Fate/Zero (2011-2012)

Fate Zero

Fate/Zero (2011-2012) Anime Series : Ei Aoki ♥♥♥♥♥

สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4 ของเหล่าจอมเวท กับการอัญเชิญวิญญาณวีรชนผู้กล้ามารับใช้ 7 คน อาทิ กษัตริย์อาเธอร์ (ลงในร่างหญิงสาว) กิลกาเมชแห่งบาบิโลเนีย และอเล็กซานเดอร์มหาราช มาสนทนาในหัวข้อ ‘กษัตริย์คืออะไร?’ ก่อนที่จะทำการรบราฆ่าฟัน มีเพียงหนึ่งเดียวจักได้ครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถอธิษฐานขอพรอะไรก็ได้ 1 อย่าง, คออนิเมะซีรีย์ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ซีรีย์ Fate มีชื่อเสียงเริ่มต้นมาจากเกม platform แนว Eroge แบบ Visual novel วางขายบน Windows, PS2 และ PS Vita เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2004 ในชื่อ Fate/stay night, ผู้ให้กำเนิดคือ Kinoko Nasu ที่เริ่มเขียนเรื่องราวนี้ตั้งแต่สมัยเรียน ด้วยความตั้งใจให้เป็นเกมมีชื่อแค่ Fate แต่ไปๆมาๆ คงเพราะเกิดแนวคิดหลายอย่างขึ้นพร้อมๆกัน จึงสร้าง route หรือเส้นทางของเกม ให้แบ่งออกเป็น 3 สาย แล้วตั้งชื่อสร้อยต่อท้ายชื่อ Fate/Stay Night, Unlimited Blade Works และ Heaven’s Feel (เส้นทาง 3 แบบนี้อยู่ในเกมเดียวกันนะครับ เพียงการเลือกกระทำบางอย่าง จะส่งผลให้โครงเรื่องและตอนจบของเกมเปลี่ยนไป)

ในฉบับร่างแรกๆ ตัวเอกของ Fate คือสาวแว่น อัญเชิญ Saber ที่เป็นผู้ชาย เห็นว่ามีการทำเป็น OVA (Original Video Animation) ชื่อ Fate/Prototype ออกมาด้วย ใครยังไม่เคยได้รับชม ลองค้นหาใน Youtube ดูนะครับ เห็นมีซับไทยอยู่ด้วย

หลังจากที่เกม Fate/Stay Night ประสบความสำเร็จ จึงได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะซีรีย์ โดย Studio Deen กำกับโดย Yuji Yamaguchi เพลงประกอบโดย Kenji Kawai ออกฉาย 6 มกราคม 2006 – 16 มิถุนายน 2006 มีทั้งหมด 24 ตอน ใช้เรื่องราวเส้นทางหลักของ Fate/Stay Night, ตอนออกฉายได้ผลตอบรับดีล้นหลาย จนได้ไฟเขียวสร้างฉบับฉายโรงภาพยนตร์ โดยเปลี่ยนไปเส้นทางของ Unlimited Blade Works ออกฉายเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2010

แต่ไม่รู้เกิดความขัดแย้งอะไรกันระหว่าง Studio Deen กับ Type-Moon (ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เกมและ Visual Novel ของ Fate Series) ทำให้ Type-Moon ไปจับมือกับผู้สร้างใหม่ Ufotable ในการสร้างอนิเมะ Fate เรื่องถัดไป

Fate/Zero เริ่มต้นจากเป็น Light Novel เขียนโดย Gen Urobuchi วาดรูปโดย Takashi Takeuchi เรื่องราวถือเป็น prequel เกิดขึ้นก่อนหน้า Fate/stay night 10 ปี วางขายเล่มแรก 29 สิงหาคม 2006 มีทั้งหมด 4 เล่ม ต่อมากลายเป็น Drama CDs และได้รับดัดแปลงเป็นอนิเมะซีรีย์ โดย Ufotable แบ่งฉายแยก 2 core รวมทั้งหมด 25 ตอน
ซีซัน 1 ฉาย 1 ตุลาคม – 24 ธันวาคม 2011
ซีซัน 2 ฉาย 7 เมษายน – 23 มิถุนายน 2012

