Secrets & Lies (1996)

Secrets and Lies

Secrets & Lies (1996) British : Mike Leigh ♥♥♥♥

หญิงสาวผิวสี ตัดสินใจออกติดตามหามารดาที่แท้จริง กลับค้นพบว่าเธอนั้นเป็นคนขาว! มันช่างเป็นเหตุการณ์เต็มไปด้วยลับลมคมใน คำโป้ปดหลอกลวง แต่จะทำอย่างไรถึงให้ทุกสิ่งอย่างสามารถก้าวผ่านไปได้, คว้ารางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมือง Cannes และ “ต้องดูให้ได้ก่อนตาย”

มนุษย์มีความลับ พูดจากลับกลอกหลอกลวง เพื่ออะไร? ส่วนใหญ่มักเป็นความเห็นแก่ตัว ละอายในความชั่ว สนองผลประโยชน์บางอย่าง หรือไม่ก็ครุ่นคิดว่าผู้อื่นคงไม่อยากรับรู้ รับฟัง ได้ยินแล้วอาจก่อให้เกิดความทุกข์ เศร้าโศก ยินยอมรับไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้น ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย! การเผชิญหน้ากับมัน เรียนรู้จัก ทำความเข้าใจ และยินยอมรับความผิดพลาดที่บังเกิดขึ้น คือหนทางออกเดียวเท่านั้น สามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกสิ่งอย่าง

Secrets & Lies เป็นภาพยนตร์ที่ทรมานในการรับชมมากๆ มีความเชื่องช้า อึดอัด ตึงเครียด แถมยังต้องคอยการสังเกต ครุ่นคิด ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างติดตามไปด้วย แต่นี่คือ Masterpiece ที่ยังสะท้อนไดเรคชั่นการทำงานของผู้กำกับ Mike Leigh เต็มไปด้วยความลึกลับ และคำโป้ปดหลอกลวงต่อนักแสดง


Mike Leigh (เกิดปี 1943) ผู้กำกับสัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Brocket Hall, Hertfordshire ครอบครัวเชื้อสาย Jews (แต่เขาไม่นับถือศาสนาใดๆ) ตั้งแต่เด็กมีความชื่นชอบงานศิลปะ ภาพยนตร์ หลงใหลผลงานของ Jean Renoir, Satyajit Ray แม้ถูกพ่อพยายามกีดกัน ถึงอย่างนั้นสามารถสอบได้ทุน Royal Academy of Dramatic Art เริ่มต้นฝึกหัดด้านการแสดง แล้วเปลี่ยนมาร่ำเรียนการกำกับ East 15 Acting School จบออกมาทำงานผู้ช่วยผู้กำกับละครเวที Midlands Art Centre จนมีโอกาสแสดง/เขียนบท/กำกับละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์เรื่องแรก Bleak Moments (1971) และใช้เวลาอีกกว่าทศวรรษถึงมีผลงานเรื่องที่สอง High Hopes (1988)

เหตุผลที่ภาพยนตร์สองเรื่องแรกห่างกันขนาดนี้ สาเหตุผลสำคัญๆเพราะไม่สามารถสรรหางบประมาณทุนสร้างได้ อันเนื่องจากวิธีการทำงานของ Leigh ไม่ชอบที่จะพัฒนาบทหนังขึ้นมา (สตูดิโอสมัยนั้น จะให้เงินทุนต้องเอาบทมายื่นพิจารณาเสียก่อน) เริ่มต้นมีเพียงแนวความคิด ไกด์ไลน์คร่าวๆ จากนั้นให้อิสระนักแสดงในการ ‘Improvised’ แล้วนำสิ่งเกิดขึ้นระหว่างซักซ้อม มาปรับใช้ในการถ่ายทำจริง

เกร็ด: ช่วงระหว่างภาพยนตร์สองเรื่องแรก ผู้กำกับ Leigh ใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์สร้างละคร/ซีรีย์โทรทัศน์ สร้างชื่อให้ตนเองจนโปรดิวเซอร์/สตูดิโอ เกิดความเชื่อมั่นใจ ยินยอมมอบทุนสร้างให้แม้ไร้ซึ่งบทหนัง

สำหรับ Secrets & Lies ผู้กำกับ Leigh ได้แรงบันดาลใจจากคนใกล้ชิดที่มีประสบการณ์อุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้า

“So far as the adoption aspect of it was concerned, there are people close to me who have (had) adoption-related experiences. And so I wanted for years to make a film which explored this predicament in a fictitious way”.

– Mike Leigh

ผสมเข้ากับแนวความคิด ต้องการสร้างค่านิยมให้กับเด็กผิวสีรุ่นใหม่ ออกจากสลัมอันเสื่อมโทรม ค้นหารากเหง้าจุดเริ่มต้น และพานพบเจอความต้องการของตัวตนเอง

“I also wanted to make a film about the new generation of young black people who are moving on and getting away from the ghetto stereotypes. And these were jumping off points for a film which turns out to be an exploration of roots and identity”.

เรื่องราวของ Hortense Cumberbatch (รับบทโดย Marianne Jean-Baptiste) นักทัศนมาตรผิวสี หลังจากแม่บุญธรรมเสียชีวิตไป มีความต้องการออกค้นหามารดาแท้ๆผู้ให้กำเนิด จนกระทั่งค้นพบเจอ Cynthia Rose Purley (รับบทโดย Brenda Blethyn) แต่เธอกลับเป็นคนผิวขาว สติสตางค์ไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไหร่ แรกๆก็ปฏิเสธเสียงขันแข็ง ไม่นานนักก็ค่อยๆยินยอมรับได้ สานสัมพันธ์กันจนเมื่อถึงจุดๆหนึ่ง นำพาไปเปิดตัวกับน้องชาย Maurice Purley (รับบทโดย Timothy Spall) ในงานเลี้ยงวันเกิด 21 ปี ลูกสาวอีกคนของเธอ Roxanne Purley (รับบทโดย Claire Rushbrook)


