถูกตำรวจจับกุมตัว ภรรยา Maria จึงอุ้มพาบุตรชายออกเดินทางมุ่งสู่ Sambizanga เพื่อเข้าเยียมเยือน ทวงคืนความยุติธรรม แต่จนแล้วจนรอด ไม่ว่าโรงพักแห่งหนไหน ล้วนไม่ใครเหลียวแล ให้ความสนใจ ท้ายที่สุดพบเจอเพียงร่างไร้วิญญาณ ระบายความอัดอั้น เกรี้ยวกราดโกรธ บังเกิดแรงผลักดันให้บรรดาสมาชิกคณะปฏิวัติ ตัดสินใจวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1961 คือจุดเริ่มต้น Angolan War of Independence
ด้วยความที่ประเทศ Angola ยังอยู่ระหว่างสงคราม Angolan War of Independence (1961-74) มันจึงเสี่ยงเกินที่จะเข้าไปถ่ายทำสถานที่จริง ทีแรกวางแผนจะเลือกใช้ Algeria แบบเดียวกับหนังสั้น Monangambée (1968) แต่ผกก. Maldoror ได้รับการติดต่อจาก People’s Movement for the Liberation of Angola (MPLA) และ African Party for the Independence of Guinea and Cape Verde (PAIGC) ต้องการจะร่วมทุน และชักชวนเดินทางมาถ่ายทำยังประเทศเพื่อนบ้าน People’s Republic of the Congo ซึ่งมีสมาชิกของกลุ่มเคลื่อนไหวที่อพยพหลบลี้ภัยอาศัยอยู่
โดยนักแสดงส่วนใหญ่คือสมาชิกของ MPLA และ PAIGC ที่กำลังหลบซ่อนตัว อพยพลี้ภัยจาก Angola มาอาศัยอยู่ Congo แม้พวกเขาไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการแสดง แต่เพราะเคยพานผ่านสถานการณ์คล้ายๆเดียวกัน เลยเข้าใจบทบาท สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้อย่างทรงพลัง
- Domingos de Oliveira (รับบท Domingos Xavier) เป็นผู้อพยพลี้ภัยจาก Angola มาอาศัยอยู่ยัง Congo
- Elisa Andrade (รับบทภรรยา Maria) คือนักเศรษฐศาสตร์จาก Cape Verde (กาบูเวร์ดี เป็นประเทศเกาะภูเขาไฟในมหาสมุทร Atlantic ห่างจากชายฝั่งทวีป West Africa ประมาณ 570 กิโลเมตร) ขณะนั้นยังเป็นอยู่ภายใต้อาณานิคมโปรตุเกส แต่สถานการณ์เคลื่อนไหวเรียกร้องอิสรภาพไม่ได้รุนแรงเท่า Angola
ถ่ายภาพโดย Claude Agostini (1936-1995) บุตรชายของตากล้อง Philippe Agostini สัญชาติฝรั่งเศส ผลงานเด่นๆ อาทิ Sambizanga (1972), Quest for Fire (1981), Sword of Gideon (1986) ฯ
