Cutie and the Boxer (2013)

cutie and the boxer

Cutie and the Boxer (2013) hollywood : Zachary Heinzerling ♥♥♥♥♥

หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิง Oscar สาขา Best Documentary Feature แม้จะไม่ได้รางวัล แต่ต้องบอกว่าเป็นหนังที่สวยมากๆ ภาพสีสันสดใส เรื่องราวที่น่ารักกินใจ งานศิลปะก็แนวดี ถ้าไม่บอกว่าเป็นสารคดี คงคิดว่าเป็นหนังชีวประวัติของศิลปินที่เจ๋งสุดๆ ผมจัดหนังเรื่องนี้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

หลังจากผมรีวิว Painter & Artist มาพักใหญ่ ก็เริ่มเกิดข้อสงสัย ทำไมไม่ค่อยมีหนังฝั่งเอเชีย ที่เกี่ยวกับศิลปินหรือจิตรกรบ้างเลย (มี Painted Fire หนังเกาหลีเรื่องแรกเรื่องเดียวที่ผมรีวิวไปนานมากแล้ว) พบว่าก็มีให้เห็นบ้าง แต่คุณภาพสู้ไม่ได้เลย เหมือนฝั่งเราไม่เห็นความสำคัญของงานศิลปะเสียเท่าไหร่ อาทิ Utamaro and His Five Women (1946) ของผู้กำกับ Kenji Mizoguchi ที่เกือบดี แต่หลังๆะมากๆ, Rang Rasiya (2008) หนัง India ที่มีกลิ่นอาย bollywood มากไปเสียหน่อย, A Soul Haunted by Painting (1994) ของจีน นำแสดงโดย Gong Li ที่แสนจืดชืด, การได้พบ Cutie and the Boxer นี่อาจเป็นหนังของผู้กำกับอเมริกัน ถ่ายใน New York แต่ subject ของหนังคือ สองสามีภรรยา ศิลปินชาวญี่ปุ่น อย่างน้อยหนังก็ทำให้ผมชื้นใจขึ้นมานิดนึง มีหนังเกี่ยวกับศิลปินชาวเอเชียที่ยอดเยี่ยม เทียบเท่าระดับโลกได้

ตอนผมเห็น Cutie and the Boxer ก็ไม่ได้คิดจะดูนะครับ ไม่ใช่เพราะเป็นหนังแนวสารคดี แต่เพราะหน้าหนัง บอกเลยว่าผมไม่ค่อยชอบดูหนังเกี่ยวกับผู้สูงอายุเท่าไหร่ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไป แต่ต้องบอกว่าประทับใจมากๆ ดูหนังเรื่องนี้แล้วไม่แก่เลย และงานถ่ายภาพในหนังเรื่องนี้สวยมาก ทั้งๆที่เป็นแนวสารคดี ไม่ได้มีการจัดแสงจัดฉากจัดมุมกล้อง แต่กลับถ่ายออกมาได้สวยสดงดงามขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ได้เข้าชิง Oscar สาขา Best Cinematography ก็ไม่รู้ ผมแนะนำให้ดูตัวอย่างหนังก่อนเลยนะครับ ถ้าชอบค่อยว่ากัน ถ้าไม่ก็ข้ามไป เหตุผลที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจมาดูหนัง ก็เห็นความสวยงามบางอย่างจาก Trailer นี้นี่แหละ

Ushio Shinohara ศิลปินชาวญี่ปุ่น ตอนยังหนุ่มแน่น เขามีชื่อเสียงมาจากการสร้าง model: motorcycle และภาพศิลปะใช้เทคนิคที่เรียกว่า boxing painting ใช้นวมจุ่มสีแล้วต่อยเข้าไปที่ฉาก, หลังจากมีชื่อเสียงโด่งดังในญี่ปุ่น Ushino อพยพย้ายมาอยู่ New York เพื่อนำเสนอผลงานออกสู่สายตาชาวโลก, boxing painting เป็นสิ่งทำให้ผมสนใจหนังเรื่องนี้มาก ทั้งๆที่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พอเห็นพลังขณะที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาในตัวอย่างหนัง มันช่างตราตรึง ดังคำภาษาอังกฤษว่า Breathtaking (ขโมยลมหายใจ)

