Paan Singh Tomar (2012)

Paan Singh Tomar

Paan Singh Tomar (2012) Bollywood : Tigmanshu Dhulia ♥♥♥♡

ถึง Paan Singh Tomar จะไม่ได้ไปโอลิมปิก แต่ชีวประวัติของเขาถือว่าน่าสนใจมาก, เป็นนักวิ่งวิบาก 3,000 m (steeplechase) เคยได้เหรียญทองการแข่งขันระดับชาติ และได้ไปแข่ง 1958 Tokyo Asian Games แต่หลังจากเลิกเป็นนักกีฬาแล้ว ชีวิตผกผัน ถูกคนคอรัปชั่นโกงกิน ทำให้ต้องกลายเป็นมหาโจรผู้โด่งดังในอินเดีย นำแสดงโดย Irrfan ผู้โด่งดัง

หนังเรื่องนี้นำเสนอบทเรียนที่น่าสนใจมากๆ กับคนที่เป็นนักกีฬา ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มาจากไหน สร้างชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ แต่เมื่อเกษียณตัวจากการแข่งขัน ก็กลับกลายเป็นแค่คนปกติธรรมดาสามัญ ที่อาจไม่มีใครรู้จักหรือเห็นค่าความสำคัญ, สมัยนี้มันมีประเภทกีฬาเยอะแยะมากมาย เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เราจะรู้จักกับนักกีฬาทุกคน และทุกปีก็จะมีนักกีฬารุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นสม่ำเสมอ ถ้าไม่ใช่คนที่สร้างชื่อเสียงในระดับโลกจริงๆ คงยากที่จะมีคนรู้จักหรือเคยเห็นหน้า

ความโชคร้ายของ Paan Singh Tomar คือการได้พบเจอแต่คนที่มีจิตใจคดโกง คอรัปชั่น และไม่เห็นค่าความสำคัญของคนอื่น ปัญหานี้ในอินเดียถือว่ารุนแรงมากๆ ในระดับชนชั้นรากหญ้าเลย ไม่รู้เมืองไทยถึงขนาดนั้นหรือเปล่า, คนฉลาดมีเยอะ แต่ฉลาดแล้วคดโกง เบียดเบียนคนอื่น เราจะสามารถตอบโต้ยังไงได้? Paan Singh Tomar ได้พยายามทำทุกวิถีทางที่อยู่ในกรอบระเบียบของสังคม โดยสุดความสามารถแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจัดการเอาชนะความคอรัปชั่นเหล่านี้ได้ เหลือเพียงวิธีเดียวคือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน การตอบโต้ที่ศัตรูทำได้แค่เป็นลูกแหง่ คุกเข่าอ้อนวอนกราบเท้าทำหน้าสำนึกผิด นี่น่าสมเพศยิ่งกว่าตอนพวกเขาทำตัวหยิ่งผยองเสียอีกนะครับ

กำกับและเขียนบทโดย Tigmanshu Dhulia ที่เคยมีผลงาน Saheb Biwi Aur Gangster กวาดรางวัลมามากมาย, สำหรับหนังเรื่องนี้เป็นชีวประวัติของ Paan Singh Tomar ซึ่งอ้างอิงจากตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ และบทสัมภาษณ์ของนักข่าวคนหนึ่ง (ไม่ได้ออกนาม) ที่อ้างว่าตัวเองได้ไปสัมภาษณ์ Pann Singh Tomar แบบตัวต่อตัว (แบบเดียวกับที่เห็นในหนัง)

นำแสดงโดย Irrfan Khan หลายคนคงคุ้นๆหน้า เคยเล่นหนัง hollywood มาแล้วหลายเรื่อง อาทิ Slumdog Millionaire (2008), Life of Pi (2012) ล่าสุดก็ Jurassic World (2015), ในอินเดีย เขาเข้าวงการตั้งแต่ปี 1988 เริ่มมาดังช่วงยุค 2000s มีหนังดังๆที่คนไทยน่าจะรู้จักบ้างอย่าง The Lunchbox (2013), Piku (2015), สำหรับ Paan Singh Tomar เป็นหนังที่ทำให้ Irrfan ได้รางวัล National Film Awards สาขา Best Actor นี่ถือเป็นรางวัลที่มอบโดยรัฐบาล India ต่อหนังทุกภาษาในประเทศ ไม่จำกัดแค่ Hindi (รางวัลนี้จึงยิ่งใหญ่กว่า Filmfare Award เป็นไหนๆ)

