Creature from the Black Lagoon (1954)

Creature from the Black Lagoon

Creature from the Black Lagoon (1954) hollywood : Jack Arnold ♥♥♥♥

Gill Man, มนุษย์เงือก เป็นสัตว์ประหลาดจำพวกหนึ่งใน Universal Monster ก็อยู่ของมันดีๆในป่าลึก Amazon แต่ถูกมนุษย์ผู้โหยกระหายในการค้นพบครองโลก พบเจอหาทางจับมาศึกษา ตัวเป็นๆไม่ได้ก็จับตาย เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารเห็นใจยิ่งนัก ขนาดผู้กำกับ Guillermo del Toro นำมาเป็นแรงบันดาลใจ (กึ่งๆภาคต่อ) สร้างหนังเรื่อง The Shape of Water (2017)

Creature from the Black Lagoon เป็นภาพยนตร์ที่ … ก็ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่อลังการ แต่อาจเพราะผมเพิ่งรับชม The Shape of Water ไปเมื่อวันก่อน ได้สร้าง ‘impact’ บางอย่าง ทำให้ตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ขึ้นมาโดยพลัน ซึ่งก็ด้วยเหตุผลเดียวกับผู้กำกับ del Toro ที่บอกว่า ‘อยากเห็นสัตว์ประหลาดได้ครองรักกับนางเอก’

นับตั้งแต่กล้องถ่ายภาพใต้น้ำอันแรกของโลก ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อปี 1856 โดย William Thompson สู่ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ถ่ายทำใต้น้ำ 20,000 Leagues Under the Sea (1916) ถ่ายภาพโดย J. Ernest Williamson ก็ยังคงเป็นความท้าทายของมนุษย์ในการสำรวจโลกใต้น้ำ และสร้างภาพยนตร์ที่มีเรื่องราวอยู่ลึกลงไป

Creature from the Black Lagoon คือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่พยายามท้าทายขีดจำกัดนี้ ประมาณ 25-30% ถ่ายทำใต้น้ำ แม้ส่วนใหญ่จะอยู่ในแท้งค์น้ำหลังสตูดิโอ Universal แต่ก็มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

เกร็ด: A Silent World (1956) สารคดีรางวัล Palme d’Or ของ Jacques-Yves Cousteau กับ Louis Malle คือภาพยนตร์เรื่องแรกถ่ายทำโลกใต้น้ำด้วยภาพสีสันสวยสดใส และจากสถานที่จริงทั้งหมดด้วย

ทศวรรษ 30s – 40s ถือเป็นยุคทองของ Universal Monster สัตว์ประหลาดมากหน้าหลายตาตั้งแต่ Dracula, Frankenstein, Wolf Man, The Mummy, Invincible Man ฯ ได้ครองโลกพร้อมกับ Cross-Over สลับไขว้ไปมาเผชิญหน้าต่อสู้กัน แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งความนิยมก็เริ่มเสื่อมถอย การมาถึงของ Gill Man หรือ Creature from the Black Lagoon เมื่อปี 1954 ล่าช้ากว่าชาวบ้านไปหลายปี แม้ภาคแรกนี้จะประสบความสำเร็จ แต่ก็มีต่ออีกแค่สองเรื่องตามมา และไม่เคยถูกไขว้จับคู่ต่อสู้กับใคร

จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้มาจาก William Alland อดีตนักแสดงผู้รับบทนักข่าวผู้ออกเดินทางสืบค้นหาความหมายของ Rosebud ใน Citizen Kane (1941) ต่อมาได้กลายเป็นโปรดิวเซอร์ของ Universal, ครั้งหนึ่งในงานเลี้ยงระหว่างถ่ายทำหนัง มีโอกาสรู้จัก Gabriel Figueroa ตากล้องสัญชาติเม็กซิกัน ฟังเรื่องเล่าตำนานครึ่งคน ครึ่งปลา ที่พบเจอในป่า Amazon ทำให้ Alland เขียนเรื่องสั้นตั้งชื่อว่า ‘The Sea Monster’ ขึ้นหิ้งทิ้งไว้กว่าสิบปี จนเมื่อเขาได้กลายเป็นโปรดิวเซอร์หนังจึงนำกลับมาปัดฝุ่น มอบหมายให้ Maurice Zimm พัฒนาต่อเป็น Treatment และ Harry Essex, Arthur Ross กลายเป็นบทภาพยนตร์เรื่อง The Black Lagoon