Noriko Shinohara ภรรยาของ Ushino ตอนที่เธอย้ายมาอยู่อเมริกา เห็นว่าทั้งสองอายุห่างกัน 20 ปีได้(มั้ง) Noriko เป็นนักเรียนศิลปะ มาอยู่อเมริกาเพื่อเรียนต่อ เธอได้พบกับ Ushino และหลงใหลในผลงานและความทุ่มเทของเขา, ผลงานศิลปะของ Noriko ไม่ได้โดดเด่นเท่ากับ Ushino เธอเป็นเหมือนดอกไม้ที่อยู่ในเงาของต้นไม้ใหญ่ เดินตามหลังเขาตลอดเวลา แต่เมื่อผ่านไป 40 ปี เธอก็ค้นพบตัวเอง ได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีค่า สามารถออกมาเดินเคียงคู่ ไม่ต้องหลบในเงาของ Ushino อีกต่อไป, เรื่องราวของ Cuties กับ Bullies เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ ไม่เฉพาะสไตล์การวาดภาพ แต่เรื่องราวที่คือช่วงเวลาต่างๆของเธอกับ Ushino มันเป็นเหมือนไดอารี่ ชีวประวัติ ขณะเดียวกันก็แฝงความบันเทิงที่ให้ข้อคิดน่าสนใจ, มีคนที่มาชมงานศิลปะคนหนึ่ง พอเห็น Noriko ก็ถามว่า คุณเป็นคนวาดภาพนี้หรือเปล่า เธอบอกว่าจำได้เพราะผมเปีย นี่คือจังหวะที่รัศมีของเธอเปร่งประกาย กลายเป็นดาวค้างฟ้าเคียงคู่กับแสงอาทิตย์ของ Ushino

ถ้าบอกว่านี่เป็นหนังครอบครัวทั่วๆไปไม่ใช่สารคดี จะมีใจความที่น่าสนใจมาก เรื่องราวของภรรยาที่เดินตามหลังสามีตลอดเวลา หลังจากอยู่ด้วยกันมา 40 ปี เธอมีความต้องการที่จะก้าวออกไปเดินเคียงข้างสามี, ถ้าเป็นสัก 100 ปีก่อนคงเป็นไปไม่ได้ ปัจจุบันโลกที่เปลี่ยนไปมาก ทำให้เสรีภาพ ความเสมอภาคเป็นสิ่งที่ใครๆก็เข้าใจได้ ให้สังเกตสายตา การแสดงออกทางสีหน้าของ Ushio เมื่อรู้ว่าภรรยาของเขา Noriko ได้รับความสนใจจากเจ้าของ Gallery และตัดสินใจนำผลงานของเธอจัดแสดงออกสู่สาธารณชน นี่ไม่ใช่การจัดฉากใช่ไหม ดูแล้วมันรู้เลยละว่า Ushino เกิดความหวั่นวิตก แอบกลัวว่าผลงานของภรรยาจะดีเด่นกว่าตัวเอง… ไม่ใช่สิ เขาเกิดความอิจฉา เหมือนลืมไปว่า ในบ้านหลังนี้คนที่เป็นศิลปินไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว, สังคมญี่ปุ่นยุคก่อน ปลูกฝังมาด้วยความคิดว่า ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ซึ่งภรรยาที่ดีควรเดินตาม ไม่ใช่เดินเคียงข้าง, การพูดคุยกันเชิงให้สัมภาษณ์ช่วงท้าย มันใช่เลยว่า Ushino ดูไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่เห็น Noriko ได้หน้าได้ตาค่อนข้างมาก เขาถามเธอว่า “Did Cuties hates Bullies?” เธอตอบกลับว่า “No Cuties loves Bullies so much.” นั่นทำให้ Ushino ยอมรับในตัวเธอนะครับ

