Reconstitution

The Reconstruction (1970) Greek : Theo Angelopoulos ♥♥♥♥

ภรรยากับชู้รักลงมือฆาตกรรมสามี พวกเขาพยายามสร้างหลักฐานปลอม, แต่ตำรวจสามารถแปะติดปะต่อข้อมูลต่างๆจนสามารถตามจับกุม, และผู้กำกับ Theo Angelopoulos ประกอบเรื่องราวทั้งหมดเข้ากับประวัติศาสตร์ รวมถึงปกรณัมกรีก

ได้รับการยกย่องกล่าวขวัญจากนักวิจารณ์ “First ‘Grown-up’ of Greek Cinema” จุดเริ่มต้นของ New Greek Cinema คล้ายๆกลุ่มเคลื่อนไหว French New Wave ผู้สร้างภาพยนตร์รุ่นใหม่โหยหาอิสรภาพในการรังสรรค์ผลงาน แต่ทว่าประเทศ Greece ยุคสมัยนั้นอยู่ภายใต้ผู้นำเผด็จการทหาร Georgios Papadopoulos (ปกครองประเทศระหว่าง ค.ศ. 1967-74) พวกเขาจึงต้องครุ่นคิด สรรหาสรรพวิธี ซุกซ่อนอะไรบางอย่างไว้ใต้พรม

ภาพยนตร์ของ Theo Angelopoulos ถือเป็นของแสลงของคอหนังรุ่นใหม่ ด้วยลักษณะของ ‘Slow Cinema’ นักแสดง/กล้องขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องชักช้า เต็มไปด้วย Long Take ระยะภาพ Long Shot (ไม่เคยพบเห็น Close-Up) บทสนทนาแสนน้อยนิด ผลงานชิ้นเอก The Travelling Players (1975) ความยาว 230 นาที (โดยเฉลี่ยหนังยาวเกินสองชั่วโมงเป็นส่วนใหญ่) เหมาะสำหรับใช้แทนยานอนหลับยิ่งนัก!

แต่ถ้าคุณสามารถเอาชนะความง่วงหงาวหาวนอน แล้วเริ่มสังเกตลูกเล่น วิธีการนำเสนอ จักค้นพบความอึ่งทึ่ง เพราะทุกรายละเอียด ทุกองค์ประกอบ ทุกการขยับเคลื่อนไหวของทุกตัวละคร ล้วนอยู่ภายใต้กำมือ/การควบคุมของผกก. Angelopoulos … ลองอ่านคำนิยามของผกก. Martin Scorsese อธิบายไว้อย่างตรงเผง!

Theo Angelopoulos is a masterful filmmaker. He really understands how to control the frame. There are sequences in his work—the wedding scene in The Suspended Step of the Stork; the rape scene in Landscape in the Mist; or any given scene in The Traveling Playerswhere the slightest movement, the slightest change in distance, sends reverberations through the film and through the viewer. The total effect is hypnotic, sweeping, and profoundly emotional. His sense of control is almost otherworldly.

Martin Scorsese กล่าวถึงผลงานของ Theo Angelopoulos

ความท้าทายของ The Reconstruction (1970) คือการดำเนินเรื่องที่ไม่ใช่เส้นตรง (Non-Linear Narrative) ชวนให้เปรียบเทียบถึง Rashomon (1950) เริ่มต้นภรรยาให้การอย่างหนึ่ง (จากนั้นฉายภาพย้อนอดีต), ชู้รักให้การอย่างหนึ่ง (จากนั้นฉายภาพย้อนอดีตต่อจากครั้งแรก), นักข่าวเดินทางมาทำข่าว พูดคุยกับตำรวจ (จากนั้นฉายภาพย้อนอดีตต่อจากครั้งสอง) … อธิบายแบบนี้อาจไม่รู้สึกว่าซับซ้อนอะไร ต้องลองไปรับชมแล้วจะพบว่ามันไม่ง่ายเลยสักนิด!

ผมไม่อยากเริ่มต้นด้วยการรับชมผลงานชิ้นเอก The Travelling Players (1975) เลยด้อมๆมองๆ The Reconstruction (1970) ก่อนพบเห็นบทสัมภาษณ์ผกก. Angelopoulos อธิบายความสำคัญของหนังเรื่องแรกนี้ไว้ว่า

This film means a lot to me, as if it were the only one I’ve ever made and the others are nothing more than variations on it.

Theodoros Angelopoulos

Theodoros ‘Theo’ Angelopoulos, Θεόδωρος Αγγελόπουλος (1935-2012) ผู้กำกับภาพยนตร์ สัญชาติกรีก เกิดที่ Athens เติบโตขึ้นพานผ่านสงครามโลกครั้งที่สอง (Greece ถูกยึดครองโดย Nazi Germany, Fascist Italy และ Bulgaria) ช่วงระหว่าง Greek Civil War (1946-49) บิดาเคยถูกตำรวจลับจับกุมตัว ส่งออกนอกประเทศ กว่าจะหวนกลับบ้านก็หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง

โตขึ้นเข้าเรียนกฎหมาย National and Kapodistrian University of Athens ก่อนเดินทางสู่ฝรั่งเศสเรียนภาพยนตร์ Institut des hautes études cinématographiques (IDHEC) หลงใหลผลงานของ Orson Welles, Kenji Mizoguchi, หนังเงียบ, หนังเพลงยุค 50s, เคยฝึกงานกับ Jean Rouch, ก่อนเดินทางกลับ Greece ภายหลังเหตุการณ์ลอบสังหารทางการเมืองของ Grigoris Lambrakis

เมื่อเดินทางกลับ Greece ทำงานเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ เขียนบทความแนะนำ “Greek filmmakers need to go beyond the commercial cinema.” ภายหลังจากนายพล Georgios Papadopoulos เข้ายึดอำนาจ ก่อการรัฐประหารเมื่อปี ค.ศ. 1967 นำประเทศเข้าสู่ยุคสมัยเผด็จการทหาร Regime of the Colonels (1967-74) สั่งปิดนิตยสารทุกฉบับ ทำให้เขาต้องหันมาสร้างหนังสั้น The Broadcast (1968) และภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก The Reconstruction (1970)

