Michael the Brave (1971)

Michael the Brave

Michael the Brave (1971) romaian : Sergiu Nicolaescu 

Mihai Viteazu มีศักดิ์เป็น Prince of Wallachia มีความประสงค์ต้องการรวม 3 ประเทศ Wallachia, Moldavia และ Transylvania ให้กลายเป็นประเทศเดียว Romania พระองค์ยอมทำทุกอย่าง แม้ต้องก้มหัวให้ศัตรู จนได้รับการสดุดี ยกย่องว่าเป็น วีรบุรุษของชาติ

ผมค้นพบหนังเรื่องนี้ ใน People who liked this also liked… ของ IMDB จากหน้าของหนัง Stefan cel Mare ที่เขียนถึงเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ถือว่าเป็นคอลเลคชั่นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ รักชาติ ของประเทศโรมาเนีย คุณภาพถือว่าใกล้เคียงกัน ถ้าคุณชื่นชอบสไตล์นี้ก็ลองหามารับชมนะครับ

Mihai Viteazu (Michael the Brave) [1558 – 1601] ขึ้นครองราชย์โดยการซื้อตำแหน่งจาก Sultan Murad III แห่งจักรวรรดิ Ottoman มีศักดิ์เป็น Prince of Wallachia ในชื่อ Michael II (1593–1601) ขณะนั้นพระองค์จึงถูกขนานนามว่าเป็น ประมุขผู้ทรยศ, แต่ 2 ปีถัดมา เมื่อสงครามระหว่าง Wallachia และ Ottoman ปะทุขึ้น Mihai ได้พิสูจน์ให้ชาว Wallachia ประจักษ์ว่าที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ด้วยการเอาชนะกองทัพ Ottoman ในศึก Battle of Călugăreni, ปี 1599 กับ Battle of Şelimbăr สามารถยึด Alba Iulia เมืองหลวงของ Transylvania ได้สำเร็จ, และปี 1600 บุกไปยัง Iaşi เมืองหลวงของ Moldavia แต่ผู้นำ Ieremia Movilă หลบหนีลี้ภัยยังโปแลนด์ ทำให้พระองค์ประกาศตัวเองเป็น Prince of Moldavia

การยึดครอง Wallachia, Moldavia และ Transylvania คือเป้าหมายสูงสุดของ Mihai เพราะเชื่อว่าบรรพบุรุษ รากเหง้าของชาวโรมาเนีย ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากทั้งสามประเทศนี้ จึงถือว่าเป็นพี่น้องร่วมแผ่นดิน ควรอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศ ดินแดนเดียวกัน

แต่รัชสมัยของ Mihai Viteazu นั้นสั้นนัก และน้อยคนจะเข้าใจความประสงค์แท้จริงของพระองค์, ในช่วงปี 1601 Emperor Rudolf แห่ง Roman Empire ได้มอบหมายให้ Mihai จัดการกับกบฎคนชั้นสูง และขุนนางของ Transylvania นำโดย Sigismund Báthory ที่หันไปเข้าข้างกับ Ottoman Empire, หลังจากเอาชนะสงครามได้ในศึก Battle of Guruslău ไม่กี่วันหลังจากนั้น วันที่ 9 สิงหาคม 1601 Mihai ถูกลอบปลงพระชนม์ หักหลังโดย Giorgio Basta นายพลผู้ต้องการครอบครอง Transylvania ไว้แต่เพียงลำพัง

โปรเจค Michael the Brave ได้รับการประกาศสร้างเมื่อปี 1966 โดยวาง Mihai Iacob เป็นผู้กำกับ และพัฒนาบทภาพยนตร์โดย Mihnea Gheorghiu, แต่หลังจากความสำเร็จของ Dacia (1967) โปรดิวเซอร์ได้เปลี่ยนใจ มอบหมายให้ Sergiu Nicolaescu กลายเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้ และพัฒนาบทภาพยนตร์โดย Titus Popovici

