Manjhi: The Mountain Man (2015)

Manjhi - The Mountain Man

Manjhi: The Mountain Man (2015) Indian : Ketan Mehta ♥♥♡

(mini-Review) ภาพยนตร์ชีวประวัติของ Dashrath Manjhi ชายผู้ได้รับฉายาว่า Mountain Man เป็นคนจนๆอาศัยอยู่หมู่บ้านเล็กๆ Gehlaur รัฐ Bihar ประเทศอินเดีย เพราะภรรยาเสียชีวิตจากการไปหาหมอไม่ทัน Manjhi จึงตัดสินใจทุบภูเขาที่ขวางหน้าด้วยสองมือ ค้อนและสิ่ว ใช้เวลา 22 ปี กลายเป็นอนุสรณ์ความรักของตนเอง

Dashrath Manjhi (1934 -2007) เกิดที่ Gehlaur รัฐ Bihar ตอนเด็กเคยหนีออกจากบ้านไปทำงานขุดเหมือนถ่านหินที่ Dhanbad กลับมาได้แต่งงานอยู่กินกับ Falguni Devi มีลูกด้วยกันสองคน วันหนึ่งขณะที่เธอกำลังเดินทางข้ามเทือกเขา Gehlour เพื่อนำอาหารกลางวันไปส่งให้สามี เกิดลื่นล้มตกเขาบาดเจ็บสาเหตุต่อมาเสียชีวิตเพราะเดินทางไปโรงพยาบาลไม่ทัน นับจากนั้น (ปี 1960) Manjhi จึงได้เริ่มทุบภูเขาเพื่อสร้างเส้นทางเรียบๆให้ผู้คนสามารถเดินข้ามได้อย่างสะดวก

“When I started hammering the hill, people called me a lunatic but that steeled my resolve.”

ด้วยความยาว 110 เมตร ลึก 7.7 เมตร กว้าง 9.1 เมตร ทุบเสร็จสำเร็จเมื่อปี 1983 ใช้ระยะเวลา 22 ปี เส้นทางนี้ล่นระยะทางจากเดิมที่ต้องเดินทางอ้อมภูเขา 55 กิโลเมตร เหลือเพียง 15 กิโลเมตร

ผลจากการกระทำนี้ ทำให้ Manjhi ได้รับยกย่องด้วยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ลำดับที่สี่ Padma Shree จากรัฐบาลอินเดียเมื่อปี 2006 ในฐานะผู้มีส่วนช่วยกิจการสาธารณสังคม (Social Service Sector)

Manjhi เสียชีวิตเมื่อปี 2007 รวมอายุได้ 73 ปี (ก่อนหน้าหนังเรื่องนี้จะสร้างเสียอีก)

เมื่อปี 2011 ถนนเส้นนี้ได้ถูกปรับปรุงซ่อมแซม ขยายเส้นทาง เทคอนกรีตเสริมเหล็ก รวมถึงสร้างอนุสรณ์สถานให้ Dashrath Manjhi ผู้บุกเบิกสร้างเส้นทางนี้

Ketan Mehta (เกิดปี 1952) ผู้กำกับชาวอินเดีย ที่ชื่นชอบสร้างภาพยนตร์สารคดีและชีวประวัติ มีผลงานตั้งแต่ปี 1975 โด่งดังขนาดได้รางวัล National Film Award มี 2 เรื่องคือ Bhavni Bhavai (1980) และ Sardar (1993) ได้รางวัล Best Feature Film on National Integration [ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคือรางวัลอะไร]

Dashrath Manjhi รับบทโดย Nawazuddin Siddiqui นักแสดงหนุ่มชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงปานกลาง พบเห็นหน้าบ่อยๆเป็นตัวประกอบ อาทิ Kahaani (2012), Gangs of Wasseypur (2012), The Lunchbox (2013), Bajrangi Bhaijaan (2015), Lion (2016) ฯ โดยปกติแล้ว Siddiqui มักรับบทตัวละครที่ไม่เอาอ่าว พึ่งพาไม่ได้ แต่กับหนังเรื่องนี้อาจจะถือว่าเป็นครั้งแรกเลย ที่ภาพลักษณ์ตัวละครที่นำแสดง มีอุดมการณ์แน่วแน่ และสามารถรักษาสัจจะได้จริง

สิ่งเดียวที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้ คือเปรียบการกระทำของ Manjhi กับการสร้าง Taj Mahal ของสมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮัน (Shah Jahan) แห่งราชวงศ์โมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน สุสานแด่พระชายาที่ทรงรักยิ่ง มุมตัซ มาฮาล (Mumtaz Mahal) ที่ใช้เวลาการสร้าง 22 ปีเท่ากันด้วย!

