Crumb (1994)

Crumb

Crumb (1994) hollywood : Terry Zwigoff ♥♥♥◊

หนึ่งในภาพยนตร์สารคดีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เรื่องราวของ Robert Crumb นักวาดการ์ตูนใต้ดิน (18+) ชื่อดังของอเมริกา ผลงานของเขาได้กลายเป็นตำนาน เราจะได้เห็นแรงจูงใจ ภูมิหลัง ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิด การสร้างสรรค์ผลงาน อะไรเป็นแรงขับเคลื่อน อะไรคือความต้องการของ Crumb ดูจบแล้วคุณจะตั้งคำถาม เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงกลายเป็นแบบนี้?

“หนังสารคดีใช่ว่าเหมาะกับทุกคน” ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องพูดประโยคนี้ Crumb เป็นตัวอย่างของหนังที่ไม่ใช่เรต 18+ นะครับ แต่ต้องจัดเรตประมาณ 15+ เพราะแค่การพูดคุย การสัมภาษณ์ที่ดูธรรมดาๆ แต่มัน dark ยิ่งกว่า Woody เกิดมาคุยเสียอีก, ประมาณว่า เจาะลึกลงไปถึงสันดานดิบในจิตใจของ Robert Crumb เลยละ เล่าออกมาแบบไม่มีปิดบัง คิดอะไร ทำอะไร โจ่งแจ้ง โจ่งครึ่ม ทำเอาผมถึงกับกุมขมับ เอากันอย่างนี้เลยเหรอ! สิ่งที่อยู่ในหนังสารคดีนี้คือเรื่องจริงทั้งหมดนะครับ ก็น่ะ ถ้าพวกเขาไม่ใช่คนแบบกล้าพูดกล้าทำ กล้าเปิดอกแบบนี้ จะสามารถทำงานสายนี้ได้ยังไง

เมื่อพูดถึงการวาดภาพ คงหนีไม่ได้กับการ์ตูน มังงะและอนิเมชั่น มีหนังน้อยเรื่องมากๆที่เล่าถึงนักเขียนการ์ตูนเก่งๆ ผมไปเจอ Crumb ฝังอยู่ในลิสหนังยอดเยี่ยมสักที่หนึ่ง พอรู้ว่าเป็นแนวสารคดี Documentary ทีแรกคิดจะข้ามไป แต่ก็ลองเสี่ยงดู เพราะผมตั้งใจจะสร้าง Category: Documentary ขึ้นมาอยู่แล้ว ก็ถือเสียว่าเปิด Genre เลยนะครับ (ผมเคยรีวิว Nanook of the North หนังสารคดีเรื่องแรกของโลกไปแล้ว แต่จะไม่นับก็ได้ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีชื่อเรียกแนว Documentary เกิดขึ้นนะครับ, Crumb จึงถือเป็นหนังสารคดีเต็มตัวเรื่องแรกที่ผมเขียนรีวิว แต่ผมจะใส่ Nanook of the North ใน Genre นี้ด้วย)