Αναπαράσταση อ่านว่า Anaparastasi สามารถแปลได้ทั้ง Reconstitution และ The Reconstruction ได้แรงบันดาลใจจากข่าวในหนังสือพิมพ์ ณ หมู่บ้านชนบท Epirus (ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Greece) สามีกลับมาบ้านหลังไปทำงาน Germany ถูกลอบสังหารโดยภรรยาและชู้รัก แล้วพอตำรวจค้นพบเบาะแส ผู้ต้องหาทั้งสองต่างโยนความผิดให้อีกฝ่าย

I had noticed several stories of this kind in the Greek papers dealing with women who had murdered their husbands. And in Epirus, the poorest and most backward region of our country, this seemed to be particularly frequent. I decided to go to the village in which a recent murder took place and investigate the case from the point of view of a journalist. I spoke with the inhabitants, with the family of the accomplice, with the children, and with the defendant’s lawyer, who opened before us the minutes of the trial. This was the basis for my script, which used the murder as an excuse to portray life in a small Epirian village.

Theo Angelopoulos

ผกก. Angelopoulos ร่วมพัฒนาบทหนังกับ Stratis Karras และ Thanassis Valtinos แต่ด้วยความที่พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมรู้กับคดีความดังกล่าว จึงครุ่นคิดนำเสนอด้วยแนวคิด ‘reconstruction’ ผ่านการเล่าเรื่องสองระดับ

Reconstruction tries to approach the case on two different levels. The first level offers as accurate a version as possible of the events, based on the testimonies I had collected myself and on the minutes of the trial; the second level is the police reconstruction with the participation of the guilty parties. The film functions, therefore, as a confrontation between the official version put together by the authorities and my version, presented in the form of a questioning.


กองถ่ายหนังมีทีมงานทั้งหมดเพียง 5 คน ประกอบด้วยผกก. Angelopoulos, ตากล้อง Giorgos Arvanitis, ผู้ช่วยตากล้อง+บันทึกเสียง Thanassis Arvanitis, โปรดิวเซอร์ Giorgis Samiotis และผู้จัดการกองถ่าย Hristos Paligiannopoulos ออกเดินทางสู่หมู่บ้านชนบท Epirus ว่าจ้างชาวบ้านแถวนั้นทั้งหมดมาเป็นนักแสดง

Toula Stathopoulou ผู้รับบทภรรยา Eleni Gousis ประกอบอาชีพรับจ้างเย็บผ้า (Seamstress) ไม่สามารถอ่านหรือเขียนหนังสือ ต้องจดจำบทจากทีมงานอ่านให้ฟัง ไม่มีการดั้นสดสักประโยค! ผกก. Angelopoulos อธิบายเหตุผลที่ตัดสินใจเลือกเธอคนนี้ “I chose her because she fit the part, not physically, but psychologically.”

งานภาพในสไตล์ Angelopoulos จัดเข้าพวก ‘slow cinema’ กล้องขยับเคลื่อนไหวอย่างเชื่องชักช้า เต็มไปด้วยลวดลีลา (Zooming, Panning) ระยะเวลา Long Take ระยะภาพ Long Shot (แทบไม่เคยพบเห็น Close-Up) บันทึกภาพทิวทัศน์กว้างใหญ่ มนุษย์ตัวเท่ามดกระจิดริด บทสนทนาแสนน้อยนิด ต้องคอยสังเกตท่วงท่า อากัปกิริยา ภาษากาย ทุกรายละเอียด ‘mise-en-scène’ ล้วนมีการวางแผน ซักซ้อมเคลื่อนไหว (Choreographed) และเคลือบแฝงนัยยะซ่อนเร้น

The Reconstruction (1970) อาจมีหลายช็อตที่ดูไม่จำเป็น (เมื่อเทียบกับ The Travelling Players (1975) ความยาว 230 นาที มีการตัดต่อเพียง 80 ครั้ง!) แต่ยังพอสังเกตได้ว่าทุกๆช็อตจะมีรายละเอียดสองสิ่งแตกต่างตรงข้ามอยู่เสมอๆ เช่นว่า รถเมล์แล่นเข้ามาแล้วหยุดจอด (รถแล่น <> รถหยุด), นักแสดงกำลังเดินเข้ามา พอผ่านหน้ากล้องแพนนิ่งติดตาม ก่อนพบเห็นเดินจากไป (เดินมา <> จากไป), ชู้รักออกจากหน้าร้าน เดินเลี้ยวโค้งลงเขา แล้วรี่ตรงไปหลังร้าน (พบเจอหน้าร้าน <> หลังร้าน) ฯ เดี๋ยวผมอธิบายด้วยภาพประกอบดีกว่า จะได้เห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น

หนังใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมด 25 วัน เอาจริงๆสามารถเร็วได้กว่านั้นถ้าฝนไม่ตกบ่อย ทีมงานต้องอาศัยหลับนอน+อยู่กินกับชาวบ้าน และด้วยความที่ Epirus ยังเป็นหมู่บ้านห่างไกล ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง ต้องหยิบยืมใช้เครื่องปั่นไฟสำหรับชาร์ทแบตเตอรี่ และถ่ายทำยามค่ำคืน (ส่วนฉากกลางวันใช้เพียงแสงธรรมชาติ)


หนังเริ่มต้นด้วยภาพรถโดยสารกำลังแล่นเข้ามา ท่ามกลางสภาพอากาศครึ้มฟ้าครื้มฝนตก ถนนเปียกแฉะโคลนเลน เสียงบรรยายเล่าถึงสถานการณ์หมู่บ้าน Epirus หลายทศวรรษก่อนมีประชากรหลักพัน แต่ปัจจุบัน ค.ศ. 1965 หลงเหลือไม่ถึงหลักร้อย พอพูดจบรถติดหล่ม … นี่เป็นการเปรียบเทียบถึงสถานการณ์จำนวนประชากรที่ลดลง ทำให้ประเทศ Greece ตกอยู่ในสถานะติดหล่ม จมปลักโคลนเลน ไม่สามารถดำเนินไปต่อ

