Monster

Monster

Monster (2004-2005) : Anime Series – Masayuki Kojima

จากมังงะของ Naoki Urasawa ผู้เขียน 20th Century Boys ดัดแปลงเป็นอนิเมะ 74 ตอนโดยสตูดิโอ Madhouse ผู้กำกับ Masayuki Kojima สัตว์ประหลาดที่อยู่ในใจของคนมีที่มา รูปร่างหน้าตา แนวคิดเป็นอย่างไร หนึ่งในผลงานระดับ masterpiece ที่มีการตั้งคำถามทางศีลธรรมและวิเคราะห์จิตวิทยาของอาชญากรได้อย่างลึกซึ้ง

ผมรู้จักกับ Naoki Urasawa จากการได้ดู Live-Action ไตรภาคของ 20th Century Boys ที่เจ๋งมากๆ เขาเป็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง ที่ผลงานกวาดรางวัลสาย Manga Award มานับไม่ถ้วน มังงะที่ได้รับการกล่าวถึง นอกจาก 20th Century Boys แล้ว ยังมี Master Keaton, Monster, Pluto ที่ถือว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

Monster ตีพิมพ์ลงใน Big Comic Original ช่วง 1994-2001 ได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะจากสตูดิโอ Madhouse ในปี 2004 โดยผู้กำกับ Masayuki Kojima ซึ่งก่อนหน้านี้เขาได้ดัดแปลง Master Keaton มังงะของ Naoki Urasawa เป็นอนิเมะ 39 ตอนมาก่อนด้วย ซึ่งจากผลงานนั้นทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจาก Urasawa ให้เป็นผู้ดัดแปลง Monster โดยเฉพาะ

ดัดแปลงเป็นบทอนิเมะโดย Tatsuhiko Urahata ในฐานะ Series Composition เขามีผลงานเด่นๆมากมายอาทิ Saki, Nana, Cardcaptor Sakura, Strike Witches แนวของนักเขียนคนนี้จะออกไปทางอนิเมะผู้หญิงหวานแหว แต่แอบสงสัยมาดัดแปลงบท Monster นี่นะ! แสดงว่าจิตใจลึกๆของหมอนี่คงต้องมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่เป็นแน่

ออกแบบตัวละครโดย Kitarō Kōsaka วันก่อนผมเพิ่งได้ดู Shirobako อนิเมะที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับสตูดิโอ และการผลิตอนิเมชั่น ที่น่าสนใจมากๆ (ไว้วันหลังจะมีรีวิวให้ฟังนะครับ) ทำให้ผมเข้าใจงานของ Character Design ส่วนตัวก็สงสัยมานาน อย่างอนิเมะที่ดัดแปลงมาจากมังงะหรือไลท์โนเวล ส่วนใหญ่นักเขียนการ์ตูนจะวาดตัวละครออกมา แล้วไฉนเวลาดัดแปลงเป็นอนิเมะถึงต้องมีคนออกแบบตัวละครอีก เหตุผลก็คือ ในสื่ออื่นๆเราจะเห็นตัวละครแค่ 2 มิติเท่านั้น ในมังงะ 1 ช่องก็จะเห็นตัวละครแค่มิติเดียว แต่กับอนิเมะมีความจำเป็นต้องมีวาดตัวละครให้เห็นเป็น 3 มิติ คือวาดให้เห็นข้างๆ ด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง มุงเงย มุมก้ม ฯ ให้ครบทุกทิศทางของตัวละคร เพื่อเวลาไปทำ animation นักวาด (Artist) จะใช้เพื่อเป็นแบบอย่างในการวาดได้เหมาะสม นี่คือหน้าที่ของ Character Design เอาจริงๆถือว่างานหนักกว่า Artist นะครับ เพราะคนออกแบบต้องใช้จินตนาการเพื่อสร้างภาพออกมา ให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด แต่ Artist จะวาดตามแบบอย่างเดียว

Dr. Kenzō Tenma พากย์โดย Hidenobu Kiuchi (Hei-Darker in Black, King Bradly-Fullmetal Alchemist) หมอศัยกรรมสมอง (Brain Surgeon) ในอนิเมะตอนแรกเขาต้องตัดสินใจเลือกระหว่างผู้ป่วย 2 คน ว่าจะช่วยชีวิตใคร เด็กชายคนหนึ่งถูกยิงเข้าที่ศีรษะ อาการร่อแร่ หรืออีกคนเป็นนายกเทศมนตรีที่ทรุดจาก Cerebral Thrombosis (ลิ่มเลือดอุดตันในสมอง) เรื่องราวต่อจากนี้คือผลลัพท์ของการตัดสินใจครั้งนั้น ที่จะเปลี่ยนชีวิตของ Dr.Tenma ไปเลย