Robert Crumb คือใคร? ผมไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แต่เห็นว่าคนอเมริกาที่โตมาในยุค 60s – 70s น่าจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี เป็นฮีโร่ของวัยรุ่นสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ เขาเป็นนักวาดการ์ตูน ไม่ใช่สายหลัก เป็นสายใต้ดิน 18+ เขียนลงนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ เช่น Yarrowstalks, Zap Comix, Weirdoฯ แนวของชอบเขียนคือ Satire โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ต่างๆที่เขาเคยประสบพบเจอ เขียนออกมาในเชิงส่อเสียด ล้อเลียน เสียดสี, สไตล์วาดภาพ Crumb บอกว่า เขามองเห็นอะไรก็ถ่ายทอดออกมาแบบนั้น ทั้ง racist โป๊เปลือย วิตรถาร ผิดศีลธรรม ทุกรูปแบบ เขาสามารถถ่ายทอดสิ่งที่เป็นตัวตนข้างในของนางแบบออกมาได้อย่างชัดเจน แจ่มแจ้งมากๆ (จะเรียกว่าทุกภาพของ Crumb คือ La Belle Noiseuse เลยก็ว่าได้) … หลายคนคงคิดว่า คนแบบนี้เนี่ยนะ มีอะไรน่าสนใจถึงขนาดมีสารคดีของตนเอง ได้รับการยกย่อง มันสมควรที่ไหน ใช่ครับ Robert Crumb ไม่ใช่คนที่น่านับถือแม้แต่น้อย อาชีพที่เขาอาจไม่ถือว่าผิดกฎหมายในอเมริกา (เพราะมีกฎหมายรองรับสื่อโป๊เปลือย เด็กอายุต่ำกว่า 18 จะไม่สามารถซื้อหรือใช้บริการหรือเข้าถึงสื่อลามกอนาจารพวกนี้ได้เลย) แต่เรื่องราวของ Crumb ถือว่าน่าสนใจ คนธรรมดาๆทั่วไปอย่างเราๆ คงเป็นไม่ได้แน่ มันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ถึงได้กลายมาเป็นนักเขียนการ์ตูนประเภทนี้

ผู้กำกับ Terry Zwigoff ได้ยินว่าเป็นเพื่อนสนิทกับ Crumb มานานแล้ว เคยอยู่วงดนตรีเดียวกัน เห็นว่า Crumb ไม่ได้อยากให้มีใครสร้างหนังเกี่ยวกับเขา แต่เหมือน Zwigoff ขู่ Crumb ว่าถ้านายไม่ให้ฉันถ่าย ฉันจะยิงตัวตาย, คนจะทำสารคดีเรื่องนี้ได้ ดูท่าคงบ้าไม่แพ้กับ subject ในหนังเลย, Zwigoff เคยมีหนังสารคดีที่เขาทำก่อนหน้านั้นเรื่องหนึ่ง Louie Bluie (1985) เกี่ยวกับนักดนตรีชื่อดังคนหนึ่ง Howard Armstrong เป็นหนึ่งในศิลปินคนโปรดของ Zwigoff ถือว่ามีประสบการณ์มาในระดับหนึ่ง, Zwigoff ใช้เวลาถึง 9 ปี (ไม่รู้ถ่ายจริงนานเท่าไหร่) กว่าจะสร้างหนังเรื่องนี้เสร็จ ได้ฉายในเทศกาลหนัง Sundance ปี 1994 และได้รางวัล Grand Jury Prize นี่ถือเป็นรางวัลแรกที่การันตีความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ได้ ฉายในอเมริกาปี 1995 ได้รางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมจากนักวิจารณ์เมืองต่างๆ เช่น New York, Boston, Los Angeles ได้ส่งเข้าชิง Oscar สาขา Best Documentary Feature ปีนั้นแต่คณะกรรมการตรวจพิจารณากลับทนดูหนังได้ไม่ถึง 20 นาที แล้วตัดสิทธิ์หนังเรื่องนี้ทันที คงเพราะมองว่าเนื้อหาล่อแหลมไม่เหมาะกับการเป็นสารคดี สิ่งที่เกิดขึ้นในปีนั้นทำให้เกิดกระแสต่อต้านรุนแรงต่อวิธีการคัดเลือกหนังเพื่อชิง Oscar เพราะมันดูเหมือน กลุ่มผู้คัดเลือกจะสนใจเฉพาะหนังที่มีผลประโยชน์ต่อพวกเขา นี่ทำให้คณะกรรมการ Oscar ต้องเปลี่ยนแนวทางการคัดเลือกหนังแนวสารคดีเสียใหม่ (เป็นยังไงไม่รู้สิ)

ถ่ายภาพโดย Maryse Alberti เป็นผมคงกระด้างใจไม่น้อย ที่ให้ผู้หญิงเป็นตากล้องสารคดีเรื่องนี้ แต่อาจเป็นความตั้งใจของ Zwigoff ก็ได้ เพราะมันทำให้คนที่ถูกสัมภาษณ์ไม่รู้สึกเกร็งเวลาจ้องมองกล้อง, เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รางวัลเกี่ยวกับ Best Cinematography ได้รางวัล Sundance Film Festival Excellence in Cinematography Award Documentary จากหนังเรื่อง H-2 Worker (1990) และ Crumb (1994) ได้ Independent Spirit Award Best Cinematography กับหนังเรื่อง Velvet Goldmine (1998) และ The Wrestler (2008) ได้ยินว่าตอนเริ่มอาชีพเป็นตากล้องช่วงแรกๆ มีผู้ชายหลายคนที่เข้ามาแซวเธอ เพราะมองว่าอาชีพตากล้องเป็นอาชีพใช้แรงค่อนข้างเยอะ ไม่เหมาะกับผู้หญิง ซึ่งเธอก็ตอบโต้ว่า หญิงสาวตัวเล็กๆอย่างฉันคงไม่สามารถยกไฟดวงใหญ่ๆได้ และชี้นิ้วสั่งให้พวกเขาเป็นคนยกให้, กล้องสมัยนั้นมันอันใหญ่น่ากลัวมากๆนะครับ ไม่ได้เล็กๆขนาด Hand Held เหมือนปัจจุบัน (เราจะเห็น Crumb วาดภาพที่แสดงความรู้สึกต่อกองถ่ายหนังเรื่องนี้ออกมาด้วย จะเห็นว่ากล้องอันใหญ่มากๆ) ผมนึกภาพตามไม่ออกเลย ตอนที่ Crumb เดินไปตามท้องถนน แล้วมีกล้องขนาดใหญ่ตามเขาไปด้วย ผู้คนเดินผ่านไปมาต่างจับจ้อง มันคงน่าอายไม่น้อย

ตัดต่อโดย Victor Livingston ต้องปรบมือดังๆให้กับการตัดต่อเลย หนังเรื่องนี้ทำให้เขาได้เข้าชิง Eddie Award (American Cinema Editors) แม้จะไม่ได้ก็เถอะ, เพื่อไม่ให้คนดูเบื่อเกินไป หนังใช้การตัดสลับระหว่าง การสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ กับเพลงเพราะ, ภาพวาดจากหนังสือการ์ตูน หรือภาพอะไรบางอย่างให้ดูแล้วผ่อนคลาย เป็นเหมือนการพักให้มีจังหวะหายใจ, มันอาจดูไม่น่าเชื่อ แทบทุกเหตุการณ์ในชีวิตของ Crumb ล้วนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาวาดการ์ตูนเรื่องต่างๆออกมา บ้างก็เป็นเรื่องสั้น 4 ช่อง 8 ช่อง หรือแบบรวมเล่ม ฯ เราจะเห็นการตัดต่อ นำภาพจากการ์ตูนเปิดไล่ทีละหน้ามาให้เราเห็น พร้อมกับคำบรรยายของ Crumb ไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง เยอะมากๆ, ตอนจบเป็นการเดินทางครั้งใหม่ของ Crumb ที่จะย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส กำลังเก็บขนของเตรียมออกจากบ้าน … มันบังเอิญไปหน่อยหรือเปล่า นี่เป็นตอนจบที่ลงตัวมากๆ

ผมไม่ค่อยอยากสปอยอะไรในหนังเรื่องนี้เลยนะครับ เพราะถ้าพูดไปมันก็เท่าบอกรายละเอียดของหนังทั้งหมด ผมจึงข้ามสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจของ Crumb และเรื่องราวต่อภาพวาดทั้งหมด เหลือเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ผมสนใจ

คนที่จะวาดภาพ หรือทำงานประเภท 18+ ได้นี่ ถ้าตัวเขาไม่บ้า หรือมีความหลงใหลคลั่งไคล้อย่างรุนแรง ก็ไม่มีทางจะอยู่ในอาชีพประเภทนี้ได้นานแน่ๆ, ผมคิดว่าจิตใจของ Crumb นี่โคตรจะวิปริต พิศดารเลยละครับ ไม่ใช่แค่จิตใจ แต่ตัวตนของเขาด้วย กับหนังสารคดี เราต้องหาข้อสรุปพวกนี้เอง เพราะมันไม่มีทางที่หนังจะนำเสนอออกมาได้ชัด ผมสังเกตจากบทสัมภาษณ์ของภรรยาทั้งสอง ที่พูดออกมาในเชิงว่า Sex Life กับ Crumb ไม่ต่างจากในการ์ตูนที่เขาเขียนนัก! จินตนาการต่อเองนะครับว่าเป็นยังไง, สมาชิกในครอบครัวของ Crumb พี่น้องทั้งสองที่ให้สัมภาษณ์ ไม่มีใครดูปกติเลย คนพี่ Charles เป็น hikikomori อาศัยอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว มีแม่เป็นผู้เลี้ยงดู Charles พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ไม่สำเร็จ (แต่พอหลังหนังถ่ายเสร็จ 1 ปี เขาก็ฆ่าตัวตายสำเร็จ), พี่ชายอีกคน Maxon เขาเป็นศิลปินจิตรกร ที่ถือว่าไม่ปกติเช่นกัน เป็น maso ประเภทที่ต้องทรมานตัวเองด้วยการนั่งบนตะปู ให้ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง, น้องสาว 2 คนที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ ผมว่าชะตากรรมของพวกเธอคงไม่ต่างกับ 3 พี่น้องนี้นัก, สำหรับ Crumb ผมบอกไปแล้วหมอนี่บ้าแน่นอน (เขาสารภาพว่าตอนเด็ก masturbate กับ Bugs Bunny นี่ไม่ปกติแน่ๆ) แต่โชคดีที่เขาได้ระบายความอัดอั้นนี้ออกมา ในภาพวาด การ์ตูนลามก ฯ ซึ่งผลงานของเขาดันมีคนชอบ ยอมรับ ยกย่องเสียอย่างนั้น มันเลยเป็นเหมือนการบำบัดทางหนึ่ง ทำให้เขาเข้าใจความต้องการของตัวเอง รู้ว่าสิ่งที่ทำไม่ใช่สิ่งผิด เขาจึงไม่ต้องปกปิดตัวเอง ผมเชื่อว่าถ้าเขาไม่ได้การวาดรูปนี้ช่วยไว้ คงมีชีวิตไม่ต่างจากพี่ชายทั้งสองเป็นแน่

สิ่งที่น่าคิดมากๆ ทำไมครอบครัวตระกูล Crumb ถึงเป็นแบบนั้น สังเกตกันพบหรือเปล่า ผมให้ข้อสรุปว่า คงเพราะพ่อ ได้ยินว่า เขาปกครองลูกๆแบบเด็ดขาด โหดเหี้ยม รุนแรง และใช้กำลัง อย่างตอนที่ Charles เรียนจบ ถูกพ่อบังคับให้หางานทำ ที่เขาต้องไปทำงานเพราะไม่อยากขัดใจพ่อ (เขาโดนพ่อขู่ว่าถ้าไม่ทำงาน ชีวิตเอ็งจะยิ่งกว่าอยู่ในนรก) นี่คือความรุนแรงที่น่ากลัว ครอบครัวนี้ไม่รู้อยู่กันได้ยังไง พ่อแม่ ลูก 5 คน การปกครองด้วยความกลัว เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ผลอย่างมากในสมัยก่อน หลังจากพ่อเสีย อะไรๆน่าจะดีขึ้น แต่ความทรงจำในอดีตแปรสภาพกลายเป็นความเก็บกดที่รุนแรงฝังลึกอยู่ในจิตใจของทุกคนที่ไม่มีวันหายไป Charles นี่น่าสงสาร เขาไม่สามารถหนีพ้นได้, Robert เอาตัวรอดได้ด้วยการเขียนการ์ตูน, ส่วน Maxon เขากลายเป็น Maso ครอบครัวนี้น่าเห็นใจนะครับ

ไม่ใช่แค่ตระกูล Crumb นะครับ ผมยังสังเกตคนที่ให้สัมภาษณ์หลายคน รวมถึงภรรยาของ Crumb มันชัดเลยว่า พวกเขา/เธอ มีความต้องการอะไรบางอย่าง และ Crumb สามารถตอบสนองพวกเขา ไม่ว่าจะออกมาเป็นผลงานที่เสียดสีอย่างเจ็บปวด แต่ถ่ายทอดออกมาได้ตรง, แน่นอนว่า Satire มันรุนแรง แต่กลับคนที่รับได้ พวกเขาก็แค่หัวเราะดังๆออกมา ไม่โกรธแค้นเคืองโกรธ แถมบางคนยิ่งตรงยิ่งแรกยิ่งชอบ (พวกนี้ masochism)

มันกลายเป็นว่าหนังสารคดีเรื่องนี้ แม้จะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับแนวคิด แรงบันดาลใจ ชีวประวัติของ Robert Crumb แต่กลับแฝงไปด้วยผลกระทบทางจิตวิทยา ของคนในครอบครัวตระกูล Crumb กับคนที่ชอบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย (แบบผม) จุดนี้ของหนังน่าสนใจกว่าชีวประวัติของ Robert Crumb เสียอีกนะครับ นี่คือจุดที่ทำให้ผมมองว่า หนังสารคดีเรื่องนี้ เหนือกว่าสารคดีเรื่องอื่นๆ เพราะมีบางสิ่งแอบแฝง ซ่อนเร้นเอาไว้ อาจไม่ใช่ความตั้งใจของผู้กำกับ แต่สิ่งที่นำเสนอออกมา มีเรื่องที่น่าคิด น่าวิเคราะห์ น่าสนใจ อาจต้องคนที่ชอบคิดวิเคราะห์แนวจิตวิทยาถึงจะมองเห็นนะครับ

หนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนโลกสวย มือถือสาก ปากคาบศีล มันอาจจะไม่มีความรุนแรงที่ปรากฏมาในหนัง แต่คำพูด สีหน้า และท่าทางของบุคคลในหนัง ดูก็รู้เลยว่าพวกเขาได้รับผลกระทบจากการกระทำที่รุนแรงบางอย่าง ภาพวาดการ์ตูนเรต 18+ แนะนำกับ คนชอบมังงะ นักอ่านการ์ตูน โดยเฉพาะนักจิตวิทยา คุณคิดได้หรือเปล่า ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนในตระกูลนี้ ขอจัดเรต 15+ พอนะครับ เชื่อเด็กสมัยนี้โตพอที่จะเข้าใจอะไรๆต่างพวกนี้ได้แล้ว พวกเขาไม่ตื่นเต้นกับภาพวาด 18+ เท่าไหร่หรอก ดูแล้วไม่น่าจะเกิดอารมณ์ได้

TAGLINE | “คนบ้าเท่านั้นที่จะเข้าใจคนบ้าได้ Crumb คือหนังของคนบ้า โดยผู้กำกับบ้าๆ คนที่ดูแล้วเข้าใจคงต้องบ้าแน่ๆ”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE

1
Leave a Reply

avatar
1 Comment threads
0 Thread replies
0 Followers
 
Most reacted comment
Hottest comment thread
0 Comment authors
Best of Painter & Artist Films | RAREMEAT BLOG Recent comment authors

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
trackback

[…]  Crumb (1994)  : Terry Zwigoff ♥♥♥◊ หนึ่งในภาพยนตร์สารคดีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เรื่องราวของ Robert Crumb นักวาดการ์ตูนใต้ดิน (18+) ชื่อดังของอเมริกา ผลงานของเขาได้กลายเป็นตำนาน เราจะได้เห็นแรงจูงใจ ภูมิหลัง ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิด การสร้างสรรค์ผลงาน อะไรเป็นแรงขับเคลื่อน อะไรคือความต้องการของ Crumb ดูจบแล้วคุณจะตั้งคำถาม เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงกลายเป็นแบบนี้? […]