พอรถติดหล่มคนขับก็ขอให้ผู้โดยสารลงจากรถ แอบคาดหวังว่าจะให้ช่วยกันเข็น แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนเพียงยืนมองอยู่ภายนอก ไม่อยากเปลอะเปลื้อนโคนเลน ปล่อยให้คนขับและลูกน้องช่วยกันหาก้อนหินมาหนุนล้อ ให้รถสามารถขับเคลื่อนได้ต่อ … นี่ไม่ได้สื่อถึงความเห็นแก่ตัวของมนุษย์นะครับ เราต้องตีความในระดับมหภาค เหตุผลที่ประชากรชาวกรีกลดน้อยลง เพราะรัฐบาลส่งออกแรงงานไปทำงานยังต่างประเทศ เช่นนั้นแล้วจึงไม่หลงเหลือใครช่วยผลักดันประเทศ Greece ให้ขึ้นจากโคลนเลน

สุนทรียะในการรับชมภาพยนตร์ของผกก. Angelopoulos คือแต่ละช็อตล้วนมีรายละเอียด ‘mise-en-scène’ การวางแผน ซักซ้อมเคลื่อนไหว (ทั้งนักแสดงและการเคลื่อนเลื่อนกล้อง) โดยเริ่มต้น-สิ้นสุดจะต้องเกิดเหตุการณ์ หรืออะไรบางอย่างที่มีลักษณะแตกต่างตรงกันข้าม เวียนวงกลม (กล้องแพนนิ่ง 360 องศาก็พบเห็นอยู่บ่อยๆ) สามารถเติมเต็มกันและกัน

  • สามีก้าวเดินมาถึงบ้าน
    • เริ่มต้นจากก้าวเดินอยู่ภายนอกกำแพงบ้าน
    • จากนั้นก้าวเข้าประตู แล้วเดินอยู่ภายในกำแพงบ้าน
  • สามีแรกพบเจอภรรยา
    • พอเขาออกจากบ้าน กล้องแพนนิ่งไปยังภรรยา(และบุตร)
    • หลังจากทักทายเสร็จสรรพ กล้องแพนนิ่งติดตามพวกเขากลับเข้าบ้าน
  • ตอนนั่งล้อมวงรับประทานอาหาร
    • กล้องเริ่มจากภรรยา แพนนิ่งกลับหาสามี
    • ตัดสลับอีกมุมเริ่มจากสามี แพนนิ่งกลับหาภรรยาในอีกทิศทาง

ปล. ด้วยความที่การดำเนินไปของหนังมีความเอื่อยเฉื่อย เชื่องชักช้ามากๆ ผมจึงต้องเร่งความเร็วภาพ GIF (ไม่งั้นไฟล์จะมีขนาดใหญ่เกินไป) และอาจมีการตัดต่อนิดๆหน่อยๆเพื่อโฟกัสเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ

The Reconstruction (1970) จะยังไม่มี Long Take แบบข้ามเวลา (เริ่มต้นช็อตที่ปัจจุบัน แล้วจู่ๆย้อนเวลากลับหาอดีต/หรือกระโดดไปอนาคต) แต่ก็มีช็อตนี้ที่ทำการล่อหลอกผู้ชม ครุ่นคิดว่าสามีกำลังกลับเข้าบ้านแล้วถูกฆ่ารัดคอ แท้จริงแล้วกลับกระโดดไปอนาคต ตำรวจจำลองเหตุการณ์บังเกิดขึ้น

ผมนำอีกภาพที่ก็ดูเหมือนตำรวจกำลังใช้ชอล์กขีดเส้นรอบตำแหน่งสามีเสียชีวิต แต่พอกล้องวนกลับมาที่เก่า ปรากฎศพผู้ตายสูญหายตัวไปไหน? คำตอบคือนี่เป็นเพียงการจำลองเหตุการณ์ และบุคคลที่นอนตายคือเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีชีวิตอยู่ ลุกขึ้นไปไหนแล้วไม่รู้ตอนกล้องไม่ได้จับภาพ

เกร็ด: ผกก. Angelopoulos เป็นแฟนหนังตัวยงของปรมาจารย์ผู้กำกับชาวญี่ปุ่น Yasujirô Ozu, Kenji Mizoguchi รับอิทธิพล Off-screen หรือ Off-camera บางเหตุการณ์จงใจไม่ถ่ายให้เห็น แต่ผู้ชมสามารถรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกจอ

หลังตำรวจรับฟังคำให้การของภรรยา Eleni ตัดภาพไปยามค่ำคืนวันเกิดเหตุ (ถือเป็นการฉายภาพย้อนอดีต Flashback) เธอกับชู้รัก Hristos ช่วยกันขุดหลุมฝังศพสามี พยายามมองหาสถานที่ สุดท้ายกลับเลือกข้างกำแพงบ้าน นี่อาจเคลือบแฝงนัยยะการขุดหลุมฝัง(ในบ้าน)ตัวเอง (Dig one’s own grave) นี่ไม่ใช่ว่าผู้ตายลุกขึ้นมาขุดหลุมศพหรือไร มันคือสำนวนที่หมายถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุให้เกิดผลเสียแก่ตัวเอง หรือการทำลายตนเอง

และหลังจากฝังศพเสร็จสิ้น ฉายภาพ Hristos เดินลัดเลาะลงเขา มาจนถึงสระน้ำแห่งหนึ่ง ถ้าเป็นหนังเรื่องอื่นๆผมคงตีความสภาพจิตใจตกต่ำลงสู่ขุมนรก แต่สไตล์ Angelopoulos ต้องวิเคราะห์ในเชิงมหภาค เหมารวมประเทศ Greece ในแง่มุมเศรษฐกิจ-สังคม-การเมือง กำลังสาละวันเตี้ยลง