Columbia Picture มีความสนใจโปรเจคนี้ ยื่นข้อเสนอสนับสนุนทุนสร้าง $4 ล้านเหรียญ และรายชื่อนักแสดงดังอย่าง
– Michael มีสองตัวเลือก คือ Kirk Douglas และ Charlton Heston
– Orson Welles รับบท Emperor Rudolf
– Laurence Harvey รับบท Sultan Murad III
– Elizabeth Taylor ในบท Andrei Báthory
– Richard Burton รับบท Sigismund Báthory
แต่โปรดิวเซอร์ Nicolae Ceauşescu ตัดสินใจไม่รับข้อเสนอนี้ เพราะต้องการว่าจ้างนักแสดงสัญชาติ Romanian เท่านั้น

นำแสดงโดย Amza Pellea รับบท Mihai Viteazu, Pellea เป็นนักแสดงที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง มักได้รับบทที่เป็น วีรบุรุษของชาติ ก่อนหน้านี้หนังเรื่อง Dacii (1967) รับบท Decebalus กษัตริย์พระองค์สุดท้ายของประเทศ Dacia

สำหรับบท Mihai Viteazu ผมไม่เห็นตัวละครนี้ยิ้มเลยนะครับ (มีหัวเราะร่าอยู่ครั้งหนึ่ง) เป็นกษัตริย์ผู้เคร่งขรึม จริงจัง มีความหาญกล้า และอุดมการณ์สูงส่ง, ในฉากที่ Mihai ต้องก้มหัวให้ Sultan Murad III และ Sigismund Báthory สีหน้าเครียดแบบเอาเป็นเอาตาย ผู้ชมจะรู้สึกว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอพระองค์ไว้ แต่ก็ต้องยอมก้มหัว ตัวสั่น ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่อุดมการณ์ และอนาคตของประเทศชาติ

Ion Besoiu รับบท Sigismund Báthory เห็นหน้าติ๋มๆ แต่นี่เป็นตัวละครที่เลวได้ใจมากๆ, Sigismund คือ Prince of Transylvania มีความเย่อหยิ่ง ปลิ้นปล้อน ทะนงตน เอาแต่ใจ สนแต่ความสุขสบายของตนเอง แต่พอเวลาพ่ายแพ้ ก็หนีหัวซุกหัวซุนเป็นหมาหัวเน่าจนตรอกอยู่ข้างถนน ที่ชอบแว้งกันคนอื่นไปทั่ว, ช่วงท้ายของครึ่งแรกตอนที่ Sigismund สัญญาว่าจะช่วย Mihai แต่กลับส่งทหารมาไม่เท่าไหร่ร่วมศึก Battle of Călugăreni ส่วนตัวเองสุขสนานกับงานเลี้ยงแต่งงาน นี่เป็นการกระทำที่เจ็บแสบ สะเทือนอารมณ์ และคงทำให้หลายคนเกลียดขี้หน้าตัวละครนี้ขึ้นมาทันใด

สองตัวละครนี้ถือว่าเหมือนกันและตรงข้ามกัน, Mihai ในสายตาของผู้คนยุคนั้น ก็ไม่ต่างอะไรจาก Sigismund มีความกะล่อน ปลิ้นปล้อน ปากบอกว่าจะก้มหัวให้ แต่ใจคิดเป็นอื่น นี่เหมือนกงเกวียนกำเกวียน เพราะเคยทำแบบนั้นกับคนอื่น พระองค์เลยถูกทรยศ คิดคด หักหลังจากคนอื่นเช่นกัน, แต่ประวัติศาสตร์นี่ก็ประหลาด กลับมอง Mihai ว่าเป็นวีรบุรุษ ที่ทำไปแบบนั้นก็เพื่อชาติบ้านเมือง มองกลับกัน ที่ Sigismund ทำ ก็ไม่ใช่ว่าเพื่อชาติบ้านเมืองหรอกหรือ?

