Gauche the Cellist (1982)

Gauche the Cellist

Gauche the Cellist (1982) Japanese : Isao Takahata ♥♥♥♥♡

ผลงานอนิเมชั่น Masterpiece ของ Isao Takahata ก่อนร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Ghibli เรื่องราวของนักเชลโลหนุ่ม Gauche กับช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งสิ่งช่วยให้ฝืมือด้านดนตรีของเขาก้าวกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบด้วย แมว หนู แรคคูน และนกกาเหว่า, “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

ถ้าไม่มี Isao Takahata ก็อาจไม่มี Hayao Miyazaki ทั้งสองคือปรมาจารย์ผู้กำกับอนิเมชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ที่เปรียบเสมือน Charlie Chaplin กับ Buster Keaton, François Truffaut กับ Jean-Luc Godard ฯ มุมหนึ่งคือศัตรูคู่แข่งสร้างภาพยนตร์ ขณะเดียวกันคือเพื่อนสนิทที่ต่างสร้างผลงานทรงอิทธิพลต่อกัน สองอัจฉริยะร่วมยุค ที่กาลเวลาได้จารึกพวกเขาไว้บนหน้าประวัติศาสตร์โลกเรียบร้อยแล้ว

Gauche the Cellist ถือเป็นอนิเมชั่น Masterpiece เรื่องแรกของ Isao Takahata ก่อนหน้าจะร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Ghibli กับ Miyazaki ด้วยแนวคิดนำบทเพลงคลาสสิกเลื่องชื่อ ถ่ายทอดออกมาให้มีจังหวะลีลา อารมณ์ สื่อความหมาย สะท้อนผ่านอนิเมชั่นได้อย่างสวยงามลงตัวพอดิบพอดี คล้ายๆกับ Fantasia (1940) แต่จับต้องได้มากกว่า (มีภาพ Abstraction น้อยกว่า) ซึ่งไฮไลท์คือข้อคิดคติสอนใจทิ้งท้าย ไม่แน่ว่าอาจสามารถเปลี่ยนโลกทัศน์ของผู้ชมได้เลยละ

Isao Takahata (1935 – 2018) ผู้กำกับ/อนิเมเตอร์/โปรดิวเซอร์/นักเขียนบทสัญชาติญี่ปุ่น เกิดที่เมือง Ujiyamada (ปัจจุบันคือ Ise), Mie prefecture พี่น้องทั้งหมด 7 คน ตอนอายุ 9 ขวบในชุดนอนเท้าเปล่ากับพี่สาวคนหนึ่ง วิ่งหนีเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าหลุมหลบภัย เห็นเมืองบ้านเกิดกำลังลุกไหม้เป็นไฟ โชคดีไม่มีใครในครอบครัวที่เสียชีวิต แต่เหตุการณ์นั้นได้เปลี่ยนบุคลิกของเขาไปโดยสิ้นเชิง

โตขึ้นเข้าเรียนสาขาวรรณกรรมฝรั่งเศสจาก University of Tokyo ซึ่งระหว่างนั้นมีโอกาสรับชมอนิเมชั่นเรื่อง Le Roi et l’Oiseau (The King and the Mockingbird) ของผู้กำกับ Paul Grimault ทำให้เกิดความหลงใหลสนใจด้านนี้ จบออกมาสมัครงานที่ Toei Animation เริ่มจากเป็นผู้ช่วยของ Yasuo Ōtsuka ทำให้มีโอกาสรู้จัก Hayao Miyazaki กำกับอนิเมชั่นเรื่องแรก The Great Adventure of Horus, Prince of the Sun (1968) [Miyazaki เป็น Key Animator] ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่

ไม่นานนัก Takahata และ Miyazaki ต่างพากันลาออกจากสตูดิโอ Toei เพราะรู้ตัวไม่สามารถก้าวหน้าไปกว่านี้ ร่วมกันสร้างอนิเมชั่นซีรีย์ Lupin the Third Part (1971 – 1972), Heidi, Girl of the Alps (1974) ฯ จนกระทั่ง Miyazaki ประสบพบเจอความสำเร็จกับ The Castle of Cagliostro (1979) และ Nausicaä of the Valley of the Wind (1984) ทำให้พวกเขาเกิดแนวคิดตั้งสตูดิโอของตัวเองขึ้นมา ตั้งชื่อว่า Ghibli เมื่อปี 1985