สำหรับ Eleni เพราะกลัวถูกใครจับได้ เธอจึงแสร้งทำเป็นปลูกพืชผักสวนครัวบริเวณหลุมฝังศพสามี แต่ถ้าเราตีความในเชิงมหภาค รัฐบาลเผด็จการทหารเติบโตขึ้นบนรากฐานชีวิตประชาชน ผู้คนมากมายถูกกวาดล้าง กำจัดให้พ้นภัยทาง กลบฝังอยู่ใต้ดิน กลายเป็นปุ๋ยให้ประเทศชาติเจริญงอกงาม

ทำเลที่ตั้งร้านค้าของภรรยา Eleni มีความน่าสนใจมากๆ อยู่ตรงหัวโค้งตัวยู (U) ก่อนเข้าหมู่บ้าน Epirus ซึ่งระหว่างฉากย้อนอดีต (Flashback) จะมีตอนที่ชู้รัก Hristos แวะเวียนไปทักทายหน้าร้าน จากนั้นเขาเดินเลี้ยวโค้งลงมา หาจังหวะไม่น่าจะมีคนเห็น รีบวิ่งเข้าแวะหาเธอหลังร้าน … นี่ก็เคลือบแฝงนัยยะอย่างตรงไปตรงมา เบื้องหน้าทำเหมือนเราเป็นแค่คนรู้จัก แต่พอลับหลังเมื่อไม่มีใครเห็น เป็นการใช้สถานที่อธิบายความสัมพันธ์ของพวกเขา

ความท้าทายในการรับชมหนังเรื่องนี้ คือมันไม่ค่อยมีบทพูดคุยสนทนา เพียงร้อยเรียงชุดภาพดำเนินไป ผู้ชมต้องสังเกตใคร-ทำอะไร-ที่ไหน-อย่างไร? Hristos กับ Eleni โบกรถ แอบล่องเรือ เดินทางสู่เมือง Ioannina ใช้ชื่อสามี Kostas Gousis เข้าพักโรงแรม ซื้อตั๋วรถโดยสาร แอบลงกลางทาง เขียนจดหมายกลับบ้าน … ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่อปลอมแปลงเอกสาร สร้างหลักฐานปลอม พวกเขาจะได้ไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย สามีสูญหายตัวไปไหน?

หลังการปลอมแปลงหลักฐานเสร็จสิ้น Eleni พยายามอ่อยเหยื่อ ถอดรองเท้า (พร้อมปรนเปรอนิบัติ) ร้องเรียกอยากร่วมรัก แต่เขากลับแสดงท่าทีเหนื่อยอ่อนล้า สีหน้าไร้อารมณ์ แล้วออกไปเดินเล่นภายนอก ท่องรัตติกาล Ioannina ผู้คนมากมายแต่ไม่รู้จักใคร รู้สึกโดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยว นั่งรับประทานอาหารตัวคนเดียว ยามดึกหวนกลับห้องพัก ท่ามกลางความมืดมิด ทิ้งตัวลงกอดรัดฟัดเหวี่ยง ร่วมเพศสัมพันธ์กับเธอ

ผมเพิ่งเขียนถึง Edvard Munch (1974) เมื่อไม่กี่วันก่อน เห็นภาพช็อตนี้ชวนนึกถึงภาพวาด Night in Saint Cloud (1890) เงาของชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตัวคนเดียวภายในบ้านอันมืดมิด Munch รังสรรค์ภาพนี้หลังได้ยินข่าวการเสียชีวิตของบิดา ความเศร้าโศกจึงถาโถมเข้าใส่ … สองภาพนี้อาจไม่ได้อะไรเกี่ยวข้องกัน แต่มันมีอารมณ์เหงาๆ เศร้าซึม โหยหาใครสักคนเคียงข้างกาย

เมื่อตอนนักข่าวเดินทางมาทำข่าว จะมีนักแสดงรับเชิญ (Cameo) ประกอบด้วย ผกก. Angelopoulos, ตากล้อง Giorgos Arvanitis, ผู้จัดการกองถ่าย Hristos Paligiannopoulos ฯ แต่ผมดูไม่ออกหรอกว่าใครเป็นใคร เค้าว่ากันว่าผกก. Angelopoulos คือคนสวมใส่แจ๊กเก็ตสีอ่อน ยืนหันหลังให้กล้อง … นัยยะของการเลือกปรากฎตัวฉากนี้ คงไม่ต้องอธิบายกระมัง ตรงไปตรงมาขนาดนั้น

อีกหนึ่งไฮไลท์ของหนังคือเสียงประกอบ (Sound Effect) เต็มไปด้วยเสียงสรรพสัตว์ หมาเห่า นกร้อง จิ้งหรีดเรไร ไก่ขัน กระดิ่งวัว หรือเสียงจากเครื่องยนต์ รถรา ผู้คนไปมาขวักไขว่ ฯ อย่างฉากนี้ที่ภรรยา Eleni แบกกระเป๋าเดินทางสามีขึ้นไปเผาทำลายบนภูเขา ตั้งแต่ที่เริ่มปีนขึ้นเขาจะได้ยินเสียงร้องอีกา ก๊า ก๊า ดังขึ้นตลอดทาง และวินาทีนี้กล้องค่อยๆซูมออก จุลภาคสู่มหภาค เทือกเขาตระหง่านสูงใหญ่ สร้างสัมผัสหายนะทางใจ และสะท้อนการกำลังล่มสลายของประเทศ Greece

วิธีที่ผกก. Angelopoulos ใช้อธิบายปัญหาสังคม นัยยะซ่อนเร้นของหนังเรื่องนี้ คือทำเหมือนกำลังสัมภาษณ์ชาวบ้าน (แต่ผมรู้สึกเหมือนอัดเสียงตามบทพูดเขียนไว้เสียมากกว่า) เสียงบรรยายประกอบภาพเคลื่อนไหว ร้อยเรียงสภาพรกร้าง ปรักหักพัง หมู่บ้าน Epirus แทบไม่หลงเหลือผู้อยู่อาศัย เพียงเด็กๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่ม-สาวส่วนใหญ่ล้วนออกเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ไม่รู้จะหวนกลับบ้านเมื่อไหร่