ต้องบอกว่าชีวิตคู่ของทั้ง 2 เป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก มันดูวุ่นวายสับสนอลม่าน สุข-ทุกข์ (ออกไปทางทุกข์) แม้พวกเขาจะไม่ใช่พ่อ-แม่ที่ดี สังเกตจากลูกชายที่กลายเป็นคนติดเหล้าเหมือนพ่อ แต่พวกเขารู้ตัวเองว่าเป็นคนจน งานศิลปะของ Ushino ใช่ว่าจะขายได้ มันเจ๋ง ยอดเยี่ยม แต่ไม่ใช่สิ่งที่คนจะชื่นชอบหรือซื้อครอบครอง แต่ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่ทั้งสองก็ยังอยู่ด้วยกัน Noriko เปรียบชีวิตคู่ของเธอว่าเปรียบเหมือนดอกไม้ 2 ชนิดในกระถางเดียวกัน จะเป็นจะตายยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน แยกจากกันไม่ได้ นี่เป็นแบบอย่างชีวิตคู่ที่น่าสนใจมากๆ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ผมจัดให้หนังเรื่องนี้ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” เลยนะครับ

ผู้กำกับ Zachary Heinzerling เขามาจาก producer ละครทีวี วันดีคืนดีได้มาพบกับ Ushino และ Noriko (คงใน Gallery แสดงงานศิลปะแห่งหนึ่งใน New York) จึงเกิดความสนใจอยากสร้างสารคดีชีวประวัติของทั้งสองขึ้น นี่ถือว่าเป็นผลงาน debut ในฐานะผู้กำกับเรื่องแรก ซึ่งเขาก็ควบโปรดิวเซอร์และการถ่ายภาพไปด้วย, Heinzerling บอกว่า เขารู้สึกทึ่งในจิตวิญญาณและความสวยงาม การใช้ชีวิต งานศิลปะ ทุกสิ่งอย่างของทั้งสอง แม้คุณจะไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ หรือไม่เคยรู้จักผลงานของพวกเขามาก่อน เชื่อว่าเมื่อได้เห็นแล้วจะหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของทั้งคู่

I was just struck by the raw spirit and beauty that emanates from their faces, their lifestyle, their art, everything about them has so much purpose and character. Even if you don’t speak Japanese, even if you have no previous knowledge of their artwork or who they are, you’re immediately captivated by their presence.

หนังเรื่องนี้ทำให้ Zachary Heinzerling ได้รางวัล Best Director Award จากเทศกาลหนัง Sundance ด้วยนะครับ เขาเป็นคนแรกหรือเปล่านิ ที่กำกับหนังเรื่องแรกก็ได้ Best Director จากเทศกาลหนังแล้ว

งานถ่ายภาพฉากไหนที่คิดว่าสวยที่สุดในหนัง?, ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเห็นเหมือนกัน คือขณะภาพ Slow Motion ตอนเครดิตท้ายเรื่องขึ้น Ushino กำลังต่อยมวยสาดสีกับ Noriko และเพลง Bach: Cello Suite No.1 in G (Prelude) ดังขึ้น นี่เล่นเอาขนลุกเลยครับ ผมรู้จักเข้าใจเพลงนี้ ภาพ Slow-Motion เปรียบเหมือนลมหายใจ กำลังหายใจสูบลมเข้าไปอย่างช้าๆ ระบายออกผ่อนลมมาเบาๆ มันคืออารมณ์ขณะสร้างงานศิลปะ ที่พีคใกล้ถึงจุดสูงสุด อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว พอเพลงจบเท่ากับวาดภาพสำเร็จ นี่เป็นการเลือกวิธีจบได้มีสไตล์มากๆ สวยงาม และ art สุดๆ

ตัดต่อโดย David Teague มันดูไม่น่าเชื่อจริงๆที่ footage เก่าเก็บที่ทั้งสองถ่ายไว้ มันกลับช่วยเติมเต็มเรื่องราวของสารคดีเรื่องนี้ได้อย่างลงตัว แถมบางครั้ง มันมีขณะที่เรียกว่า ที่สุด จริงๆ, ตอนที่ Ushino เมาและระบายออกมาเป็นคำพูดและคราบน้ำตา เห้ย! ผมถามตัวเองอีกครั้ง นี่เรื่องจริงไม่ใช่จัดฉากใช่ไหม คนเมาบางคน จะชอบระบายความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างออกมา แต่อะไรมันจะบังเอิญขณะว่า มีการบันทึกภาพเอาไว้ และ Ushino พูดสิ่งที่อยู่ในใจเขาออกมา ผมแนะนำให้ต้องไปหาหนังดูเองนะครับ ไม่อยากสปอยว่าเขาพูดว่าอะไร เอาว่ามันกินใจ และต้องโดนใจศิลปินสมัยใหม่ ยุคนี้อย่างแน่นอน