ด้วยงบประมาณที่มีจำกัด จึงถ่ายทำด้วยฟีล์ม 16mm (แล้วเวลาฉาย ‘blow-up’ ให้เป็น 35mm) ใช้กล้อง Hand-Held คอยเกาะติดตามนักแสดง ทำออกมาในสไตล์สารคดี (documentary-like) ไม่ได้มีลูกเล่น หรือใช้เทคนิคภาพยนตร์อะไร มุ่งเน้นสร้างบรรยากาศสมจริง (Realist) กลิ่นอาย Neo-Realist บันทึกภาพวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวแอฟริกันยุคสมัยนั้น … หนังใช้เวลา 7 สัปดาห์ ถ่ายทำยัง Brazzaville, People’s Republic of the Congo
เกร็ด: ผลงานส่วนใหญ่ของผกก. Maldoror มักเป็นหนังสั้นการเมือง ไม่ก็สารคดีบันทึกภาพวิถีชีวิตชาวแอฟริกัน
ชื่อหนัง Sambizanga เป็นตัวอักษรสีแดง สัญลักษณ์ของเลือด การต่อสู้ และความตาย, ขณะที่ภาพพื้นหลังคือกระแสน้ำที่มีความรุนแรง เชี่ยวกราก สื่อถึงสถานการณ์ความไม่สงบ อารัมบทสงคราม และรวมถึงสภาพจิตใจปั่นป่วน เกรี้ยวกราดของชาว Angolan

คนงานเหมืองหิน ทำการทุบทำลายก้อนหินขนาดใหญ่ มองผิวเผินก็เหมือนอาชีพใช้แรงงานทั่วๆไป แต่เราสามารถมองในเชิงสัญลักษณ์ของความแตกแยก ความสัมพันธ์แตกร้าว อารัมบทความขัดแย้งระหว่าง Angola และประเทศเจ้าของอาณานิคม Portugal ที่จะนำสู่สงคราม Angolan War of Independence
รถแทร็กเตอร์ของ Domingos จู่ๆยางแตก ต้องหยุดพักการทำงาน นี่ก็เคลือบแฝงนัยยะถึงความสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับนายจ้าง/เจ้าของอาณานิคม กลายเป็นข้ออ้างสำหรับหยุดพัก อู้งาน หรือคืออารยะขัดขืน ประท้วงต่อต้าน


สิ่งที่ผมถือเป็นไฮไลท์ของหนัง (อันเกิดจาก ‘วิสัยทัศน์’ ของผู้กำกับหญิง) คือการนำเสนอกิจกรรมระหว่าง Domingos กับญาติพี่น้อง ผองเพื่อน เล่นฟุตบอลกับเด็กๆ โอบอุ้มทารกน้อย รวมถึงแสดงความรักต่อภรรยา ซีเควนซ์เหล่านี้ทำให้ผู้ชมบังเกิดความสัมพันธ์ สนิทชิดเชื้อตัวละคร พบเห็นความเป็นมนุษย์ ในฐานะบิดา และสามี … หลายคนอาจมองว่ากิจกรรมเหล่านี้ดูไม่ค่อยมีความจำเป็น แต่เมื่อตัวละครประสบชะตาอันเลวร้ายบางอย่าง โดยไม่รู้ตัวจะทำให้ผู้ชมเกิดปฏิกิริยา ความรู้สึกอันรุนแรงขึ้นภายใน


ผมไม่ได้เหลือบดูเวลา แต่การเดินทางของภรรยา Maria (แถมยังโอบอุ้มทารกน้อยไว้เบื้องหลัง) เพื่อไปเยี่ยมเยียนสามีถูกคุมขังที่ Sambizanga มันช่างเยิ่นยาวนาน ระยะทางห่างไกลเสียเหลือเกิน ยุคสมัยนั้นไม่มีรถโดยสาร ต้องใช้การก้าวเดิน ขึ้นเขาลงห้วย ผ่านหมู่บ้านทุรกันดารห่างไกล ก่อนมาถึง Luanda เมืองหลวงประเทศ Angola เป็นการบันทึกภาพ … จริงๆอยากจะพูดว่า Angola แต่หนังถ่ายทำยัง Congo เอาว่าเก็บภาพทิวทัศน์แอฟริกาฝังไว้ในไทม์แคปซูลก็แล้วกัน!