ระหว่างที่ Eleni สนทนากับพี่ชาย เธอกำลังบดแป้ง ทำทองไม่รู้ร้อน ครุ่นคิดว่าแผนการตนเองคงสมบูรณ์แบบ (Perfect Crime) แต่พอสลับสับเปลี่ยนทิศทางมุมกล้อง 180 องศา (ทั้งสองยังสลับตำแหน่งที่นั่ง) Gieorgos เปิดเผยว่ามีคนพบเห็น Hristos ที่เมือง Ioannina นั่นทำให้น้องสาวยกมือขึ้นปิดหน้า จำนนต่อหลักฐาน ไร้คำแก้ต่าง ยินยอมรับสารภาพโดยพลัน

เมื่อเข้าสู่องก์สุดท้ายของหนัง หวนกลับมาปัจจุบัน สิ่งแรกพบเห็นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจหัวหน้าคดี เพิ่งเสร็จธุระออกจากห้องส้วม โดยปกติแล้วการปลดทุกข์มักสื่อถึงการเสร็จสิ้นภาระหน้าที่ ขบไขคดี พบเจอตัวผู้กระทำความผิด แต่ทว่าในกรณีของหนังเขากลับไม่สามารถหาข้อสรุป แรงจูงใจ ใครคือผู้ลงมือแท้จริง? เพราะทั้งภรรยา Eleni และชู้รัก Hristos ต่างบ่ายเบี่ยง เดี๋ยวสารภาพ เดี๋ยวโยนความผิด … แบบเดียวกับ Rashomon (1950) ท้ายที่สุดไม่มีใครหาข้อสรุปได้ว่ามันเกิดเหตุการณ์ห่าเหวอะไร?

ตอนที่หัวหน้าตำรวจพยายามออกคำสั่ง กดดันให้ผู้ต้องหาทั้งสองเปิดเผยความจริง ใครคือบุคคลผู้ลงมือฆาตกรรม? หนังมีการสลับเปลี่ยนทิศทางมุมกล้อง จากห้องซ้าย-ขวา ภายหน้า-หลัง เรียกว่าจากทุกทิศทางเป็นไปได้ นี่น่าจะต้องการสื่อถึง ‘มุมมอง’ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะตัดสินคดีความนี้เช่นนั้น?

เมื่อตอนเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวสองผู้ต้องหาลงมาถึงเบื้องล่าง กล้องแพนนิ่งโดยรอบ 360 องศา พบเห็นบรรดาชาวบ้านชาวช่อง ต่างมาเฝ้ารอคอยรุมประชาทัณฑ์ สำแดงความไม่พึงพอใจพฤติกรรมผิดหลักศีลธรรม … แต่ชาวบ้านเหล่านี้ที่มีแต่ผู้หญิง กรูเข้ามาหาเพียง Eleni ปล่อยให้ฝ่ายชาย Hristos หลบขึ้นรถตำรวจโดยปลอดภัย

การรุมประชาทัณฑ์ คือสัญลักษณ์แทนความไม่พึงพอใจของประชาชน สังคมโดยรวมต่อเหตุการณ์บังเกิดขึ้น ในบริบทของหนังเป็นการต่อต้านพฤติกรรมคบชู้นอกใจ ภรรยาทรยศหักหลังสามี สะท้อนถึงพวกผู้นำเผด็จการ ก่อรัฐประหาร ทรยศต่อคนในชาติ … ไม่ได้กล่าวโทษชู้รัก หรือบุคคลนอกร่วมกระทำความผิด

ภาพสุดท้ายของหนัง ย้อนเวลากลับไปตอนสามีถูกเข่นฆาตกรรม กล้องถ่ายจากภายนอกบ้าน ยังคงไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าใครคือผู้ลงมือ? บังเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นภายใน? เพียงได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอน ก่อนที่ Eleni จะออกมาต้อนรับลูกๆ และชู้รัก Hristos ก้าวเดินออกจากบ้าน

นี่ควรจะเป็นฉากแรก(ถัดจากอารัมบท)ของหนัง แต่กลับปรากฎขึ้นช่วงท้าย ก็เพื่อสื่อถึงจุดจบ = ความตาย = หายนะของประเทศ Greece จะบังเกิดขึ้นโดยไม่มีใครรับรู้ตัว

ตัดต่อโดย Takis Davlopoulos, ด้วยทุนสร้างจำกัดจึงต้องถ่ายทำอย่างประหยัด ได้ฟุตเทจมาทั้งหมด 8,000 ฟุต (ประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง) ตัดต่อเหลือ 100 นาที ก็ถือว่าไม่สิ้นเปลืองสักเท่าไหร่

ถึงตอนต้นผมทำการเปรียบเทียบโครงสร้างการดำเนินเรื่องของ The Reconstruction (1970) ละม้ายคล้ายกับ Rashomon (1950) แต่แนวคิดของผกก. Angelopoulos ถือว่าแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง! พยายามเล่าเรื่องคู่ขนานระหว่าง 1) ตำรวจพยายามแปะติดปะต่อข้อมูลหลักฐาน จำลองเหตุการณ์บังเกิดขึ้น, 2) ความเข้าใจของผกก. Angelopoulos ประกอบเหตุการณ์หลังการฆาตกรรม