ผมพยายามมองหนังอย่างเป็นกลาง แต่ก็รู้สึกว่า Sigismund ในหนังเรื่องนี้ ถูกนำเสนอมาให้เป็นคอรัปชั่นจริงๆ เพราะขนาดว่า เริ่มครึ่งหลัง สู้สงครามแพ้ หนีไปบวช แล้วยังมีหน้ากลับมาทางโลก อ้างว่ารับไม่ได้กับการสงครามของ Mihai (ตัวเองขี้อิจฉาตาร้อน รับไม่ได้มากกว่า) … แต่ประวัติศาสตร์เป็นยังไง ผู้แพ้ไม่ได้เขียนไว้

ถ่ายภาพโดย Mircea George Cornea, ความอลังการในฉากสงคราม ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่ สิ้นเปลือง มีลักษณะเป็น Visual Graphic คือ ให้เห็นว่ามีสงคราม มีการสู้รบ แต่จะไม่เห็นฉากฆ่ากันตาย (มีบ้างนิดหน่อย แต่จะเล่นมุมกล้อง ไม่ลงลึกในรายละเอียด)

การเตรียมงาน เริ่มต้นในปี 1969 มีการตั้งโรงงานสำหรับสร้างฉากและเสื้อผ้า มีชุดกว่า 11,000 ตัว ออกแบบ Austrian, Turk, Valch, Moldovan ฯ ตัวละครหลักมี 15 ชุดเปลี่ยน ทั้งชุดลำลองทั่วไป ชุดพระราชา เสื้อเกราะ, การถ่ายทำเริ่มตั้งแต่ฤดูร้อน หนาว วสันต์ เหมันต์, ภูเขา ทะเล ปราสาท ป้อมปราการ ฯ, ถ่ายทำกันที่ Rome, Vienna, Prague, Istanbul, Tunis ฯ นักแสดงประกอบ 7,000 คน (ได้รับการสนับสนุนจาก ทหารกองทัพโรมาเนีย) ม้า 700 ตัว, รถลาก/ปืนใหญ่ 200 คัน, ทีมงาน 365 คน, สตั้นแมน 80 คน ฯ

สิ่งที่ผมทึ่งในความอลังการคือ ท้องทุ่งที่กว้างไกลสุดหูสุดตา แต่ก็ยังเห็นทหารยืนอยู่ ณ จุดไกลสุดที่มองเห็นนั้น ก็ไม่รู้ใช้นักแสดงประกอบเยอะเท่าไหร่ (ต้องเยอะมากๆ), พื้นหลังการสู้รบในสงคราม จะเห็นภูเขาสูงตระหง่ายอยู่เบื้องหลัง เวลาเบื่อภาพคนสู้กัน ก็มองภาพวิวสวยๆ ผ่อนคลายสายตา

มันจะเป็นไปได้ยังไง สงครามฆ่ากันไม่มีเลือดนอง … จริงๆมันก็มีนะครับ แต่น้อยมาก ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยหรอก, ผมชอบสัญลักษณ์หนึ่ง ช่วงสงครามไคลน์แม็กซ์ของครึ่งแรก สู้กันในหนองบึง เต็มไปด้วยขี้เลน โคลน ฉากนั้นมันเละ เลอะเทอะ ดูทุลักทุเล ว่าไปโคลนดูเหมือนเลือด แต่เปลี่ยนจากแดงเป็นดำ น่าจะเป็นการเปรียบเทียบแทนกัน ไม่ให้ภาพออกมา โหดร้ายเกินเด็กดู

ตัดต่อโดย Yolanda Mîntulescu, หนังแบ่งออกเป็น 2 ตอน แต่ก็ฉายต่อเนื่องไปเลย ไม่ได้แยกเป็นภาคๆ มีชื่อ
Part 1: Călugăreni เริ่มต้นจาก Mihai Viteazu ทำการกู้เงินเพื่อกลายเป็นผู้นำประเทศ สิ้นสุดที่การรบกับชาว Turk ในศึก Battle of Călugăreni
Part 2: Unirea หลังจากนั้น Mihai ได้ทำสงคราม เข้ายึด Transylvania และ Moldavia ได้สำเร็จ ประกาศเป้าหมายของตนเอง, ทำสงครามภายใน Battle of Guruslău จบที่ถูกทรยศ และลอบสังหารสิ้นพระชนม์

