Ocean’s 11 (1960)

Ocean 11

Ocean’s 11 (1960) hollywood : Lewis Milestone ♥♥

Frank Sinatra และสมาชิกกลุ่ม Rat Pack วันว่างๆไม่ได้ทำอะไร รวมกลุ่มสมัครพรรคพวกร่วมกันปล้นคาสิโน 5 แห่งพร้อมกัน ด้วยวิธีการอันสมบูรณ์แบบ (Perfect Crime) แต่หนังเรื่องนี้ห่างไกลความยอดเยี่ยมอยู่มากโข

ถ้าคุณเป็นคนที่เกิดทันยุคของ Frank Sinatra, Dean Martin, Sammy Davis, Jr. หรือกลุ่ม Rat Pack เชื่อว่าต้องชื่นชอบต้นฉบับเรื่องนี้มากกว่า Ocean’s Eleven (2001) นำแสดงโดย George Clooney, Brad Pitt, Matt Damon อย่างแน่แท้

แต่ผมทั้งเกิดไม่ทัน และได้รับชม Ocean’s Eleven (2001) มาก่อนนานแล้วด้วย เลยหาความประทับใจต่อต้นฉบับไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่ นอกจากการโชว์ลูกคอของ Dean Martin กับ Sammy Davis, Jr. แต่แปลกที่ Sinatra กลับไม่ร้องสักเพลง –”

สิ่งน่าผิดหวังมากๆเมื่อกาลเวลาผ่านไป คือโปรดักชั่นงานสร้างของผู้กำกับ Lewis Milestone เจ้าของสองรางวัล Oscar: Best Director ตั้งแต่ยุคหนังเงียบ นี่เป็นผลงานเรื่องรองสุดท้าย [เรื่องสุดท้ายก่อนเสียชีวิตคือ Mutiny on the Bounty (1962) นำแสดงโดย Marlon Brando] คือมันเชยระเบิดเถิดเทิงเลยละ คาสิโน 5 แห่ง กลัวผู้ชมจะไม่รับรู้ความแตกต่าง ใช้สีลูกโป่งแยกแยะอย่างชัดเจน แบบนี้เรียกว่าคลาสสิกยังรู้สึกกระดากปากเลยนะ

Hotel Sahara

Rivera

Desert Inn

The Sand

Hotel Flamingo

ก่อนอื่นขอท้าวความถึง The Rat Pack ก่อนสักนิด เป็นชื่อกลุ่มของนักร้อง/นักแสดง มีชื่อเสียงที่มักชอบรวมตัวกลันที่ New York จุดเริ่มต้นจาก Humphrey Bogart และผองเพื่อนเดินทางกลับจาก Las Vegas ด้วยสภาพที่ … ทำให้ภรรยา Lauren Bacall เรียกพวกเขาว่า

“You look like a goddamn rat pack”.

(บางสำนักบอกว่า Rat Pack เป็นชื่อเรียกย่อของ Holmby Hills Rat Pack สถานที่สังสรรค์ประจำของผองเพื่อน Bogart และ Bacall)

จากเหตุการณ์นั้นเลยมีการแต่งตั้งสมาชิกรุ่นแรกอย่างเป็นทางการ
– Frank Sinatra เป็นหัวหน้ากลุ่ม Pack Master
– Judy Garland เป็นรองประธาน
– Humphrey Bogart เป็นฝ่าย PR
– Lauren Bacall ได้ฉายา Den Mother
– Sid Luft ตำแหน่ง Cage Master
– Swifty Lazar เลขานุการและการเงิน
– Nathaniel Benchley นักประวัติศาสตร์ประจำกลุ่ม
– สมาชิกขาจร อาทิ  David Niven, Katharine Hepburn, Spencer Tracy, George Cukor, Cary Grant, Rex Harrison, Jimmy Van Heusen

หลังการเสียชีวิตของ Bogart เมื่อปี 1957 กลุ่ม Ratpack ได้มีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร สมาชิกใหม่ๆอาทิ Dean Martin, Sammy Davis Jr., Peter Lawford, Joey Bishop. Marilyn Monroe, Angie Dickinson, Juliet Prowse, Buddy Greco, Shirley MacLaine (ได้รับฉายา Rat Pack Mascots)