Johan Liebert พากย์โดย Nozomu Sasaki (Tetsuo-Akira, Mello-Death Note) ตัวละครนี้โผล่มาตั้งแต่ตอนที่ 1 แล้ว แต่เราจะยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร กว่าจะมีบทบาทอีกทีก็ช่วงกลางๆเรื่อง เมื่อความจริงหลายๆอย่างเริ่มเปิดเผย สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของตัวละครนี้ จึงได้ถูกค้นพบ

ในอนิเมะมีชื่อตอนเท่ห์ๆมากมาก ที่ชอบสุดก็ชื่อตอนสุดท้ายมากๆ The Real Monster อนิเมะทั้งเรื่องจะเป็นการพูดถึงการกระทำของคนที่มีจิตใจเหมือนสัตว์ประหลาด กว่าที่พระเอกจะตามหาคนนั้นๆเจอ เขาจะได้ทำความรู้จัก รู้ที่มาที่ไป เข้าใจเหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้น และคนๆทำไปเพื่ออะไร เป็นการสร้างน้ำหนักเพื่อรองรับเหตุผลการเผชิญหน้ากันในช่วงสุดท้าย และการตัดใจที่มีผลต่อตัวเองและคนรอบข้าง คำถามที่เกิดขึ้นต่อมาหลังจากการเผชิญหน้านี้ มีตัวละครหนึ่งพูดขึ้น ถ้าคนๆนั้นเปรียบได้กับสัตว์ประหลาด แล้วคนที่สร้างเขาขึ้นมา Who is the real Monster?

ว่าไปอนิเมะเรื่องนี้ถือว่าตรงข้ามกับ Beauty and the Beast เลยนะครับ เรื่องนั้น ภายนอกอัปลักษณ์แต่ข้างในสวยงาม แต่เรื่องนี้ ภายนอกสงบนิ่ง แต่ภายในเปรียบได้กับสัตว์ประหลาดเลย

เพลงประกอบ Score โดย Kuniaki Haishima บรรยากาศของ Monster ถือว่าอึมครึมตลอดเรื่อง ดูแล้วจะรู้สึกหนักหัวมากๆ เพลง opening ก็ใส่เสียง chorus ที่ให้บรรยากาศหลอนๆ เหมือนอยู่ในโบสถ์/งานศพ เสียงกลองและกีตาร์ไฟฟ้า ที่เล่นแบบเน้นจังหวะ และเสียงคีย์บอร์ดกดลากเสียงยาว ให้ความรู้สึกเหมือนเพลงสไตล์ New Age เปรียบได้กับภายนอกของตัวละครที่หน้าดูสงบนิ่งๆ แต่ข้างจิตใจว้าวุ่นอลหม่าน ดนตรีประเภทนี้สร้างบรรยากาศได้เข้ากับอนิเมะเป็นที่สุดเลย

เพลง ending มี 2 เพลง For the Love of Life แต่งโดย David Sylvian ผมไม่รู้จักหมอนี่นะครับ และบอกตามตรงไม่ค่อยชอบเพลงแบบนี้เท่าไหร่นะครับ คงมีคนชอบ David Sylvian เยอะอยู่ ผมคงต้องขอโทษด้วย ฟังแล้วผมรู้สึกมวนท้อง อึดอัด หายใจไม่ค่อยออก คงเพราะเพลงมันช้ามากๆจนรู้สึกอึดอัด ปรับลมหายใจไม่ทันทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง ผมเลยไม่ชอบเพลงนี้เลยนะครับ

อีกเพลง ending ชื่อ Make it Home ร้องโดย Fujiko Hemming (เธอเป็นลูกครึ่ง มีแม่เป็นคนญี่ปุ่น พ่อเป็นคน Swedish-Russian ชื่อเต็มๆคือ Ingrid Fuzjko V. Georgii-Hemming) เพลงนี้คล้ายๆกับ For the Love of Life แต่ผมชอบมากกว่ามากๆเลย คงเพราะเป็นเสียงผู้หญิงร้องนะครับ และเสียงของเธอเหมือนเคยได้ยินร้องประกอบอนิเมะของ Ghibli มาก่อนด้วย เลยปรับอารมณ์ได้ทัน การเลือกนักร้องที่สามารถกดเสียงต่ำๆแบบนี้ สร้างความรู้สึกเหมือนการพยายามบีบกดอะไรบางอย่างเอาไว้ ซึ่งสิ่งนั้นมันก็พยายามผลักเราออกไป เจ้าบางสิ่งบางอย่างนี่แหละที่ผมรู้สึกเข้ากับบริบทของอนิเมะมากๆ

