El abrazo de la serpiente (2015)

Embrace of the Serpent

El abrazo de la serpiente (2015) Colombian  : Ciro Guerra ♥♥♥♥

วิทยาศาสตร์คือองค์ความรู้ที่สามารถทำความเข้าใจเพียง ‘เปลือกนอก’ ของโลกและจักรวาลเท่านั้น ซึ่งการจะเข้าให้ถึงซึ่งสัจธรรมความจริง แรกเริ่มต้นคือต้องทอดทิ้งทุกสิ่งอย่าง โอบรับวิถีแห่งธรรมชาติ ‘Embrace of the Serpent’ ให้เวลาศึกษาเรียนรู้จักตัวตนเอง และเมื่อเข้าถึงสภาวะสงบนิ่งทางจิต คำตอบของทุกสรรพสิ่งจักกระจ่างแจ้ง

Embrace of the Serpent เป็นภาพยนตร์ที่ผมโคตรอยากดูตั้งแต่เมื่อตอนออกฉาย (ใครได้ดูในโรงหนังถือว่าโชคดีมากๆเลยนะ) แต่เพราะหาเวลาไม่ได้จนกระทั่งช่วงนี้ บังเอิญมีเหตุการณ์ไฟป่า Amazon ลุกลามแพร่ขยายวงกว้าง กลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ ฉุกครุ่นคิดว่าคือโอกาสอันเหมาะสมเลยเร่งรีบสรรหามารับชม

จะว่าไปเรื่องราวของ Embrace of the Serpent สะท้อนบางสิ่งอย่างที่กำลังสูญหายไปจากอารยธรรมโลก เฉกเช่นเดียวกับอัคคีภัยครั้งนี้ที่ได้มอดไหม้ถังออกซิเจนโลกไปไม่น้อย อยากรู้เหมือนกันว่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อมนุษย์ในระยะยาวบ้างหรือเปล่า?

เท่าที่ผมสรรหาข้อมูล พบว่ามีภาพยนตร์เพียงสิบกว่าเรื่องเท่านั้น ริหาญกล้าบุกป่าฝ่าดงไปถ่ายทำในป่า Amazon
– Aguirre, the Wrath of God (1972), Fitzcarraldo (1982) สองผลงาน Masterpiece ของผู้กำกับ Werner Herzog
– The Mission (1986) กำกับโดย Roland Joffé, คว้ารางวัล Palme d’Or
– โด่งดังสุดน่าจะเป็น Anaconda (1997)
– The Lost City of Z (2016)
ฯลฯ

ซึ่งส่วนใหญ่แทบทั้งนั้นนำเสนอมุมมองชาวยุโรป/อเมริกัน พยายามเข้าไปกอบโกยแสวงหาผลประโยชน์ กระทำบางสิ่งอย่างต่อผืนป่า/ชาวพื้นเมือง ในลักษณะของ Colonialism ควบคุม ครอบงำ ทำให้กลายเป็นอาณานิคมของตนเอง

Embrace of the Serpent ถือเป็นครั้งแรกๆเลยกระมัง นำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองชนชาวพื้นเมือง Amazon แถมยังดำเนินเรื่องคู่ขนานสองช่วงเวลาห่างกันกว่า 30 ปี พานพบเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ทั้งดีขึ้น-ย่ำแย่ลง จุดเริ่มต้น=สิ้นสุด


Ciro Guerra (เกิดปี 1981) ผู้กำกับ/เขียนบท สัญชาติ Columbian เกิดที่ Río de Oro, Cesar โตขึ้นเข้าเรียนภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่ National University of Colombia จบออกมากำกับผลงานเรื่องแรก La sombra del caminante (2004), ติดตามด้วย Los viajes del viento (2009)

ความสนใจของ Guerra คงได้รับอิทธิพลจาก Werner Herzog ชื่นชอบการสำรวจ ผจญภัย ท่องโลก ภาพยนตร์แต่ละเรื่องล้วนท้าทายศักยภาพร่างกาย-จิตใจ ถ่ายทำในสถานที่ยุ่งยากลำบาก ให้เวลาสำหรับการศึกษา เรียนรู้จัก ทำความเข้าใจเนื้อหาให้ถึงระดับถ่องแท้

สำหรับ Embrace of the Serpent จุดเริ่มต้นเกิดจากความสนใจส่วนตัวเกี่ยวกับป่า Amazon เพราะเมื่อมองแผนที่ประเทศ เกินกว่าครึ่งยังคงลึกลับ ซ่อนเร้น ไม่ได้รับการสำรวจค้นพบ

“It came from a personal interest in learning about the world of the Colombian Amazon, which is half the country, and yet it remains hidden and unknown, even though I’ve lived in Colombia all my life”.