Jack Arnold (1916 – 1992) ผู้กำกับสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ New Haven, Connecticut, ครอบครัวอพยพจากประเทศ Russia ตั้งแต่เด็กมีความสนใจอ่านหนังสือ นิยาย Sci-Fi โตขึ้นตั้งใจเป็นนักแสดง เข้าเรียน American Academy of Dramatic Arts จบออกมากลายเป็นนักแสดงเร่ ตามด้วย Broadway สมัครเป็นทหารอากาศสังกัด Signal Corps ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทำงานเป็นตากล้องถ่ายภาพบนเครื่องบินสอดแนม ปลดประจำการออกมาหวนกลับคืนสู่เวทีการแสดง ก่อนที่ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง With These Hands (1950) ได้เข้าชิง Oscar: Best Documentary Feature จึงตัดสินใจผันสู่วงการภาพยนตร์เต็มตัว

ความสนใจของ Arnold ในการสร้างภาพยนตร์ ส่วนใหญ่เป็นแนว Sci-Fi สังกัด Universal Monster ยื้อลมหายใจของจักรวาลนี้ต่อได้อีกทศวรรษเต็มๆ อาทิ It Came from Outer Space (1953), Creature from the Black Lagoon (1954), Tarantula (1955), The Incredible Shrinking Man (1957) ฯ

เกร็ด: จุดสิ้นสุดของ Universal Monster นับที่ The Leech Woman (1960) ฉายควบแต่ยังขาดทุนย่อยยับ ปิดตำนานจักรวาลนี้โดยทันที

นักสำรวจ Dr. Carl Maia (รับบทโดย Antonio Moreno) พบเจอซากฟอสซิลระบุสายพันธุ์ไม่ได้จากป่า Amazon เดินทางกลับมาจัดทีมมืออาชีพเพื่อสำรวจ ประกอบด้วย
– Dr. David Reed (Richard Carlson) หัวหน้าทีมสำรวจ เป็นนักมีนวิทยา (ศึกษาเกี่ยวกับปลา) เชี่ยวชาญการประดาน้ำ มีความเฉลียวฉลาด รอบคอบ และเยือกเย็น
– Kay Lawrence (Julie Adams) ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม แฟนสาวของ Reed ชื่นชอบการผจญภัยโรแมนติก แต่มักถูกหนุ่มๆบีบบังคับกีดกันไม่ให้ต้องผจญอันตรายใดๆ นี่ทำให้เธอไม่ค่อยพึงพอใจสักเท่าไหร่
– Dr. Mark Williams (Richard Denning) หัวหน้าของ Reed เป็นผู้ออกทุนสนับสนุนการสำรวจครั้งนี้ แต่มีความใจร้อนรน สนแค่ชื่อเสียงเงินทองความสำเร็จเท่านั้น
ฯลฯ

ออกเดินทางสู่ Amazon เข้าไปบริเวณที่มีชื่อว่า Black Lagoon ทำให้พวกเขาได้พบกับ Gill-Man สิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ ครึ่งปลา เหมือนว่าจะตกหลุมรักหญิงสาว Kay ครั้งหนึ่งลักพาตัวเธอหนี แต่สุดท้ายก็มิอาจเอาชนะมนุษย์ผู้โหดเหี้ยม ใช้ความรุนแรงทุกสิ่งอย่างเพื่อจัดการกับสัตว์ประหลาดตนนี้

Gill-man (ในหนังเรียก The Creature) ประกอบด้วยนักแสดงสองคน
– Ben Chapman สวมชุดที่หนักกว่า แสดงฉากบนบก
– Ricou Browning สวมชุดที่เบากว่า เชื่อมต่อท่ออากาศสำหรับหายใจ แสดงฉากใต้น้ำ

ลักษณะทางกายภาพ: เป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งบกครึ่งน้ำ มีพละกำลังเหนือมนุษย์ มือประกอบด้วยพังพืดและกรงเล็บที่ยาวแหลม เกร็ดหนา ความสามารถพิเศษคือสามารถรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

ในวิสัยทัศน์ของ Alland ต้องการสร้างสัตว์ประหลาดชนิดนี้ให้มีลักษณะ ‘sad, beautiful monster’

“It would still frighten you, but because how human it was, not the other way around”.

