อุกาฟ้าเหลือง (1980)

อุกาฟ้าเหลือง

อุกาฟ้าเหลือง (พ.ศ.2523) หนังไทย : หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ♥♥♥♥♥

หนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุด ควรค่าแก่การรับชม และ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” อุกาฟ้าเหลือง โดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล, โบราณว่าไว้ ถ้าเห็นท้องฟ้าสีเหลือง อย่าออกเรือ จะเจอพายุคลั่ง ไม่ได้กลับเข้าฝั่ง

คนโบราณเชื่อกันว่า ถ้าท้องฟ้ากลายเป็นสีเหลืองเข้มออกแดงแบบที่เรียกว่า ‘อุกาฟ้าเหลือง’ จะเกิดมหันตภัยทางธรรมชาติในเร็ววัน ชาวทะเลจะไม่มีวันยอมออกเรือ เพราะกลัวพายุใหญ่และมรสุม, สัญญาณเตือนภัยโบราณนี้มีคำอธิบายเพิ่มเติมที่เป็นวิทยาศาสตร์บ้างไหม? หรือเป็นเพียงความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมา?

อุกาฟ้าเหลือง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเกิดเมื่อมีพายุฝนฟ้าคะนอง ในเวลาอย่างนั้นท้องฟ้าจะมีเฆมชั้นต่ำมาก เมฆชั้นต่ำจะมีไอน้ำมาเกาะอยู่อย่างหนาแน่น ทำให้เกิดความชื้นสูง เมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงกระทบละอองไอน้ำเหล่านี้มาสู่ตาเรา ละอองน้ำจะหักเหแสงสีแดงสู่ระบบการมองเห็นของเรา ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีแดงส้ม, อุกาฟ้าเหลืองที่จริงจึง ไม่ใช่สีเหลือง แต่เป็นสีแดงส้มมากกว่า

ชาวเรือที่ใช้การสังเกตอุกาฟ้าเหลืองเป็นหลักในการออกเรือ จะสังเกตว่าเกิดท้องฟ้าลักษณะนี้เมื่อใด เช่นว่า ถ้าท้องฟ้ามีสีแดงส้มในเวลาเช้าหรือหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วจะไม่ออกเรือ เพราะเป็นสัญญาณเตือนว่าจะมีพายุและลมแรง แต่ถ้าท้องฟ้ามีสีส้มแดงในช่วงตอนโพล้เพล้หรือระหว่างพระอาทิตย์ตกดิน แสดงว่ารุ่งขึ้นอากาศจะดี นี่ความเชื่อที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีประโยชน์จริงๆ

คำว่า ‘อุกาฟ้าเหลือง’ สันนิษฐานว่าควรเขียนว่า ‘อุกกาฟ้าเหลือง’ ถึงจะถูก เพราะคำว่า อุกกา [อุก] แปลว่า คบเพลิง, ที่มาของคำนี้ เมื่อคนโบราณเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดงส้ม เหมือนแสงของคบเพลิง (อุกกา) จึงเรียกท้องฟ้าที่มีสีแดงส้มเหมือนคบเพลิงนี้ว่า อุกกาฟ้าเหลือง

reference: https://www.gotoknow.org/posts/207008

หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้นำคำของคนโบราณนี้มาแต่งเติมสร้างเรื่องราว ประกอบขึ้นเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว ทุ่มทุนสร้างกว่า 5 ล้านบาท ถ่ายทำในระบบ Sound on Film อำนวยการสร้างโดย สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ (เสี่ยเจียง) แห่งสหมงคลฟิล์ม

เรื่องราวของชาวบ้านแห่งหนึ่งอาศัยอยู่ริมทะเล หาเลี้ยงชีพด้วยการประมงจับปลามาขาย ด้วยวิถีดั้งเดิมจับปลาได้ปริมาณน้อย ไม่เพียงพอจะเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วิธีการจับปลารูปแบบใหม่ สะดวกขึ้น ได้ปริมาณเพิ่มขึ้น ทำเงินได้มาก ผู้คนเลยเปลี่ยนไปทำการประมงสมัยใหม่กันถ้วนหน้า แต่นี่เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะปลาที่มีให้จับจะค่อยๆมีปริมาณลดลงจนหาไม่ได้ แล้วเมื่อปลาหมดไปพวกเขาจะทำยังไง รู้ตัวตอนนั้นมันก็สายเกินไปแล้ว