– Ciro Guerra

เรื่องราวได้แรงบันดาลใจจากบันทึกของสองนักสำรวจ
– Theodor Koch-Grunberg (1872 – 1924) นักสำรวจ ชาติพันธุ์วิทยา สัญชาติเยอรมัน เลื่องลือชาในการศึกษาเรื่องราวชนพื้นเมือง Amazon ซึ่งการสำรวจครั้งสุดท้ายโชคร้ายป่วยเป็นไข้มาลาเลีย (ไม่ได้ฉีดยาป้องกันไว้ล่วงหน้า) เสียชีวิตเพราะไร้ยารักษา
– Richard Evans Schultes (1915 – 2001) นักชีววิทยา/พฤกษศาสตร์ สัญชาติอเมริกัน เรียนจบจาก Harvard University มีความสนใจในการใช้พืชสมุนไพรของชนชาวพื้นเมือง Amazon นำไปสู่การค้นพบยาเสพติด/สร้างภาพหลอนชื่อดัง LSD (Lysergic Acid Diethylamide)

ผู้กำกับ Guerra ใช้เวลากว่า 2 ปีครึ่ง เดินทางเข้าไปปักหลักอาศัย ศึกษาเรียนรู้ ทำความรู้จักมักคุ้นชนเผ่าพื้นเมืองกลุ่มต่างๆของ Amazon สืบเสาะค้นหานักแสดง สำรวจสถานที่ถ่ายทำ และพัฒนาบทหนังอ้างอิงจากสิ่งต่างๆค้นพบเจอ เมื่อเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ดึงตัวนักเขียน Jacques Toulemonde Vidal เข้ามาช่วยขัดเกลาบทร่างสุดท้าย

หนังประกอบด้วยสองเรื่องราวคู่ขนาน โดยมี Karamakate ผู้เป็น Shaman คนสุดท้ายของเผ่าหนึ่งใน Amazon เป็นผู้ช่วยเหลือ/นำทางคนผิวขาว ออกเดินทางสู่สถานที่แห่งหนึ่ง
– ปี 1909, Theo von Martius (รับบทโดย Jan Bijvoet) นักสำรวจ/ชาติพันธุ์ ชาวเยอรมัน เพราะป่วยหนักเป็นมาลาเลีย เลยขอความช่วยเหลือ Karamakate (รับบทโดย Nilbio Torres) ซึ่งก็ได้รักษาอาการโดยเป่าผงขาวเข้าจมูก ‘the sun’s semen’ (คาดกันว่าเป็นยาหลอนประสาทชนิดหนึ่ง) แต่ด้วยข้อแลกเปลี่ยนไม่ทำผิดกฎธรรมชาติมากมาย และให้นำทางไปพบเจอสมาชิกคนอื่นของชนเผ่าที่ยังเหลือรอดชีวิต
– ปี 1940, Evan (รับบทโดย Brionne Davis) นักพฤกษาศาสตร์ ชาวอเมริกัน ปากอ้างว่าออกเดินทางมาเพื่อศึกษาสมุนไพรชื่อ Yakruna ร้องขอความช่วยเหลือ Karamakate วัยชรา (รับบทโดย Antonio Bolivar) ที่เริ่มหลงๆลืมๆ อ้างว่าจดจำอะไรไม่ค่อยได้เช่นกัน, แต่แท้จริงแล้วจุดประสงค์ของ Evan คือออกค้นหาต้นยาง เพื่อส่งออกเป็นวัตถุดิบให้ประเทศตนเองในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เช่นกันกับ Karamakate ล่วงรู้จักสมุนไพร Yakruna เป็นอย่างดี และได้ทำลายทิ้งทุกต้นที่รับรู้จัก จนหลงเหลือเพียงหนึ่งเดียวสุดท้ายเท่านั้น


Jan Bijvoet (เกิดปี 1966) นักแสดงสัญชาติ Flemish เกิดที่ Antwerp, Belgium หลังเรียนจบจาก Herman Teirlinck Studio เริ่มต้นเป็นนักแสดงละครเวทีจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แสดงภาพยนตร์/โทรทัศน์บ้างประปราย อาทิ The Broken Circle Breakdown (2012), Borgman (2013) ฯ