  • อารัมบท, Kostas Gousis เดินทางกลับบ้าน พบเจอภรรยาและบุตร
  • คำกล่าวอ้างภรรยา Eleni Gousis
    • (1) ตำรวจพยายามซักไซร้ไล่เลียง แต่ทว่า Eleni กล่าวโทษว่า Hristos เป็นคนวางแผนทั้งหมด
    • (2) ยามค่ำคืน Eleni และ Hristos นำศพของ Kostas ไปฝังหลังบ้าน
      • เช้าวันถัดมา Eleni ตัดสินใจปลูกพืชผักบริเวณหลุมฝังศพสามี
  • คำกล่าวอ้างชู้รัก/นักล่า Hristos Gikas
    • (1) ตำรวจพยายามซักไซร้ไล่เลียง แต่ทว่า Hristos กล่าวโทษว่า Eleni เป็นคนวางแผนทั้งหมด
    • (2) Hristos พบเจอกับ Eleni ยังร้านค้าประจำหมู่บ้าน เธอขอให้เขาช่วยสร้างเอกสารปลอม
      • ทั้งสองโบกรถ เดินทางเข้าเมือง Ioannina ใช้ชื่อ Kostas Gousis เข้าพักโรงแรม
      • Hristos ใช้ชื่อ Kostas ซื้อตั๋วโดยสารเดินทางสู่ Athens ก่อนแอบลงกลางทาง
      • ยามค่ำคืน Hristos ออกไปดื่มด่ำ
      • พอกลับมาห้องพักร่วมรักกันสุขกระสันต์
  • การมาถึงของนักข่าว
    • (1) ตำรวจอธิบายเหตุการณ์ให้นักข่าว อ่านคำสารภาพแรกของภรรยา Eleni Gousis ยินยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุ
    • (2) ญาติพี่น้องของ Kostas เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการหายตัวไป
      • ตำรวจเดินทางมายังหมู่บ้าน สืบค้นหาหลักฐาน พูดคุยกับชาวบ้าน
      • Eleni ทำลายหลักฐาน เผากระเป๋าเดินทางสามี
      • ตำรวจแห่กันมามากขึ้นเพื่อออกติดตามหา Kostas
      • Eleni สารภาพความจริงแก่พี่ชาย
      • พี่ชายเป็นคนไปแจ้งความตำรวจแทน Eleni
  • บทสรุปของตำรวจ
    • นักสืบพยายามสอบเค้น Eleni และ Hristos ต้องการหาสรุปว่าใครคือคนวางแผน ฆ่ารัดคอ Eleni แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ
    • ผู้ต้องหาทั้งสองถูกควบคุมตัวเข้าเมือง แต่เฉพาะ Eleni ถูกชาวเมืองพยายามเข้ามารุมประชาทัณฑ์
  • ปัจฉิมบท, ถ่ายจากภายนอกบ้านตอนที่ Kostas Gousis ถูกฆาตกรรม

หนังไม่มีเครดิตเพลงประกอบ แต่คาดว่า Opening Credit คือบทเพลงพื้นบ้าน/ท้องถิ่นของเมือง Epirus สำหรับช่วยสร้างบรรยากาศชนบท ดินแดนทุรกันดารห่างไกล วัฒนธรรมที่ใกล้ถูกทอดทิ้ง ลืมเลือน สูญหาย บันทึกเก็บไว้ในสื่อภาพยนตร์

แต่งานเพลงของหนังไม่ได้มีแค่เพลงท้องถิ่นเท่านั้นนะครับ เมื่อตอน Eleni & Hristos เดินทางเข้าเมือง ออกท่องรัตติกาล ยังได้ยินบทเพลงร่วมสมัยจากผับบาร์ หรือการมาถึงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียงเป่าแคริเน็ตโดย Tasos Chalkias … สามารถสื่อถึงความเปลี่ยนแปลงสู่โลกสมัยใหม่

และอีกหนึ่งบทเพลงที่ต้องพูดกล่าวถึง Κοντούλα λεμονιά อ่านว่า Kontoula lemonia แปลว่า Little Lemon Tree (คำว่า λεμονιά, lemonia ภาษากรีกยังแปลว่า Feminine) บทเพลงพื้นบ้าน/ท้องถิ่น Epirus ดังขึ้นสองครั้งตอนต้นและช่วงท้าย ขับร้องโดย Pantelis Soulis

Μωρή κοντού- μωρή κοντούλα λεμονιά
με τα πολλά λεμό- λεμόνια, Βησσανιώτισσα
δε σ’ είδα ψες κι αρρώστησα
κι ούτε γιατρό δε φώναξα.

Πότε μικρή μεγάλωσες κι απόλυκες κλωνάρια
συ μ’ έκαμες κι αρρώστησα
και το γιατρό δε φώναξα.

Χαμήλωσε τους κλώνους σου να κόψω ένα λεμόνι
μικρή Δελβινακιώτισσα
απ’ τον καημό σ’ αρρώστησα.

Για να ντο ζήψω να ντο πιώ να μου διαβούν οι πόνοι
σε φίλησα κι αρρώστησα
κι ούτε γιατρό δε φώναξα.

ผมรู้สึกว่าคำแปลของ Google Translation มันไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าไหร่ เลยลองให้ AI Grok ดูมีสำบัดสำนวนขึ้นมานิดนึง

My little lemon tree, laden with lemons,
Vissani woman,
I didn’t see you last night and fell sick,
No doctor did I call.

When did you grow tall, sprouting branches?
You made me lovesick,
And no doctor did I call.

Lower your branches, let me pick a lemon,
Delvinaki maiden,
Your longing made me ill.

To squeeze its juice, to drink, to ease my pain,
Your kiss left me sick,
And no doctor did I call.

เกร็ด: บทเพลงนี้ยังได้ยินใน ‘Trilogy of History’ ทั้งสามเรื่อง Days of ’36 (1972), The Travelling Players (1975) และ The Hunters (1977)

this film … is an elegy for a land rotting away, abandoned by its inhabitants. It all started in 1962 when West German subsidies included the permission for Greek citizens to live and work in Germany. This issue was hotly debated at the time by both the right-wing and left-wing papers in Greece. Some claimed emigration is nothing less than a disaster; others believed it was rather positive, for if many workers went away, there would be no danger of an organized working class and therefore no resistance to the regime in power. The Colonels prefer, these days, to see all their opponents leave the country. All my friends, for instance, live abroad … unless they are in prison.