นำแสดงโดย ส. อาสนจินดา หรือ สมชาย อาสนจินดา (พ.ศ.2464 – พ.ศ.2536) ศิลปินแห่งชาติ รับบท เฒ่าหลัก ชายสูงวัยผู้มีประสบการณ์ออกหาปลามากว่า 50 ปี วิถีการหาปลาของเฒ่า คือยึดหลักภูมิปัญญาพื้นบ้าน เป็นศิลปะที่สืบทอดมาจากปู่ ทวด บรรพบุรุษไม่รู้นานเท่าไหร่ เรียนรู้สะสมถ่ายทอดส่งต่อมาถึงปัจจุบัน และเฒ่าก็ส่งต่อความรู้ที่มีให้กับซัม เพื่อสืบทอดวิถีแห่งความพอเพียง

กับหนังเรื่องนี้ ส. อาสนจินดา สามารถคว้ารางวัลนักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม จากมหกรรมเอเชีย-แปซิฟิค (Asia-Pacific Film Festival) มาครองได้ แม้นี่อาจเป็นรางวัลระดับนานาชาติที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ แต่หมายถึงผู้ชมในภูมิภาคเรายกย่องว่ามีการแสดงของท่านความยอดเยี่ยมน่ายกย่องเชิดชูให้เป็นที่รู้จักในระดับ เอเชีย เลยนะครับ, ส. อาสนจินดา เคยได้รางวัลนี้กับหนังอีกเรื่อง บ้าน (พ.ศ.2530)

ยมนา ชาตรี หรือ สุเมธ เพชรยาหน รับบท ซัม ชายหนุ่มที่เติบโตขึ้นในช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างโลกยุคสมัยเก่ากับสมัยใหม่ ด้วยความที่ผู้คนรอบข้างต่างโอนอ่อนไปตามสมัยนิยม แต่ซัมได้เรียนรู้วิถีที่เป็นพื้นบ้าน รับการถ่ายทอดภูมิปัญญามาจากเฒ่าหลัก แม้ยังขาดความเข้าใจที่ถ่องแท้ เหลือแค่ประสบการณ์ที่จะสอนเขาเองว่าอะไรเป็นสิ่งที่เหมาะสม สมควร

คุณยมนา เป็นพระเอกยอดนิยมยุคหนึ่งทางช่อง 7 มีชื่อเล่นว่า ซัม เกิดในครอบครัวมุสลิม มีผลงานละครเรื่องแรก ขมิ้นกับปูน รับบทเป็น ทันพันธุ์ และเริ่มได้รับความนิยมในฐานะพระเอกหน้าใหม่คู่กับมนฤดี ยมาภัย ในละครเรื่อง ทะโมนไพร จากนั้นได้เป็นพระเอกอีกหลายเรื่อง, สำหรับผลงานภาพยนตร์ มีไม่มากเท่าไหร่ ในเครดิตเห็นอยู่ 3 เรื่องเท่านั้นคือ อุกาฟ้าเหลือง, ลูกทุ่งพเนจร (พ.ศ. 2527) และ ที่รัก เธออยู่ไหน  (พ.ศ. 2528) ปัจจุบันไม่ได้รับงานแสดงแล้วนะครับ ออกไปทำงานที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน ปัจจุบัน (พ.ศ.2559) ยังมีชีวิตอยู่

ผมดูจากเครดิตหนัง เห็นว่าไปถ่ายกันที่เกาะสมุย ส่วนฉากปะการังใต้ดำถ่ายทำที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา (ขณะนั้นยังเป็น วนอุทยานอยู่เลย) ที่นั่นปะการังสวยมากๆนะครับ ใครจะไปเที่ยว ดูฤดูให้ดีก่อนนะ ดำปะการังไม่ได้เปิดทั้งปี ช่วงที่ปิดก็เพื่อดูแลรักษาธรรมชาติ จะได้คงอยู่คู่เมืองไทยนานๆ