และสถานที่รวมตัวใหม่ของ Rat Pack คือ Las Vegas ซึ่งใครสักคนมักขึ้นแสดงอะไรสักอย่างตามคาสิโน (ร้องเพลง, Talk Show ฯ) ขณะที่คนอื่นๆหลายครั้งมักโผล่มาแจมเพื่อเรียกเสียงฮือฮาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม กลายเป็นเสียงลือเสียงเล่าขาน ทำให้จำหน่ายบัตรเข้าชมหมดแทบทุกรอบ เสาร์อาทิตย์โรงแรมห้องพักเต็ม เป็นเช่นนั้นอยู่กว่าทศวรรษเลยทีเดียว

ก็ด้วยความสำเร็จโด่งดังขนาดนี้ ท่านผู้นำฝูง Sinatra ก็มักชอบมองหาโปรเจคภาพยนตร์ เพื่อรวบรวมสมาชิก Rat Pack ทั้งขาประจำและขาจร ตอบสนองเสียงเรียกร้องของแฟนๆ รู้สึกจะมีหลายสิบเลยนะแต่ที่เด่นๆรวมดารา อาทิ Ocean’s 11 (1960), Sergeants 3 (1962), Robin and the 7 Hoods (1964) ฯ

เกร็ด: ปัจจุบันสมาชิก Rat Pack ลาจากโลกไปหมดแล้ว แต่ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เกิด Pack ใหม่ๆตามมามากมาย อาทิ
– Brit Pack นักแสดงสัญชาติอังกฤษในยุคปลาย 80s ที่ไปประสบความสำเร็จในอเมริกา อาทิ Daniel Day-Lewis, Gary Oldman, Tim Roth, Paul McGann, Bruce Payne, Spencer Leigh, Colin Firth, Tim Roth ฯ
– Frat Pack กลุ่มนักแสดง Comedy ในยุค 90s นำโดย Ben Stiller, Jack Black, Owen Wilson, Luke Wilson, Will Ferrell, Vince Vaughn ฯ
– Splat Pack กลุ่มผู้สร้างภาพยนตร์ R-Rated Horror ด้วยทุนสร้างต่ำและโคตรรุนแรง ตั้งแต่ปี 2002 อาทิ Eli Roth, Rob Zombie, Alexandre Aja, James Wan, Neil Marshall, Robert Rodriguez ฯ

สำหรับ Ocean’s 11 จุดเริ่มต้นจากผู้กำกับ Gilbert Kay หลังจากฟังไอเดียที่น่าสนใจของเด็กปั๊มแห่งในหนึ่ง Las Vegas นำมาเล่าให้ Peter Lawford ขอซื้อลิขสิทธิ์สร้างโดยทันทีเมื่อปี 1958 ตอนแรกจินตนาการถึง William Holden แต่พอนำไปพูดคุยกับ Sinatra

“Forget the movie, let’s pull the job!”

Sinatra นำแนวคิดไปพูดคุยกับหนังเขียนหลายคน จนได้ George Clayton Johnson และ Jack Golden Russell ร่วมกันพัฒนา Treatment จนเสร็จสิ้น แล้วส่งต่อให้ Harry Brown กับ Charles Lederer พัฒนาเป็นบทภาพยนตร์

เกร็ด: มีอีกหนึ่ง Uncredited Writer คือ Billy Wilder เข้ามาช่วยขัดเกลาบทให้เข้าที่ ไม่ได้ค่าตัว แต่แลกกับภาพวาดสเก็ตของ Pablo Picasso

มอบหมายหน้าที่กำกับให้ Lewis Milestone หรือ Leib Milstein (1895 – 1980) ผู้กำกับสัญชาติ Moldovan เกิดที่ Kishinev, Russian Empire มีเชื้อสาย Jews เดินทางมาแสวงโชคยังอเมริกาเมื่อปี 1912 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นอาสาสมัครของ U.S. Signal Corps (กองสื่อสาร) ฝึกกองกำลังทหารหน่วยสื่อสาร ทำให้ได้รับสัญชาติอเมริกาเมื่อปี 1919, หลังสงครามเดินทางสู่ Hollywood เริ่มต้นจากเป็นคนตัดฟีล์ม ผู้ช่วยผู้กำกับ นักเขียนบท จนได้กำกับภาพยนตร์ มีผลงานอาทิ The Kid Brother (1927) [ไม่ได้เครดิต], Two Arabian Knights (1927) ** คว้า Oscar: Best Director จากการประกาศรางวัลครั้งแรก, All Quiet on the Western Front (1930) ** คว้า Oscar: Best Director ตัวที่สอง, Hell’s Angels (1930) [กำกับส่วนของนักแสดง ไม่ได้เครดิต], The Front Page (1931), The General Died at Dawn (1936), Of Mice and Men (1939), Ocean’s 11 (1960), Mutiny on the Bounty (1962) ฯ