บท Paan Singh Tomar เป็นคนที่เหมือน Forrest Gump แต่ไม่ได้ IQ ต่ำขนาดนั้น คือตรงไปตรงมา ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ปากตรงกับใจ และพูดจริงทำจริง, เขาเริ่มต้นจากสมัครทหาร แล้วกลายเป็นนักกีฬา เพราะความสามารถ อึด ถึก แข็งแกร่ง เดิมทีเป็นนักกีฬาวิ่ง 5,000 เมตร แต่โค้ชขอให้เขาลงแข่งวิ่งวิบาก 3,000 เมตรแทน (โค้ชนี่ก็ตัวคอรัปชั่นเลย เพราะกลัวว่าพระเอกจะไปแย่งความโดดเด่นของลูกเขย จึงขอให้เขาย้ายไปแข่งประเภทอื่น)

สังคมอินเดีย ถือว่าญาติสนิทมิตรสหายเป็นบุคคลสำคัญ ที่ต้องคอยช่วยเหลือเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน นี่ถือเป็นต้นเหตุของความคอรัปชั่น ถ้ามีใครคนหนึ่งเป็นใหญ่เป็นโต ก็มันจะถูกร้องขอให้ใช้เส้นสายทำโน่นทำนี่ให้เสมอ เมืองไทยเราก็เป็นลักษณะนี้ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เรื่องบุญคุณถือว่าเป็นข้ออ้างสำคัญของเรื่องกฎแห่งกรรม เพราะครั้งหนึ่งฉันเคยช่วยเหลือเธอ มาวันนี้ฉันลำบากเดือนร้อน คุณต้องช่วยเหลือชดใช้หนี้บุญคุณ

หลังจาก Paan Singh Tomar แก่เกินจะวิ่ง เขาได้รับโอกาสให้เป็นโค้ชต่อ แต่เขาเลือกที่จะลาออกจากทหาร เพื่อกลับมาช่วยเหลือกิจการของครอบครัวที่กำลังมีปัญหาขัดแย้ง เนื่องจากญาติคนหนึ่งทำตัวคอรัปชั่น คดโกงที่ดินทำกินของคนอื่น พูดคุยขอกันดีๆแล้วทำเป็นไม่สนใจ พอไปคุยกับตำรวจก็ดันเจอคนที่คอรัปชั่นอีก ทุกสิ่งอย่างสะสมจนพร้อมระเบิดออก ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีใดจะแก้ได้ จะให้คนชั่วครองเมือง หรือเรากลายเป็นคนชั่วปราบคนมารเสียเอง, สุดท้าย Pann Singh Tomar เลือกที่จะกลายเป็นมหาโจร แล้วตามฆ่าล้างคนที่เคยกระทำเลวๆกับเขาไว้

ในมุมหนึ่ง Paan Singh Tomar เปรียบเสมือน Robin Hood, Batman ฯ พระเอกแนว anti-hero แต่การกระทำ ฆ่าคน นี่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในสังคม เขากลายเป็นอาชญากรมีค่าหัวถูกตามล่า, สมาชิกร่วมอุดมการณ์ของ Pann Sigh Tomar แทบทั้งหมดล้วนเป็นคนธรรมดาสามัญทั่วไป ที่ถูกกดขี่ข่มเหง ไม่มีใครอยากเป็นนักเลง แต่ที่ต้องเป็นเพราะล้วนถูกสังคมกลั่นแกล้งบีบบังคับ, Paan Singh Tomar ได้สั่งสอน แนะนำ ฝึกฝนพวกเขาในรูปแบบที่เขาเคยเรียนรู้มา กลายเป็นกองโจรที่แข็งแกร่งอยู่นานหลายสิบปี ก่อนพลาดถูกหักหลังจากพวกเดียวเอง, จะรอดถูกจับเป็นหรือถูกฆ่าสังหาร ไปตามดูเอาเองนะครับ

มีฉากหนึ่งที่ผมชอบมาก มันเป็นการล้อกับการแข่งขันวิ่งวิบากของ Paan Singh Tomar นั่นคือการวิ่งไล่ศัตรูที่เป็นคู่ปรับของเขา, ครึ่งแรกกับครึ่งหลังของหนังล้อกันตลอดนะครับ อย่างเรื่องเงิน ครึ่งแรกได้รับจากราชการทหาร เป็นภาษีของประชาชน ครึ่งหลังเกิดจากการขูดรีดปล้นประชาชน ครึ่งแรกโด่งดังจากการเป็นคนดี ครึ่งหลังโด่งดังจากการเป็นคนเลว ฯ, หนังทำให้ Paan Singh Tomar วิ่งตลอดทั้งเรื่อง แต่การวิ่งของเขา ครึ่งแรกของหนังคือวิ่งแข่ง ครึ่งหลังคือวิ่งหนี ด้วยความเชื่ออุดมการณ์ที่ว่า เมื่อใดออกวิ่งแล้วจะไม่สามารถหยุดได้ จนกว่าจะถึงเส้นชัย ครึ่งแรกเส้นชัยของเขาคือชัยชนะในสนามแข่ง ส่วนครึ่งหลัง เส้นชัยของเขาคือ …