เชื่อว่าหลายคนคงสังเกตได้ ตั้งแต่ฉากที่ Kay Lawrence ออกว่ายน้ำเล่นในบริเวณ Black Lagoon สัตว์ประหลาดตนนี้เมื่อเงยขึ้นไป เกิดตกหลุมรักหลงใหลในรูปโฉม เรือนร่าง ความงดงาม ต้องการที่จะแตะต้องสัมผัส จนสุดท้ายตัดสินใจลักพาตัวเธอ (ทั้งๆที่กับมนุษย์คนอื่น พบเจอมีโอกาสก็เข่นฆ่าให้ตาย)

เกร็ด: ค่าชุด Bodysuit ของตัวละครนี้ สิ้นงบประมาณไป $15,000 เหรียญ ออกแบบโดย Milicent Patrick สร้างโดย Bud Westmore

Julie Adams ชื่อจริง Betty May Adams (เกิดปี 1926) นักแสดงหญิงสัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Waterloo, Iowa โตขึ้นเริ่มจากเป็นเลขานุการ เล่นหนัง Western เกรด B ตอนอายุ 19 ได้รับมงกุฎ ‘Miss Little Rock’ มุ่งสู่ Hollywood เซ็นสัญญากับ Universal Picture มีบทเล็กๆใน Red, Hot and Blue (1949), ได้รับการจดจำจาก Creature from the Black Lagoon (1954), แต่หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ทศวรรษ 60s ผันตัวสู่วงการโทรทัศน์ เป็นตัวประกอบสมทบในซีรีย์หลายๆเรื่อง

Kay Lawrence หญิงสาวที่เหมือนว่าจะพบเจอรักสี่เส้า ตัวเธอตกหลุมรักกับ Dr. David Reed เคยชื่นชอบ Dr. Mark Williams รู้ว่าไปกันไม่ได้เลยตีตนออกห่าง แต่เขากลับยังคอยตื้อไม่เลิก และถูกแอบรักโดย Gill-Man

สัตว์ประหลาดตกหลุมรักหญิงสาว ลักพาตัวเธอ แรกๆก็หวาดกลัว ภายหลังค่อยๆทำใจยอมรับได้ นี่มันพล็อตประมาณ Beauty and the Beast และ/หรือ King Kong แน่นอนว่าตอนจบมันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับสัตว์ประหลาด (ส่วนใหญ่เป็นโศกนาฎกรรม)

เรื่องการแสดงคงไม่มีอะไรให้พูดถึง แต่ภาพลักษณ์ความสวย แฟชั่นชุดว่ายน้ำ เรือนร่างอันสุดเซ็กซี่ นี่มันระดับ Sex-icon นางยั่วเลยนะ งามระดับนางฟ้า ผมเองก็กัดฟันอิจฉาเสียดายความสวยของเธอ อยากให้ได้ครองคู่กับสัตว์ประหลาดจริงๆ

ถ่ายภาพโดย William E. Snyder ตากล้องสัญชาติอเมริกัน เข้าชิง Oscar: Best Cinematography สามครั้งจากเรื่อง Aloma of the South Seas (1941), The Loves of Carmen (1948), Jolson Sings Again (1949)

หลังความสำเร็จของ House of Wax (1953) ที่ถ่ายทำด้วยระบบสามมิติ Polarized 3D system หนังเรื่องนี้เลยกึ่งๆถูกบังคับให้เลียนแบบทำตาม แต่เทคโนโลยีสมัยนั้นอย่าไปคาดหวังว่าจะมีมิติลึกอะไรมากมาย แว่นตาที่สวมข้างหนึ่งสีแดงอีกข้างสีน้ำเงิน เป็นของเล่นใหม่ที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่กี่ปีเท่านั้น

ฉากใต้น้ำส่วนใหญ่ถ่ายทำในแท้งค์ที่ Universal City, Los Angeles ขณะที่ฉากเหนือน้ำ Black Lagoon เลือก Rice Creek บริเวณ Palatka, Florida ไม่มีนักแสดงเดินทางไปถ่ายทำยังป่า Amazon ภาพพื้นหลังทั้งหมดที่เห็น มาจาก Rear Projection ส่วนกองสอง (Second Unit) ที่ Wakulla Springs, Florida

ตัดต่อโดย Ted J. Kent หนึ่งในขาประจำของ Monster Universal อาทิ The Invisible Man (1933), Bride of Frankenstein (1935), Son of Frankenstein (1939), The Wolf Man (1941), The Black Cat (1941) ฯ

เหมือนว่าเรื่องราวของหนังจะเล่าผ่านมุมมองของ Dr. Carl Maia นักสำรวจคนแรกที่ค้นพบฟอสซิลของ Gill-Man เดินทางกลับมารวบรวมจัดทีมสำรวจมืออาชีพ ออกเดินทางอีกครั้งสู่ Amazon (Maia เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รอดชีวิตจากการเดินทางครั้งนี้)

การปรากฎตัวของ Gill-Man ยั่วผู้ชมอย่างเต็มที่ เริ่มจากฟอสซิล ตามด้วยมือสัตว์ประหลาดตนนี้จริงๆ ยกขึ้นมากรีดกรายเกี่ยวก้อนหิน ตามด้วยเห็นด้านหลังไวๆ รอยเท้า ทั้งตัวหลบซ่อนอยู่ใต้น้ำ แหวกว่ายเหมือนปลา ก่อนเห็นเต็มตัวแบบชัดๆก็เกือบท้ายเรื่องแล้ว

เพลงประกอบโดย Henry Mancini, Hans J. Salter, Herman Stein มีความคลาสสิกแบบตรงไปตรงมา พอสัตว์ประหลาดปรากฎตัวขึ้น Monster Theme ก็ดังขึ้นทันที ราวกับจะกลัวผู้ชมไม่รู้ตัวว่า มันโผล่มาอีกแล้วนะ

ผู้กำกับ Arnold เคยให้สัมภาษณ์ อธิบายใจความสำคัญอย่างครบถ้วน

“it plays upon a basic fear that people have about what might be lurking below the surface of any body of water. You know the feeling when you are swimming and something brushes your legs down there – it scares the hell out of you if you don’t know what it is. It’s the fear of the unknown. I decided to exploit this fear as much as possible.”

มนุษย์มักเกิดความหวาดกลัวในสิ่งไม่รู้ ‘Unknown’ ไม่ใช่แค่สิ่งต่างๆที่พบเจอกับชีวิต หรืออะไรบางอย่างที่อยู่ใต้พื้นผิวน้ำ แต่ยังรวมถึงข้างในจิตใจของตนเองด้วย

ความกลัว เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เรากระทำบางสิ่งอย่างขาดสติรอบคอบไตร่ตรอง เมื่อเห็นว่าเป็นภัยก็คิดแต่กำจัดทำลายล้าง มิเคยเอาใจเขามาใส่ใจเรา ยกย่องตัวเองว่ามีความประเสริฐเลิศหรู เหนืออารยธรรมกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นใด

ถือเป็นโศกนาฎกรรมโดยแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ สัตว์ประหลาดที่มิอาจสื่อสารเข้าใจกับชาวมนุษย์ ทำให้ถูกมองว่ามาร้ายเป็นตัวอันตราย แม้นักวิทยาศาสตร์จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตไว้ แต่นักธุรกิจทุนนิยม แสดงความปฏิเสธอย่างแรงกล้า จับเป็นไม่ได้ต้องจับตายสถานเดียว

ผมคิดว่า จนกว่าใครๆจะเกิดความเข้าใจ ‘มนุษย์ก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง’ ไม่ได้ประเสริฐเลิศหรูกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ แค่ด้วยบุญบารมีวาสนาสะสมมากมา โชคชะตานำพาให้ได้เกิดมามีความคิดอ่าน เฉลียวฉลาด สมองใหญ่กว่าใครเพื่อน นั่นจะทำให้พบเจอโลกแห่งอุดมคติที่ทุกสิ่งมีชีวิต สามารถมองตาสื่อสารเรียนรู้ทำความเข้าใจโดยไม่ต้องใช้คำพูด เต็มไปด้วยสงบสันติสุขยูโทเปีย

ด้วยทุนสร้างประมาณ $500,000 เหรียญ ปีแรกทำเงินได้ประมาณ $3 ล้านเหรียญ ภาคต่อจึงบังเกิดขึ้นทันที
– Revenge of the Creature (1955) ถ่ายทำด้วยระบบสามมิติ
– The Creature Walks Among Us (1956) กลับมาถ่ายด้วยระบบสองมิติ

Guillermo del Toro เล่าถึงประสบการณ์วัยเด็ก 6 ขวบ เมื่อครั้งมีโอกาสรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ครั้งแรก

“The creature was the most beautiful design I’d ever seen, And I saw him swimming under [actress] Julie Adams, and I loved that the creature was in love with her, and I felt an almost existential desire for them to end up together. Of course, it didn’t happen and I went to correct the mistake 46 years later.”

ตอนที่ผมรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ รู้คร่าวๆแค่ว่าเป็นแรงบันดาลใจของผู้กำกับ Guillermo del Toro ในการสร้าง The Shape of Water ไม่ได้รับทราบรายละเอียดลึกๆ เหตุผลทำไมถึงชื่นชอบ ซึ่งขณะค้นหาข้อมูลเพื่อเขียนบทความนี้ก็ถึงกับทึ่ง หลงใหลคลั่งไคล้ประทับใจฉากเดียวกันเปะๆเลย ตอนที่ตัวละครของ Julie Adams แหวกว่ายน้ำใน Black Lagoon แล้วสัตว์ประหลาดอยากที่จะเอื้อมมือจับสัมผัสเท้าของเธอ ตอนแรกนึกว่าคงกำลังฉุดกระชากฆ่าให้ตาย แต่กลับ … โอ้! นี่น่าจะเป็นหนัง Universal Monster ที่มีความสวยงามโรแมนติกที่สุดกระมัง

เกร็ด: ผู้กำกับ Ingmar Bergman เคยให้สัมภาษณ์บอกว่า รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ทุกๆวันเกิดของตนเอง

แนะนำกับแฟนหนัง Classic Horror จาก Universal Monster ชื่นชอบการสำรวจ หลงรักสัตว์ประหลาด หลงใหลในโลกใต้ทะเล, นักดำน้ำ/ประดาน้ำ ชื่นชมทัศนียภาพโลกใต้น้ำสวยๆ, รู้จักผู้กำกับ Jack Arnold ไม่ควรพลาด

จัดเรต 13+ กับทัศนคติของผู้คนในยุค 50s

TAGLINE | “Creature from the Black Lagoon น่าจะเป็นหนังของ Universal Monster ที่มีความสวยงามโรแมนติกที่สุดกระมัง”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

3 Comments on "Creature from the Black Lagoon (1954)"

avatar
  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
tantawanpanda
Guest

– Revenge of the Creature (1955)
– The Creature Walks Among Us (1956)
ควรจะหามาดูต่อไหมอ่ะคะ
เพราะตอนจบก็เหมือนกับตัวGill Manโดนยิ่งลอยๆจมๆลึกๆลงไป

เราเชียร์สัตว์ประหลาดนะคะ แต่เชียร์ไม่ได้เต็มที่เพราะพี่แกโหดเหลือเกิน ตบคน ขยี้คนที ตายยย T^T
ตอนจบตกลงพี่หัวมัมมี่รอดไหมคะ ดูไปบางช่วงแอบง่วงค่ะ สัตว์ประหลาดมาที ดนตรีมาที ตื่นเลย มาพร้อมซาวด์ประกอบจริงๆ 5555 ชื่นชมมุมกล้องการถ่ายใต้น้ำมีความยากงี้สวยดีค่ะ