เพราะทุกการกระทำมันต้องมีเหตุผลที่มาที่ไป แม้แต่คนบ้าคงไม่อยู่ดีๆลุกขึ้นมาจับค้อนและสิ่วทุบภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้านานเป็นสิบๆปีแน่, สิ่งที่ผมยกย่อง Manjhi คือการรักษาสัจจะวาจาในสิ่งที่ตนตั้งใจเอาไว้ แม้ระหว่างทางจะมีอุปสรรคขวากหนามมากมาย เหมือนดังกิเลสมารผจญพยายามขัดขวางให้เกิดความท้อแท้ยอมแพ้สิ้นหวัง มีหลายครั้งที่เกือบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว แต่เพราะถือว่าได้บุญบารมีวาสนาเก่าเก็บ(จากอดีตชาติ) ช่วยนำพาให้เขากระทำการครั้งนี้จนสำเร็จ

ส่วนที่ไม่ชอบ คือหนังไม่มีอะไรลึกซึ้งเกินกว่าสิ่งที่เราสามารถรับรู้ คิดได้ก่อนการรับชม, เชื่อว่าแทบทุกคนก่อนดูหนังเรื่องนี้ คงมีความสนใจ ชื่นชม สงสัย ในจิตวิญญาณของชายผู้เป็นตัวละครหลัก ความวิริยะ-อุตสาหะ-ชนะทุกสิ่ง ที่ดูจบคงได้แรงบันดาลใจให้เราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆในชีวิต, แต่พอดูหนังจบ สิ่งเหล่านั้นที่คุณคาดคิดก็มีเท่านั้นแหละ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย เพราะหนังนำเสนอเล่าเรื่องในรูปแบบชีวประวัติ ที่อาจแค่สอดใส่เรื่องราวบางอย่างเพิ่มขึ้นมา แต่ไม่ได้นำเสนอแนวคิด ปรัชญา ทัศนะ หรือบางสิ่งอย่างที่มีคุณค่า ที่สามารถนำไปต่อยอดความคิดได้เลย เห็นแค่ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นเพราะอะไรทำไม แค่นั้นเอง

อาจเพราะเวลา 120 นาที มันนานเกินไปสำหรับหนังลักษณะนี้ ที่ใจความของมันแทบจะไม่มีอะไรเลย ใส่พล็อตรองที่ไม่ค่อยมีความสำคัญหลายอย่างเข้ามาเพื่อช่วยขยายเวลาให้นานขึ้น (เหมือนเป็นธรรมเนียมของหนัง bollywood ว่าควรต้องยาวไว้ก่อน) นี่ทำให้หน้ามีความชักช้า อืดอาด ยืดยาด น่าเบื่อเกินไป ผมนั่งสัปปะหงกนับครั้งไม่ถ้วน … ตื่นขึ้นมา เห้ย! ยังทุบภูเขาไม่เสร็จอีกเหรอ

กับคนที่รับชมหนังเรื่องนี้และ แนะนำให้ลองไปหา The Lunchbox (2011) มารับชมดูนะครับ นั่นเป็นหนังที่พล็อตเรื่องก็แทบจะไม่มีอะไรเช่นกัน แต่ได้สอดใส่แทรกแนวคิด ปรัชญา วิถีการใช้ชีวิต เข้าไปได้อย่างลงตัว น่าสนใจ นำไปคิดอะไรต่อได้เยอะ แถมดูสนุกไม่เบื่อด้วย

ผมให้คะแนนความรู้สึก SO-SO นะครับ ไม่ได้ชอบแต่ไม่ถึงกลับเกลียด แอบเสียดายที่ผู้สร้างหนังมีความตั้งใจดี แต่ยังขาดความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่ ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ทำให้หน้าหนังที่ค่อนข้างน่าสนใจ มีเนื้อหนังที่กลับไม่มีอะไรน่าพูดถึงจดจำเสียเท่าไหร่

แนะนำกับคนที่ต้องการแรงบันดาลใจ ชื่นชอบวีรบุรุษ สนใจเรื่องราวของ Mountain Man และรู้จักชื่นชอบนักแสดง Nawazuddin Siddiqui ไม่ควรพลาดเลย

กับคนที่คิดว่าฉันได้ประโยชน์จากหนังเรื่องนี้เต็มๆเลย ชื่นชอบหลงใหลสวยงาม (หนังก็พอมีงานภาพสวยๆ เพลงเพราะๆอยู่นะ) ลองย้อนถามตัวเองดูสักหน่อยนะครับ ว่าสิ่งที่คุณได้มา นั่นจากหนังจริงๆ หรือจาก Dashrath Manjhi เพราะผมรู้สึกตอนศึกษาค้นคว้าอ่านชีวประวัติของชายผู้ รู้สึกว่ามีประโยชน์คุณค่ากว่าการรับชมหนังเรื่องนี้เสียอีก

จัดเรต PG กับพฤติกรรมของมนุษย์รอบข้าง Manjhi

TAGLINE | “Manjhi อุดมการณ์ของชายผู้ทุบภูเขาทั้งลูกนั้นน่าสนใจ แต่หนังกลับขาดจิตวิญญาณที่จะทุบต่อให้สำเร็จ”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | SO-SO

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of