เพลงประกอบโดย Tiberiu Olah, ใช้การบันทึกเสียงจาก Symphony Orchestra of Opera และ Ballet RSR เน้นเครื่องเป่าเป็นหลัก นี่จะคล้ายๆกับสไตล์ของ Maurice Jarre (คอมโพเซอร์ของ Lawrence of Arabia) แต่ความอลังการเทียบชั้นกันไม่ได้ ห่างไกลความสำเร็จอยู่เยอะ, กระนั้นก็มีความอลังการในแบบฉบับของหนัง ใช้บรรเลงประกอบเหตุการณ์ สร้างบรรยากาศ (แต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกอะไร)

มีบทสนทนาหนึ่งในหนัง ที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างยิ่ง ระหว่าง Michael the Brave กับ Sultan Murad III ที่ City of the Seven Towers (ถ่ายทำที่ Istanbul) ภายหลังที่ Mihai ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Prince of Wallachia

“What is for you the most precious gift that Allah made man?”

ตอนหนังถามคำถามนี้ ผมคิดแล้วตอบในใจว่า “ชีวิต” ซึ่งคำที่ Mihai ตอบก็คือ “Life” โอ้!, แต่นี่ไม่ใช่คำตอบของ Sultan

“No you could not answer anything, you’re too small. You shall reign over a petty country. One day, my lords landowners will bribe as you did, and I will command. The greatest gift of man, Mihal is power, most expensive and most tedious. “

ณ ขณะนั้น กล้องเคลื่อนให้เห็นภาพของเมือง Istanbul

นี่เป็นคำถามเชิงปรัชญา ที่ถึงผมไม่เคยศึกษาอ่านคำภีร์อัลกุรอ่าน แต่คำตอบที่คิดได้นั้น คือความหมายของชีวิต, คำตอบของ Sultan นั้นก็ไม่ผิดนะครับ แต่พระองค์มองในเฉพาะมุมของตนเอง ในฐานะกษัตริย์ ผิดกับ Mihai ที่มองถึงมนุษย์ทั้งหมด ไม่ใช่แค่ตนเอง, ทั้งชีวิตและอำนาจล้วนเป็นสิ่งมายา ที่เดี๋ยวมี เดี๋ยวหาย สูญสลายตามกาลเวลาไม่ได้ยั่งยืนนานเป็นอมตะสืบไป

ดูอย่าง Sigismund และ Mihai ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอำนาจ และภายหลังสูญเสียอำนาจ, การที่มนุษย์โหยหาอำนาจ เพราะต้องการที่จะมีชีวิต แต่ถ้ามนุษย์ไม่มีชีวิต ก็จักไม่สามารถมีอำนาจได้ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าคำตอบของ Sultan ก็ไม่ผิดนะครับ เพราะ ชีวิตและอำนาจ เป็นของคู่กัน

คำว่า “อำนาจ” มันไม่ได้จำเป็นต้องมีความหมายใหญ่โต ระดับกษัตริย์ปกครองประชาชน แต่รวมถึง พ่อปกครองลูก พี่ดูแลน้อง และการควบคุมจิตใจตนเอง ฯ อำนาจ คือสิ่งที่ใช้เพื่อกำหนด บังคับ สั่งการ แนวคิด การกระทำ เปรียบได้คือ นามธรรม, ส่วนชีวิต คือการเติบโต เป็นอยู่ กินดีมีสุข ด้านกายภาพ หรือ รูปธรรม, สองสิ่งแยกจากกันไม่ได้ มันจึงมีความหมายนัยยะเดียวกัน เปรียบเสมือนของขวัญจากพระเจ้า ที่สร้าง “มนุษย์” ขึ้นมา

ใจความของหนังเรื่องนี้ คือการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ที่แฝงแนวคิดเกี่ยวกับเป้าหมาย เหตุผลของการมีชีวิตและมีอำนาจ, ทำไม Mihai ต้องทำสงครามเพื่อรวบรวม 3 ประเทศเข้าด้วยกัน? คำตอบก็เพื่อให้พี่น้อง เชื้อชาติ สายพันธุ์เดียวกันได้มีชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่การจะทำเช่นนั้นได้จำเป็นต้องมีอำนาจ พระองค์ได้ทรงทำทุกอย่างเพื่อแสวงหามันมา หลายครั้งต้องใช้ความกล้า เอาชนะศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เป็นอุดมการณ์เป้าหมายที่ล้ำค้า กว่าสิ่งอื่นใดในโลก