รับบท Theo von Martius นักสำรวจ/ชาติพันธุ์ แม้เดินทางมาศึกษาชนพื้นเมือง Amazon แต่กลับยังมีความครุ่นคิดอย่างชาวตะวันตก แบกสิ่งข้าวของหนักอึ้ง ยึดถือมั่นในความรัก มิอาจตัดขาดความสัมพันธ์ ทั้งยังหวาดสะพรึงกลัวความตาย สูญเสียดายถ้าทุกสิ่งอย่างจะไม่หลงเหลืออะไร

การแสดงให้เหมือนคนป่วยใกล้ตาย แบกภาระหนักอึ้งมากมาย ผมว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ! เพราะมันจะสูบเรี่ยวแรง จิตวิญญาณ ต้องใช้พลังอย่างมากในการแสดง จนผู้ชมสัมผัสได้ถึงความเหน็ดเหนื่อย ทุกข์ทรมาน ทำไมไม่รู้จักปลดปล่อยวาง ทอดทิ้งอะไรๆไปบ้างนะ! … แต่นี่คือตัวแทนชาวตะวันตกจริงๆนะครับ และปัจจุบันถือว่าแพร่ขยายไปทั่วทั้งโลกแล้วละ


Brionne Davis (เกิดปี 1976) นักแสดง/ผู้กำกับ สัญชาติอเมริกัน เกิดที่ Dallas, Texas หลังเรียนจบเริ่มจากทำงานละครเวที แสดงโทรทัศน์ ผลงานภาพยนตร์ส่วนใหญ่เป็นแนว Indy เกรดบี ทุนสร้างต่ำ แต่ก็พอมีเรื่องดังๆ อาทิ Narcissist (2014), Embrace of the Serpent (2015) ฯ

รับบท Evan นักพฤกษาศาสตร์ เดินทางมา Amazon อ้างว่าเพื่อศึกษาพืชหายาก Yakruna แต่แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์อื่นแอบซ่อนเร้น ซึ่งพอพบเห็นความบ้าคลั่งบางอย่าง และความลับของตนเองได้รับการเปิดเผย เลยสามารถทอดทิ้งสิ่งข้าวของทุกสิ่งอย่าง ออกติดตาม Karamakate มุ่งสู่เทือกเขา Cerros de Mavecure เพื่อเรียนรู้จักจุดกำเนิดเริ่มต้นทุกสรรพสิ่ง

เห็นว่า Davis มีเวลาค่อนข้างมากในการสร้างความคุ้นเคยกับ Antonio Bolivar ผู้รับบท Karamakate วัยชรา (ผิดกับ Bijvoet และ Jan Bijvoet ที่ผู้กำกับจงใจทำให้พวกเขาไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันสักเท่าไหร่) จึงสามารถเรียนรู้จักวิถีชีวิต เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง จึงสามารถค่อยๆปรับตัวได้เหมือนตัวละคร ก็ยังพอมีความดื้อรั้นอยู่บ้าง แต่เพราะไม่มีภาระเบื้องหลัง เลยสามารถปล่อยกายใจให้ล่องไหลไปตามกระแสธารา


Antonio Bolívar Salvador (ผู้รับบท Karamakate วัยชรา) คือผู้รอดชีวิตกลุ่มสุดท้ายของชนเผ่า Ocaina สามารถพูดได้หลายภาษา Tikuna, Cubeo, Huitoto และอังกฤษ ซึ่งเขายังเป็นล่าม ไกด์ทัวร์ สอนอะไรๆมากมายให้ทีมงาน/นักแสดงต่างชาติ, สำหรับบทบาท Karamakate ส่วนหนึ่งนำจากประสบการณ์ส่วนตนเมื่อครั้นยังเด็ก มีบรรพบุรุษที่เป็น Shaman (ขณะนั้นไม่หลงเหลืออยู่แล้ว) คอยเสี้ยมสอนอะไรๆมากมาย ซึ่งตัวเขาก็ไม่ต่างจากตัวละคร องค์ความรู้ต่างๆถูกหลงลืมเลือนไปตามกาลเวลา

“It is a film that shows the Amazon, the lungs of the world, the greater purifying filter and the most valuable of indigenous cultures. That is its greatest achievement”.