ขณะที่ Takahata ก่อนร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Ghibli มีสองผลงานอนิเมชั่นขนาดยาว Jarinko Chie (1981) และ Gauche the Cellist (1982) ซึ่งเรื่องหลังได้รับเสียงตอบรับดีล้นหลาม คว้ารางวัล Mainichi Film Award: Ōfuji Noburō Award (มอบให้กับอนิเมชั่นมีความโดดเด่นที่สุดในรอบปี)

ดัดแปลงจากเรื่องสั้น Sero Hiki no Gōshu แต่งโดย Kenji Miyazawa (1896 – 1933) นักเขียนวรรณกรรมเด็กชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 1934 ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Night on the Galactic Railroad, The Night of Taneyamagahara ฯ

เรื่องราวเกี่ยวกับ Gauche นักเชลโลประจำวง The Venus Orchestra (Kinsei Ongaku Dan) ประสบปัญหาเล่นตามไม่ทันระหว่างเตรียมการแสดง Beethoven: Symphony No. 6 (The Pastoral Symphony) โดนตำหนิต่อว่าจากวาทยากรอย่างรุนแรง ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์สุดท้ายฝึกซ้อมจนเกิดความเชี่ยวชาญก้าวกระโดด จนได้รับการยืนปรบมือเป็นเอกฉันท์จากผู้ชม

ฝีมือการเล่นเชลโลของ Gauche คงต้องคนฟังดนตรีเป็นเท่านั้นถึงจะบอกได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร แต่พัฒนาการแสดงออกของเขา ใครๆน่าจะพอสังเกตเห็นทำความเข้าใจได้ไม่ยากนัก,
– ตอนชายหนุ่มพบเจออาคันตุกะรายแรก เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดโกรธ ขึ้นเสียงตวาดขับไล่ แถมเล่นบทเพลงที่เสมือนการล้างแค้นเอาคืน
– ตัวที่สองก็ยังมีความขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่ก็เริ่มโอนอ่อนผ่อนยอมให้การช่วยเหลือ (เพื่อขับไล่)
– ตนที่สามขนาดว่ามีการพูดข่มขู่ขวัญ แต่ก็ยอมเล่นให้โดยดีแทบไม่มีขึ้นเสียง
– และสุดท้ายในสภาพสลึมสลือ หลังจากรับทราบข้อเท็จจริงบางอย่าง ให้การช่วยเหลือแบบยินยอมพร้อมใจ

สร้างเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นโดย Oh! Production ใช้เวลาถึง 6 ปีเต็ม, เห็นว่า Shunji Saida ผู้เป็น Lead Animation เข้าคอร์สเรียนเชลโล เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวของนิ้วและเทคนิควิธีการเล่น เพื่อสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นอนิเมชั่นได้ใกล้เคียงความสมจริงที่สุด

ในสายตาของหลายๆคน ภาพวาดพื้นหลัง/ออกแบบตัวละคร ของอนิเมชั่นเรื่องนี้ดูไม่ค่อยสวยงาม ขาดความสมจริงเป็นอย่างยิ่ง แต่นี่คือสไตล์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่นช่วงทศวรรษ 80s (เพราะประหยัดงบประมาณ และระยะเวลาการวาด) ถือว่ามีความเป็นศิลปะคล้ายภาพวาด Impressionist ผู้ชมเกิดความรับรู้เข้าใจได้ว่าสิ่งที่พบเห็นคืออะไร จากการแค่แต้มแต่งแตะสีเล็กๆ เพราะจินตนาการจะนำพาให้เราสามารถครุ่นคิดบรรเจิดไปไกลได้เอง