คำถามแรกของอนิเมะ กับคำตอบของ Dr.Tenma ระหว่างเด็กชายกับนายกเทศมนตรี ผมเคยคิดจนปวดหัวเลย ก็ได้คำตอบแบบเดียวกับ Dr.Tenma คือผมจะเลือกช่วยเด็กนะครับ เราไม่มีทางรู้ว่าอนาคตต่อไปเขาจะเป็นยังไง จะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลว เนื้อเรื่องมันจงใจตั้งคำถามต่อ ว่าถ้าเด็กคนนั้นกลายเป็น … ไม่สิ เขาเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ตอนนั้นใครจะไปรู้

เรื่องราวได้ทำการสำรวจลงลึกเข้าไปในจิตใจของ Dr.Tenma เมื่อเขาได้เห็นผลกระทบที่เกิดจากการตัดสินใจของตนเอง ทำให้ความมั่นใจในการตัดสินใจของเขาไขว้เขวไป (ทั้งๆผมถือว่าวิธีคิดและคำตอบของเขาถูกต้องแล้ว) ซึ่งเมื่อเขาตัดสินใจอะไรต่อไปอีกไม่ได้แล้ว จึงต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง

การเกิดขึ้นของสัตว์ประหลาด ไม่ใช่ปุ๊ปปับจะเกิดขึ้นได้ เด็กทุกคนที่เกิดมามีความบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาว ที่เมื่อเราสามารถสาดสีอะไรใส่ไปมันก็จะเปลี่ยนตามได้หมด แต่มันก็มีเหมือนกัน คนที่ต้องทำให้ตัวเองเป็นสัตว์ประหลาด ทั้งๆที่ผ้าของเขาไม่ใช่สีขาวแล้ว แต่ต้องการทำให้มันมีสีตามที่ตนต้องการ เพื่อให้เป็นสีเดียวกับสัตว์ประหลาด วิธีการคือการพยายามทำความเข้าใจ ทำตาม เพื่อให้ตัวเองได้กลายเป็นแบบเดียวกับสัตว์ประหลาด

บางคนผ้าเปลื้อน แต่ต้องการให้ผ้าของตัวเองกลับมาเป็นสีขาวใส ผมจำไม่ได้ในอนิเมะมีไหม แต่ในโลกจริงมีแน่นอน เยอะด้วย คนที่ข้างในฟ่อนเฟะ แต่สร้างภาพว่าตัวเขาใสบริสุทธิ์ไปถึงข้างใน จะมีสักกี่คนในโลกที่สามารถรักษาให้ผ้าของตัวเองขาวสดใสตั้งแต่เกิดจนตายได้ คนสมัยนี้ผ้าของทุกคนไวต่อแสงและสีมากๆ แค่โดนนิดเดียวก็เปลื้อนไปทั้งผืนแล้ว แบบนี้จะซักออกให้ขาวใสบริสุทธิ์เหมือนเดิมก็ไม่มีวันสำเร็จได้

The Landscape of the End ชื่อตอนรองสุดท้าย มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่น่าสนใจทีเดียว Dr.Tenma ตลอดทั้งเรื่องเขาตามหากับ Monster ตัวนี้ และได้พบกับสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้เขาอย่างมาก โดยเฉพาะจุดกำเนิดของสัตว์ประหลาด ที่ทำให้เขาตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าสิ่งที่เขาตามหาเป็น Monster จริงแท้หรือเปล่า การเผชิญหน้ากันครั้งสุดท้ายเลย คนที่จะเห็น Landscape of the End ได้มีไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งคนๆนั้นจะต้องเข้าใจทุกสิ่งอย่าง รู้ว่าจุดเริ่มต้นคืออะไร อะไรคือเหตุผล และมองเห็นคำตอบวิธีแก้ การปรากฎตัวของ Landscape นี้ มันคือช่วงเวลาที่ต้องเลือกตัดสินใจ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะประมวลผลเกิดขึ้นในสมองจนเขาเห็นภาพการตัดสินใจเกิดขึ้นมา เหตุผลที่คนอื่นๆไม่สามารถเห็นได้ ก็เพราะไม่สามารถเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ บางคนสนใจเฉพาะตัวเอง บางคนก็ไม่แคร์อะไร ต้องคนที่เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเท่านั้นจึงจะเห็นภาพดินแดนสุดท้ายแห่งนี้