มีแนวโน้มสูงมากๆว่าผกก. Maldoror น่าจะเคยรับชม The Round-Up (1966) ไม่ก็ A Clockwork Orange (1971) ถึงมีการอ้างอิงภาพวาด Prisoners’ Round (after Gustave Doré) (1890) ผลงานสีน้ำมันของ Vincent van Gogh ขณะอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช Saint-Paul Asylum, Saint-Rémy ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากภาพแกะสลักบนไม้ (Wood-Engravings) ชื่อว่า Newgate Prison Exercise (1872) ของ Gustave Doré


แต่ผมครุ่นคิดว่าผกก. Maldoror น่าจะต้องเคยรับชม The Round-Up (1966) เพราะภาพช็อตนี้ที่ถ่ายมุมก้มจากด้านบนเรือนจำ พบเห็นการแบ่งสัดส่วนสถานที่คุมขัง ใครเคยรับชมภาพยนตร์สัญชาติ Hungarian เรื่องนั้น ย่อมต้องรู้สึกมักคุ้นอยู่พอสมควร … จะว่าไป The Round-Up (1966) ก็เป็นเรื่องของนักโทษคณะปฏิวัติที่ถูกซักทอด ก่อนถูกล่อหลอก แล้วกวาดล้างให้หมดสิ้น

หนังทั้งเรื่องจะไม่มีการใช้ช็อตโคลสอัพ (Close-Up) จนกระทั่งบรรดาสมาชิกคณะปฏิวัติรับทราบข่าวการเสียชีวิตของ Domingos มีการร้อยเรียงใบหน้า(น่าจะ)บรรดาแกนนำ ทุกคนดูเคร่งขรึม ตึงเครียด เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้น อยากระบายอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่พยายามเก็บกดดัน เฝ้ารอคอยช่วงเวลาเหมาะสมถึงค่อยโต้ตอบ เอาคืน อีกไม่กี่วันเท่านั้น




ผมครุ่นคิดว่านี่เป็นคำกล่าวสุนทรพจน์ที่มีความทรงพลังเกือบๆที่สุด (รองจาก Triumph of the Will (1935)) ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมหรือใครแสดงความเศร้าโศกเสียใจ หรือระบายอารมณ์เกรี้ยวกราด แต่เรียกร้องให้เกิดความปีติยินดี ร้องรำทำเพลง เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นการต่อสู้ ชื่อของ Domingos Xavier (นามสมมติ) จักคงตราฝังอยู่ในจิตวิญญาณผู้คนและคณะปฏิวัติ สัญลักษณ์แห่งความหนักแน่น มั่นคง ไม่หวาดกลัวเกรงต่ออำนาจนิยม เสียสละชีพเพื่ออิสรภาพอย่างแท้จริง
Fellow countrymen of Angola. I’ve just learned one of our brothers has been killed. Domingos Xavier. I interrupted to tell you this, but let us continue because we are joyful. He behaved like a true nationalist. He said nothing of the movement. This is a day of mourning, but also a day of joy, for domingos and his companion Maria. Do not cry over his death. Today domingos begins his real life, in the hearts of Angola’s people.

ตัดต่อโดย Georges Klotz (1926-2015) สัญชาติฝรั่งเศส,
แรกเริ่มต้น หนังดำเนินเรื่องผ่านมุมมองตัวละคร Domingos Xavier หลังจากเลิกทำงาน เดินทางกลับบ้าน เล่นฟุตบอลกับลูกๆ และภรรยาสุดที่รัก แต่เช้าวันถัดมาถูกตำรวจจับกุมตัว ควบคุมไปยังเรือนจำในเมือง Sambizanga จากนั้นจะมีการสลับสับเปลี่ยนมุมมอง ประกอบด้วย
- Domingos Xavier ในเรือนจำ ถูกทัณฑ์ทรมาน ให้เปิดเผยรายชื่อแกนนำคณะปฏิวัติ
- สมาชิกคณะปฏิวัติ พยายามติดหาว่าชายคนที่ถูกจับนี้คือใคร? เดินทางไปพบเจอสมาชิกคนอื่นๆ ยังสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งไปชุมชนที่ครอบครัว(ของ Domingos) พักอาศัย
- และศรีภรรยา Maria ออกเดินทางจากบ้านเข้าสู่เมือง Sambizanga ไปยังโรงพัก เรือนจำต่างๆ ติดตามค้นหา สามีถูกจองจำอยู่แห่งหนไหน?