เรื่องราวของ Fate คือโลกแฟนตาซี ที่จอมเวทย์อาศัยปะปนอยู่กับมนุษย์ เริ่มขึ้นเมื่อ 200 กว่าปีก่อน เหล่าจอมเวทย์ชั้นสูง 3 ตระกูล Tohsaka, Matou และ Einzbern (รวมเรียกว่า Three Founding Families) ได้ค้นพบ Cup of Heaven หรือ Holy Grail จอกศักดิ์สิทธิ์ ที่เชื่อว่าจะเป็นประตูสู่ Akasha (Spiral of Origin) มิติ/สถานที่/พลังงาน จุดเริ่มต้น/ศูนย์กลาง ของทุกสิ่งทุกอย่างในสากลจักรวาล ทุกความเป็นไปได้, การได้ไปยังสถานที่แห่งนี้ เปรียบเสมือนการได้พบกับพระเจ้าผู้สร้าง ถือเป็นความฝันเป้าหมายสูงสุดของจอมเวทย์ทุกยุคทุกสมัย, แต่การจะเปิดประตูทางไปนี้ออกได้ จำต้องใช้พลังงานมหาศาล 3 ตระกูลผู้ก่อตั้ง จึงได้คิดค้นเกมสงคราม อันประกอบด้วย Master เจ้านาย 7 คน (ที่จอกจะเป็นผู้เลือก) และ Servant คนใช้ (เจ้านายจะเป็นผู้เลือก Summon มา) วิญญาณวีรชนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จัก มีความสามารถมาก เมื่อเสียชีวิตได้มีชื่อฝากไว้ในบัลลังก์เกียรติยศ (Throne of Heroes) กติกาก็แสนง่าย ฆ่ากันให้ตายจนเหลือคนสุดท้าย ก็จะเป็นผู้ครอบครองจอก โดยมีความเชื่อกันว่า ผู้ชนะจะสามารถขอ/ทำอะไรให้เกิดขึ้นอย่างหนึ่ง

สงครามจอกครั้งแรก ประสบความล้มเหลว เพราะเมื่อผู้ชนะเหลือเพียง master และ servant คู่เดียว กลับไม่สามารถทำให้จอกศักดิ์สิทธิ์ทำงานได้ เพราะจอกต้องใช้พลังงานของ servant ทั้ง 7 คน คือ master ที่เหลือคนสุดท้ายต้องฆ่า servant ของตนเอง จึงจะมีสิทธิ์ในจอกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าล้มเหลว!

สงครามจอกครั้งที่สอง เมื่อ 120-140 ปีก่อน ก็ล้มเหลวเช่นกัน การต่อสู้มีความรุนแรง ขนาดว่า master/servant ตายหมด ไม่มีใครเหลือรอดชีวิต

สงครามจอกครั้งที่สาม เมื่อ 50-60 ปีก่อน เป็นครั้งแรกที่สมาคมเวทย์และโบสถ์ (Holy Church) เข้าร่วมเป็นคนกลาง, ผลลัพท์ครั้งนี้ก็ล้มเหลว เพราะร่างทรง (Container) ถูกทำลายลงก่อน ทำให้ขาดสิ่งที่รอบรับพลังงงานมหาศาลจากจอกศักดิ์สิทธิ์ ผลแพ้ชนะจึงไร้ประโยชน์ (ไม่รู้ด้วยว่าใครชนะ)

Fate/Zero เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ขณะสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 4, การหักเหลี่ยมเฉือนคมระหว่าง 3 ตระกูลผู้ก่อตั้ง ฉากแอ๊คชั่นการต่อสู้ที่สวยงามตระการตา และบรรดา Servant ทั้งหลายที่อัญเชิญมา ต่างก็มีชีวิตจิตใจ มีนิสัยความยิ่งใหญ่ที่ยอมกันไม่ได้ ใครกันจะเป็นผู้ชนะได้ครอบครองจอก และคำอธิษฐานของเขาจะคืออะไร

ดัดแปลงบทอนิเมะโดย Akira Hiyama และ Akihiro Yoshida, ตอนแรกความยาว 50 นาที เป็นการแนะนำ master ทั้งหลาย และจุดประสงค์ของสงครามจอก ก่อนที่ตอนจบตอนถึงเริ่มมีการอัญเชิญ servant เริ่มต้นเปิดฉากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์, ซีซันแรกเป็นการแนะนำตัวละคร ที่มาที่ไป นิสัยบุคคลิก ให้รู้จักคุ้นเคยกับ master และ servant ต่างๆ มีการต่อสู้เรียกน้ำย่อยกัน 3-4 ครั้ง ไฮไลท์คือการสนทนาระหว่างกษัตริย์ 3 พระองค์ที่ถูกอัญเชิญมา และตอนสุดท้ายของซีซัน กับหนึ่งใน servant ที่ออกอาละวาด แผลงฤทธิ์อำเภอใจ โดยไม่สนอะไร ทำให้บรรดา master/servant คนอื่นๆ จำต้องร่วมมือกำจัด servant เจ้าปัญหาคนนี้ออกนอกเกมการแข่งขันไป, ซีซัน 2 ไม่มีอะไรตัองยั้งอีกแล้ว จัดไป ค่อยๆตามไล่เก็บ master/servant ทีละคน โชว์ของปล่อยพลัง Noble Phantasm (พลังไม้ตายของ servant)