เช่นกับอนิเมชั่นที่อาจดูกระตุก หยาบกระด้าง ไม่ลื่นไหลนัก เพราะยังอยู่ในช่วงการทดลองถูกผิด จะดูดีหน่อยก็ตรงการขยับนิ้วสีเชลโล่ ภาพกับเสียงมีความใกล้เคียงกันยิ่งนัก

Symphony No. 6 in F major, Op. 68 หรือในชื่อ Pastoral Symphony ประพันธ์โดย Ludwig van Beethoven เมื่อปี 1808 มีทั้งหมด 5 ท่อน ประกอบด้วย
1. Allegro ma non troppo ชื่อว่า Erwachen heiterer Empfindungen bei der Ankunft auf dem Lande แปลว่า Awakening of cheerful feelings on arrival in the countryside
2. Andante molto mosso ชื่อว่า Szene am Bach แปลว่า Scene by the brook
3. Allegro ชื่อว่า Lustiges Zusammensein der Landleute แปลว่า Merry gathering of country folk
4. Allegro ชื่อ Gewitter, Sturm แปลว่า Thunder, Storm
5. Allegretto ชื่อว่า Hirtengesang. Frohe und dankbare Gefühle nach dem Sturm แปลว่า Shepherd’s song. Cheerful and thankful feelings after the storm

Beethoven เป็นคนชื่นชอบหลงใหลในธรรมชาติ บางวันออกเดินเล่นเรื่อยเปื่อยไปตามชนบท โบราณสถาน ปรักหักพัง เพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง ซึ่งกับ Symphony บทนี้ แค่ดูจากชื่อก็สามารถทำความเข้าใจเห็นถึงจิตวิญญาณของบทเพลงได้ไม่ยาก เป็นการแสดงออกทางอารมณ์ที่สะท้อนกับลักษณะของธรรมชาติได้อย่างทรงพลัง

สิ่งโคตรน่าทึ่งในไดเรคชั่นของ Takahata คือลีลาการดำเนินเรื่องที่ทำการสะท้อนความหมายอารมณ์ของบทเพลง นำเสนอในภาพของจินตนาการเพ้อฝัน ปฏิกิริยาตอบสนอง ‘Expression’ ของตัวละคร หรือแม้แต่สภาพดินฟ้าอากาศ

ฉากเปิดเรื่อง Symphony No. 6 ท่อน 4 (Thunder, Storm) พบเห็นภาพสายลมแรงพัดกระหนำ ถาโถมด้วยพายุฝนคลั่ง ทุกขณะเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดรุนแรง นี่เป็นบทเพลงที่ต้องใช้พลังอารมณ์อย่างยิ่ง แต่ Gauche กลับขาดความเข้าใจในจุดนั้น ทำให้มิสามารถนำเสนอออกมาผ่านเชลโล่ที่ตนบรรเลงเล่นอยู่ได้ ซึ่งหลังจากการซ้อมดนตรีครั้งนั้นเสร็จสิ้นลง ฝนก็หยุดตกท้องฟ้าสงบสว่างโดยพลัน

ด้วยความเหน็ดเหนื่อยคับข้องหงุดหงิดใจของ Gauche เพราะทำการฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งเราสามารถทำความเข้าใจได้ว่า เพื่อนทั้งสี่ที่เขาพบเจอในหลายค่ำคืน คือสิ่งเพ้อฝันจินตนาการ แต่ถ้ามองว่าอนิเมะเรื่องนี้คือแฟนตาซี จะทำความเข้าใจว่าสิ่งเกิดขึ้นคือเรื่องจริงก็ยังได้ ซึ่งการมาถึงของพวกเขาได้ช่วยทำให้พัฒนาการของชายหนุ่มต่อการเล่นเชลโล่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