นอกจาก footage ที่เป็น flashback แล้ว หนังยังมีการทำภาพเคลื่อนไหว animation ใส่เข้ามา เป็นการนำเอาผลงานมังงะของ Noriko มาทำให้เป็นเหมือนจินตนาการที่กลายเป็นภาพเคลื่อนไหว แล้วแทรกเข้าไปในหลายๆจังหวะ เพื่อเป็นการเล่าคู่ขนานกับ Flashback ที่เป็นชีวประวัติ อดีตของทั้งสอง, นี่เป็นส่วนผสมที่แปลกนะครับ แต่ผมเคยเห็นหนังสารคดีที่ทำลักษณะคล้ายๆกันนี้มาแล้ว 2-3 เรื่อง ผมคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องทุ่มงบเพื่อทำภาพ Visual Effect เลยก็ได้ (ถึงมันอาจจะใช้งบไม่มากก็เถอะ) นี่ทำให้อรรถรสแปลกๆเกิดขึ้น ถือว่าไม่ซ้ำซากจำเจ ไม่ยึดติดกับกรอบ Documentary มากจนเกินไป

เพลงประกอบโดย Yasuaki Shimizu หนังเรื่องนี้มีเพลงที่แปลก แต่เข้ากับทุกจังหวะของหนัง อย่างเพลงตอนเปิดเรื่อง ผมกุมขมับเลย เพลงอะไรของมันว่ะ ร้องเป็นคำๆ ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่มีจังหวะ แค่รู้สึกคล้องจองกัน ตอนนั้นหนังกำลังถ่ายภาพ Ushio ขณะแสดงการ boxing painting มันมีเหตุผลของเพลงเนื้อร้องแบบนี้อยู่ แต่ละหมัดคือหนึ่งคำพูด ผมผงะเลยตอนได้ยินเสียงชกกับเสียงร้องพร้อมกัน ทำแบบนี้เพราะอย่างนี่เอง

เพลงประกอบมีหลากหลายมากๆนะครับ กลิ่นอายที่ผมสัมผัสได้คือ Jazz มีทั้งเครื่องเป่า แซ็กโซโฟน, คาร์ลิเน็ต บางครั้งใช้เปียโนเล่นคลอเบาๆ ให้สัมผัสที่นุ่มนวล รสชาติคาปูชิโน่ กินแล้วลอยได้

Bach: Cello Suite No.1 in G (Prelude) ผมคงต้องขอพูดอีกรอบ นี่เป็นตัวเลือกที่เยี่ยมมากๆ แม้ในหนังจะไม่ใช่ Cello ล้วนๆ มีส่วนผสมของเครื่องเป่า ทรัมเป็ต ทรัมโบน ดับเบิ้ลเบส (คงเพื่อให้เข้ากับความ Jazz ของหนัง), เพลงนี้ผมได้ยินครั้งแรกจากตัวอย่างหนังเรื่อง The Soloist (2009) ส่วนตัวไม่ได้ชอบหนังเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เพลงนี้ติดหูผมมาก คุ้นๆว่าเคยได้ยินในหนังอยู่เรื่อยๆ เพราะ Cello Suite มีที่ดังๆไม่เยอะ แทบทั้งนั้นเป็นของ Bach เพลงนี้ควรจดจำไว้นะครับ

boxing painting ไม่ใช่แค่การต่อยธรรมดาๆนะครับ อารมณ์ พลัง ความรู้สึกมันต้องได้ ทุกหมัดต้องมีความมั่นใจ ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้ ถ้าเกิดจิตใจมีความโลเลแม้เพียงเล็กน้อย น้ำหนัก อารมณ์ของภาพก็จะเปลี่ยนไป, boxing painting เป็นชื่อเรียกของ action painting โดยปกติภาพวาดจะใช้ความตั้งใจในขณะสร้างสรรค์งานศิลปะ แต่ Action คือการกระทำที่จงใจแต่ไม่ได้ตั้งใจ ผลลัพท์จึงออกมาไม่แน่นอน จัดว่าเป็นภาพเชิงนามธรรม abstract รูปแบบหนึ่ง, บ้างก็เรียกว่า gestural abstraction (เชิงนามธรรม) ผลงานของ Jackson Pollock ก็ถือเป็น Gestural Abstraction นะครับ