Emiya Kiritsugu (พากย์เสียงโดย Rikiya Koyama) ตัวละครเอกของเรื่อง เป็นตัวแทนของตระกูล Einzbern มาสเตอร์ของ Saber, Kiritsugu เป็นคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ ต่อสู้โดยไม่สนใจวิธีการ ศักดิ์ศรี ให้ความสำคัญกับคนหมู่มาก มากกว่าคนกลุ่มน้อย, เขาเป็นจอมเวทย์ที่ไม่ได้มีพลัง (Mana) เยอะนัก จึงใช้เวทมนตร์ของตนผสมกับอาวุธปืน ระเบิด ยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ แม้จะเสียเปรียบเวลาสู้กับจอมเวทย์เก่งๆ แต่ไหวพริบ ปฏิภาณ เทคนิค ลีลา ชั้นเชิง ความสามารถเฉพาะตัวถือว่าโดดเด่น จนได้รับฉายาว่า ‘Magus Killer’ (นักฆ่าจอมเวทย์)

Kotomine Kirei (พากย์เสียงโดย Joji Nakata) ในตอนแรกเป็นมาสเตอร์ของ Assassin ร่วมมือกับ Tohsaka Tokiomi ภายหลังกลายเป็นมาสเตอร์ของ Archer, ตัวตนของ Kirei มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ภายนอกดูเป็นคนสงบนิ่งเยือกเย็น แต่ข้างในกระหายเลือด ชอบการต่อสู้ ความท้าทาย และที่ชอบสุดๆคือ การได้ ‘เห็น’ ทุกสิ่งอย่างล่มสลาย, Kirei ให้ความสนใจ Kiritsugu มาตั้งแต่ครั้งแรก เห็นรูปยังไม่เคยเจอตัวจริง ในใจตอนนั้นยังไม่รู้ว่าทำไม แต่ภายหลังก็เข้าใจได้ ดั่งสำนวน ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

Tohsaka Tokiomi (พากย์เสียงโดย Shō Hayami) จอมเวทย์หนึ่งใน 3 ตระกูลผู้ก่อตั้ง เป็นมาสเตอร์ของ Archer มีลูกสาวสองคนคือ Tohsaka Rin และ Mato Sakura, Tokiomi เป็นคนหยิ่งยะโสโอหัง ปากว่าตาขยิบ ปากไม่ตรงกับใจ เหมือนจะเป็นคนดี แต่ข้างในใจก็ชั่วช้าต่ำทราม, ในมุมของ Kirei นั้น Tokiomi เป็นคนที่คาดเดาอะไรได้ง่ายเหลือเกิน ไร้ความน่าสนใจ เช่นเดียวกับ Archer ที่ก็เห็น Tokiomi เป็นเหมือนม้าพยศ ที่ตอนนี้ทำตัวอ่อนน้อม แต่พอถึงได้ทีเวลาก็คงไม่ไว้หน้าใคร

ว่าไป Tokiomi ก็คล้ายๆ Kiritsugu นะครับ คือยอมทำทุกอย่างโดยไม่สนวิธีการ แต่เพราะ Tokiomi มีลูกสาว Rin ทำให้เขามีจุดอ่อน ผิดกับ Kiritsugu ที่ไม่เหลือใครอีกแล้ว (ในอนิเมะเราจะได้เห็น Flashback เล่าความเป็นมาของ Kiritsugu ด้วย อยู่ครึ่งหลัง) นี่ทำให้ Kirei สนใจ Kiritsugu มากกว่า Tokiomi

ตัวละครหลักๆฝ่ายมนุษย์ก็มี 3 คนนี้ที่น่าสนใจนะครับ ขอข้ามไป Servant เลยดีกว่า, Servant คือข้ารับใช้ที่เกิดจากการเรียกตัว (Summon) ของจอมเวทย์ ต้องเป็นวิญญาณที่อยู่ในบัลลังก์เกียรติยศ (Throne of Heroes) และมีสิ่งยึดติด ปล่อยวางจากโลกยังไม่ได้, วิญญาณวีรชนเหล่านี้ อาจเป็นมหาบุรุษ นักรบ กษัตริย์ที่มีชื่อเสียงในอดีต หรือบุคคลในตำนาน ไม่ได้มีอยู่จริง ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก็สามารถก่อเกิดตัวตน วิญญาณในบัลลังก์เกียรติยศได้