ขณะที่ฉาย หนังเรื่องนี้ได้รับความนิยมจากชาวโรมาเนียอย่างสูง ยืนโรงภาพยนตร์หลายปี มียอดจำหน่ายตั๋วสูงถึง 13.3 ล้าน แซงหน้า Dacii (1967) เจ้าของสถิติเดิม 13.1 ล้าน, ปัจจุบันยังถือว่าเป็นหนังที่มียอดจำหน่ายตั๋วสูงสุดในโรมาเนีย เป็นอันดับ 3 รองจาก Nea Mărin miliardar (1979) และ Păcală (1974)

ทั่วโลกจัดจำหน่ายโดย Columbia Pictures เปลี่ยนชื่อเป็น The Last Crusade

เกร็ด: ในหนังเรื่อง E.T. the Extra-Terrestrial (1982) ของ Steven Spielberg มีฉากหนึ่งในโทรทัศน์ ที่มาจากหนังเรื่องนี้ (แสดงว่า Spielberg ต้องเคยได้ดูแล้วแอบชอบ จึงเอามาใส่ในหนังนะครับ)

ส่วนตัวค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้ (แต่ในใจลึกๆชอบ Stefan cel Mare มากกว่า) ในความกล้าหาญของ Mihai Viteazu ที่ยอมเสียสละทำทุกอย่างเพื่อประเทศชาติ แม้ตัวเองต้องเสียศักดิ์ศรี อับอายขายขี้หน้าประชาชี แต่เพื่ออุดมการณ์รวมประเทศ เชื้อชาติพันธุ์เดียวกันเข้าด้วยกัน ถือว่าเป็นอุดมการณ์ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ประมุขผู้นำประเทศหนึ่งจะมีได้, สิ่งที่น่าเศร้า คือมีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมองเห็นคุณค่าของอุดมการณ์นี้ พวกคนชั้นสูง ขุนนาง ต่างสนใจแค่ผลประโยชน์ส่วนตน เต็มไปด้วยความปลิ้นปล้อน คิดคด ทรยศ หาคนที่จริงใจได้น้อยนัก

ชาวโรมาเนีย ดูหนังเรื่องนี้คงรักชาติขึ้นมาก ต่างชาติชมแล้วอาจรู้สึกหงุดหงิดบ้างในความชาตินิยม แต่ผมมองอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ ที่น่าเคารพยกย่องสรรเสริญ, จริงๆสมควรยกให้ Mihai Viteazu เป็น มหาราช ด้วยซ้ำนะครับ แต่คงเพราะการสวรรคตของพระองค์ (ถูกลอบสังหาร) ทิ้งความขมขื่นในสายตานักประวัติศาสตร์ … น่าเสียดายอย่างยิ่ง

Never in Romanian history was a moment of such highness and glory so closely followed by bitter failure.

Constantin C. Giurescu นักประวัติศาสตร์ชาวโรมาเนีย

แนะนำอย่างยิ่งกับผู้ชื่นชอบหนังประวัติศาสตร์ยุโรปยุคกลาง, ฉากสงครามสุดยิ่งใหญ่อลังการ, ชีวประวัติพระประมุขที่มีความเฉลียวฉลาด เก่งกาจ และคนที่จะไปโรมาเนีย ควรรู้จักไว้เป็นดี

จัดเรต 13+ ถึงฉากสงครามการต่อสู้จะไม่เห็นความรุนแรงนัก แต่มีภาพตัดหัว เสียบประจาน และโคลนเลือด ที่ใส่มาแล้วเรตติ้งเปลี่ยน (ถ้าไม่ใส่ฉากพวกนี้ ผมจะให้สัก PG)

TAGLINE | “Michael the Brave ประมุขผู้กล้าหาญ เสียสละ มีอุดมการณ์เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของเชื้อชาติพันธุ์ แต่น้อยคนจะเห็นคุณค่า สนใจ และหามารับชม”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of