Milestone หลังจากกลายเป็นตำนานในช่วงทศวรรษเปลี่ยนผ่านยุคหนังเงียบสู่หนังพูด ผลงานถัดๆมาหลังจากนั้นแทบจะเรียกได้ว่ากินบุญเก่าบารมีของตนเอง (คล้ายๆ Steven Spielberg, Ridley Scott, Michael Mann ยังคงมีผลงานต่อเนื่องถึงปัจจุบัน แต่คุณภาพถดถอยลงคลองเรื่อยๆ) ใครวางจ้างให้กำกับหนังก็รับหมด ดีบ้างเลวบ้างแล้วแต่จังหวะชีวิต

เรื่องราวของกลุ่มทหารผ่านศึก 82nd Airborne ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นำโดย Danny Ocean (รับบทโดย Frank Sinatra) และ Jimmy Foster (รับบทโดย Peter Lawford) เรียกรวมพลลูกน้องเก่ารวมเป็น 11 คน เพื่อปล้นบ่อนคาสิโน 5 แห่ง ใน Las Vegas ค่ำคืน New Year’s Eve ประกอบด้วย Hotel Sahara, Riviera, Desert Inn, The Sands และ Hotel Flamingo โดยแบ่งหน้าที่งานดังนี้
– Tony Bergdorf (รับบทโดย Richard Conte) ช่างไฟที่สามารถต่อวงจรใหม่ ให้ขณะไฟดับประตูทางเข้าห้องเซฟนับเงินเปิดออกได้ แต่เพราะป่วยเป็นโรคหัวใจ แม้จะปฏิบัติภารกิจสำเร็จกลับต้องสังเวยมาด้วยชีวิตของตนเอง
– Josh Howard (รับบท Sammy Davis Jr.) หนุ่มผิวสีรับหน้าที่เป็นคนขับรถขนขยะ ขนเงินที่อยู่ในกระเป๋าออกสู่นอกเมือง Las Vegas
– Sam Harmon (รับบทโดย Dean Martin) นักร้อง/เล่นเปียโน เพื่อนเก่าแก่สนิทสนมกับ Danny
ฯลฯ

เกร็ด: เงินที่ปล้นได้ $6 ล้านเหรียญ เทียบปี 2016 ประมาณ $25 ล้านเหรียญ

Shirley MacLaine มารับเชิญในหนังระหว่างพักถ่ายทำ The Apartment (1960) แม้จะพูดไม่กี่ประโยค ใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ได้ของแลกเปลี่ยนเป็นรถคันใหม่จากสตูดิโอ Warner Bros. แต่เหตุผลที่เธอบอกว่ายอมเล่น เพราะจะได้มีเวลามาหาเพื่อนๆ Rat Pack และเที่ยวเล่น Las Vegas

บทพูดส่วนใหญ่ของหนังเป็นการดั้นสด Ad-Lib เพราะนักแสดงทั้งหมดเป็นเพื่อนสนิทรู้จักกันมานาน เลยสามารถรั่วไปได้เรื่อยๆแบบไม่คิดอะไรมาก อย่างฉาก Cameo ของ MacLaine มันก็ชัดเลยนะว่าแซวหนังเรื่องนี้อยู่

Shirley MacLaine: “Hey, now, this is a dirty deal. I don’t fit into your picture?”
Dean Martin: “From here on in you don’t, sweetheart.”

เกร็ด: ทศวรรษนั้นที่ Las Vegas ยังมีข้อบังคับคนผิวสีเข้าพักในโรงแรม 5 ดาว (ต้องพักในโรงแรมเกรดต่ำๆเท่านั้น) ซึ่ง Sammy Davis Jr. ทั้งๆก็เป็นนักร้อง/นักแสดงชื่อดัง ยังโดนผลพลอยได้นี้ ร้อนไปถึง Frank Sinatra ต้องเข้าพูดคุยต่อรองกับผู้บริหารโรงแรม ให้สามารถเข้าพักร่วมกันได้ใน Sands Hotel ถือเป็นการทำลายกฎข้อห้ามนี้ลงโดยพลัน