Saber นักดาบ (พากย์โดย Ayako Kawasumi) อัญเชิญโดย Emiya Kiritsugu พื้นหลังเป็นกษัตริย์อาเธอร์ เพนแดรกอน (Arthur Pendragon) ปกครองหมู่เกาะประเทศอังกฤษ ได้รับฉายาว่า King of Knights, ในอนิเมะ Saber เป็นผู้หญิง -ก็ทำใจในความสมจริงนิดนึงนะครับ ตอนที่ Nasu สร้าง Fate ครั้งแรก Saber ที่เป็นกษัตริย์อาเธอร์ก็เป็นผู้ชาย แต่นั่นเพราะตัวเอกเป็นผู้หญิง ซึ่ง Nasu ต้องการให้ตัวละครคู่หลักใน Fate เป็น ชายหนุ่ม-หญิงสาว ซึ่งเมื่อเปลี่ยนให้ตัวละครนำเป็นผู้ชาย ก็เลยจำใจเปลี่ยนกษัตริย์อาเธอร์ให้กลายเป็นผู้หญิงแทน, เพราะความน่ารักน่าชังของในรูปลักษณ์ของ Saber ที่ทำให้ผู้ชมส่วนใหญ่ยอมรับและฟินไปกับเธอได้ ถ้าคุณเพิ่งเริ่มดูอนิเมะเรื่องนี้ ก็ทนดูต่อไปอีกนิด คิดเสียว่าเป็นอวตารกษัตริย์อาเธอร์จากอีกจักรวาล ที่เป็นผู้หญิง ก็น่าจะพอรับได้นะ- Saber เป็นคนยึดมั่นในอุดมการณ์ ศักดิ์ศรี และมีความเย่อหยิ่งทะนงตน, กษัตริย์ในความหมายของเธอ คือทำเพื่อประชาชน แม้สละชีพก็ไม่เสียดาย เหตุผลที่เข้าร่วมสงครามจอก ก็เพื่อต้องการแก้ไขอะไรบางสิ่งบางอย่างในอดีต จากความผิดพลาดที่ตนเคยก่อไว้ นี่ก็เพื่อสร้างความสงบสุขให้กับของประเทศตน (แม้ว่าอาณาจักรที่ปกครองเมื่อครั้นกาลก่อนจะจบสิ้นลงไปนานแล้ว แต่ก็ยังวาดฝันความต้องการนั้นเอาไว้)

การจับเอา Saber มาคู่กับ Kiritsugu เจ้านายที่ไร้ศักดิ์ศรี อุดมการณ์ สนแต่เป้าหมาย ถือว่าเป็นคู่ที่หลายๆอย่างตรงข้ามกัน จะไม่ชอบหน้ากันก็ไม่แปลก แต่เพราะภรรยาของ Kiritsugu คือ Irisviel von Einzbern ที่มีความอ่อนโยน อ่อนไหว เข้าร่วมสงครามเพราะเป็นหน้าที่ของวงศ์ตระกูล, Saber เชื่อใน Irisviel และ Irisviel เชื่อใน Kiritsugu ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ Saber ต้องเชื่อใน Kiritsugu ก็สามารถทำงานร่วมกันได้, Noble Phantasm พลังที่สุดของ Saber คือ ดาบ Excalibur ที่รวมพลังจากดวงวิญญาณทุกสรรพสิ่งชีวิตในโลก มีพลังทำลายล้างขจัดความมืดให้สูญสิ้นไป

Archer นักธนู (พากย์โดย Tomokazu Seki) อัญเชิญโดย Tohsaka Tokiomi พื้นหลังคือ กิลกาเมช (Gilgamesh) กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค (Uruk) อาณาจักรบาบิโลน (Babylon) เชื่อว่าเคยมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 2,700 ปีก่อนคริสตกาล, Gilgamesh ได้รับฉายาว่า King of Heroes เป็นกษัตริย์ที่เก่าแกที่สุดที่ประวัติศาสตร์โลกได้บันทึกไว้ และความที่ Babylon ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวย ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยุคก่อน Gilgamesh จึงถือได้ว่าเป็นกษัตริย์ที่เป็นเจ้าของทุกสิ่งอย่างในโลก, นิสัยของพระองค์ เย่อเยิ่ง ทะนงตนเป็นที่สุด ไม่เคยก้มหัวให้ใคร ชอบพูดประมาณว่า ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เป็นของข้าทั้งหมด, นิยาม ‘กษัตริย์’ คือ ตนเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เก่งกาจ เกรียงไกรที่สุด ไม่มีใครเสมอเท่า เหตุที่เข้าร่วมสงครามจอก ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แค่อยากเห็นอะไรแก้เบื่อ ค้นหาสิ่งต่างๆที่ควรค่าเก็บสะสมในคลังสมบัติของตน