– Antonio Bolívar Salvador ให้คำนิยมภาพยนตร์เรื่องนี้

Nilbio Torrens (ผู้รับบท Karamakate วัยหนุ่ม) ขณะนั้นอายุ 30 กว่าปี ไม่เคยออกไปนอกป่า Amazon ทำงานด้านเกษตรกรรม จนมีร่างกายอันบึกบึนเข้มแข็งแกร่ง ปกติแล้วพูดแต่ภาษา Cubeo จำต้องเรียนรู้ภาษาสเปนเพิ่มเติม มีความยากลำบากสักนิดในการเข้าถึงอารมณ์ตัวละคร แต่ก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ, บทบาท Karamakate วัยหนุ่ม ดูเต็มไปด้วยความหนักแน่น เชื่อมั่นใจในตนเองสูง มากด้วยอคติต่อคนผิวขาว แต่เพราะลึกๆก็อยากพบเจอชนเผ่าเดียว เลยยินยอมให้ความช่วยเหลือ ออกเดินทางเผชิญหน้ากับโลกไปด้วยกัน

“What Ciro is doing with this film is an homage to the memory of our elders, in the time before: the way the white men treated the natives, the rubber exploitation. I’ve asked the elders how it was and it is as seen in the film, that’s why we decided to support it. For the elders and myself it is a memory of the ancestors and their knowledge”.

– Nilbio Torrens

Yauenkü Migue เกิดและเติบโตที่ Nazareth, ชนเผ่า Tikuna ขณะนั้นอายุ 26 ปี กำลังร่ำเรียนพลศึกษาอยู่ที่ Bogotá จับพลัดจับพลูพบเจอโดยผู้กำกับ Guerra ชักชวนมาแสดงบทบาท Manduca ซึ่งเป็นตัวละครอยู่กึ่งกลางระหว่างชาวพื้นเมือง-คนผิวขาว ถือกำเนิดในป่า Amazon ถูกจับกุมกลายเป็นทาส ได้รับความช่วยเหลือติดหนี้ชีวิตโดย Theo พยายามทำทุกสิ่งอย่างให้เขารอดตาย แม้นั่นจะเป็นการทรยศเชื้อชาติพันธุ์ตนเองก็ตามที

“I believes this film should be shared not only with the people of the locations, but all across the country, with all the indigenous peoples in Leticia and the Amazon, with the leaders, in schools and universities”.

– Yauenkü Migue


ถ่ายภาพโดย David Gallego ผลงานเด่นๆ อาทิ Embrace of the Serpent (2015), I Am Not a Witch (2017), Birds of Passage (2018) ฯ

เพราะความที่ผู้กำกับ Guerra ได้ตระเตรียมการ สำรวจ คัดเลือกสถานที่ไว้เสร็จสรรพ การถ่ายทำจึงใช้เวลาเพียง 8 สัปดาห์เท่านั้น!
– เทือกเขา Cerros de Mavicure หรือ Mavicure เทือกเขาหัวโล้นสามลูก อยู่ทางตะวันออกของประเทศ Columbia ติดแม่น้ำ Inírida River เห็นว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้รับความนิยมอย่างสูงทีเดียว
– Fluvial Star Inírida ถูกทำให้กลายเป็นโบสถ์ และศูนย์รวมความคลุ้มคลั่ง
– Vaupés River แม่น้ำที่อยู่คาบเกี่ยวระหว่าง Colombia และ Brazil
ฯลฯ

หนังถ่ายทำด้วยกล้องดิจิตอล Arricam LT ซึ่งบันทึกด้วยภาพขาว-ดำ ตั้งแต่แรก (ไม่ใช่มาแปลงเอาทีหลัง) นั่นสร้างความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ราวกับมหานครลับแล ดินแดนที่ไม่พานพบเจอยังแห่งหนใดบนโลก (เพราะมันได้หมดสูญสิ้นไปแล้ว) ขณะเดียวกันผู้ชมก็จะไม่หลงระเริงไปกับสีสัน ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติชีวิตอย่างเต็มอิ่ม

ภาพสะท้อนผืนผิวน้ำ และช็อตถัดมากล้องค่อยๆเคลื่อนเข้าจากด้านหลัง Karamakate ก็เพื่อสะท้อน ‘มุมมอง’ ของหนังที่จะเล่าผ่านชนพื้นเมือง Amazon