หนังไม่มีเครดิตเพลงประกอบ แต่หลายครั้งมักได้ยินเสียงขับร้อง บรรเลงดนตรี (มีทั้ง diegetic music และ non-diegetic music) ฟังดูสะท้อนความรู้สึกตัวละครขณะนั้นๆ โดยเฉพาะเสียงร้องอันโหยหวนของหญิงสาว เข้ากับการก้าวออกเดินทาง ไม่รู้จะมีโอกาสพบเจอหน้าสามีอีกหรือไม่
ความตั้งใจของผกก. Maldoror อธิบายว่าต้องการทำสามสิ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้
- นำเสนอประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นของกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องอิสรภาพชาว Angolan
- สรรค์สร้างภาพยนตร์เพื่อเป็นบทเรียน การศึกษา อธิบายเหตุการณ์บังเกิดขึ้นใน Angola ให้กับชาวยุโรป/โลกตะวันตกได้รับรู้ข้อเท็จจริง
- และเล่าเรื่องผ่านมุมมองหญิงสาว/ภรรยา ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เจ้าตัวไม่เข้าใจว่าบังเกิดห่าเหวอะไรขึ้น แต่กลับต้องเจ็บปวด ทนทุกข์ทรมานจากการสูญเสีย
แม้ว่า Domingos Xavier จะคือบุคคลสมมติ แต่สามารถเหมารวมเหตุการณ์บังเกิดขึ้นใน Angola เมื่อปี ค.ศ. 1961 ประมาณผู้เสียชีวิตจากถูกจับกุม ทัณฑ์ทรมาน ฆ่าปิดปากไม่น้อยกว่า 50,000+ คน นั่นค่อยๆสร้างความตระหนักให้ชาว Angolan บังเกิดอคติต่อผู้มีอำนาจ หน่วยงานรัฐ และประเทศเจ้าของอาณานิคม Portugal
เกร็ด: ในแง่มุมที่สร้างความตระหนักรับรู้แก่ประชาชน และใช้ความตายของบุคคล ทำให้เกิดการรวมกลุ่มขึ้นมาต่อสู้ เรียกร้องอิสรภาพ Sambizanga (1972) เลยได้รับการเปรียบเทียบโคตรหนังเงียบแห่งสหภาพโซเวียต Battleship Potemkin (1925) … แต่แง่คุณภาพ อย่าไปเทียบเลยดีกว่า
by setting the story in 1961, the film is able to present us with a pure hero of the people–decent, unsophisticated, and unyielding–a martyr whose death gave the Angolan people the will to rise up in revolution. In this regard, the film strongly reminds us of Eisenstein’s 1926 Soviet masterpiece, Battleship Potemkin (1925), which also is set in a pre-revolutionary time (the 1905 abortive revolution in Russia), and uses the death of a worker-hero to galvanize sailors and townspeople into unified action.
Michael Kerbel นักวิจารณ์จาก The Village Voice
ผมอ่านเจอว่า Mário Pinto de Andrade สามีของผกก. Maldoror เคยเป็นผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหว People’s Movement for the Liberation of Angola (MPLA) แต่ช่วงปีโปรดักชั่น ค.ศ. 1971-72 บังเกิดความขัดแย้งภายใน Andrade ถูกลดบทบาท คิดเห็นต่างจากผู้นำคนใหม่ Augustinho Neto เขาเลยเสนอแนะภาพยนตร์เรื่องนี้ และร่วมพัฒนาบทเพื่ออารัมบทจุดเริ่มต้น นำเสนออุดมการณ์แท้จริงของคณะปฏิวัติ
ถึงอย่างนั้นหนังให้เวลากับประเด็นการเมือง เรื่องคณะปฏิวัติน้อยมากๆ พยายามมุ่งเน้นนำเสนอมุมมองชีวิตของ Domingos เพื่อให้ผู้ชมบังเกิดความสัมพันธ์กับตัวละคร ซึ่งหลังจากถูกจับเปลี่ยนมานำเสนอความทุ่มเทของศรีภรรยา Maria แบกหามลูกน้อย กว่าจะก้าวเดินถึง Sambizanga แล้วยังต้องแวะเวียนไปโรงพัก เรือนจำ ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เหล่านี้ยิ่งสร้างความอัดอั้น ทุกข์ทรมาน สงสารเห็นใจ พวกเขาทำผิดอะไรถึงถูกลงโทษทัณฑ์ … นี่ถือเป็น ‘วิสัยทัศน์’ ของผู้กำกับหญิงที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวชีวิต มุมมองสตรีเพศต่อเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหลายบังเกิดขึ้น
What I wanted to show in Sambizanga is the alone-ness of a woman and the time it takes to trudge … In this film I tell the story of a woman. It could be any woman, in any country, who takes off to find her husband.