Gilgamesh กับ Tokiomi เป็นเหมือน เสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้ มีความหวาดระแวง ต้องหาทางฆ่ากันให้ตายไปข้าง แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็น Kirei ทั้งสองมีความสนใจซึ่งกันและกัน (ก็ไม่เชิง เสือตัวผู้ตัวเมียนะ), เพราะ Gilgamesh อยู่ว่างๆไม่ทำอะไร จึงชอบ ‘มอง’ ค้นหาอะไรที่น่าสนใจ ซึ่งสิ่งที่ Kirei แสดงออกมา เป็นอะไรที่ Gilgamesh ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงเกิดความสนใจ อยากรู้ว่ามันจะมีอะไรที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นต่อไป,  Noble Phantasm ของ Gilgamesh คือ Enuma Elish ที่เป็นกุญแจไข Gate of Babylon มีพลังเทียบเท่าอาวุธทุกชิ้นที่มีอยู่ในท้องพระคลังรวมกัน ทุกชิ้นคือของจริงไม่มีของปลอม ทำจากทองแท้ มีความสวยงามเป็นเลิศ

อีกหนึ่งกษัตริย์ที่ต้องพูดถึงคือ Raider นักขับราชรถ (พากย์โดย Ohtsuka Akio) อัญเชิญโดย Waver Velvet เด็กหนุ่มนักเวทย์ฝึกหัดที่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง ว่าสามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้ พื้นหลังของ Raider คือ อเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great/Iskander) กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวกรีก ได้รับฉายาว่า King of Conquerors, Raider เป็นคนใจกว้าง มากสหาย ไม่เย่อหยิ่งถือตัว เชื่อมั่นในชัยชนะ ชื่อเสียง เกียรติยศ, นิยาม ‘กษัตริย์’ คือ โลภและใจกว้าง เมื่อได้ทุกสิ่งทุกอย่างก็จักแบ่งปันทุกสิ่งทุกอย่าง เหตุผลที่เข้าร่วมสงครามจอก ก็เพื่อครอบครองทุกสิ่งอย่าง

Raider ออกแบบให้เป็นคนตัวสูงใหญ่ มีพละกำลังมาก (และบ้าพลัง) ตรงข้ามกับผู้อัญเชิญ Velvet ที่เป็นหนุ่มน้อยหน่อมแน้ม ดูแล้วไร้พิษสง, คู่นี้ถือเป็นไฮไลท์ที่ชื่นชอบของผู้ชมมากที่สุด เพราะพัฒนาการของ Velvet จากที่กล้าๆ กลัวๆ ขลาดเขลา ได้พบสหายรัก ต้นแบบ และกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้เปลี่ยนทัศนะของตนเอง และทำให้เติบโตขึ้นเป็นผู้กล้า กลายเป็นลูกผู้ชายเต็มตัว, Noble Phantasm ของ Raider คือ Ionioi Hetairoi ที่ได้สร้างโลกมิติจำลองขึ้น ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล พร้อมกับเหล่านักรบร่วมสาบานเรือนหมื่นแสนล้าน ผู้ยอมพลีชีพถวายกายให้กับกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของตน

กับ Raider มีขณะหนึ่งที่ผมชอบมาก คือตอนที่ซื้อแผนที่แล้วถาม Velvet ว่า ประเทศญี่ปุ่นอยู่ตรงไหน แล้วตอนสมัยของตนยึดครองโลกได้มากแค่ไหน… เมื่อพบว่ามันเล็กกระจิดริด ก็หัวเราะลั่น ทั่งชีวิตฉัน ทำได้แค่นั้นเองเหรอ!

Fate เป็นอนิเมะที่มีตัวละครเยอะมาก และเกลี่ยความสำคัญไปได้ทั่วทั้งหมดเลย คือผมก็อยากเขียนทั้งหมดนะครับ แต่คงจะใช้เวลาหลายวันแน่ ผมเลยขอเลือกแค่ 3 กษัตริย์ใหญ่ ที่ถือเป็น Great King และถือเป็นตัวละครสำคัญของ Fate มาเล่าแค่นี้พอนะครับ

สำหรับ Servant อื่นๆ ที่ต้องมี 7 คลาส Saber, Archer, Lancer, Rider, Assassin, Caster, Berserker เปรียบได้กับประเภทของนักรบในกระดานสงคราม จริงๆมีประเภทอื่นเยอะกว่านี้ แต่แค่นี้ในอนิเมะเรื่องหนึ่งก็เยอะเกินไปแล้ว

งานภาพ โทนสี บรรยากาศ ต้องบอกว่าทำออกมาได้ความรู้สึกจริงจัง เข้มข้น ขึงขัง เน้นสีเข้มเย็นโดยเฉพาะดำ/น้ำตาล (เรื่องราวส่วนใหญ่จะตอนกลางคืน) ตัดเส้นจะบางๆแต่มีความแหลมคมชัด แววตาสะท้อนตัวตน คิ้วที่จริงจัง นี่เป็นอนิเมะที่มีความหนักอึ้ง ดูแล้วเครียด อึดอัด ปวดหัว แต่สนุกพิลึก หยุดดูไม่ได้, ลายเส้นอนิเมะของ Ufotable นับตั้งแต่ Kara no Kyoukai ก็คงลักษณะจริงจังสไตล์นี้ไว้ไม่เปลี่ยนเลย ต้องถือว่านี่เป็นการยกระดับคุณภาพของอนิเมะขึ้นอย่างเยอะ จนเทียบขั้นได้กับ Blockbuster ของอนิเมะแล้วนะครับ