ภาพวาดของ Karamakate วัยชรา สะท้อนความทรงจำของเขาที่ค่อยๆสูญหาย หลงๆลืมเลือนไปตามกาลเวลา (เหมือนช่วงเวลา 30 ปีที่หนังกระโดดข้ามมา) จนกระทั่งการมาถึงของ Evan ปลุกตื่น/รื้อฟื้นอะไรหลายๆอย่าง

สังเกตว่าการมาถึงของสองตัวละครคนขาว จะมีความแตกต่างตรงกันข้าม
– Theo มาถึงในสภาพเจ็บป่วยทางกาย มีความมุ่งมั่นไม่อยากตาย พูดบอกความจริงแค่ว่ามิใช่ทั้งหมด
– Evan มาถึงในสภาพร่างกายแข็งแรง แต่เจ็บป่วยทางใจ เพราะได้โป้ปดหลอกลวง Karamakate ถึงเหตุผลแท้จริงของการเดินทางครั้งนี้

ช่วงต้นจะมีขณะที่ Karamakate วัยชรา ยืนอยู่ตรงโขดหินแล้วมีผีเสื้อโบยบินล้อมรอบตัว ซึ่งเป็นการล้อกับช็อตสุดท้ายของหนัง นัยยะสื่อถึงการเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ถ้ามนุษย์สามารถเข้าใจสภาวะทางจิตของเราเอง ก็จะรับรู้ถึงทุกสิ่งอย่างในสากลจักรวาล

จะว่าไปความครุ่นคิดของผู้กำกับ Guerra ก็เหมือนตัวละคร Theo ฉากนี้ ไม่ต้องการให้เข็มทิศแก่หัวหน้าเผ่า เพราะครุ่นคิดว่าถ้าพวกเขาเรียนรู้จักวิธีการใช้งาน ก็จักหลงลืม/ทอดทิ้งองค์ความรู้ดั้งเดิมไป … แต่ความครุ่นคิดดังกล่าว ไม่ใช่ทั้งตัวละครและผู้กำกับหรอกหรือที่กำลังหลงทาง??

มองในเชิงรูปธรรมก็คงแค่รู้สึกหนักอึ้งในสัมภาระมากมาย แต่ฉากนี้สะท้อนนัยยะเชิงนามธรรม คือภาระแห่งชีวิตที่มนุษย์ชาวเมืองแบกหามไว้ เสื้อผ้า สิ่งข้าวของ เงินทอง บ้าน รถยนต์ รวมไปถึงวิถีชีวิตประจำวัน ค่านิยม ทัศนคติหลายๆอย่างอีกด้วยนะ!

การเดินทางของหนังจะเล่าเรื่องคู่ขนาน Theo กับ Evan ห่างกันสามสิบปี สถานที่แห่งหนึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงแตกต่างไปเช่นไร ขณะที่ต้นยางฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติ แต่จิตใจของมนุษย์เมื่อขาดสิ่งยึดเหนี่ยว หรือผู้คอยชี้ชักนำความเชื่อมั่นศรัทธา ก็จักแปรสภาพสู่ความคลุ้มบ้าคลั่ง สูญเสียสติแตก ควบคุมตนเองไม่ได้อีกต่อไป

เมื่อตอนที่ Karamakate เดินทางมายัง Spanish Catholic Mission ครั้งแรกกับ Theo จะมีเด็กชายคนหนึ่งที่คิดคดทรยศหักหลังพรรคเพื่อนฝูง หมอนั่นคงกลายมาเป็นหัวหน้า/อ้างว่าคือพระผู้มาไถ่ เมื่อ Karamakate เดินทางหวนกลับมาอีกครั้งพร้อม Evan สามสิบปีให้หลัง

สำหรับ Theo เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็ไม่สามารถควบคุมตนเอง กระทำสิ่งผิดกฎข้อตกลงที่ให้กับ Karamakate จับปลากินก่อนหน้าฝน นั่นทำให้เขาเกิดอาการชักกระตุก ทนทุกข์ทรมาน (และ Karamakate ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือใดๆอีก)

ตรงกันข้ามกับ Evan เพราะเริ่มต้นไม่ได้ออกเดินทางด้วยกฎข้อบังคับ แต่ค่อยๆรับเรียนรู้จักสิ่งต่างๆด้วยตนเอง จึงสามารถทอดทิ้งสัมภาระ เรียนรู้ที่จะทำตามกฎธรรมชาติทีละเล็กละน้อย

เป้าหมาย Theo คือหวนกลับสู่ชุมชนเมือง เพื่อหายารักษามาลาเลีย ขณะที่ Karamakate ก็เพื่อมีโอกาสพานพบเจอสมาชิกชนเผ่าของตนเอง … จริงอยู่ทั้งสองมาถึงเป้าหมาย แต่ก็ต่างผิดคาดไม่ถึง
– เพราะเมืองแห่งนี้กำลังถูกชาว Colombian หัวรุนแรงบุกเข้าโจมตี ทำให้ Theo (และ Manduca) ต้องหลบหนีขึ้นเรือ และจบสิ้นอายุขัยของตนเอง
– สำหรับ Karamakate คาดไม่ถึงกับสภาพสมาชิกชนเผ่า ที่ทอดทิ้งวิถี วัฒนธรรม องค์ความรู้ ทุกสิ่งอย่าง! เลยตัดสินใจเผาทำลาย Yakruna ให้ทุกสิ่งอย่างดับสิ้นสูญไปพร้อมกับตนเอง

ช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสุดท้ายจากเรื่องราวของ Theo สู่ Evan จะปรากฎภาพเสือจากัวร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเอ่ยถึงในความฝันของ Karamakate อยู่หลายครั้ง เป็นผู้แนะนำเขาให้ช่วยเหลือ/รักษา Theo, สำหรับครั้งนี้พบเห็นกำลังค่อยๆย่อง ตระเตรียมตัวล่าสัตว์ น่าจะสื่อได้ถึง Evan จะสามารถก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตนเอง

บนยอดเขาหัวโล้นสามลูก Cerros de Mavicure คือจุดสูงสุดของป่า Amazon สามารถมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ในที่นี้สื่อนัยยะถึงจุดสูงสุดของร่างกายที่สามารถก้าวเดินมาถึง และเมื่อดื่มด่ำ Yakruna ดอกสุดท้าย ทำให้สามารถล่องลอยไปไกล จนพบเห็นข้อเท็จจริงของสากลจักรวาล

ผมครุ่นคิดว่า Yakruna คงจะคล้ายๆฝิ่น/กัญชา พอเสพเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกล่องลอย วิญญาณออกจากร่าง เลยครุ่นคิดว่าตนเองเข้าถึงซึ่งทุกสิ่งอย่างของสากลจักรวาล

ภาพหลอนของ Evan เริ่มจากการล่องลอย Helicopter Shot บินไปรอบป่า Amazon จากนั้นเงยหน้าขึ้นฟ้า พบเห็นจักรวาล จากภาพขาว-ดำ กลายเป็นสีสันเหนือจินตนาการ … ลักษณะดังกล่าวเคารพคารวะ 2001: A Space Odyssey (1968) อยู่เล็กๆแต่นัยยะนั้นตรงกันข้าม คือการเดินทางของจิตวิญญาณล่องลอยไปสู่จักรวาลอันไกล

ผมว่ามันแล้วแต่ผู้ชมจะครุ่นคิดตีความนะครับ
– คือจะมองว่า Yakruna คือยาหลอนประสาทชนิดหนึ่ง ทำให้มนุษย์รู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยโบกโบยบินไป
– หรือจะมองตามความความเชื่อเลยก็ได้ว่า คือสมุนไพรที่ทำให้มนุษย์สามารถสื่อการกับพระเจ้า เข้าใจทุกสิ่งอย่างของสากลจักรวาล

หลังจาก Evan กลับฟื้นคืนสติขึ้นมา พบเห็นว่า Karamakate ได้สูญหายตัวไปแล้ว (สามารถมองว่า เขาแปรสภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล) ขากลับช็อตนี้ ตรงตำแหน่งมีผีเสื้อลุมโบยบินขึ้นมาห้อมล้อม นั่นแปลว่า Evan เริ่มที่จะเข้าใจวิถีแห่งธรรมชาติ สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งในเบื้องต้น

ตัดต่อโดย Etienne Boussac, หนังดำเนินเรื่องคู่ขนาน โดยมี Karamakate คือจุดเชื่อมโยงระหว่างสองช่วงเวลา
– ปี 1909 พานพบเจอ Theo von Martius นำพาออกเดินทางสู่ต้นลำน้ำ Yari River
– ปี 1940 พานพบเจอ Evan นำพาออกเดินทางสู่ Cerros de Mavicure