ถ่ายภาพโดย William H. Daniels ตากล้องส่วนตัวของ Greta Garbo และขาประจำของผู้กำกับ Erich von Stroheim ผลงานเด่น อาทิ Foolish Wives (1922), Greed (1924), Anna Christie (1930), Mata Hari (1931), Ninotchka (1939), Cat on a Hot Tin Roof (1958), Ocean’s 11 (1960), How the West Was Won (1962) ฯ คว้า Oscar: Best Cinematography จากเรื่อง The Naked City (1948)

หนังใช้สถานที่จริงยัง Las Vegas เพราะบรรดา Rat Pack ส่วนใหญ่จะมีโชว์ของตนเองช่วงหัวค่ำ การถ่ายทำเริ่มตอนดึกๆถึงฟ้าสว่าง นอนเช้าแล้วตื่นบ่าย วนเวียนอยู่หลายน่าจะหลายเดือนทีเดียว

มีเพียง 2 ช็อตเท่านั้นที่ 11 ของทีม Ocean’s ได้อยู่ร่วมกัน ครั้งแรกคือตอนประชุมวางแผน (ช็อตนี้จะ +1 คนออกไอเดียด้วย)

อีกครั้งหนึ่ง หลังจากการเตรียมการเสร็จสิ้น ยังลานโยนโบว์ลิ่ง ครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มปฏิบัติการ

ตัดต่อโดย Philip W. Anderson สัญชาติอเมริกัน เคยได้เข้าชิง Oscar: Best Edited สามครั้งจากเรื่อง Giant (1956), Sayonara (1957), The Parent Trap (1961)

เราสามารถแบ่งหนังออกเป็น 3 องก์ ตามสูตรของแนวโจรกรรม
– องก์ 1 ครึ่งแรก รวบรวมสมัครพรรคพวก วางแผน เตรียมการปล้น
– องก์ 2 ช่วงขณะการโจรกรรม
– องก์ 3 เหตุการณ์หลังจากนั้น

ปัญหาใหญ่ๆของหนังก็คือการเล่าเรื่ององก์แรก ทั้งๆควรมี Danny Ocean (และ Jimmy Foster) เป็นจุดหมุนศูนย์กลาง แต่ลำดับเรื่องราวมีความสะเปะสะปะ กระโดดไปมา แนะนำตัวละครแต่ก็ได้เพียงครึ่งหนึ่ง ที่เหลือไม่ใช่ Rat Pack ก็แทบไม่มีบท ไกล่เกลี่ยความสำคัญไม่เท่ากันสักนิด (11 คน มันเยอะไปมากๆ โทษกล่าวคือบทหนัง มิสามารถสร้างจุดเด่น/ความสำคัญให้ตัวละครรองๆได้)

ขณะที่องก์ 2 ก็ใช่ว่าจะฟื้นดีขึ้นจากองก์แรกนัก ยิ่งชวนให้สับสนกว่าเดิม โรงแรมอะไร ใครทำหน้าที่อะไร (คือถ้าไม่ใช่ๆแฟนๆ Rat Pack อาจจดจำใบหน้าของพวกเขาไม่ได้ทั้งหมด) แม้หนังจะพยายามไล่เรียงจาก Hotel Sahara -> Riviera -> Desert Inn -> The Sands -> Hotel Flamingo แต่พอพบเห็นการออกแบบฉาก Art Direction ที่เชยระเบิด ก็เกิดความละเหี่ยใจผิดหวังขึ้นมาอย่างรุนแรง

หนังโจรกรรมสมัยนั้นกับองก์ 3 เพราะยังอยู่ในยุคสมัยของ Hays Code แม้จะเสื่อมความศรัทธาลงไปมาก แต่ก็ยังต้องทิ้งท้ายเป็นข้อคิดกฎแห่งกรรมให้กับผู้ชม ปล้นผู้อื่นไม่ใช่สิ่งดี, เห็นว่าในบทหนังตอนจบดั้งเดิม หลังจากปล้นสำเร็จทุกคนพร้อมหน้าขึ้นเครื่องบินเดินทางหลบหนี แต่ดันตกระหว่างทางตายเรียบ เพราะไม่มีใครอยากให้หนังลงเอยแบบซวยชิบหายขนาดนั้น เลยกลายมาเป็นแบบในหนัง