การออกแบบตัวละคร ทำออกมาได้สะท้อนบุคคลิก นิสัย จิตวิทยาได้เป็นอย่างดี, สำหรับ Saber ได้กลายเป็น mascot ตัวละครในตำนานของแฟนไชร์ Fate ไปแล้ว ใครไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นนี่เชยสุดๆ เพราะความน่ารักจิ้มลิ้ม และความจริงจังที่มักถูกแกล้งอยู่เสมอ ทำให้เธอได้รับการโหวตติดอันดับ TOP10 ตัวละครอนิเมชั่นหญิงของนิตยสาร New Type มาต่อเนื่องไม่รู้กี่ปีแล้ว ยังไม่ยอมตกบัลลังก์เสียที แถมตอนแฟนไชร์ Fate ภาคใหม่ๆ ฉายเมื่อไหร่ เธอก็มักจะไต่ขึ้นอันดับ 1 อยู่เรื่อยไป โอตาคุแทบจะทุกคนที่ญี่ปุ่น ต้องมีฟิกเกอร์ของ Saber อยู่ในครอบครอง

ทีมพากย์ชุดนี้ถือว่ามืออาชีพมากๆ หลายคนร่วมงานกันมาตั้งแต่เกมปี 2004 อาทิ นักพากย์ Saber/Archer/Kotomine Kirei สามคนนี้ปรากฎตัวใน Fate/Stay Night ด้วยนะครับ ถือว่าเป็นตัวละครหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อไคลน์แม็กซ์ของเรื่อง, ไฮไลท์การพากย์คือ Ohtsuka Akio ในบท Raider ลุงคนนี้มักได้พากย์ตัวละครเจ๋งๆทั้งนั้น อาทิ Blackbeard (One Piece), Batou (Ghost in the Shell), Wamuu (JoJo’s Bizarre Adventure) ฯ กับเสียงตอนตะโกน Ionioi Hetairoi ยิ่งใหญ่ได้ใจจริงๆ

เพลงประกอบโดย Yuki Kajiura (SAO, Madoka, .hack//Sign, Kara no Kyoukai) เธอคือหนึ่งในคอมโพเซอร์อนิเมะที่เก่งที่สุดในญี่ปุ่น, Fate เป็นอนิเมะที่มีความอลังการในเรื่องราวมากๆ เพลงประกอบจึงใช้ Orchestra เต็มวงชุดใหญ่แบบจัดเต็ม แถมด้วยเสียงร้อง Chorus ที่ทำให้คุณขนลุกในความยิ่งใหญ่ ลองไปฟัง Point Zero เพลง Main Theme ประกอบอนิเมะเรื่องนี้ นี่เป็นหนึ่งในเพลงคลาสสิกสุดโปรดของผมเลยนะครับ

สำหรับเพลง op/ed บอกตามตรงเลือกไม่ถูกว่าจะหยิบเพลงไหนมาให้ฟัง ชอบ เพราะทุกเพลง, กับคออนิเมะญี่ปุ่น 5 เพลงของเรื่องนี้ ล้วนมาจากขาประจำนักร้องเพลง op/ed ที่ถ้าคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ ย่อมต้องรู้จักทั้งหมดนะครับ
– OP1: Oath Sign ร้องโดย LiSA
– ED1: Memoria ร้องโดย Aoi Eir
– OP2: To the Beginning ร้องโดย Kalafina
– ED2: Up On the Sky, The Wind Sings ร้องโดย Luna Haruna
– ED3: (ตอน 18-19) Perfect Sky ร้องโดย Kalafina

ถ้าจำไม่ผิดนี่น่าจะเป็นอนิเมะซีรีย์เรื่องแรกที่ผมไม่เคยกระโดดข้าม op/ed สักตอน, ผมขอเลือก Memoria ของ Aoi Eir มาให้ชมแล้วกันนะครับ นี่เป็น Ending ของซีรีย์ Fate ที่ผมชอบมากที่สุดด้วย กับ servant ทั้ง 7 เปรียบดั่งตัวหมากรุก ที่ใช้สู้ในกระดานสงคราม และภาพอดีตของวีรชนทั้งหลาย (ชอบภาพ Alexander และ Gilgamesh เป็นการส่วนตัว)