การนำเสนอสองช่วงเวลาคู่ขนาน ก็เพื่อให้ผู้ชมพบเห็นความเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องจากกาลเวลา
– การเดินทางมาถึงของ Theo และ Evan
– ดินแดนเคยถูกใช้เป็นสถานที่กรีดยาง, ปัจจุบันร่องรอยดังกล่าวได้สูญหายไปหมดแล้ว
– Theo ไม่สามารถทอดทิ้งสิ่งข้าวของได้สักสิ่งอย่าง, เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง Evan สามารถทอดทิ้งสัมภาระและทุกสิ่งอย่าง
– สภาพของ Spanish Catholic Mission จากเคยมีบาทหลวงให้เลื่อมใสศรัทธา, กลายมาเป็นลัทธิคนบ้า เชิดชูคนหลงผิด
– ปลายทางของ Theo คือความล้มเหลวนำพาสู่การสูญเสียชีวิต, Evan ได้เริ่มเข้าใจวิถีโลก และ Karamakate สูญหายตัวไป

เพลงประกอบโดย Nascuy Linares, งานเพลงของหนังจะมีความกลืนไปกับ Sound Effect เสียงจากธรรมชาติ ป่าเขาลำเนาไพร สายน้ำเอื่อยไหล มอบสัมผัสอันลึกลับ เต็มไปด้วยความพิศวง เอ็กโซติก

บทเพลงที่ Evan รับฟังจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง Pornographer คือ Die Schöpfung (1797-98) แปลว่า The Creation ประพันธ์โดย Joseph Haydn (1732 – 1809) คีตกวีสัญชาติ Austrian ยุคสมัย Classical

The Creation เป็นบทเพลงแนว Oratorio โดยได้แรงบันดาลใจจากพระคัมภีร์ Book of Genesis ถึงจุดกำเนิดของทุกสรรพสิ่งอย่าง

เมื่อจิตวิญญาณของ Evan ล่องลอยออกจากร่าง ท่องไปตามผืนป่า Amazon งานเพลงใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ คุมระดับเสียงให้ทุ่มต่ำ มอบสัมผัสที่เต็มไปด้วยความลึกลับ เต็มไปด้วยภยันตราย ราวกับฝันร้าย ความตาย ไม่อาจครุ่นคิดทำความเข้าใจได้ จักรวาลช่างยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์จะอาจเอื้อมมือไขว่คว้า

บทเพลง Closing Credit ชื่อ Buynayma แต่งโดย Teto Ocampo บรรเลงโดย Mucho Indio, มอบสัมผัสที่ล่องลอย ไร้ตัวตน รูปร่างจับต้องได้ ซึ่งคงเปรียบได้กับจิตวิญญาณ หรืออาจจะ Chullachaki สิ่งมีชีวิตลึกลับในป่า Amazon

ตามความเชื่อของ Karamakate งูยักษ์ Anaconda เลื้อยลงมาจากทางช้างเผือก ให้กำเนิดผืนป่า Amazon ที่เต็มไปด้วยพิษสง ภยันตราย และชนเผ่ามนุษย์แรกสุด Karipulakena นั่นเองทำให้เขาถือปฏิบัติตามขนบวิถีอย่างเคร่งครัด เข้มงวด เพื่อให้ยังสามารถสื่อสารกับบรรพบุรุษ ผู้ใหำกำเนิด (พระเจ้า) และจักรวาล

มันไม่ใช่ประเด็นที่เราจะมาถกเถียงกันว่า ความเชื่อดังกล่าวเป็นสิ่งถูกต้องหรือไม่ แต่จากเหตุผลเริ่มต้น/อุปนัยนั้น ทำให้ผู้ชมสามารถพบเห็นวิถีชีวิตของ Karamakate ล้วนมีความเกี่ยวเนื่อง สอดคล้อง เป็นไปตามครรลองแห่งศรัทธา

การเดินทางของ Karamakate ในสองช่วงอายุ สามารถสะท้อนได้ถึง ความพยายามหวนกลับไปหารากเหง้าของตนเอง
– ครั้งแรกในเชิงรูปธรรม คือชนเผ่า ผองพี่น้อง ที่ขณะนั้นเหมือนว่าจะอาศัยอยู่ต้นลำน้ำ Yari River นำทางโดย Theo ผู้เต็มไปด้วยสัมภาระหนักอึ้ง ไม่สามารถปลดเปลื้องสิ่งข้าวของใดๆลงได้
– ครั้งหลังในเชิงนามธรรม เดินทางไปหาผู้ให้กำเนิดจิตวิญญาณ มุ่งสู่ Cerros de Mavicure ร่วมกับ Evan ที่สามารถทอดทิ้งอะไรหลายๆอย่าง แล้วลอยละล่องสูญหายไปในความเวิ้งว่างเปล่าของจักรวาล

ในมุมของนักประวัติศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ชาติพันธุ์วิทยา ย่อมเกิดความสูญเสียดายเมื่อค้นพบว่า องค์ความรู้ต่างๆทั้งหลาย ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ค่อยๆถูกลืมเลือน ละทอดทิ้ง ล่มสลายหายไป ไร้ผู้สืบสานต่อยอด เพราะสิ่งๆนั้นอาจรังสรรค์สร้างผลประโยชน์มากมายมหาศาลให้กับมวลมนุษยชาติ

แต่การครุ่นคิดเช่นนั้นก็เหมือนตัวละคร Theo แบกสัมภาระหนักอึ้งไว้บนบ่า มันจำเป็นจริงๆนะหรือที่มนุษยชาติต้องการองค์ความรู้เหล่านั้น มีใครไหนรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้ว ตั้งใจจริง ออกเดินทางไปอาศัยอยู่ป่า ไม่สวมใส่เสื้อผ้า ใช้ชีวิตแบบ Karamakate บ้างไหมละ?

Embrace of the Serpent การโอบรัดของอสรพิษ ในบริบทนี้หมายถึง วิถีชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง Amazon ถ้าคนขาวต้องการทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ต้องเริ่มต้นจากทอดทิ้งทุกสิ่งอย่าง เรียนรู้จักธรรมชาติ และปลดปล่อยจิตวิญญาณล่องลอยไปให้ถึงสุดขอบจักรวาล

สำหรับผู้กำกับ Ciro Guerra แนวความสนใจของเขา คือบันทึกสิ่งที่(กำลัง)สิ้นสูญ ให้หวนกลับมาชีวิตอีกครั้งด้วยสื่อ ‘ภาพยนตร์’ ไม่ใช่เพียงแค่ Embrace of the Serpent (2015) เรื่องนี้เท่านั้นนะครับ ผลงานอื่นๆก็ด้วยความเชื่อแบบเดียวกัน มันอาจเสียเวลาแต่ละครั้งไปไม่น้อย (สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ 4-5 ปี) ถึงอย่างนั้นผลลัพท์ได้มามันคงคุ้มค่า และตนเองได้เปิดโลกทัศน์ เรียนรู้จักชีวิตในแง่มุมแตกต่างออกไป

That Amazon is lost now.
In the cinema, it can live again.

– Ciro Guerra


เข้าฉาย Directors’ Fortnight เทศกาลหนังเมือง Cannes ได้เสียงตอบรับดีล้นหลาม สามารถคว้ารางวัล Art Cinema Award ทำให้รัฐบาลของ Colombia ตัดสินใจส่งเข้าชิงชัย Oscar: Best Foreign Language Film กลายเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของประเทศเข้าถึงรอบ 5 เรื่องสุดท้าย แต่พ่ายให้กับ Son of Saul (2015) จากประเทศ Hungary

ผู้กำกับ Ciro Guerra ยังนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายรอบพิเศษให้ชาว Amazonia รับชมกันในป่าใหญ่ ผู้คนมากมายจากหลายชนเผ่าต่างแห่แหนกันมาจนที่นั่งไม่เพียงพอ ซึ่งหลังหนังจบก็มีเสียงเรียกร้องให้ฉายอีกรอบ ถือว่าได้เสียงตอบรับดียอดเยี่ยมสุดๆเลยละ

ถึงส่วนตัวยังมองว่า ภาพยนตร์ถ่ายทำยังป่า Amazon ยอดเยี่ยมที่สุดคือ Aguirre, the Wrath of God (1972) และ Fitzcarraldo (1982) แต่ความงดงามทั้งภายนอก-ในของ Embrace of the Serpent ถือว่าตราตรึงถึงจิตวิญญาณ เนื้อเรื่องราวชวนให้ครุ่นคิดต่อไม่รู้จักจบสิ้น

จัดเรต 18+ กับความเห็นแก่ตัว แปรสภาพสู่ความคลุ้มคลั่งเสียสติแตก

คำโปรย | El abrazo de la serpiente คือสัมผัสการโอบรัดของธรรมชาติแห่งชีวิต
คุณภาพ | รึ-ถึงจิตวิญญาณ
ส่วนตัว | ชื่นชอบมากๆ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of