ผมไม่ขอตัดสินนะครับว่า สิ่งที่ Paan Singh Tomar ทำนั้นถูกต้องหรือเปล่า, ถึงเรื่องการฆ่าคนมันผิดอยู่เห็นๆ แต่การตอบโต้โดยการใช้ความรุนแรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เขาคงหมดปัญญาจริงๆที่จะคิดหาวิธีแก้ไขปัญหาได้ ถ้าไม่ทำอย่างนั้นก็ต้องตาย ทำไปก็ตายเช่นกัน (แค่ตายช้ากว่า) ศักดิ์ศรีเป็นสิ่งที่ค้ำคอ Paan Singh Tomar ไว้ ทำให้เขาต้องลดตัวลงต่ำแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้

ถ่ายภาพโดย Aseem Mishra
ตัดต่อโดย Aarti Bajaj
เพลงประกอบโดย Abhishek Ray

การนำเสนอของหนังเรื่องนี้ออกไปในบรรยากาศ ติดดิน คือไม่ได้มีความสวยงามเลิศหรู แต่จับต้องได้ เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ, การตัดต่อที่เหมือนจะห้วนๆ แต่มีความหมายคือ ตรงไปตรงมา และเพลงประกอบที่ใช้วงดนตรี Rock เสียงกลองรัวๆกับกีตาร์โซโล่ สร้างบรรยากาศที่ Indy มากๆ

ภาพรวมของหนัง ถือว่าดูสนุก และแฝงแนวคิดค่อนข้างดี ครึ่งแรกเป็นเกี่ยวกับกีฬา ครึ่งหลังเปลี่ยนแนวเป็น Gangster เล่าเรื่องผ่านการย้อนอดีต (Flashback) โดยนักข่าวคนหนึ่งที่บันทึกคำสัทภาษณ์พระเอก, ด้วยเวลา 135 นาที หนังถือว่ากำลังดีสำหรับคนทั่วๆไป (ค่อนข้างสั้นสำหรับมาตรฐานหนัง bollywood), การแสดงของ Irrfan Khan ถือว่าลุ่มลึก หลักแหลม สุดยอดสมคำร่ำลือ (แต่ผมว่ายังมีหนังที่สุดยอดกว่านี้ของเขาอีกนะ), หนังออกแนว Indy ดูบ้านๆสักนิด อาจดูยากสักหน่อยสำหรับคนไม่คุ้นหนัง bollywood แต่ไม่ยากเกินเข้าใจแน่นอน

ด้วยทุนสร้าง ₹45 ล้าน ($670,000 เหรียญ) หนังฉายรอบปฐมทัศน์ที่ British Film Institute ในเทศกาล London Film Festival และฉายในอินเดีย 2 มีนาคมปี 2012 ทำเงิน ₹384 ล้าน($5.7 ล้านเหรียญ)

ในงานประกาศรางวัล National Film Awards หนังได้มา 2 รางวัล
– Best Feature Film
– Best Actor (Irrfan Khan)

ถ้าคุณเป็นนักกีฬา นี่เป็นหนังที่ผมอยากแนะนำให้ดูมากๆ เพราะสักวันหนึ่งคุณจะต้องเกษียณเลิกเล่น หลังจากนั้นจะทำอะไรต่อไป บทเรียนจากหนังเรื่องนี้ จะสอนให้คุณเตรียมพร้อม ในวันที่จะต้องเลิก ควรมีการวางแผน หาอะไรรองรับตัวเองต่อไปในอนาคต และที่สำคัญคืออย่าปล่อยให้ตัวเองตกต่ำ กลายเป็นแบบ Paan Singh Tomar มันไม่ใช่เรื่องน่าภาคภูมิใจเลย ครั้งหนึ่งเคยเป็นข่าวดังว่าเป็นสุดยอดนักกีฬา แต่ต่อมากลายเป็นมหาโจร นี่เป็นเรื่องที่สังคมต้องเรียนรู้ จดจำเป็นแบบอย่าง และอย่าให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด

แนะนำกับคอหนัง bollywood, แฟน Irrfan Khan, ชอบหนัง Gangster และหนังชีวประวัติดีๆ (ว่ากันว่านี่อาจเป็นหนังชีวประวัติที่ดีที่สุดของอินเดีย)

จัดเรต 13+ มีฉากรุนแรงพอสมควร

TAGLINE | “สุดยอดการแสดงของ Irrfan รับบท Paan Singh Tomar นำเสนอบทเรียนที่สังคมต้องเรียนรู้ จดจำ และอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก”
QUALITY | SUPERB
MY SCORE | LIKE 

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of