งานถ่ายภาพโดยท่านมุ้ย ที่ต้องพูดถึงเลย คือการถ่ายภาพใต้น้ำ สวยสดงดงามมากๆ แม้คุณภาพจาก DVD ที่ผมดูจะห่วยแค่ไหน แต่ก็สามารถสัมผัสถึงจิตวิญญาณ ความงดงามของธรรมชาติ ปะการังและสัตว์น้ำได้เลย (ในเครดิต เขียนในเชิงว่าท่านมุ้ยดำลงไปถ่ายใต้น้ำด้วยตนเอง) สำหรับไฮไลท์ภาพใต้น้ำ ผมยกให้ขณะระเบิดปลา แล้วจะเห็นปลาที่โดนระเบิดดิ้นไปดิ้นมา ก่อนจะทิ้งตัวลงตายบนพื้นทะเล นี่ไม่ใช่แค่ตัวสองตัวนะครับ เราจะเห็นฝูงปลาตายเกลื่อนกลาด ปะการังที่ถูกทำลาย และคนที่ระเบิดกำลังเก็บปลาใส่แห่อย่างไม่แคร์อะไร ช็อตนี้คนรักธรรมชาติเห็นแล้วเจ็บอกแน่นอน

ภาพรวมของการถ่ายภาพ ต้องถือว่าท่านมุ้ยมีลีลาที่น่าสนเท่ห์ไม่น้อย ทั้งการเคลื่อนกล้อง แพน ซูม, มีฉากหนึ่งน่าจะถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์ ค่อยๆซูมออกจากเรือด้านล่างขึ้นไปด้านบน พอถึงสุดแล้วแพนกล้องไปรอบๆ ให้เห็นเกาะแก่ง ทะเล ภูเขา ในบริเวณนั้น ฯ นี่เป็นการถ่ายภาพเชิงเปรียบเปรยว่า มนุษย์เราตัวเล็กกระจิดริดเมื่อเทียบกับธรรมชาติที่กว้างใหญ่

การตัดต่อมีความเรียบง่าย แต่มีลูกเล่นชั้นเชิง, ผมเห็นสองสามครั้งที่ใช้การพูด (Narrator) คำบรรยายของตัวละคร แล้วตัดใส่ภาพธรรมชาติให้เห็นพร้อมเพลงประกอบ นี่เป็นการทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงคุณค่าของคำที่พูดและเห็นภาพตาม, หลังจากซัมบอกลาเฒ่าหลัก หนังใช้การตัดสลับระหว่าง ความสิ้นหวังของพ่อเฒ่า (ยุคสมัยเก่า) กับการลงคะแนนเลือกตั้ง (ยุคสมัยใหม่) ผมคิดว่าการตัดต่อจังหวะนี้ มีชั้นเชิงที่สุดของหนังแล้วนะครับ

แม้ช่วงท้าย ขณะเกิดอุกาฟ้าเหลือง Special Effect ของหนังเรื่องนี้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการสมจริง ใช้การซ้อนภาพและตัดต่อ (ทำเป็นเชิง Montage) ที่ทำให้ผู้ชมแค่พอมองเห็นภาพว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ถือว่าอยู่ในระดับเข้าใจและยอมรับได้, ผมค่อนข้างเชื่อว่า ถ้าหนังเรื่องนี้ถูก Remake แล้วทำฉากสุดท้ายนี้ให้อลังการสมจริง ความยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่จะสู้ต้นฉบับนี้ไม่ได้แน่นอน เพราะสิ่งสำคัญของหนังเรื่องนี้คือจิตวิญญาณของยุคสมัยและค่านิยมของสังคม เรื่องราวแบบนี้นำมาเล่าใหม่สมัยนี้ ผู้ชมไม่เข้าใจแน่นอน

เพลงประกอบโดย พิเศษ สังข์สุวรรณ ประพันธ์คำร้อง-ทำนองเพลงประกอบ (คนนี้ขาประจำของท่านมุ้ย) และ พจนันทน์ เศวตนันทน์ เรียงเรียงเสียงประสาน, ตอนผมดูหนังครั้งแรก รู้สึกไม่ค่อยคุ้นหูกับเพลงลักษณะนี้เท่าไหร่ แต่พอดูไปเรื่อยๆจะรู้สึกว่าไพเราะและเข้ากับหนังมาก โดยเฉพาะฉากใต้น้ำ โดยเฉพาะเสียง Triangle (หรืออะไรสักอย่างที่เคาะดัง ดิ้งๆๆ) ผมยกความสร้างสรรค์นี้เทียบเท่ากับโน๊ต 2 ตัว จากหนังเรื่อง Jaws ที่ประพันธ์โดย John Williams เลยนะครับ