Theo Angelopoulos

คำกล่าวอารัมบทของหนัง ณ หมู่บ้าน Epirus เมื่อปี ค.ศ. 1939 มีจำนวนประชากร 1,250 คน, แต่อีกเกือบสามทศวรรษถัดมา ค.ศ. 1965 หลงเหลือเพียง 85 คน นี่ไม่ใช่เพราะหมู่บ้านแห่งนี้พานผ่านสงคราม ถูกกวาดล้าง หรือสังหารหมู่ แต่เนื่องจากรัฐบาลของ Greece ได้ลงนามข้อตกลง Bilateral Agreement (1960) อนุญาตให้แรงงานชาวกรีกเดินทางไปทำงานยังประเทศ West German ในสถานะ Gastarbeiter (แปลว่า Guest Workers) เพื่อฟื้นฟูประเทศจากหายนะสงครามโลกครั้งที่สอง ในโครงการชื่อว่า Wirtschaftswunder (แปลว่า Economic Miracle หรือชื่อเล่น Miracle on the Rhine)

การส่งแรงงานไปช่วยงานประเทศเพื่อนบ้าน ฟังดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่กลับกลายเป็นว่าชาวกรีกมากมายใช้โอกาสนี้ในการหลบหนีความยากจน รวมถึงสถานการณ์ไม่สงบทางการเมือง (เหตุผลที่รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุน เพราะเป็นการขับไล่พวกผู้เห็นต่างออกนอกประเทศ) ผลลัพท์ทำให้บรรดาหมู่บ้านชนบท ท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกล แทบจะไม่หลงเหลือใครอยู่อาศัย

เมื่อการเดินทางไปทำงานต่างประเทศคือหนทางหลบหนีจากความทุกข์ยากลำบาก สามีทอดทิ้งภรรยา บุตรหลานลาจากบิดา-มารดา หมู่บ้านชนบทจึงหลงเหลือเพียงผู้เฒ่าผู้แก่ ชายโสด-หญิงหม้าย วันๆไม่รู้จะทำอะไร ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยว ค่ำคืนเหงาๆอยู่ตัวคนเดียว ใครจะไปอดรนทนไหว มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรของการคบชู้นอกใจ … “It’s nobody’s fault. It just happened.”

I made Reconstruction. For all those who have already left and those who are about to. And there is something else. Epirus has a rich and very old history and culture, its roots going back to antiquity. It is terribly sad and upsetting to watch impotently as so many people are leaving this land, for once they go away, a whole civilization ceases to exist.

วิธีการนำเสนอของผกก. Angelopoulos นิยมถ่ายภาพระยะไกล Long Shot แทบไม่เคยพบเห็น Close-Up นั่นเพราะเขาไม่ได้สนใจดราม่า จิตวิทยา หรือฝีไม้ลายมือนักแสดง (การถ่ายภาพระยะใกล้ หรือ Close-Up จักทำให้ผู้ชมพบเห็นปฏิกิริยาอารมณ์ เข้าถึงสิ่งซ่อนเร้นภายในจิตใจตัวละคร) แต่ต้องการนำเสนอองค์รวม สะท้อนภาพมุมกว้าง/มหภาค สามารถเปรียบเทียบเหตุการณ์บังเกิดขึ้นกับสังคม การเมือง ประวัติศาสตร์ Greece และเหมารวมถึงปกรณัมกรีก (Greek Mythology)

The real issue for me was to watch this doomed region whose fate threatened to become that of the entire country.

By representing the structures of power that permeated the consciousness and the unconscious of their characters, the new directors wanted to raise awareness of and even to denounce established “truths” and to incite action. By doing so, they avoided all forms of psychologization, melodrama, or emotional plethorism. The conflict between a human being and its social environment was depicted in its ordinary manifestations: as an inability to find personal fulfillment, emotional reciprocation, or interpersonal understanding rather than as grand moral dilemmas, heroic acts or superhuman virtues. The anti-Hollywood aesthetic of the movement would be its dominant parameter until its demise.

Vrassidas Karalis ผู้แต่งหนังสือ A History of Greek Cinema (2013)

หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง Greek Civil War (1944-49), ประเทศ Greece ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลา ‘Reconstruction’ ก่อร่างสร้างประเทศขึ้นใหม่ เศรษฐกิจกำลังเบ่งบาน แต่การมาถึงของกษัตริย์องค์ใหม่ King Constantine II (ขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1964) พยายามเข้าแทรกแซงการเมือง ปลดนายกรัฐมนตรีเพื่อแต่งตั้งคนของตนเอง ทำลายความหวังของประชาชนในชาติ เป็นเหตุให้นายพล Georgios Papadopoulos ลงมือยึดอำนาจ ก่อรัฐประหาร โค่นล้มระบอบกษัตริย์ กำจัดพวกนักการเมืองฝั่งขวา

ผกก. Angelopoulos สรรค์สร้าง The Reconstruction (1970) ในช่วงเวลา Regime of the Colonels ครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ Greece ตกอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร (Military Junta) ช่วงเวลาที่รัฐบาลใช้อำนาจอย่างรุนแรง เด็ดขาด กำจัดพวกบุคคลครุ่นคิดเห็นต่าง แบบเดียวกับตอน Greek Civil War (1944-49) นี่มันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย … เรื่องราวของหนังภรรยา(และชู้รัก)เข่นฆ่าสามี ก็ไม่แตกต่างจากการกำจัดศัตรูความรัก/การเมือง

หลังจากภรรยา(และชู้รัก)เข่นฆ่าสามี ทั้งสองพยายามทำสิ่งต่างๆเพื่อปกปิด บิดเบือน ซุกซ่อนความจริง (สะท้อนถึงสิ่งที่รัฐบาลเผด็จการทหาร สรรหาข้ออ้างมาสร้างความชอบธรรมให้กับตนเอง) แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครหลบหนีกฎแห่งกรรม ถูกตำรวจจับกุม ชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ถึงอย่างนั้นพวกเขายังดื้อรั้น ปากแข็ง ปฏิเสธรับสารภาพ แถมโยนความผิดให้กับผู้อื่น … เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น