ผมเปรียบเทียบกับหนังเพื่อให้เข้าใจง่ายๆแล้วกัน อย่างอนิเมชั่นเรื่อง Beauty and the Beast ที่ผมรีวิวไปเมื่อวาน ถ้าคุณเป็นแค่คนดูทั่วๆไป ก็จะเห็นแค่ภาพสวย เพลงเพราะ เนื้อเรื่องกินใจ แต่ถ้าคุณสามารถทำความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ลงลึกลงไป เข้าใจสาเหตุ จุดเริ่มต้น กระบวนการสร้าง ความสวยงามของ Beauty and the Beast จะมีมากกว่าแค่ความงามฉาบหน้า แนวคิดที่สอนการให้โอกาสคน มองเห็นความสวยงามที่อยู่ข้างในมากกว่าข้างนอก ทั้งๆที่อนิเมะเรื่องเดียวกันแท้ๆ แต่กลับมองเห็นได้ต่างกัน นี่คือเหตุผลเดียวกับ Landscape of the End นะครับ คนที่จะสามารถเห็นได้ คือคนที่เข้าใจทุกสิ่งอย่าง และภาพ Landscape ในอนิเมะนี้ปรากฏขึ้นมาแววเดียวเท่านั้น ดูกันทันหรือเปล่า … ดูรู้หรือเปล่าว่านั้นคือ Landscape of the End

ในบรรดาศัตรู/ตัวร้าย ในหนัง/อนิเมะที่ผมเคยดูมาทั้งหมด ถือว่า Monster ในอนิเมะเรื่องนี้ มีความน่ากลัวที่สุดเลยนะครับ ไม่ใช่ความรู้สึกขนลุกขนพอง แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง การกระทำของเขา การออกแบบตัวละคร หน้าตา การเคลื่อนไหว และคำพูด เสียงพูด ถือว่าถ่ายทอดออกมาได้ขนลุกแบบสุดๆ ดังสำนวนที่เรียกว่า น้ำนิ่งไหลลึก แต่ไม่ใช่ลึกธรรมดา ลึกแบบว่าใจกลางโลกเลย คนแบบนี้น่ากลัวจริงๆครับ เพราะเราไม่สามารถอ่านใจเขาออกได้ว่าจะทำอะไรต่อไป และหมอนี่ไม่กลัวตายด้วย (ตัวละครนี้ ว่าไปอาจได้แรงบันดาลใจมาจาก Hannibal Lector ฆ่าคนหน้านิ่งๆ หัวใจไม่ตื่นเต้น แต่จุดเริ่มต้นของทั้งสองต่างกันแน่นอน )

การให้อภัยคือคำตอบหรือไม่ … จริงๆผมคิดว่ามันคือคำตอบนะครับ แต่อนิเมะได้พยายามลากเราให้ไปกว่านั้น คือต้องการคำตอบจริงๆ ดังนั้นการที่น้องของ Johan ให้อภัยพี่ชาย ก็เพราะเขาเป็นญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ (ที่เธอคิดว่าเหลืออยู่) เธอจึงไม่ต้องการสูญเสียเขาไป และสามารถให้อภัยเขาได้ แต่เป็น Johan เองที่ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ นั่นเป็นเหตุที่ทำให้ Dr.Tenma ต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ในตอนสุดท้ายถือว่าเป็นการจบแบบปลายเปิดมากๆ คือไม่บอกเราว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ แต่เชื่อว่าปมประเด็นในใจของ Dr.Tenma นั้นได้รับคำตอบแล้วแน่นอน ผมไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องออกเดินทางเพื่อหาคำตอบอีก ขณะที่ตัวละครอื่นๆก็ได้รับคำตอบที่สร้างความพอใจให้กับตัวเอง ถือว่าเป็นตอนจบที่โอเคแล้วสำหรับผมนะครับ บางคนอาจไม่พอใจเพราะคิดว่า สัตว์ประหลาดควรตาย … เอาจริงๆผมถามกลับคำถามที่ถามไปแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นสัตว์ประหลาด … คุณเองหรือเปล่าที่คิดแบบนั้น

ผมแนะนำกับคนที่ชอบแนววิเคราะห์หนัก โดยเฉพาะจิตวิทยาของผู้คน ตัวละครและฆาตกร ความยาว 74 ตอนถือว่าค่อนข้างยาว แต่รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ ห้ามเอาอนิเมะเรื่องนี้ให้เด็กดูเด็ดขาดนะครับ จัดเรต R

คำโปรย : “ทุกคนมี Monster อยู่ในจิตใจ แต่ถูกเก็บกดไว้ด้วยความคิดและศีลธรรม เมื่อใดที่คุณเกิดคำถามต่อเหตุผลทางจริยธรรม Monster ตัวนั้นก็จะดิ้นรนเพื่อหาทางออกมาสูดอากาศหายใจข้างนอก”
คุณภาพ : SUPERB 
ความชอบ : LIKE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of