Brenda Anne Blethyn (เกิดปี 1946) นักแสดงหญิงสัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Ramsgate, Kent ลูกคนเล็กจากพี่เก้าคน ครอบครัวมีฐานะยากจน แต่ก็ชอบพาลูกๆไปชมภาพยนตร์สัปดาห์ละครั้ง โตขึ้นร่ำเรียนวิทยาลัยเทคนิค ทำงานเป็นนักชวเลข ดูแลบัญชีให้ธนาคารแห่งหนึ่ง หลังจากเลิกราสามีคนแรก หันมาสนใจด้านการแสดง ฝึกหัดยัง Guildford School of Acting กลายเป็นนักละครเวทีอยู่ Royal National Theatre จากนั้นสมทบซีรีย์โทรทัศน์ Grown-Ups (1990) กำกับโดย Mike Leigh, ตามด้วยตัวประกอบภาพยนตร์ The Witches (1990), A River Runs Through It (1992), และแจ้งเกิดโด่งดัง Secrets & Lies (1996)

รับบท Cynthia Rose Purley หญิงวัยกลางคน ฐานะยากจน ทำงานโรงงานประกอบกล่อง อาศัยอยู่บ้านเช่าหลังเก่าของพ่อ-แม่ ครองตัวเป็นโสด แต่ก็ยังโหยหาความรัก ราวกับว่ากำลังชดใช้กรรมที่แต่ก่อนเคยมักมาก ร่านราคะ หลับนอนผู้ชายแปลกหน้าไปทั่ว ปัจจุบันกลายเป็นคนหวาดระแวง ควบคุมความคิด สติ อารมณ์ไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่

เป็นความทรมานอย่างรุนแรงในการรับชมตัวละครนี้ แต่จะเรียก Over-Acting มันก็ดูก้ำๆกึ่งๆ มีความเป็นธรรมชาติและประดิษฐ์ปั้นแต่ง ซึ่งความโดดเด่นของ Blethyn คือถ้อยคำพูดที่แม้สุภาพอ่อนหวาน แต่มีอาการหวาดหวั่นวิตก สั่นเครืออยู่แทบตลอดเวลา สะท้อนความโล้เล้ลังเล เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ สร้างความคาดไม่ถึงให้ทั้งผู้ชมและเพื่อนนักแสดง ราวกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะเสียสติแตกได้ทุกวินาที

ผู้กำกับ Leigh จงใจปกปิดบัง ‘ความลับ’ ของตัวละคร Hortense Cumberbatch ไม่บอกก่อนว่าเธอเป็นคนผิวสี นั่นทำให้ตอนพบเจอกันครั้งแรกจริงๆ ทำให้ Blethyn แสดงปฏิกิริยาออกมาด้วยอาการตกตะลึง คาดไม่ถึง ผิดคนหรือเปล่า ลังเลอยู่หลายชั่วขณะ

ซึ่งเธอก็เล่นไม้นี้กับเพื่อนนักแสดงหลายๆครั้ง อย่างตอนโอบกอดตัวละครของ Timothy Spall สีหน้ามาแบบคาดไม่ถึง (ทำให้มีผู้ชมจินตนาการเพ้อคลั่งไปไกล ความรักมากล้นที่พี่สาวเคยมีให้น้องชายหลังจากพ่อ-แม่เสียไป มันอาจบานปลายถึงขั้น Incest เลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้กำกับ Leigh ไม่ยืนยันและไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ปกปิดบังไว้เป็น ‘ความลับ’)


Marianne Raigipcien Jean-Baptiste (เกิดปี 1967) นักแสดงหญิงสัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Camberwell, London โตขึ้นเข้าเรียนการแสดง Royal Academy of Dramatic Art กลายเป็นนักแสดงละครเวที Royal National Theatre และแจ้งเกิดโด่งดังกับภาพยนตร์ Secrets & Lies (1996)

รับบท Hortense Cumberbatch นักทัศนมาตรผิวสี ใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หรู ได้ล่วงรู้ความจริงจากครอบครัวบุญธรรมตั้งแต่เด็ก รอคอยจนกระทั่งพ่อ-แม่จากไป ออกติดตามหามารดาแท้ๆจนกระทั่งพบเจอ ทีแรกเกิดความลังเลสงสัย เพราะพบว่าเธอเป็นคนขาว แต่หลังจากพูดคุย เรียนรู้จัก คาดว่าคงสงสารและเข้าใจ ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ แม้ยังไม่พร้อมเปิดตัวกับใครอื่น แต่อะไรๆล้วนดำเนินไปอย่างมิอาจคาดคิดถึง

เป็นความกระอักกระอ่วนในการรับชมตัวละครนี้ เพราะมันเชื่อได้ยากว่าหญิงผิวสีจะเกิดจากแม่ผิวขาว (ลูกผิวขาวจากแม่ผิวสียังเป็นไปได้เลยนะครับ) ผมรู้สึกว่า Jean-Baptiste ก็ไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ แต่ก็พยายามลดกำแพงทิฐิ ทำความเข้าใจ ค่อยๆปรับตัว ยินยอมรับความจริงที่อาจเกิดขึ้นกับตัวละครได้

ผู้กำกับ Leigh พยายามปกปิดบังที่มาที่ไปใครเป็นพ่อ ไม่ให้แม้แต่ Cynthia พูดบอกออกมา ซึ่งก็เต็มไปด้วยสมมติฐานโหดๆมากมาย หนึ่งในนั้นคือถูกข่มขืนโดยชายผิวสี มันเลยเป็นความทรงจำที่อยากลบลืมเลือน ไม่ต้องการพูดกล่าวถึงให้ใครรับทราบ


Timothy Leonard Spall (เกิดปี 1957) นักแสดงสัญชาติอังกฤษ เกิดที่ Battersea, London โตขึ้นเข้าเรียนการแสดง National Youth Theatre ติดตามด้วย Royal Academy of Dramatic Art เริ่มต้นจากแสดงละครเวที Birmingham Rep แล้วเข้าร่วม Royal Shakespeare Company, ภาพยนตร์เรื่องแรก Quadrophenia (1979), ร่วมงานผู้กำกับ Leigh ครั้งแรก Home Sweet Home (1982) กลายเป็นขาประจำต่อจากนั้น, ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Secrets & Lies (1996), Topsy-Turvy (1999), Enchanted (2007), Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street (2007), The King’s Speech (2010), Mr. Turner (2014), แฟนไชร์ Harry Potter รับบท Peter Pettigrew

รับบท Maurice Purley น้องชายของ Cynthia เจ้าของกิจการร้านถ่ายภาพ ประสบความสำเร็จมั่งคั่ง แต่งงานอยู่กินกับ Monica Purley (รับบทโดย Phyllis Logan) ประดับตกแต่งบ้านอย่างหรูหราสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน แต่พวกเขากลับไม่สามารถมีบุตร จึงพยายามปกปิดบังทุกคนไม่ให้ต้องมาทนทุกข์ร่วมกับตนเอง

Maurice เป็นตัวละครที่อยู่กึ่งกลางความขัดแย้งระหว่างพี่สาว-ภรรยา-หลานสาว (จริงๆเพราะเป็นผู้ชาย จะเรียกว่าหัวหน้าครอบครัวคงไม่ผิดอะไร) แบกความลับต่างๆนานาไว้กับตนเองจนหนักอึ้ง พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนมีความสุข แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็ตระหนักขึ้นได้ ‘Secret & Lies’ ไม่มีประโยชน์อันใด ความจริงเท่านั้นสามารถไกล่เกลี่ยทุกปัญหา

บทบาทของ Spall แทบจะไม่มีอะไรโดดเด่นจนกระทั่งสุนทรพจน์ช่วงท้าย มาแบบคาดไม่ถึง ตราตรึง และแย่งซีนไปอย่างหล่อ ก่อนหน้านี้ก็แค่คนปิ้งไส้กรอก ย่างสเต็ก ยืนอย่างจืดจางอยู่เบื้องหลังไกลๆ ค่อยทำหน้าที่ประสานความสัมพันธ์ ช่วยเหลือ ผลักดัน มอบความปรารถนาดีให้กับญาติพี่น้องและคนชิดใกล้

แซว: รับชมการแสดงของ Spall ทำให้ผมนึกถึงโคตรสองนักแสดง Charles Laughton และ Peter Ustinov ต่างเป็นชาวอังกฤษ และมักได้รับบทตัวละครที่มีดีภายในมากกว่ารูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์


ถ่ายภาพโดย Dick Pope (เกิดปี 1947) สัญชาติอังกฤษ ขาประจำผู้กำกับ Leigh เคยได้เข้าชิง Oscar: Best Cinematography สองครั้งจาก The Illusionist (2006) และ Mr. Turner (2014)

งานภาพในหนังของผู้กำกับ Leigh จักทำการ ‘Improvised’ ระหว่างซักซ้อมตระเตรียมตัวของนักแสดง ซึ่งถือว่ามีการครุ่นคิดวางแผน ตระเตรียมการเป็นอย่างดี จัดวางตำแหน่งองค์ประกอบไว้อย่างเปะๆ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะ Two-Shot สองตัวละครพูดคุยสนทนาร่วมฉาก แช่ภาพค้างไว้อย่างนั้น Long Take ยาวหลายนาที

เริ่มต้นด้วยพิธีศพแม่บุญธรรมของ Hortense Cumberbatch ซึ่งจะพบเห็นคนขุดดิน ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการเก็บซ่อนความลับ คำโกหก กลบฝังลงสุสานร่วมกับตนเอง ไม่มีใครสามารถขุดคุ้ยความจริงขึ้นมาได้อีก

ผู้กำกับ Leigh นิยมเล่าเรื่องด้วยภาษาภาพที่มีความต่อเนื่องบางประการ, หลังอารัมบทพิธีศพ ถัดมาคือ Maurice กำลังถ่ายภาพเจ้าสาว … ถือเป็นการบอกเล่าโดยนัย ว่านี่คือความจริงบางอย่างที่ถูกกลบฝังซ่อนเร้นไว้ต่อ Hortense (ว่ามีแม่เป็นคนผิวขาว)

ชุดของภรรยา Monica Purley มีลักษณะนอก-ใน เสื้อคลุม-เชิ้ตขาว เบื้องหน้า-ลับหลัง ความจริง-การปกปิดบัง

ภาพรอยยิ้มของ Roxanne สะท้อนถึงความเป็นเด็กที่ยังใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไม่ได้ต้องรับล่วงรู้ ‘ความลับ’ หรือแบกรับภาระครอบครัวอะไร ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย สนุกสนานไปวันๆ ก็จนกว่าบางสิ่งอย่างเกิดขึ้น จักทำให้เขาหรือเธอเติบโตขึ้นกลายเป็นผู้ใหญ่โดยพลัน

ช่วงอารัมบทแนะนำตัวละคร Cynthia-Roxanne สังเกตว่าแม่-ลูก จะไม่อยู่ร่วมช็อตเดียวกันเลย (ทั้งๆนั่งในห้องนั่งเล่นเดียวกัน) หันคนละทิศทาง ระหว่างสนทนาก็ตัดต่อสลับไปมา ราวกับว่าพวกเธอแยกกันอยู่คนละโลกส่วนตัว ไม่ใคร่สนใจกันและกันสักเท่าไหร่

อาชีพนักทัศนมาตรของ Hortense Cumberbatch คือการตรวจวัดสายตาใกล้-ไกล สะท้อนถึงความพยายามหาจุดสมดุลให้กับชีวิต เพื่อที่จะสามารถมองเห็นอนาคต กลับมาปรากฎเด่นชัดเจนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