ในแง่มุมของปกรณัมกรีก (Greek Mythology) มันอาจไม่ได้ถูกกล่าวถึงใน The Reconstruction (1970) แต่เนื่องจากผลงานถัดๆไปของผกก. Angelopoulos ล้วนมีการเชื่อมโยงอยู่เสมอๆ เรื่องราวภรรยา(และชู้รัก)เข่นฆ่าสามี เปรียบเทียบกับตำนานของ Clytemnestra (และชู้รัก Aegisthus) เข่นฆ่าสามี Agamemnon หลังเดินทางกลับจากสงครามกรุง Troy หรือ Trojan War … การเปรียบเทียบกับปกรณัมกรีก หลายคนอาจรู้สึกว่าไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามองในแง่ของประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหตุการณ์ดังกล่าวเคยบังเกิดขึ้นตั้งแต่บรรพกาล มาจนปัจจุบัน และอนาคตสืบต่อไป

ทั้งเนื้อเรื่องราวและวิธีการนำเสนอของหนัง มันอาจดูไม่น่าจะมีความเป็นส่วนตัวของผกก. Angelopoulos แต่แท้จริงแล้วกลับโคตรๆเป็นส่วนตัว! เพราะตอนวัยเด็ก บิดา(ของผกก. Angelopoulos)เคยถูกตำรวจลับลักพาตัว ไม่เคยพบเจอหน้าจนหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง (=สามีเดินทางกลับบ้าน) แต่คงในสภาพไม่ต่างจากตกตายทั้งเป็น … พล็อตหนังหลายๆเรื่องของผกก. Angelopoulos ก็มักเกี่ยวกับการสูญหายตัว(ของบิดา) หวนกลับมาบ้าน ภรรยาแอบคบชู้นอกใจ/ทรยศหักหลังสามี


เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนัง Thessaloniki Festival of Greek Cinema เสียงตอบรับจากนักวิจารณ์ในประเทศ Greece ถือว่าดียอดเยี่ยม กวาดมาทั้งหมด 5 รางวัล ประกอบด้วย

  • Greek Competition Award: Best Art Film
  • Greek Competition Award: Best New Director
  • Greek Competition Award: Best Supporting Actress (Toula Stathopoulou)
  • Greek Competition Award: Best Cinematography
  • Hellenic Association of Film Critics Award: Best Film

นอกจากนี้ยังเดินทางไปเทศกาลหนัง Berlin International Film Festival สายการประกวด Young Filmmakers Forum และสามารถคว้ารางวัล FIPRESCI Prize – Special Mention

ด้วยทุนสร้าง 350,000 drachmas (ประมาณ $11,600 เหรียญ) เสียงตอบรับที่ดียอดเยี่ยม มีรายงานยอดจำหน่ายตั๋วใน Greece ประมาณ 1.5 ล้านใบ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม!

สมาคมนักวิจารณ์ Greek Film Critics Association หรือ Pan-Hellenic Film Critics Association (PEKK) มีการจัดอันดับ “Best Greek Films of All-Time” ซึ่งปรากฎว่า The Reconstruction (1970) ได้รับการโหวตถึงสองครั้ง

  • เมื่อปี ค.ศ. 1986 ติดอันดับ #3 สูงกว่า The Travelling Players (1975) ติดอันดับ #4
  • และอีกสองทศวรรษถัดมา ค.ศ. 2006 ติดอันดับ #6 ต่ำกว่า The Travelling Players (1975) ติดอันดับ #2

ปัจจุบันหนังยังไม่มีข่าวคราวการบูรณะ แต่มีจัดจำหน่าย DVD ของค่าย Artificial Eye รวมอยู่ในคอลเลคชั่น The Theo Angelopoulos Collection Volume 1 (ประกอบด้วย The Reconstruction (1970) และอีกสามเรื่องของ Trilogy of History) จัดจำหน่ายปี ค.ศ. 2011

ด้วยความที่ผมไม่เคยพานผ่านผลงานของผกก. Angelopoulos ตอนรับชมรอบแรกบอกเลยว่าดูไม่รู้เรื่อง ต้องกลับมาศึกษาแนวคิด วิธีการนำเสนอ พอแปะติดปะต่ออะไรได้นิดหน่อยถึงหวนกลับมารับชมหนังอีกรอบ (จริงๆผมตั้งใจจะเขียนเรื่องนี้ต่อจาก Intouchables (2011) แต่เพราะดูไม่รู้เรื่องเลยสุ่มๆเอาสารคดีมาแทรกคั่นก่อน) แล้วเกิดความอึ่งทึ่ง ประทับใจ รู้สึกท้าทาย ขวนขวายอยากหาดูผลงานเรื่องถัดไป

ถ้าคุณอยากจะรับชมภาพยนตร์ของ Theo Angelopoulos แนะนำให้เริ่มต้นที่ The Reconstruction (1970) เพื่อศึกษาแนวคิด เรียนรู้วิธีการนำเสนอ ถือเป็นการเตรียมความพร้อม สะสมประการณ์ ผลงานนี้คือรากฐาน สไตล์ลายเซ็นต์ แล้วจะต่อด้วย Days of ’36 (1972) หรือ The Travelling Players (1975) ก็น่าจะพอไปวัดไปวา สามารถทำความเข้าใจได้ระดับหนึ่งว่าเตรียมตัว+วิเคราะห์หนังยังไง

จัดเรต 13+ แม้ไม่เห็นภาพระยะใกล้ แต่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆาตกรรม คบชู้นอกนอกใจ โกหกหลอกลวง จนถูกสังคมรุมประชาทัณฑ์

คำโปรย | ภาพยนตร์ของผู้กำกับ Theo Angelopoulos คือการประกอบ ‘Reconstruction’ ทุกสิ่งอย่างขึ้นใหม่
คุณภาพ | ม่
ส่วนตัว | น่าสนใจ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of
%d bloggers like this: