Children of Heaven (1997)

Children of Heaven

Children of Heaven (1997) Iranian : Majid Majidi ♥♥♥♥

ว๊าว! นี่เป็นหนังสุดมหัศจรรย์ที่ต้องบอกต่อ และ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” เด็กชายทำรองเท้าของน้องสาวหาย เขาพยายามทำทุกอย่าง รวมถึงลงแข่งขันวิ่งมาราธอน เขาไม่สนใจอันดับ 1 และ 2 เป้าหมายคืออันดับ 3 ที่มีรองเท้าคู่หนึ่งเป็นรางวัล

รองเท้า คือเครื่องแต่งกายสวมใส่อยู่ต่ำสุดของมนุษย์ ถ้ามองว่าเครื่องแต่งกาย คือสิ่งแสดงวิทยฐานะ ทางสังคมของมนุษย์ รองเท้าจักแทนด้วยคนชนชั้นต่ำที่สุด กรรมกร/แรงงาน ขอทาน คนตกงาน ฯ กับหนังเรื่องนี้ได้ทำให้เราเห็นว่า รองเท้า สามารถใช้เป็นสิ่งวัดฐานะ/พื้นฐานของมนุษย์ได้

Majid Majidi ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักเขียนบท และนักแสดงชาวอิหร่าน เกิดที่เมือง Tehran ในครอบครัวชนชั้นกลาง, เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดง มีผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Baduk (1992) เรื่องราวเกี่ยวกับทาสเด็ก ที่ถูกบังคับให้ลักลอบเดินเท้าขนสินค้าข้ามพรมแดน, ผลงานที่สร้างชื่อเสียงนานาชาติให้เขาครั้งแรกคือ The Father (1996) ที่กวาดรางวัลจากเทศกาลหนังมากมาย และ Childern of Heaven (1997) ผลงานลำดับที่ 3 สามารถเข้าชิง Oscar: Best Foreign Language Film ติด 1 ใน 5 เรื่องสุดท้าย ถือว่าเป็นหนังอิหร่านเรื่องแรกที่ได้เข้าชิง น่าเสียดายพ่ายให้กับหนังอิตาเลี่ยน Life Is Beautiful ของ Roberto Benigni

ความสนใจของ Majidi คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก ครอบครัว การเติบโตและค้นหาเป้าหมายชีวิต สอดไส้แนวคิด ทัศนคติ ค่านิยมที่ถูกต้องเหมาะสมของสังคม, ผมยังไม่แน่ใจว่าหนังของ Majidi มักมีเรื่องการเมืองสอดไส้อยู่ด้วยหรือเปล่า (ปกติหนังจากประเทศอิหร่าน มักมีใจความสะท้อน ศาสนา/การปกครอง แอบซ่อนอยู่ด้วย) ซึ่งกับ Children of Heaven สิ่งที่ผมเห็น ครอบจักรวาล ตั้งแต่พี่น้อง พ่อแม่ สังคม ประเทศชาติ-ประชาชน

ใครดูหนังเรื่องนี้แล้วชื่นชอบสไตล์ของ Majidi มีอีก 2 เรื่องที่ขอแนะนำ
– The Color of Paradise (1999) ติดอันดับ 96 การจัดอันดับ Asian Cinema 100 Ranking ของเทศกาลหนังเมือง Busan
– The Song of Sparrows (2008) [นักแสดงได้รางวัล Silver Bear: Best Actor จากเทศกาลหนังเมือง Berlin]

Ali เด็กน้อยจากครอบครัวยากจนในกรุง Tehran ได้ทำรองเท้าที่เพิ่งซ่อมมาของน้องสาว Zahra หายระหว่างเดินทางกลับบ้าน, Ali รู้ว่าพ่อกับแม่คงไม่มีเงินพอที่จะซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้แน่ และถ้าบอกให้รู้คงถูกด่าทอ ทำโทษรุนแรง จึงตกลงกับน้องสาวให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ, ต่อมาพวกเขาได้พบว่า รองเท้าคู่ที่หายไปนั้น บัดนี้ตกไปอยู่กับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งในโรงเรียนเดียวกัน ทั้งสองสะกดรอยตามไปจนถึงบ้าน พบว่าพ่อของเด็กหญิงคนนั้นตาบอด มีอาชีพเร่ขายของเล็กๆน้อยๆ ประทังชีวิต ดูเหมือนครอบครัวจะลำบากกว่าพวกเขามาก ในที่สุดทั้งสองจึงล้มเลิกความคิดที่ทวงคืนรองเท้าคู่นั้นมา

เด็กชาย Ali (รับบทโดย Amir Farrokh Hashemian) เป็นคนเฉลียวฉลาด เรียนเก่ง เข้าใจครอบครัว และรักน้องสาวมาก ให้สัญญากับเธอเมื่อตอนทำรองเท้าหาย ว่าจะต้องหามาคืนให้ได้ นี่คือคำมั่นสัญญาที่ทำให้เขาต้องหาหนทางรักษาสัจจะนี้, ไม่ว่าตอนจบ Ali จะคืนรองเท้าให้กับน้องสาวได้หรือไม่ (ไม่สปอยนะครับ) การผจญภัยถือเป็นใจความสำคัญของหนัง เพราะแสดงถึงคุณค่าของสัญญานี้ ที่ Ali ตั้งใจทุ่มเทรักษาให้ได้จนถึงที่สุด

เด็กหญิง Zahra (รับบทโดย Bahare Seddiqi) น้องสาวแสนดี ถือว่าเป็นผู้เคราะห์ร้าย เพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก กระนั้นเธอก็ไม่โวยวาย งอแง หรือพูดจาว่าร้ายพี่ชาย แถมให้ความเชื่อมั่น รักษาสัจจะ ไม่เห็นแก่ตัว

ตอนที่สองพี่น้องติดตามเด็กหญิง (ที่เหมือนจะเป็นคนขโมยรองเท้า) ไปจนถึงบ้าน พอพบเห็นพ่อของเธอที่ตาบอด มีชีวิตยากลำบาก ไม่น่าเชื่อว่าเด็กอายุขนาดนี้จะมีความรู้สึก ‘เห็นใจ’ ผู้อื่น ถึงเราจะไม่เห็นสีหน้าท่าทางหรือได้ยินคำพูดใดๆออกจากปากทั้งคู่ แต่การกระทำของพวกเขาที่ไม่ได้เข้าไปทวงรองเท้าคืน มันคือภาษาของความเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา แต่รับรู้เข้าใจได้ว่าเพราะอะไรพวกเขาถึงแสดงออกมาเช่นนั้น, นี่ทำให้ครั้งหนึ่งเมื่อตอน Zahra ทำปากกาตก แล้วเด็กหญิงคนนั้นเก็บได้ นำมาคืน คงด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไรเคลือบแคลง … นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่สวยงามมากๆระหว่างพวกเธอ

Reza Naji รับบทพ่อที่ถึงเป็นคนรักลูกเมีย แต่ชอบดุด่าต่อว่า ดีแต่ปาก เก่งแค่กับคนในครอบครัว เหมือนการแสดงออกของเขา เป็นการระบายความอัดอั้นตันใจในชีวิต ที่ได้รับความกดดัน ดูถูก กดขี่จากสังคมภายนอก

Reza Naji คนนี้แหละครับ ที่ได้รางวัล Silver Bear: Best Actor เทศกาลหนังเมือง Berlin จากหนังเรื่อง The Song of Sparrows (2008) สำหรับ Children of Heaven ถือเป็นหนัง debut ของเขา ได้รับการคัดเลือกจากนักแสดงกว่า 2,500 คน ต่อมาได้ร่วมงานกับ Majidi อีกหลายครั้ง จนปัจจุบันได้รับการยกย่องกลายเป็น iconic นักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ของประเทศอิหร่านไปแล้ว

ถ่ายภาพโดย Parviz Malekzaade, หลายครั้งมุมกล้องจะแทนด้วยสายตาของเด็กชายและเด็กหญิง ซึ่งตอนที่พวกเขาก้มลงมองต่ำ กล้องจะถ่ายมุมก้ม มองเห็นพื้น เห็นรองเท้าหลากหลายมากมายสีสันรูปแบบ (ไม่แน่ใจว่าทุกช็อตจะถ่ายเห็นพื้นหรือเปล่านะ)