เพราะการปล้นที่สำเร็จแล้วล้มเหลว ทำให้พื้นหลังช่วงแนะนำตัวละครที่เกริ่นมาตอนองก์ 1 สูญเสียสิ้นคุณค่าความหมายไปโดยสิ้นเชิง แบบนี้ไม่ต้องมีเลยก็ได้นะ กลายเป็นทุกอย่างสร้างมาคงค้างคา จบแบบจืดๆชืดๆเดินคอตกเหมือนตัวละครออกจากโรงภาพยนตร์เสียมากกว่า

Opening Title ออกแบบโดย Saul Bass นักออกแบบในตำนาน เจ้าของผลงานอย่าง The Man with the Golden Arm (1955), Vertigo (1958), North by Northwest (1959), Anatomy of a Murder (1959), Psycho (1960), It’s a Mad, Mad, Mad, Mad World (1963) ฯ

เพลงประกอบ Soundtrack โดย Nelson Riddle นักแต่งขาประจำของ Capitol Record ให้กับ Frank Sinatra, Ella Fitzgerald, Nat King Cole, Dean Martin ฯ สำหรับภาพยนตร์ มีผลงานเด่นอย่าง Can-Can (1960), Lolita (1962), Robin and the 7 Hoods (1964), Paint Your Wagon (1969), The Great Gatsby (1974) ** คว้า Oscar: Best Original Score, Terms of Endearment (1983) ฯ

Eee-O-11 (เป็นคำแสลงของเจ้ามือทอยลูกเต๋า เมื่อแต้มออก 11 มักพูด Yo-Eleven หรือ Eee-O-11 จะได้ไม่ฟังสับสนกับ Seven เลข 7) แต่งโดย Sammy Cahn, Jimmy Van Heusen ขับร้องโดย Sammy Davis, Jr.

Ain’t That a Kick in the Head แต่งโดย Sammy Cahn, Jimmy Van Heusen ขับร้องโดย Dean Martin

เราคงหาสาระใจความสำคัญอะไรจากหนังไม่ได้เท่าไหร่ และผมไม่ค่อยเข้าใจแรงจูงใจการปล้นครั้งนี้สักเท่าไหร่ด้วย มันราวกับแค่ว่าต้องการ ‘Show Off’ ขายการรวมตัวเท่ห์ๆ ความ’cool’ของนักแสดง เพลงเพราะๆ โปรดักชั่นสวยๆ ไม่มีอะไรอย่างอื่นหรือคุณค่าใดๆทางศิลปะ ด้วยเหตุนี้ผลลัพท์ออกมาจึงเป็นเพียงเทรนด์แฟชั่นแห่งยุค และตกกระป๋องในทศวรรษถัดมา

ด้วยทุนสร้าง $2.8 ล้านเหรียญ ทำเงินได้ในอเมริกากว่า $12.3 ล้านเหรียญ มากกว่าที่ปล้นได้เสียอีกนะเนี่ย!

เกร็ด: นิตยสาร Hollywood Reporter คาดว่าคงได้ยินผิดๆ ตอนแรกตั้งให้ชื่อโปรเจคของ Sinatra เรื่องนี้ว่า Oceans of Loving

ก่อนหน้านี้ส่วนตัวไม่คิดว่า Ocean’s Eleven (2001) เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมโดดเด่นสักเท่าไหร่ เน้นขายการรวมตัวของนักแสดงมีชื่อล้วนๆ แต่พอมาพบเห็นเทียบกับต้นฉบับ Ocean’s 11 (1960) จะถือว่าเรื่องนั้นกลายเป็น Masterpiece ไปเลยก็ยังได้ (แซวเล่นนะครับ)

แนะนำคอหนังโจรกรรม ปล้นคาสิโน สนใจต้นฉบับ Ocean’s 11 (แต่ถ้ามิได้คลั่งไคล้ขนาดนั้น ก็ไม่ต้องเสียเวลานะครับ), แฟนๆ Rat Pack และผู้กำกับ Lewis Milestone ไม่ควรพลาด

จัดเรต PG กับการโจรกรรม

TAGLINE | “ต้นฉบับ Ocean’s 11 ตกยุคไปตามกาลเวลา ปัจจุบันไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าความเท่ห์ของสมาชิก Rat Pack”
QUALITY | THUMB UP
MY SCORE | WASTE

Leave a Reply

Be the First to Comment!

avatar
  Subscribe  
Notify of