ระหว่างกำลังครุ่นคิดตัดสินใจ ว่าจะออกค้นหามารดาจริงๆของตนเองไหม ภาพพื้นหลังแบ่งออกเป็นสองโทนสี
– เบื้องหน้า ผนังสี Tan แทนความอบอุ่น สงบสุขที่แสดงออกมาภายนอก
– ด้านหลังศีรษะ ผ้าม่านสีน้ำเงิน สะท้อนจิตใจที่เปล่าเปลี่ยวเดียวดาย โหยหาต้องการคำตอบบางสิ่ง

ทุกๆการภาพถ่ายของ Maurice มักมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องถึงเหตุการณ์ของหนังที่เกิดขึ้นขณะนั้นด้วยนะ, หลังจาก Hortense ตัดสินใจออกติดตามหามารดาแท้ๆ ภาพแรกที่ปรากฎถัดมาคือครอบครัว (ถือเป็นคำอธิบายเหตุผลการออกตามหาแม่แท้ๆเลยก็ว่าได้)
– ภาพถัดมาคือนักมวย (การต่อสู้ชีวิต)
– หญิงสาวยืนคนเดียวโดดเดี่ยวลำพัง
– แม่ให้นมลูก
– แปรงขนให้สุนัข (เปรียบสุนัขกับเด็กน้อย ได้รับการเลี้ยงดูแลเอาใจใส่จากคนเลี้ยง/แม่)
– หญิงชราเลี้ยงแมว (นัยยะเดียวกับสุนัข เด็กๆช่างมีความน่ารักน่าชัง)
ฯลฯ

ความสัมพันธ์ระหว่าง Maurice กับ Monica ช่างมีความเปราะบาง เพราะทั้งคู่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดรนทน อาศัยอยู่ร่วมเพราะความเข้าใจ

ทุกภาพคู่ในช่วงนี้ สามารถสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง Maurice กับ Monica ได้ทั้งหมด แต่ผมชอบคู่นี้สุด ฝ่ายชายยิ้มร่าอ้าปากค้าง (ราวกับคนไม่มีฟันล่าง) ส่วนฝ่ายหญิงหน้านิ่งบึ้งตึง ไม่แสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ

ส่วนคู่นี้ที่ตอนถ่ายรูปทำเหมือนรักกันดี แต่กลับมีความจู้จี้จุกจิก จากนั้นก็สนทนาภาษาอะไรไม่รู้ แสดงว่าเบื้องหลังเต็มไปด้วยความลับลมคมในมากมาย

กฎหมายใหม่(ขณะนั้น) เกี่ยวกับการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมของประเทศอังกฤษ อนุญาตให้ลูกสามารถติดตามหาพ่อ-แม่ผู้ให้กำเนิดของตนเองได้ จึงมีหน่วยงาน/องค์กรที่คอยฉกฉวยโอกาสนั้นอยู่ ซึ่งช็อตนี้จงใจถ่ายไม่ให้เห็นใบหน้าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเดินลงจากบันไดมาทักทาย และพฤติกรรมทั้งหลายต่อจากนั้น สะท้อนความไม่ยี่หร่าสักเท่าไหร่ (ท่าจะสนแต่เงินเพียงหน่ายเดียว)

ผู้กำกับ Leigh ใช้ระยะภาพ Medium-Long, Medium และ Close-Up สำหรับสร้างความเข้มข้นทางอารมณ์ของตัวละครที่มีต่อสิ่งกำลังจะประสบพบ
– Medium-Long Shot คือเพิ่งเริ่มต้นสนทนา ละลายน้ำแข็ง
– Meduim Shot เริ่มคุยจริงจัง
– Close-Up เมื่อความจริงกำลังเปิดเผย รับรู้ชื่อมารดาแท้จริงของตนเองเป็นครั้งแรก

การทำความเข้าใจนัยยะของ Two-Shot ต้องดูจากตำแหน่ง ทิศทางการหันหน้าของตัวละคร, อย่างฉากนี้ Cynthia-Roxanne นั่งตำแหน่งตั้งฉากกัน แทบไม่เคยสนทนาจับจ้องมองหน้า ความครุ่นคิดเห็นแตกต่าง แต่ก็ยังสามารถไปกันได้

สำหรับ Hortense และเพื่อนสาว (มีแนวโน้มสูงมากๆว่าทั้งสองจะคือคู่เลส ที่ต่างก็เป็นไบ) หนึ่งนอนบนโซฟา สองนั่งกับพื้นศีรษะพิงตัก สะท้อนความต้องการ/คิดเห็นตรงกันข้าม แต่ก็สามารถอาศัยอยู่ร่วมเพราะความสัมพันธ์บางอย่าง

ความต่อเนื่องของซีนนี้คือ Hortense ขับรถพานผ่านมาดูบ้านของแม่ พบเห็นประตูสีเขียว(ตุ่นๆ) จากนั้นช็อตถัดมา Maurice แวะเวียนหาพี่สาวด้วยการเดินมาเคาะประตูบานนี้ … มาถึงจุดนี้ผู้ชมน่าจะสามารถทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละครหลักๆทั้งสามว่ามีความเชื่องโยงประการใด

เพราะความที่ Cynthia ยังคงจมปลักอยู่กับอดีต โหยหาความรักที่เคยได้ ปัจจุบันแทบไม่หลงเหลือใครอยู่ข้างกาย หลังคาที่รั่วไหลก็เพราะไม่สามารถรองรับความเห็นแก่ตัว อดีตกำลังพังทลาย ชีวิตเธอคงล่มสลายแน่ๆถ้ายังอดรนฝืนทนอยู่อีกต่อไป

หลังการสนทนาถึงเรื่องลับๆระหว่าง Maurice-Monica (ทั้งสองจะคุยกันประมาณว่า เธอไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังใช่ไหม ชวนให้ผู้ชมฉงนสงสัยว่าพวกเขามีความลับอะไรกัน) สังเกตว่า Maurice เดินออกนอกบ้านตรงไปที่สวน สะท้อนถึงความอึดอัด(ในเรื่องความลับ) คับข้อง อยากที่จะพูดบอก ระบายออกต่อใคร โหยหาอิสรภาพจากพันธนาการรัดปิดปากตนเองไว้

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ประกอบด้วยภาพช็อตนี้ สำหรับ Cynthia ช่างดูน่าหวาดสะพรึง อกสั่นขวัญหาย ปกคลุมรายล้อมด้วยความมืดมิด แทบไม่อยากหยิบมันขึ้นมาเลยแต่ก็อดไม่ได้

เมื่อ Cynthia ตระเตรียมใจไว้พร้อมแล้ว โทรศัพท์กลับหา Hortense ซึ่งขณะนั้นกำลังพอกหน้าขาว เป็นการสะท้อนถึงต้นกำเนิดของเธอ ทั้งๆตนเองผิวสี กลับมีแม่เป็นคนขาว

นี่เป็นช็อตที่ทำให้ผมเกิดอคติเล็กๆต่อผู้กำกับ Mike Leigh รู้สึกว่าเป็นความพยายามที่จะชะล้าง (Whitewashing) ชี้ชักนำชนชาวผิวสี ให้ละเลิกวิถีชีวิต ค่านิยมดั้งเดิม(ที่อยู่แต่ในสลัม) ก้าวออกมาธำรงชีพเหมือนชนชั้นกลาง หรือก็แบบอย่างคนขาว

การพบเจอครั้งแรกของ Hortense และ Cynthia ยังหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งถือได้ว่าคือจุดขึ้น-ลง ชีวิตสูง-ต่ำ การเดินทางที่อะไรๆก็สามารถเป็นไปได้

Long Take ระหว่าง Hortense และ Cynthia มุมกล้อง Two-Shot ทั้งสองหันหน้าหาผู้ชม ลึกเข้าไปด้านหลังไม่มีลูกค้าใดๆนั่งอยู่ สะท้อนความสัมพันธ์กว่า 20 ปีที่ว่างเปล่าของพวกเธอ

ทุกครั้งไม่ว่า Hortense จะพยายามพูดบอก อธิบายอะไรต่อ Cynthia
– แรกเริ่มต้องปฏิเสธเสียงขันแข็งไว้ก่อนเสมอ
– จากนั้นจะค่อยๆครุ่นคิด หวนระลึกนึกถึง ตระหนักขึ้นได้ แสดงอาการเศร้าโศกเสียใจ ขอโทษขอโพย
– และอีกไม่นานก็จักค่อยๆสามารถยินยอมรับ ปรับตัว หายสะอื้น ผ่อนคลายอาการหวั่นวิตก

หลังการสนทนาที่แสนยาวนานของแม่-ลูก Hortense และ Cynthia จบสิ้นลง ฉากถัดมาที่ร้านถ่ายรูปของ Maurice ลูกค้าคือเธอคนนี้ที่ประสบอุบัติเหตุ ใบหน้าซีกหนึ่งกลายเป็นรอยแผลเป็น … นี่เป็นการสะท้อนตราบาปที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของ Cynthia เพราะการมาหาของ Hortense ทำให้อดีตที่คงต้องการลบลืมเลือน หวนกลับมาย้ำเตือนความผิดพลาดอีกครั้ง

เรื่องราวของ Maurice กับเพื่อนเก่า ผู้เคยเป็นเจ้าของร้านถ่ายรูปแห่งนี้ก่อนขายต่อให้ แม้ในสภาพซ่อมซ่อ รอมร่อ ดูเหมือนขอทาน แต่เพราะความน้ำใจงามของพี่แก แม้ถูกปั้นแต่งด้วยอีโก้ เย่อหยิ่งทะนงตน เตะท่าไปเรื่อย แต่ก็เข้าใจตัวตนอีกฝ่าย พร้อมให้ความช่วยเหลือโดยไม่คาดหวังอะไรตอบแทน

ช็อตนี้ทั้งสองยืนระหว่างรูปภาพถ่ายเด็กชาย-หญิง น่าจะสะท้อนถึงความเป็นพี่น้องในสันดานของผู้ใหญ่ทั้งสอง

การนัดพบเจอครั้งถัดๆมาของ Cynthia และ Hortense
– ในร้านอาหารที่เต็มไปด้วยต้นไม้ สะท้อนถึงธรรมชาติความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่กำลังค่อยๆพัฒนาไป
– ผับที่เต็มไปด้วยแสงสี เริ่มรู้จักตัวตนภายใน พูดคุยเรื่องแฟน การใช้ถุงยาง

Cynthia โทรศัพท์ไปชักชวน Hortense ให้มาร่วมงานวันเกิดของ Roxanne สังเกตว่าใบหน้าของเธอสะท้อนในกระจก ถือว่ามีลับลมคมใน บอกเป็นนัยว่าบางสิ่งอย่างจักบังเกิดขึ้นในงานเลี้ยงอย่างแน่นอน

ตำแหน่งของตัวละครใน Long Take นี้มีความน่าสนใจทีเดียว
– เก้าอี้เว้นว่างด้านหน้า ไว้ให้ Maurice ซึ่งรับหน้าที่เป็นพ่อครัวปิ้งย่างอยู่เบื้องหลัง พอดิบพอดีไม่บดบังกล้อง สะท้อนว่าเขาคือผู้เบื้องหลังงานเลี้ยงวันเกิดหลานสาวครั้งนี้
– ซ้ายสุดคือ Jane ผู้ช่วยร้านถ่ายรูปของ Maurice ได้รับเชิญมาในฐานะบุคคลนอก
– ถัดมาคือ Hortense ไม่เพียงสีผิวที่แตกต่าง ยังสะท้อนถึงความลึกลับซับซ้อน เธอเป็นใคร ทำไมถึงมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดนี้
– Cynthia นั่งติดกับ Monica ทั้งๆพวกเธอไม่ได้ถูกชะตากันสักเท่าไหร่
– Roxanne เจ้าของวันเกิดแท้ๆแต่เป็นได้แค่ไซด์ไลน์
– และความจืดจางของแฟนหนุ่ม Paul ได้กินสเต็กชิ้นใหญ่

การนำเสนอฉากนี้ด้วยลักษณะ Long Take เพื่อสะท้อนถึงธรรมชาติของครอบครัว มักดำเนินไปด้วยไม่มีใครล่วงรับรู้ความลับบางประการที่ถูกปกปิดไว้ พวกเขาสนทนากันเรื่อยเปื่อย โดยหลบซ่อนความรู้สึกแท้จริงไว้ภายใน สร้างบรรยากาศตึงๆให้ผู้ชม ลุ้นระทึกว่าความจะแตกช่วงขณะนี้หรือเปล่า?

ผมครุ่นคิดว่าสาเหตุที่ Cynthia พอพบเห็นเงินจำนวนมากที่ Maruice มอบให้กับ Roxanne รู้สึกจี้แทงใจดำตนเองไม่สามารถให้ลูกได้มากกว่า ซึ่งสะท้อนไปถึง Hortense ที่เคยได้ทอดทิ้งขว้างตั้งแต่ยังแบเบาะ ตระหนักขึ้นถึงความตกต่ำต้อยด้อยค่า จนมิอาจปกปิดบัง’ความลับ’เก็บซ่อนเร้นภายในจิตใจได้อีก

ผู้กำกับ Leigh มาไม้เดียวกับตอนพบเจอครั้งแรกระหว่าง Cynthia กับ Hortense ปกปิดบังนักแสดงอื่นๆร่วมฉากนี้ ไม่มีใครล่วงรับรู้ความจริงมาก่อนจนวินาทีเปิดเผยออกมา ปฏิกิริยา อาการช็อค นั่นจากความคาดไม่ถึงของพวกเขาจริงๆ

วินาทีหนึ่งที่ Roxanne แวบมาเข้าห้องน้ำ จิตใจเธอคงอยู่ในอาการปั่นป่วน พลุกพร่าน นี่ฉันมาทำอะไรยังบ้านหลังนี้ แต่เมือเธอลูบไล้พวงกุญแจรูปตา คาดหวังว่าความจริงคงได้รับการเปิดเผยโดยไว (แต่ก็ไม่ครุ่นคิดว่าคงเป็นวันนี้หรอกนะ)

วินาทีที่แม่หลุดพูดความลับนั้นออกไป Roxanne เป็นคนเดียวในครอบครัวไม่เชื่อว่าคือเรื่องจริง ปฏิกิริยาของเธอคือ ‘what the fuck going on?’ เมื่อเริ่มรับรู้ตัวได้ วิ่งจากโต๊ะหลบไปเข้าห้องน้ำ

คือผมฮาฉากนี้ ทุกคนต่างพยายามปั้นสีหน้าเศร้า แต่เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายสองสาวด้านหลังเลยยกมือขึ้นมากุม น่าสงสารสำหรับ Jane ฉันเป็นบุคคลนอกแท้ๆ กลับต้องมาพานพบเรื่องราววุ่นๆนี้ด้วย

Roxanne วิ่งออกจากบ้านไปนั่งรอรถโดยสาร ซึ่งคือสถานที่ของเลือกเดินทาง จะก้าวไปข้างหน้า ย่ำกับที่ หรือย้อนหลัง ซึ่งเธอกำลังจะต้องตัดสินใจในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

ไม่ใช่แค่ Jane นะครับ แต่ยัง Paul แฟนหนุ่มของ Roxanne เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ใบหน้าของพี่แกเต็มไปด้วยความหวาดสะพรึงกลัวตลอดเวลา … นี่กรูมาทำบ้าอะไรยังบ้านหลังนี่เนี่ย!

ผมประทับใจการแก้ปัญหาของ Maurice มากๆเลยนะ ระหว่างที่ครอบครัวกำลังแตกร้าว เขากลายเป็นคนกลางประสานทุกสิ่งอย่างให้กลับมาเหมือนเดิม ด้วยวิธีการพูดบอกความจริง เผยลับลมคมในเกี่ยวกับตนเอง(และภรรยา)ออกมา นั่นทำให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นก่อนหน้า ลมสลบสลาตันพัดกลบสงบโดยพลัน

วิธีของ Maurice คือการเอาปัญหาที่ใหญ่กว่า มากเกทับ/กลบเกลื่อนปัญหาเล็กๆอื่นๆ ทำให้ทุกคนตระหนักขึ้นโดยพลัน สิ่งที่ฉันประสบพบอยู่นี้นั้น แทบไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับเรื่องราวดังกล่าว, เชื่อว่าหลายคนอาจฉงนสงสัยว่าทำไม? ก็ให้ลองลำดับความสำคัญของปัญหาดูนะครับ
– Hortense เป็นคนผิวสี
– Cynthia ค้นพบว่า Hortense เป็นลูกอีกคนของตนเอง (ปัญหานี้ใหญ่กว่า Hortense เป็นคนผิวสีแน่ๆ)
– Roxanne ไม่ยินยอมรับความสำส่อนของแม่ (ปัญหานี้ก็ใหญ่กว่า Cynthia ค้นพบ Hortense เป็นลูกอีกคน)
– Cynthia ตำหนิต่อว่า Monica ทำให้ชีวิตตนตกต่ำขนาดนี้ (กลายเป็นปัญหาระหว่างครอบครัว)
– Maurice เปิดเผยว่าตนเองกับ Monica ไม่สามารถมีลูกได้ (ถือเป็นเป็นปัญหาใหญ่สุดของครอบครัวแล้วละนะ!)

ผมละอยากร้องไห้แทน Jane เสียเหลือเกิน ฉันไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยสักหน่อย แต่… ขอแย่งซีนสักหน่อยแล้วกัน พูดชื่นชม Maurice

“Maruice… I wish I’d had a dad like you”.

มันทำให้ผมตระหนักได้ถึงการแต่งกายของเธอชุดนี้ ค่อนข้างจะเปิดเผยทรวดทรงองเอว แสดงถึงความแก่นแก้ว ดื้อรั้น เรียกร้องความสนใจ ก็แสดงว่าเป็นคนมีปัญหากับครอบครัวอยู่ไม่น้อยทีเดียว

เมื่อช่วงเวลาร้ายๆได้พานผ่านไป Monica จากเคยนอนหันหลังให้ Maurice เมื่อเขารำเพยถึงอนาคตว่าเธอคงหมดรักตน พลิกกลับหันมาจ้องหน้าสบตา

“You don’t know how much I love you”.

นั่นคือคำพูดของคนที่เข้าใจคุณจริงๆจากภายใน

สองพี่น้องในที่สุดก็สามารถยินยอมรับกันและกันอย่างไม่ตะขิดตะขวง พวกเธอจับจ้องมองโครงสร้างบ้าน(สวน)ที่มีเพียงเศษซากสิ่งข้าวของ จินตนาการถึงอนาคตทำอย่างไรให้มันหน้ามอง สะท้อนถึงครอบครัวใหม่ ที่พวกเธอกำลังจะได้อาศัยอยู่ร่วมกัน

ตัดต่อโดย Jon Gregory สัญชาติอังกฤษ อีกหนึ่งขาประจำผู้กำกับ Leigh ผลงานเด่นอื่นๆ อาทิ Four Weddings and a Funeral (1994), In Bruges (2009), Three Billboards Outside Ebbing, Missouri (2017) ฯ

หนังดำเนินเรื่องคู่ขนานระหว่าง 3 กลุ่มตัวละคร
– Hortense Cumberbatch ออกติดตามหามารดาที่แท้จริง
– Maurice Purley น้องชายผู้คอยประสานทุกคนเข้าด้วยกัน
– Cynthia Rose Purley พี่สาววิตกจริต พบเจอสิ่งต่างๆคาดคิดไม่ถึงมากมาย

ผู้กำกับ Leigh ใช้การตัดต่อระหว่างสองตัวละครสนทนา เพื่อสร้างระยะห่างความสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น
– Cynthia กับ Roxanne นั่งอยู่แค่ตรงกันข้ามโซฟา กลับใช้การตัดสลับไปมา ราวกับพวกเธออยู่คนละบ้าน ห่างไกลกันลิบโยชน์
– ตรงกันข้ามกับตอนที่ Cynthia พบเจอ Hortense ทั้งสองนั่งเคียงข้าง ถ่ายทำแบบ Long Take ไม่มีการตัดต่อใดๆ
– ช่วงท้ายเมื่อทั้งครอบครัวมารวมตัวกัน ถ่ายฉากรับประทานอาหารแบบ Long Take ไม่มีการตัดต่อใดๆ

เพลงประกอบโดย Andrew Dickson สัญชาติอังกฤษ อีกหนึ่งขาประจำผู้กำกับ Leigh, ทั้งหมดล้วนเป็นบทเพลงคลาสสิก ใช้เครื่องดนตรีเพียงห้าชิ้น Fluglhorn, Harp, Viola, Cello และ Double Bass สร้างบรรยากาศอันหม่นหมอง ตึงเครียด ชีวิตที่เต็มไปด้วยทุกข์ยากลำบาก ซึ่งจะซ่อนเร้นอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างของตัวละครไว้

ฉากที่มีการใช้เพลงประกอบได้อย่างตราตรึงมากๆ, หลังจาก Roxanne เป่าเค้กวันเกิด อยู่ดีๆเสียงทุ้มต่ำของ Double Bass ดังขึ้นสร้างบรรยากาศอันหลอกหลอน สั่นสะพรึง จากนั้นค่อยๆไล่ระดับขึ้นมา ประสานเสียง Cello ซึ่งสะท้อนถึงอาการเริ่มมิอาจควบคุมสติของ Cynthia กำลังมีความจำเป็นที่ต้องพูดระบายความอึดอัดอั้น ความจริง ทุกสิ่งอย่างออกมา


“Secrets and lies! We’re all in pain! Why can’t we share our pain? I’ve spent my entire life trying to make people happy, and the three people I love the most in the world hate each other’s guts, and I’m in the middle! I can’t take it anymore!”

– Maurice

ไม่มีอะไรในโลกที่เป็นความลับ ต่อให้พยายามปกปิดบัง หลงลืมเลือน อย่างน้อยที่สุดก็ตัวเราเองจะต้อง ‘แบกรับ’ ความรู้สึกพ่วงมาด้วยกับคำโป้ปดหลอกลวง เพื่อซ่อนเร้นบางสิ่งอย่างนั้น

และไม่มีอะไรในโลกที่เราจะยินยอมรับไม่ได้! เป็นเรื่องของมุมมอง ทัศนคติ รสนิยมส่วนตัว แรกเริ่มอาจปฏิเสธต่อต้าน แต่กาลเวลาจะค่อยๆทำให้น้ำแข็งละลาย หยดลงหินยังสึกกร่อน เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็ย่อมสามารถปรับตัว เปลี่ยนใจ โอบรับข้อเท็จจริง แม้เต็มไปด้วยอคติมากแค่ไหน

นี่ไม่ใช่การมองโลกในแง่ดีนะครับ แต่คือการยินยอมรับความจริง (ทั้งแง่ดีและร้าย) จะมีก็เพียงคนจมปลักอยู่กับความเพ้อใฝ่ฝัน วันๆจินตนาการถึงโลกอันแสนหวาน ใครพูดความจริงอะไรก็ช่าง ยังคงลวงหลอกตนเองเรื่อยไป แบบนี้คงมีแต่โรงพยาบาลจิตเวชเท่านั้นถึงสามารถช่วยเหลือได้

เท่าที่ผมติดตามอ่านบทวิจารณ์ต่างประเทศ นอกจากยกยอปอปั้น Secrets & Lies ยังถือว่าเป็นผลงานดูง่ายสุดของผู้กำกับ Mike Leigh เพราะนำเสนอเนื้อหา สาสน์สาระที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา ‘ความลับและการโกหก ไม่สมควรมีที่ยืนในสังคม’ เป็นการสะท้อนค่านิยมยุคสมัยปัจจุบัน ที่ใครต่างๆจมปลักอยู่กับภาพมายา ปกปิดบังซ่อนเร้นตัวตน และชอบที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริง สรรหาข้ออ้างผลประโยชน์ใส่ตน

ไดเรคชั่นของ Mike Leigh ถือว่าสะท้อนเข้ากับแนวคิดของ Secrets & Lies อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะผู้กำกับชอบที่จะปกปิดบังเรื่องราว พูดคุยแนะนำนักแสดงเฉพาะสิ่งที่ควรรับรู้เบื้องต้นเท่านั้น ใช้คำลวงเพื่อหลอกล่อให้พวกเขาตอบสนองแสดงออก เกิดปฏิกิริยาความรู้สึกแท้จริงนั้นๆออกมา โดยเฉพาะตัวละคร Hortense Cumberbatch ที่กว่าจะเปิดเผยให้ใครๆรู้จัก วินาทีแรกต่างเต็มไปด้วย ‘First Impression’ โคตรตราตรึงอย่างคาดไม่ถึง!

ถึงหนังไม่มีการพูดกล่าวถึงประเด็นการเมือง ชนชั้น สีผิว แต่เหล่านี้เป็นสิ่งกลืนกินอยู่ในวัฒนธรรมประเทศอังกฤษ
– ทุกตัวละครมีปฏิกิริยาอึ้งทึ่ง ตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าหญิงผิวสี จะมาจากแม่คนขาว
– Cynthia และ Roxanne อาศัยอยู่บ้านสภาพซอมซ่อ รอมร่อ เมื่อพบเห็นราวกับคฤหาสถ์ของ Maurice ตื่นตราตะลึง อึ้งทึ่ง คาดไม่ถึง
– นี่ยังตอน Cynthia เห็นของขวัญเป็นซองเงินจำนวนไม่น้อย ลึกๆคงรู้สึกอิจฉาริษยา ทำไมตนเองเป็นได้แค่สาวโรงงานประกอบกล่อง

ผมอยากทิ้งท้ายไว้ด้วย ประวัติศาสตร์คือบทเรียนอันทรงคุณค่าที่เราควรเสี้ยมสั่งสอนลูกหลาน ให้ศึกษา-จดจำ-ทำความเข้าใจ อย่ามองเป็นเรื่องน่าอับอาย หรือบอกให้หลงลืมทอดทิ้งไปเสียดีกว่า เพราะนั่นจะทำให้เกิดช่องว่างที่ไม่มีอะไรสามารถเติมเต็ม พวกเขาจึงราวกับต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ทดลองผิดลองถูก ก็เหมือนความสัมพันธ์แม่-ลูก Cynthia-Hortense กว่าลมสงบ ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี ย่อมเต็มไปด้วยพายุเฮริเคนคลุ้มคลั่ง สร้างความปั่นป่วนรวดร้าวฉาน ส่งผลกระทบไปทั่วผืนปฐพี


เข้าฉายรอบปฐมทัศน์ยังเทศกาลหนังเมือง Cannes (ประธานกรรมการคือ Francis Ford Coppola) คว้ามาถึง 4 รางวัล
– Palme d’Or
– Best Actress (Brenda Blethyn)
– FIPRESCI Prizes รางวัลนักวิจารณ์
– Prize of the Ecumenical Jury รางวัลส่งเสริมคุณธรรม

ซึ่งต้องถือว่าเป็นปีสายโหดเลยทีเดียว เพราะมีคู่แข่งอย่าง Breaking the Waves (1996) ของ Lars von Trier, Fargo (1996) ของสองพี่น้อง Coen และ Crash (1996) ของ David Cronenberg ไม่ธรรมดาทั้งนั้น!

ด้วยทุนสร้าง $4.5 ล้านเหรียญ มีรายงานทำเงินเพียงในสหรัฐอเมริกา $13.4 ล้านเหรียญ ถือว่าน่าจะประสบความสำเร็จล้นหลามทีเดียว

ได้เข้าชิงรางวัล Oscar ถึง 5 สาขา น่าเสียดายไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา
– Best Picture พ่ายให้กับ The English Patient
– Best Director พ่ายให้กับ The English Patient
– Best Actress (Brenda Blethyn) พ่ายให้กับ Frances McDormand เรื่อง Fargo
– Best Supporting Actress (Marianne Jean-Baptiste) พ่ายให้กับ Juliette Binoche เรื่อง The English Patient
– Best Original Screenplay พ่ายให้กับ Fargo

ส่วนตัวแม้จะโคตรอึดอัดกับหนัง แต่ก็ทั้งชื่นชม ชื่นชอบ คาดไม่ถึงกับผลลัพท์ โดยเฉพาะการแสดงของ Brenda Blethyn และไดเรคชั่นผู้กำกับ Mike Leigh มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่ซ้ำแบบใคร

“ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” รับชมแล้วครุ่นคิดซักถามตัวเอง ทำไมเราถึงโกหก? มีเรื่องต้องปกปิดผู้อื่น? หันมาเผชิญหน้า ยินยอมรับ พูดความจริง แล้วชีวิตจะไม่มีอะไรให้ต้องปกปิดบัง ไม่ดีกว่าหรือ??

จัดเรต 18+ กับความคลุ้มคลั่งเสียสติแตกของตัวละคร

คำโปรย |  ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย! Secrets & Lies ของผู้กำกับ Mike Leigh จึงคงอยู่ชั่วนิรันดร์
คุณภาพ | ร์พี
ส่วนตัว | ชื่นชอบมากๆ

Leave a Reply

avatar

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  Subscribe  
Notify of