Sarah Maldoror
เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยัง Carthage Film Festival (ของประเทศ Tunisia) เมื่อปี ค.ศ. 1972 สามารถคว้ารางวัล Tanit d’Or (ชนะเลิศ) จากนั้นตระเวนออกฉายตามเทศกาลหนังต่างๆ เมื่อเดินทางมาถึง Berlin International Film Festival ในสายการประกวด Forum of New Cinema สามารถคว้ามาสองรางวัล
- OCIC Award – Recommendation
- Interfilm Award – Recommendation
แต่กว่าที่หนังจะได้เข้าฉายในประเทศ Angola (และ Portugal) ก็ภายหลังสิ้นสุดสงคราม Angolan War of Independence กลายเป็นหมุดหมายแห่งชัยชนะ วีรบุรุษผู้การเสียสละชีพเพื่อชาติ
Sambizanga (1972) คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้เข้าร่วมโครงการ African Film Heritage Project ของ The Film Foundation ร่วมกับ Pan African Federation of Filmmakers และองค์การ UNESCO ผ่านการบูรณะ 4K เสร็จสิ้นเมื่อปี ค.ศ. 2021 ตรวจอนุมัติโดย Annouchka de Andrade (บุตรสาวของผกก. Maldoror) และตากล้องขาประจำ Jean-Francois Robin
สามารถหาซื้อ DVD/Blu-Ray รวบรวมอยู่ในคอลเลคชั่น Martin Scorsese’s World Cinema Project No. 4 ประกอบด้วย Prisioneros de la Tierra (1939), Two Girls on the Street (1939), Kalpana (1948), Sambizanga (1972), Muna Moto (1975), Chess of the Wind (1976)
ส่วนตัวมีความชื่นชอบหนังอย่างมากๆ อาจเพราะวิสัยทัศน์ของผู้กำกับหญิง ทำให้ทิศทางของหนังมีความละมุน อ่อนไหว ความตายของสามี/นักปฏิวัติ มันจึงรุนแรง ทรงพลัง สัมผัสถึงอารมณ์อัดอั้น เกรี้ยวกราดโกรธ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่จำเพาะเจาะจงถึง Angolan War of Independence แต่ยังเหมารวมชาวแอฟริกัน และทั่วทุกมุมโลกที่กำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ เผชิญหน้าความอยุติธรรมในสังคม
Sambizanga (1972) ถือเป็นหมุดไมล์สำคัญในวงการภาพยนตร์แอฟริกัน ไม่ใช่แค่สร้างโดยผู้กำกับหญิง แต่ยังนำเสนอเรื่องราว(อารัมบทเข้าสู่)การปฏิวัติ เรียกร้องอิสรภาพ ครั้งแรกที่กล้าเผชิญหน้าจักรวรรดินิยมอย่างตรงไปตรงมา … ภาพยนตร์จากแอฟริกาในช่วงทศวรรษ 60-70s มักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า เพียงนำเสนอปัญหาทางอ้อมๆ เพราะเกรงใจอดีตเจ้าของอาณานิคม ยังคงต้องพึ่งพาอะไรอีกหลายอย่าง
จัดเรต 15+ กับภาพความรุนแรง การใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบ
Leave a Reply