ในแฟนไชร์ Fate ตอนที่ผมคิดจะดูอนิเมะเรื่องนี้ มาจากเสียงล่ำลือในกิตติศัพท์อันยิ่งใหญ่เมื่อตอน Fate/Zero เพิ่งฉายจบหมาดๆ ก็ลองค้นข้อมูลก่อนดู พบว่ามี Fate/Stay Night ฉบับปี 2006 และ Fate/Zero ที่เป็น prequel แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก ผมตัดสินใจหยิบ Fate/Zero ขึ้นมาดูก่อน เพราะต้องการเรียงลำดับเวลาของเนื้อเรื่อง ซึ่งก็อึ้งทึ่งไปเลย กลายเป็นอนิเมะซีรีย์เรื่องโปรดไปโดยทันที, หลังจากดู Fate/Zero จบก็ตามด้วย Fate/Stay Night ที่ทำเอากุมขมับ อะไรกัน มันคนละอารมณ์เลย เหมือน modern vs classic แต่ก็ทนดูไปเรื่อยๆเพราะอยากรู้ตอนจบ โดยรวม Fate ฉบับนั้นไม่ประทับใจเท่าไหร่ (ยกเว้นเพลงประกอบ)

ถ้าเทียบ Fate/Stay Night (2006) กับ Fate/stay night Unlimited Blade Works (2014) ก็แน่ละ คนที่เพิ่งเริ่มดู Fate Series ย่อมชอบภาคหลังมากกว่า เพราะคือภาคต่อที่สร้างโดย Ufotable สตูดิโอเดียวกัน ซึ่งมีบรรยากาศ ความต่อเนื่อง งานภาพ อะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน เข้ากันได้ ลงตัว สมเหตุสมผลขึ้น, กระนั้นมันก็แล้วแต่รสนิยมของคุณนะครับ จริงอยู่โดยรวมผมชอบ UBW มากกว่า แต่เพลงประกอบฉบับ 2006 เพราะกว่ามาก (มีหลายเพลงของ Fate/Stay Night ฉบับ 2006ที่ผมยังฟังอยู่ แต่ UBW ลบทิ้งไปแล้ว)

ตอนที่ผมชอบที่สุดใน Fate/Zero คือขณะล้อมวงสนทนาชนเหล้าของ 3 กษัตริย์ ในหัวข้อ ‘กษัตริย์คือใคร?’ -นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมจัดอนิเมะเรื่องนี้ ‘ต้องดูให้ได้ก่อนตาย’ ด้วยนะครับ- กษัตริย์แต่ละพระองค์ก็จะมีนิยาม ความเชื่อ ในพื้นฐานอุดมการณ์ที่ต่างกันสิ้นเชิง, ขณะที่ผมดูตอนนี้ครั้งแรก นี่เป็นตอนที่ผมขนลุก และกลายเป็นอนิเมะเรื่องโปรดโดยทันที กับการสนทนาเชิงปรัชญา ที่ถ่ายทอดจิตวิทยาของผู้นำทั้งสามออกมา นี่ทำให้เห็นว่า ยุคสมัยของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ทัศนคติของคนในยุคต่างๆ 3 ยุค (Gilgamesh แทนยุคเก่า, Alexander แทนยุคกลาง, King Arthur แทนยุคใหม่) ตอนนี้ตอนเดียว อธิบายมุมมอง แนวคิดประวัติศาสตร์ของโลกได้ครบถ้วน สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว

ตอนจบเกิดอะไรขึ้นกับ Kiritsugu ผมละไม่อยากสปอยเลย เอาว่าถ้าคุณไม่อยากรู้ก็ข้ามไปเองนะครับ … ด้วยอุดมการณ์ในสันดานของ Kiritsugu มนุษย์แบ่งออกเป็นสองกลุ่มซ้ายขวา เหมือนเรือสองลำ ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นพร้อมกัน ลำหนึ่งมีคน 300 อีกลำมีคน 400 คำตอบที่ Kiritsugu จะเลือกช่วย ถ้าได้แค่ลำเดียวคือที่บรรทุกคนมากกว่า นี่เป็นแนวคิดที่เขาจดจำฝังใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่สามารถเปลี่ยนได้, ขณะที่สงครามจอกใกล้จบสิ้น ประตูทางเข้า Akasha เปิดออก พระเจ้าผู้สร้าง/พลังงานมหาศาลที่อวตารลงมาในร่างของ Irisviel ได้นำเสนอสิ่งที่อยู่ในก้นเบื้องจิตใจของ Kiritsugu เปิดเผยออกมา มันทำให้เขาค้นพบตัวเองว่า นี่ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง ถ้าต้องเลือกระหว่างคน 400 ไม่ใช่ 300 แบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ, เมื่ออุดมการณ์ขัดแย้งกับความต้องการของจิตใจ นั่นทำให้เขาสูญเสียทุกสิ่งอย่าง สิ้นหวัง หมดหวัง ไม่สามารถหาทางออกได้ การตัดสินใจทำลายจอก ก็เพื่อทำให้เกิดความหวัง แต่ผลลัพท์ของการกระทำนั้น ได้ก่อให้เกิดหายนะในวงกว้าง นี่ทำให้ Kiritsugu อยู่ในอาการช็อค เพราะทุกสิ่งอย่างที่เคยเชื่อมา ทำมา โน้มน้าวใจตัวเองมา มันเป็นสิ่งที่ผิดหมด, เขาออกเดิน ในร่างไร้วิญญาณ มองหา ‘ความหวัง’ ของตนเองอีกครั้ง และเมื่อนั้นได้พบกับ Emiya เด็กชายหนึ่งเดียวผู้รอดชีวิต ที่จักกลายเป็นตัวละครหลักต่อไปใน Fate/Stay Night เด็กคนนี้ช่วยชีวิตเขาไว้ เพราะถ้าหาใครไม่เจอ Kiritsugu คงจมอยู่ในนรกของจิตใจ ที่กักขังจองจำเขาไว้ ให้กลายเป็นบ้า หรือไม่ก็ตายแบบหมาข้างถนน