เริ่มต้นจากแมวขี้ขโมย อยู่ดีๆก็ขอให้ Gauche เล่นบทเพลงโปรด Schumann: Träumerei (แปลว่า ฝันกลางวัน) แต่ด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ เขาเลยเล่นเพลง Tiger Hunt in India (เป็น Original Score แต่งโดย Michuo Mamiya) ที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดบาดแสบแก้วหู ทำเอาเจ้าเหมียวแสดงปฏิกิริยาด้วยการกระโดดดิ้นสะดิ้งไปมารอบห้อง … นี่น่าจะคือวินาทีที่ชายหนุ่มเข้าใจอารมณ์ของ Thunder Storm ได้แล้วละ

นกกาเหว่าเป็นอีกแขกไม่ได้รับเชิญ ทั้งๆที่ส่งเสียงร้องได้แค่ Cuck-Koo แต่กลับทำให้ Gauche เกิดความเข้าใจในเหตุผลของการฝึกซ้อม เพราะทุกครั้งที่เจ้านกร้องออกมา มันไม่เคยเหมือนซ้ำเดิม, ตอนจบของ Sequence นี้ เมื่อถึงรุ่งเช้านกน้อยบินชกหน้าต่างถึงสองครา ชายหนุ่มพยายามเปิดหน้าต่างให้แต่ไม่ออกสักที ครั้งสุดท้ายเลยถึบทำลายแม้งเสียเลย สะท้อนนัยยะถึงถ้าเราทุ่มเทฝึกซ้อมไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็จักสามารถทลายกำแพงกั้น เปิดหน้าต่างโลกทัศน์ตัวเองค้นพบโลกอันกว้างใหญ่ที่เราอาจไม่เคยมองเห็นมาก่อน

เกร็ด: บทเพลงที่ Gauche เล่นสองโน๊ต ไปๆมาๆทำนองคล้าย Beethoven: Symphony No. 6 ท่อนแรก Allegro ma non troppo

แทรก: ณ โรงภาพยนตร์มีเรื่องราวเกี่ยวกับแมวไล่จับหนู วงออเครสต้าบรรเลงเพลง Offenbach: Can Can Polka ที่เจ๋งคืออยู่ดีๆ หนูตัวหนึ่งโผล่ออกมา (ไม่รู้ตัวเดียวกับที่พบเจอช่วงท้ายหรือเปล่านะ) ทำให้ผู้ชมส่งเสียงกรีดร้องเจี๊ยวจ้าว พนักงานวิ่งไล่ทุบตี สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอฉายหนังไม่ผิดเพี้ยน

แรคคูน (หรือทานูกิหว่า?) เดินทางมาเรียนตีกลองกับอาจารย์ Gauche ด้วยความสดใสไร้เดียงสาเชื่อใจคน แม้ถูกพูดจาข่มขู่ว่าจะเอาไปทำซุปแต่ก็มิได้เกิดความหวาดกลัวใดๆ ระหว่างเล่นบทเพลง The Merry Master of a Coach Station ก็ได้ค้นพบการสีสายสองของ Gauche เชื่องช้ากว่าปกติ แต่เมื่อเล่นรอบสองก็สามารถเคลื่อนนิ้วได้เร็วขึ้น เกิดเป็นภาพหลับตาจินตนาการ จากบ้านกลายเป็นบนเนินเขาพระจันทร์เต็มดวง, นัยยะของฉากนี้ กลองคือตัวแทนของจังหวะ เล่นดนตรีกับผู้อื่นก็ต้องฟังเขาเล่นด้วย เพื่อให้ประสานกันได้อย่างลงตัว

หลายค่ำคืนผ่านนั้น Gauche คงเหน็ดเหนื่อยอดนอนมาหลายคืนจนผลอยหลับ แล้วมีแม่หนูกับลูกหนูที่ป่วยเป็นอะไรไม่รู้ตัวสั่นเทิ้ม เธอขอให้เขารักษาลูกของตนด้วยการพาใส่เข้าไปในเชลโล่ เล่นบนเพลง Rhapsody (เป็น Original Score แต่งโดย Michuo Mamiya) จินตนาการเห็นภาพล่องล่อย เพ้อฝันหวานกลางวัน-กลางคืน, นัยยะของฉากนี้คือความเข้าใจเหตุผลของดนตรี ที่สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด รักษาแผลทางใจให้กับผู้ฟังได้หายขาด ใส่เข้าไปในเชลโล่ก็เสมือนว่าภายในจิตใจ/จิตวิญญาณ