นี่คือสิ่งที่ผมบอกไปตอนต้นว่า รองเท้า สามารถใช้เป็นสิ่งวัดฐานะ/พื้นฐานของมนุษย์ได้ เพราะจากการได้เห็นความหลากหลายของรองเท้าที่หนังนำเสนอ มีทั้งแบบธรรมดา ขาดหวิ่น ใหม่เอี่ยม สวยสด (คนรวย มีเงินซื้อรองเท้าใหม่ๆ สีสันสดใส, คนจนไม่มีเงินซื้อรองเท้า ฯ) การดูแลรักษารองเท้าก็เช่นกัน แสดงถึงระดับความเอาใจใส่ ห่วงใยผู้อื่น (เช่น ถ้าปล่อยให้รองเท้าสกปรกโสโครก แสดงถึงความซกมก เป็นคนไม่ควรคบอย่างยิ่ง ฯ) จะเรียกว่ารองเท้าคือหัวใจของผู้สวมใส่เลยก็ว่าได้

ตัดต่อโดย Hassan Hassandoost, ผมคิดว่าหนังใช้มุมมองรองเท้า(ของพี่ชาย)เล่าเรื่อง คือบางครั้ง Zahra เป็นผู้สวมใส่ หนังก็จะใช้มุมมองของเธอ แต่พอสลับมาเป็น Ali สวมใส่ ก็จะเปลี่ยนมาใช้มุมมองของพี่ชาย

เรื่องราวของ พี่ชาย-น้องสาว แม้จะเป็นใจความหลักของหนัง แต่มักจะถูกเล่าคู่ขนานกับ พ่อ-แม่ บางครั้งก็ดำเนินเกิดขึ้นพร้อมกัน, เช่น ฉากที่พ่อบ่นอะไรก็ไม่รู้กับแม่ เด็กชาย-หญิงคุยกันผ่านการเขียนลงในสมุดโน๊ต ถ้าคุณตั้งใจฟังก็จะรู้ว่าพ่อบ่นอะไร แต่สายตากับความคิดจะจดจ้องอยู่กับข้อความที่เด็กทั้งสองคุยกันมากกว่า (นี่สามารถเปรียบได้กับ โลกส่วนตัวของพวกเขา)

ไฮไลท์ของงานภาพและตัดต่อ คือขณะแข่งขันวิ่งมาราธอน ช่วงแรกผู้เข้าแข่งขันหลายร้อย วิ่งกรูออกจากจุด Start เหมือนสายน้ำไหล ไม่สามารถมองหาได้ว่า Ali อยู่ตรงไหน, สักกลางทางคนเริ่มน้อย กล้องจะเคลื่อนตามหา Ali จนพบและตามติดเขาไปเรื่อยๆจนสามารถวิ่งแซงขึ้นนำหน้าอันดับ 1 ได้สำเร็จ แต่หนทางยังอีกครึ่งหนึ่ง คู่แข่งจะยอมที่ไหน, หลังจากนี้หนังจะช้าลง ใช้ภาพสโลโมวชั่น ตัดสลับกับภาพของน้องสาวที่หวนระลึกอยู่ตลอดทาง ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถูกคนอื่นแซงไปไกล แต่พอนึกถึงเหตุผลที่ตนเข้าร่วมแข่งขัน เขาก็มีแรงฮึดสู้ ถูกแซงก็แซงกลับ คู่คี่สูสี บางคนตัวโตกว่าด้วยซ้ำ (และบางคนก็ตัวเล็กกว่า) ไม่มีใครยอมใคร ลุ้นอย่างระทึก กลั้นหายใจ จนวินาทีสุดท้าย เข้าเส้นชัย …

นี่เป็นการวิ่งที่น่าตื่นเต้นมากๆนะครับ พูดภาษาบ้านๆก็ลุ้นจนขี้เยี่ยวเหนียว นั่งไม่ติดเก้าอี้ อะไรมันจะระทึกได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่เป้าหมายไม่ใช่ผู้ชนะ แต่คืออันดับ 3 มันยากกว่าวิ่งชนะอีกนะครับ ผลลัพท์เป็นยังไงไปหาดูในหนังเองเน้

การวิ่ง คือการต่อสู้ไปข้างหน้าเพื่อเอาชนะตัวเอง การแข่งขัน คือการเปรียบเทียบ เพื่อเอาชนะผู้อื่น, นัยยะของการวิ่งแข่งขัน สามารถเปรียบเทียบกับอะไรได้สารพัดร้อยแปด การเรียน, การทำงาน, การมีชีวิต ฯ  ระหว่างทางคือการต่อสู้ ที่ต้องใช้ความสามารถ พยายาม อดทน ทุ่มเท (บางครั้งท้อแท้ก็ระลึกถึงเหตุผลที่ตนทำอยู่) บางครั้งถูกโกง ดึงข้างหลังจนล้ม เราจะยังสามารถลุกขึ้นวิ่งต่อ ไม่ยอมแพ้ได้หรือเปล่า และเส้นชัยคือเป้าหมายปลายทางของความสำเร็จ