เสียงกีตาร์ เบส เชลโล่ และฟลุต นี่เป็นส่วนผสมที่เข้ากันอย่างเหลือเชื่อ สร้างบรรยากาศความอึมครึมให้กับหนัง ต่อความลังเลไม่แน่ใจ พิศวงสงสัย และเทคนิคการเล่นกีตาร์ Vibrato (ขยี้สาย, เขย่าสาย) เป็นลีลาที่ทำให้เพลงประกอบมีความเร้าใจและมีเสน่ห์น่าสนเท่ห์อย่างมาก

มีขณะหนึ่ง ผมเซอร์ไพรส์มากที่ได้ยินเสียงดนตรีไทย ระนาด กลอง ฉิ่งฉับ ระหว่างไล่ล่า (พาตำรวจมาจับเรือระเบิดปลา) ซึ่งสร้างความตื่นเต้น ลุ้นระทึกขวัญ เออเห้ย รู้สึกมันว่ะ! นี่คาดไม่ถึงจริงๆ กับหนังไทยสมัยนี้คงหาไม่ได้แล้ว ผมยังไม่มีโอกาสดูหนัง Action ไทยคลาสสิกเสียเท่าไหร่ หวังว่าคงจะมีอะไรให้ประหลาดลักษณะนี้เกิดขึ้นบ้างนะ จังหวะรุกเร้าของดนตรีไทย ก็ยอดเยี่ยมไม้แพ้เพลงชาติไหน

ในยุคที่ประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน แต่ผู้คนยังขาดความรู้และโง่เขลานัก นี่เป็นช่วงเวลาที่โลกเริ่มหมุนเร็วขึ้น เทคโนโลยี ความสะดวกสบายทำให้คนเกิดความละโลภ ขี้เกียจ เห็นแก่ตัว เงินทองเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการมีชีวิต การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่คนส่วนมากหาได้เข้าใจและสนแต่ผลประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง นี่ทำให้เกิดผู้ฉวยโอกาส โกงกิน ฉ่อฉล คอรัปชั่น เมื่อมีคนได้ประโยชน์ก็ต้องมีคนเสียประโยชน์ เขาจะรู้ตัวเมื่อไหร่ โชคชะตาเท่านั้นที่จะบอกได้

นัยยะของอุกาฟ้าเหลือง คือการสอนให้ฟังคำโบราณ อย่างที่ผมบอกไปตอนต้น ถ้าเห็นท้องฟ้าสีเหลือง อย่าออกเรือ จะเจอพายุคลั่ง ไม่ได้กลับเข้าฝั่ง ก็ตรงกับสิ่งที่เฒ่าหลักพยายามสอนซัม ถ้าเราพึ่งอะไรๆกับโลกสมัยใหม่มากเกินไป สบายวันนี้ก็จะลำบากวันหน้า, ใจความนี้กับยุคสมัยนี้ถือว่าสุดโต่งไปแล้วนะครับ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะมีชีวิต ด้วยการยึดกับอะไรๆที่โบราณดั้งเดิม สมัยนี้ทุกสิ่งต้อง ‘ร่วมสมัย’ การตายของเฒ่าหลัก จึงแทนด้วยจุดสิ้นสุดของคนยุคเก่า ส่วนซัม อะไรๆมันเพิ่งเริ่มต้นสำหรับเขา หนังจบลงด้วยความหวัง คาดให้เราจะเรียนรู้อะไรสักอย่างจากอดีต ไม่จำเป็นว่าต้องใช้ชีวิตเหมือนคนสมัยก่อน แต่ระลึกถึงสิ่งที่ตนทำ อย่าแสวงหาแต่ผลประโยชน์กอบโกย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบอื่นๆ ชีวิตมันไม่ได้จบสิ้นแค่ยุคสมัยเรา แต่ลูกหลานเหลนโหลน ไกลกว่านั้นที่เราไม่มีโอกาสได้รู้จัก ไม่คิดถึงตัวเองวันนี้ อย่างน้อยคิดถึงอนาคตข้างหน้า พวกเขาจะมีชีวิตยังไง ถ้าธรรมชาติต้องสูญสิ้นหมดไป