สรุปแล้วสิ่งที่อนิเมชั่นเรื่องนี้นำเสนอออกมา คือการทำความเข้าใจในรสดนตรี
– แมว ทำให้เข้าใจในการแสดงอารมณ์ของบทเพลง
– นกกาเหว่า แนะนำให้ขยันฝึกซ้อมจะได้มีความคล่องแคล่วชำนาญช่ำชอง
– แรคคูน สอนการเล่นให้ถูกต้องตามจังหวะ แบบแผน บรรทัดฐาน
– และหนูน้อย แสดงออกถึงความหมายแท้จริงของดนตรีที่กึกก้องออกมาทางจิตวิญญาณ

เมื่อใดที่นักดนตรีคนหนึ่งเกิดความเข้าใจใน 4 ประการฉะนี้แล้ว เขาก็จะกลายเป็น ‘ศิลปิน’ ยอดฝีมือผู้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก ความไพเราะสวยงามของบทเพลง ให้ผู้ที่ได้ฟังจักเกิดความซาบซึ้ง ประทับใจ เปิดโลกทัศน์มุมมองใหม่ และพบเห็นคุณค่าความหมายของผลงานศิลปะชั้นสูง

เหตุผลที่อนิเมชั่นเรื่องนี้ทำให้ส่วนตัวเกิดความซาบซึ้งกินใจ และคิดว่าสมควรอย่างยิ่งจัดให้ “ต้องดูให้ได้ก่อตาย” นั่นคือเรื่องราวของเจ้าหนูน้อย ‘ดนตรีเปรียบเสมือนยารักษาอาการเจ็บป่วย’ จากเคยทุกข์ทรมานรวดร้าวแสนสาหัส สามารถหายขาดได้โดยไม่ต้องซื้อยากินสักเม็ดเดียว นี่คือความมหัศจรรย์ไม่ใช่แค่ในวงการดนตรี แต่ศิลปะทุกแขนง เหมารวมถึงภาพยนตร์ วรรณกรรม และบทความวิจารณ์ที่ผมเขียนอยู่นี่ด้วย เพราะบางครั้งเราไม่รู้ตัวหรอกว่าสิ่งที่ทำอยู่ มันมีคุณค่าความหมายทรงอิทธิพลต่อผู้รับมากน้อยแค่ไหน ใครไม่เห็นคุณค่าก็มิจำเป็นต้องใคร่สนใจ แค่เพียงกลุ่มเล็กๆก็เหลือเฟือเพียงพอให้ศิลปินเกิดความอิ่มอกกายใจ

ทิ้งท้ายกับ Opening Credit และ Ending Credit ภาพของท้องฟ้า นภา ดวงดาว กาแลคซี่ นั่นคือการเพ้อฝันจินตนาการ นี่น่าจะสะท้อนความต้องการของ Isao Takahata ที่ตอนนั้นยังไม่เคยประสบพบเจอความสำเร็จใดๆในชีวิต แต่ก็ยังวาดฝันไขว่คว้าหา น้อมรับคำวิจารณ์เพื่อปรับปรุงพัฒนาตนเอง สักวันหนึ่งต้องมีแน่ๆที่ความสำเร็จจะมาเยี่ยมเยือนถามหาแน่แท้ … จริงๆจะบอกว่าอีกไม่ไกล แต่อนิเมะเรื่องนี้ถือว่าคือความสำเร็จแรกในชีวิตของ Takahata เลยละ

จัดเรตทั่วไป แนะนำได้กับทุกเพศทุกวัย

TAGLINE | “Gauche the Cellist ใช้ดนตรีเพื่อทำการค้นหาเป้าหมายของ Isao Takahata จนได้พบเจอประสบความสำเร็จ”
QUALITY | RARE-GENDARY
MY SCORE | LOVE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of