นี่เป็นสิ่งที่ไม่ต้องคิดเยอะ หรือคิดละเอียดก็สามารถเข้าใจได้ ถ้าคุณรู้จักคิดนะครับ ความเรียบง่าย ธรรมดาๆแบบนี้แหละ คือความสวยงามที่ดูเป็นธรรมชาติมาก เราสามารถเปรียบเปรยเรียกได้ว่า สรวงสวรรค์ที่มีเด็กๆวิ่งเล่นสนุกสนาน (Children of Heaven) แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆจะมองเห็นหรือเปล่า

เพลงประกอบโดย Keivan Jahanshahi, ถึงหนังจะมีกลิ่นอายของความสมจริง Realism อยู่มาก ด้วยเครื่องดนตรี (น่าจะพื้นบ้าน) ของ Persian เอาจริงๆมันก็ดูไม่เข้ากับหนังที่เป็นยุค Modern เสียเท่าไหร่ แต่เพลงประกอบ ได้ช่วงสร้างบรรยากาศสรวงสวรรค์ของเด็กๆ ที่ผมเรียกว่า สวรรค์บนดิน มีความไพเราะงดงาม ตราตรึงไม่น้อย

“Happiness is not about having what you need but it is accepting what you have is enough”.

ความสุขในความเข้าใจและพอเพียง คือใจความของหนังเรื่องนี้ ที่ผมมองเห็นมี 3 ระดับ
1) พี่ชายกับน้องสาว, พี่ชายสุดแสนดี ทำทุกอย่าง เสียสละดูแลน้องสาวที่รักของตน, น้องสาว รักเคารพ เชื่อมั่นในพี่ชายสุดหัวใจ, นี่เป็นเหมือนภาพในอุดมคติของผู้กำกับ นำเสนอสังคมที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ มีปัญหาผิดพลาด ก็ให้โอกาสแก้ไข ปรับปรุงตัว

2) พ่อกับครอบครัว, ถึงครอบครัวจะยากจนเพราะตนไร้ความสามารถ แต่เขาก็สอนให้ลูกขยันขันแข็ง ไม่ขี้เกียจ มีศีลธรรมอันดี ไม่คิดคดโกงใคร, ความฉุนเฉียวปากร้ายของพ่อ ทำให้ลูกๆเกิดความหวาดกลัว ไม่คิดพึ่งพายามเมื่อมีปัญหา ต้องการแก้ไขทุกสิ่งอย่างลับๆด้วยตนเอง (แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะแก้ไขได้)

3) ระดับสังคม/ประเทศ รัฐบาลกับประชาชน, แทนตัวละครพ่อ ด้วยผู้นำปกครองประเทศ และลูกๆ/ภรรยา คือประชาชน ในอิหร่าน รัฐบาลปกครองประชาชนอย่างเข้มงวด ตนไม่ใช่ประเทศร่ำรวย แต่สอนให้ประชาชนใช้ชีวิต ตั้งอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีตามหลักศาสนา กระนั้นประชาชนยังมีความหวาดกลัวระแวง หลายอย่างกระทำแบบลับๆ (เหมือนภาพยนตร์หลายๆเรื่องในอิหร่าน ที่มักถูกแบนโดยรัฐบาลได้ง่าย จึงต้องแอบสร้างกันมากมาย) อาจมีนัยยะหนึ่งที่หนังต้องการเอ่ยถึงหน่วยงานรัฐ บอกว่า สิ่งลับๆที่เรากันนี้ มันก็ยังยึดมั่นอยู่ในกรอบทางศีลธรรมอันถูกต้อง ไม่ได้ทำอะไรที่หมิ่นเหม่ เกินกว่าขอบเขต แต่เพราะพวกคุณปฏิบัติต่อเราแบบไม่เห็นค่า เราเลยไม่อยากให้การยอมรับเท่าไหร่, ทำไมไม่เป็นเหมือนพี่ชายน้องสาวที่รักและเข้าใจกัน มีปัญหาอะไรให้โอกาสแก้ไขปรับตัว ไม่ใช่กีดกั้นทำลาย