รักษ์โลกเราวันนี้เพื่อลูกหลานเราในวันหน้า ลองคิดกลับกันน่ะครับ ตอนนี้เราเป็นลูกหลานของคนยุคนั้น เห็นหรือเปล่า ว่าธรรมชาติในปัจจุบันเสื่อมโทรม หมดสิ้นลงไปมากแค่ไหน แต่ผมเชื่อว่าคนยุคนั้นยังทำลายโลกได้ไม่เร็วเท่ายุคนี้ และจะยิ่งเร็วขึ้นไปเรื่อยๆในอนาคต, ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งทรัพยากรโลกต้องหมดลงแน่ๆ ต่อให้เราพยายามอนุรักษ์แค่ไหน แต่สังคมทุนนิยม คือตัวเร่งที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้อีกแล้ว และมนุษย์เราใช้ทรัพยากรกันอย่าง ‘ไม่แคร์’ ไม่สนใจอีกต่อไป (ผมก็คนหนึ่งที่ยอมรับโดยดุษฎี) เมื่อไหร่ที่ทรัพยากรธรรมชาติหมดไปและส่งผลกระทบต่อมนุษย์อย่างรุนแรง เมื่อนั้นมันก็เหมือน อุกาฟ้าเหลือง ที่อะไรๆก็สายเกินแก้ไปแล้ว

ผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อสัก 5-6 ปีก่อน หลงรักตั้งแต่สักครึ่งชั่วโมงแรก ทั้งๆที่ว่าไปก็ไม่ได้มีอะไรตราตรึง หรือจดจำได้เป็นพิเศษ ดูจบแล้วก็กลายเป็นหนังเรื่องโปรดแทบจะทันที คงเพราะนี่เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจ ดีใจอย่างมากที่ได้ค้นพบและรับชม ขนลุกเมื่อได้รู้ว่ามีหนังไทยที่สวยงามระดับคลาสสิคขึ้นหิ้งเรื่องนี้อยู่ด้วย, กับการดูหนังรอบนี้ แม้ความชอบจะไม่ได้เพิ่มขึ้น และพบตำหนิมากมายที่เป็นข้อจำกัดของหนังไทยสมัยก่อน แต่ก็ยังรู้สึกว่านี่ยังเป็นหนังควรค่ากับการเป็นหนังโปรด และยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหนังไทยที่ยอดเยี่ยมที่สุด

แนะนำกับคนไทยทุกคน นี่เป็นหนังที่ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” ด้วยเรื่องราวที่แฝงข้อคิดดีมีประโยชน์ ทำให้เรารู้สึก ‘รักเมืองไทย’ และ ‘รักธรรมชาติเมืองไทย’ มากขึ้นด้วย, แม้การจะหามาดูมันจะยากเย็นแสนเข็น ลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตดูนะครับ ยังพอเห็นเว็บที่ขายแผ่นแท้อยู่บ้าง (หนังเรื่องนี้ผมมีแผ่นแท้ซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ครั้งก่อน โชคดีที่มันยังเปิดดูได้)

แนะนำอย่างยิ่งกับ นักศึกษา คนอาชีพสายประมง จับ/หา/เลี้ยง สัตว์น้ำ, นักอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเฉพาะทางทะเล, คนที่ชื่นชอบดำน้ำ ชมปะการังสวยๆ งานถ่ายภาพใต้น้ำของหนังเรื่องนี้ สวยงามมากๆ

และแฟนหนังท่านมุ้ย นี่เป็นหนังดีที่ห้ามพลาดเลย (แม้จะไม่มี สรพงศ์ ชาตรีเล่นก็เถอะ)

จัดเรต PG มีความรุนแรงนิดหน่อย

TAGLINES | “อุกาฟ้าเหลือง คือหนึ่งในหนังไทยยอดเยี่ยมที่สุด และจะทำให้คุณรักเมืองไทยมากขึ้นด้วย”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | FAVORITE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of