Fate แปลว่า โชคชะตา, ตัวละครในอนิเมะ ถือว่ามีความผูกพันธ์ เกี่ยวเนื่อง สัมผัสกันอย่างลึกซึ้ง master/servant มักจะมีลักษณะตรงกันข้ามหรือเติมเต็มซึ่งกันและกัน การต่อสู้เข้าร่วมสงครามจอกก็เพื่อความต้องการบางอย่าง ชดใช้บางสิ่ง, เปลี่ยนแปลงโชคชะตา, เติมเต็มเป้าหมายที่ล้มเหลวชีวิต ฯ บรรดา servant ทั้งหลายในซีรีย์ Fate ต่างเป็นวีรบุรุษที่มีกรรม ไม่สามารถตัดขาดจากโลกได้ (เพราะถ้าตัดขาดได้ ก้จะไปสู่สุขคติ ไม่กลายเป็นวีรชน ย้อนกลับมาให้อัญเชิญได้อีก) การได้เป็นผู้ชนะครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ จักถือว่ามีสิทธิ์ทำให้โชคชะตาของตนเปลี่ยนไปได้

แต่โชคชะตามักเล่นตลกกับผู้แพ้เสมอ อะไรๆที่วีรชนบางคนเคยได้รับ เกิดขึ้นตอนยังมีชีวิตอยู่ อย่าง Lancer, Caster สิ่งเหล่านั้นกลับยังเกิดขึ้นอีกในการอัญเชิญครั้งนี้, น่าสงสารและน่าเศร้าใจ แต่มีผู้ชนะต้องมีผู้แพ้ พวกเขาคือวีรชนผู้แพ้ ที่ยังต้องวนเวียนอยู่ในวัฏจักรโลกต่อไปอีกยาวนาน

สำหรับ Fate/Zero คำว่า Zero แปลว่า ศูนย์, ไม่มี หรือการเริ่มต้นใหม่ ในอนิเมะนี่มี 2 ความหมาย
1) เดิมนั้นซีรีย์ Fate เรื่องแรกที่สร้างขึ้นมาก่อนคือ Fate/Stay Night กับอนิเมะภาคก่อน (prequel) ใช้ชื่อว่า Zero จึงหมายถึงภาคที่เกิดก่อน
2) Zero คือการเริ่มต้นจากจุดจบ เหมือนดังที่ Kiritsugu ตัดสินใจทำตอนท้าย ทำลายเพื่อให้ทุกอย่างศูนย์สลาย กลับไปเริ่มต้นนับ 1 ใหม่

แนะนำกับคนรักอนิเมชั่น ถ้าคุณพลาดเรื่องนี้ไป จะเรียกตนเองว่าคออนิเมะได้ยังไง!, คนชื่นชอบเกม Fate Series, คออนิเมะแนว(ดาร์ก)แฟนตาซี, ทริลเลอร์, ฉากต่อสู้อลังการ, แฝงปรัชญา แนวคิด และจิตวิทยาตัวละคร, ผู้ชื่นชอบในสตูดิโอ Ufo และ Gen Urobuchi ไม่ควรพลาด

จัดเรต 15+ กับความรุนแรงและแนวคิด

TAGLINES | “Fate/Zero จัดเต็มทั้งงานภาพ อนิเมชั่น เสียงพากย์ เพลงประกอบ Action, Thriller, (Dark) Fantasy แฝงปรัชญา แนวคิด และจิตวิทยาตัวละคร ถือเป็น Fate Series ที่สมบูรณ์แบบ ลงตัวที่สุด”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | FAVORITE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of