ใครดู Pollock (2000) ที่ผมรีวิวไปเมื่อวานแล้ว จะพบว่า Jackson Pollock กับ Ushio Shinohara มีความใกล้เคียงกันมากๆ ทั้งสองเป็นศิลปิน Abstract ที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก ได้เมียดี ติดเหล้า นิสัยคล้ายๆกัน (แต่ Ushino อายุยืนกว่า Pollock) คู่ของ Ushino กับ Noriko ในหนังเองก็ได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็น คู่รักนักศิลปินแบบเดียวกับ Pollock กับ Lee Krasner

Love is Roarrr…!, Roar คือเสียงคำราม ในมังงะของญี่ปุ่น Roar จะเป็นตัวอักษรคันจิที่แทรกอยู่ในรูป ขณะที่ตัวละครกำลังเปล่งพลัง เปล่งเสียงออกมา, การเปรียบเทียบความรักกับเสียงที่กึกก้องนี้ เหมือนเพื่อบอกว่า ความรักเป็นสิ่งที่ทรงพลัง มันทั้งยิ่งใหญ่ ก้าวร้าว ต้องใช้การต่อสู้ ฟันฝ่า ที่แสนเหนื่อยยาก เพื่อได้ครอบครองความรักที่ยืนยาว

เชื่อว่าน้อยคนจะรู้จักหนังเรื่องนี้ ทั้งๆที่หนังเพิ่งได้ฉายปี 2013 เข้าชิง Oscar ด้วย แต่กลายเป็นหนัง rare หาดูยากมากๆไปแล้ว ผมรู้สึกโชคดีสุดๆเลย ถ้าไม่ได้ทำบล็อคนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้เจอหนังที่สวยงามมากๆเรื่องนี้ มันทำให้เห็นว่าชีวิตของมนุษย์มีอะไรมากมายที่น่าทึ่ง แม้จะมีไม่กี่คนจะประสบความสำเร็จ คู่รักที่แต่งงานและอยู่กินกันนานเกินกว่า 40 ปี ผมว่าไม่น่าจะถึง 10% ของโลกด้วยซ้ำ ที่สามารถครองรักอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ได้ แค่คิดก็น่าทึ่งแล้วนะครับ

หนังไม่เหมาะกับเด็ก จัดเรต 15+ เพราะภาพเปลือย (อเมริกาจัดเรต R) อย่าไปยึดติดว่าสารคดีน่าเบื่อ หนังเรื่องนี้จะอาจเปลี่ยนทัศนคติของคุณไปเลยนะครับ แนะนำกับมนุษย์โลกทุกคน ถ้ามีโอกาส “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

TAGLINE | “Cutie and the Boxer เป็นหนังสารคดีที่หาดูยาก แต่สวยงามมากๆ แนะนำต้องดูให้ได้ก่อนตาย”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | FAVORI 

Leave a Reply

1 Comment on "Cutie and the Boxer (2013)"

avatar
  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
trackback

[…]  Cutie and the Boxer (2013)  : Zachary Heinzerling ♥♥♥♥♥ หนังสารคดีเกี่ยวกับสองสามีภรรยาที่เป็นศิลปินอาศัยอยู่ใน New York มากว่า 40 ปี Ushio และ Noriko Shinohara คุณจะตราตรึงไปกับ Boxing Painting และทึ่งในเรื่องราวการการต่อสู้ ของการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันของสองสามีภรรยา ผ่านการถ่ายภาพที่สวยงามจนไม่รู้สึกว่าเป็นหนังสารคดีเลย ผู้กำกับ Zachary Heinzerling กับหนัง Debut เรื่องนี้ยอดเยี่ยมระดับ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” […]