มันไม่จำเป็นที่คุณต้องมองหนังลงลึกแบบผมนะครับ ถ้าเห็นความสวยงามแค่ระดับ 1 กับ 2 จริงๆมันก็เพียงพอแล้วละ แต่การค้นพบระดับ 3 ที่เอ่ยมานี้ เพราะจากประสบการณ์ดูหนังอิหร่านมาหลายเรื่อง และรู้สึกว่าอิทธิพลของ Abbas Kiarostami ในการแทรกเรื่องการเมืองเข้าไปในหนัง กลายเป็นสิ่งยอดนิยมขาดไม่ได้ ที่ผู้กำกับชาวอิหร่านทุกคน ล้วนถือปฏิบัติตามกันถ้วนหน้า

ถ้าคุณไม่หลงรักหนังเรื่องนี้ แสดงว่าเป็นคนมีปมชั่วร้ายอะไรสักอย่างในจิตใจแล้วนะครับ, กับฉากที่ผมชอบที่สุด อยู่ตอนจบของหนัง เมื่อเด็กชายถอดรองเท้าออก (สภาพรองเท้าย้ำแย่ ใกล้พังเต็มที) เราจะเห็นแผลพุพองจากการถูกรองเท้ากัด เขาแช่เท้าในอ่างน้ำและปลาทองเข้ามารุมล้อม

รู้จัก สปาปลาบำบัด/ด็อกเตอร์ฟิช/Fish Spa กันไหมเอ่ย ตามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ มักจะมีร้านที่มีบ่อปลาตัวเล็กๆวางกับพื้น ลูกค้าเอาเท้าแช่น้ำแล้วฝูงปลาจะเข้ามารุมตอมที่เท้า … ผมเคยครั้งหนึ่ง จำจนวันตายเลยละ คือมันเสียวจั๊กกะจี้มาก สิ่งที่ปลาพวกนี้ทำคือ ดูดกิน ตอดลอกเอาผิวหนังที่เสียออกไป ใครเท้าหนาๆ ลงไปแช่ไม่เกิน 10 นาที ขึ้นมานุ่มราวกับผิวเด็กเกิดใหม่ (นี่คำโฆษณาของเขาเลยนะ)

กับฉากจบของหนัง ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่า ปลาทองมันจะทำอะไรกับขาเด็กชายหรือเปล่า แต่รู้สึกมีเหตุผลคล้ายๆกับ สปาปลานี่แหละ คือการชำระล้าง ผลัดเปลี่ยน เริ่มต้นใหม่

เกร็ด: ปลาทองคือสัตว์สวยงาม ที่ก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากกว่านั้น เลี้ยงไว้เพื่อความเพลิดเพลิน สุขกายสบายใจของเจ้าของ

นี่เป็นหนังเกี่ยวกับเด็ก ที่ผมอยากแนะนำผู้ใหญ่มากกว่า โดยเฉพาะกับคนแต่งงานแล้ว มีลูก 5 ขวบขึ้นไป ควรอย่างยิ่งที่ต้องดูเพื่อทำความเข้าใจพวกเขา

สำหรับเด็กๆ ผมว่าพวกเขาดูแล้วจะรู้สึกกลัวหัวหด ยิ่งกว่าพวกหนังสัตว์ประหลาด Godzilla, King Kong เสียอีกนะครับ เพราะ เหตุการณ์ง่ายๆของหนัง รองเท้าหาย มันจับต้องได้ เป็นเหตุการณ์ที่ใครๆต้องเคยประสบพบเจอสักครั้งในชีวิต, ลองนึกถึงตอนที่ทำของอะไรสักอย่างหาย ถ้ามันสำคัญมากหรือเป็นคนอื่นให้ เราจะรู้สึกผิดรุนแรง และกลัวที่จะต้องบอกเจ้าของว่าทำหาย สำหรับเด็กๆ ความกลัวนี้ใหญ่โตมากๆ ราวกับจะตายให้ได้ถ้าพูดความจริงออกไป

จัดเรตทั่วไป แต่หนังมีความ realism สูงมาก อาจดูยากสำหรับเด็กๆ และคนที่มีความอดทนต่ำๆ

TAGLINE | “Children of Heaven คือความสุดมหัศจรรย์ในสรวงสวรรค์ของเด็กน้อย ที่ต้องบอกต่อ และต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of